ในที่สุดวันเปิดรับศิษย์ใหม่เพื่อเข้าศึกษาในสำนักวังบาดาลก็มาถึง ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาจากทั่วทุกสารทิศ ทั่วทุกแคว้น ทุกคนต่างรอคอยวันนี้มานานถึง หนึ่งปี คุณหนู คุณชาย แต่งองค์ทรงเครื่องกันมาแบบหรูหรา ใส่เสื้อผ้าแพร ผ้าไหมอย่างดี พร้อมด้วยเครื่องประดับที่ดูแล้วน่าจะมีราคาแพง พร้อมด้วยข้าทาสบริวารที่ติดสอยห้อยตามมา รถม้าที่แต่ละคนนั่งมายังกับราชรถ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยและประกาศศักดาของตน สำนักวังบาดาลตั้งอยู่ใจกลางของแม่น้ำสายใหญ่ของแคว้น มีสะพานเชื่อมต่อกับแผ่นดินเพื่อให้สามารถเดินข้ามไปได้ โดยจะต้องจอดรถม้าไว้ริมแม่น้ำ และต้องเดินเท้าเข้าไปเอง
' นี่ตกลงมาคัดเลือกศิษย์ หรือ มาเดินพรมแดง '
ฟางเหม่ยหลิง ได้แต่คิดในใจ เมื่อเห็นทุกคนจัดเต็มกันมาขนาดนี้
วันนี้เธอและเลียงลี่และเหมียนมี่ แต่งตัวมาด้วยชุดธรรมดามาก เพื่อไม่ให้เป็ที่สนใจมากนัก เพื่อความสะดวก ปลอดภัย ของเธอเอง และเธอก็ยังไม่อยากเป็เป้าสายตาตอนนี้ จึงได้ใช้ผ้าขาวบางปิดบังใบหน้าส่วนล่างเอาไว้อีก เหลือให้เห็นเพียงแค่ดวงตาเท่านั้น
แต่ดูเหมือนว่าความงามของเธอคงจะปิดไม่มิด แม้เธอจะแต่งตัวด้วยชุดธรรมดา และมองเห็นแค่ดวงตา ก็ไม่สามารถลดทอนความงดงามลงได้ เพียงเธอเดินไปที่โต๊ะลงทะเบียนหน้าวังบาดาลทุกคนก็ต่างพากันมอง อย่างไม่ลดละ และพยายามจินตนาการกันไปต่างๆนาๆว่าใบหน้าภายใต้ผ้าพืนบางนั้นจะงดงามสักแค่ไหน
'นางเป็ใครกันนะ เป็ลูกหลานตระกูลใดกัน เห็นแค่ดวงตาแต่ก็รู้ว่าน่าจะเป็หญิงสาวงดงาม '
'นางน่าจะเป็แค่คนธรรมดานะข้าว่า เพราะนางแต่งตัวด้วยชุดธรรมดาสามัญ เช่นนั้น'
'ใช่ๆ เครื่องประดับสักชิ้น นางก็ไม่มี'
ทุกคนพากันพูดกระซิบ กระซาบ ถึงหญิงสาว ไปต่างๆนาๆ คนในแคว้นไม่มีใครจำเธอได้ คุณหนูที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็คนไร้ค่าของตระกูล
ไป๋เฉียนฉิง กำลังยืนอวดรัศมี เครื่องประดับที่ใส่มาให้คุณหนูตระกูลอื่นๆ ได้เอ่ยชมอยู่ กลับต้องหยุดชะงักลง และหันไปมองตามสายตา ของทุกคน ที่หยุดสนใจในตัวนาง และหันไปชื่นชมบุคคลอื่นอยู่
'ใครกัน บังอาจมาแย่งความสนใจจากทุกคนไปหมด'
ไป๋เฉียนฉิง มองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงจุด ลงทะเบียน เห็นแค่เพียงดวงตาที่กลมโตสวยกับแพขนตางอนงาม กับรูปร่างที่ผอมเพรียว กิริยาอ่อนช้อย ไป๋เฉียนฉิง รูสึกอิจฉา เด็กสาวคนนั้น นางไม่สามารถจำฟางเหม่ยหลิงได้ พยายามมองว่าเป็ใคร ก็ไปสดุดตา กับสาวใช้ของเด็กสาวคนนั้นเข้า
'แต่เอ๊ะ สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆเด็กสาวคนนั้น คือสาวใช้ของฟางเหม่ยหลิง นี่นา หรือว่านั้นคือฟางเหม่ยหลิง ไม่จริงแค่เพียงสี่เดือนที่ไม่ได้เจอกัน นางจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรอ เป็ไปไม่ได้ข้าไม่เชื่อ'
ไป๋เฉียนฉิง เดินเข้าไปเพื่อถามให้รู้แน่ว่าหญิงสาวคนนี้ใช่ฟางเหม่ยหลิงหรือไม่
" เ้า คือฟางเหม่ยหลิง ใช่หรือไม่"
ไป๋เฉียนฉิงเดินมาถึง ก็ถามออกมาด้วยความสงสัย
" อ้าวไป๋เฉียนฉิง เ้านะเอง ถามอะไรแปลกๆเช่นนั้นเล่า ข้าก็คือ ฟางเหม่ยหลิงนะสิ "
"ปะ...เป็เ้าจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าเ้าจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่ใช่ว่ารูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป แล้วเ้าจะสามารถเข้าสำนักวังบาดาลได้โดยง่าย ใครๆก็รู้ว่าสำนักวังบาดาลเข้ายากขนาดไหน หน้าตาไม่ช่วยอะไร เพราะที่นี้เค้าเน้นความสามารถในการปรุงยา หวังว่าเ้าคงเข้าใจนะ "
" แหม ข้านะเข้าใจและก็หวังว่าเ้าคงจะเข้าใจเช่นกัน ว่าที่นี่เค้าวัดกันที่ความสามารถ ไม่ได้วัดกันที่อำนาจเ้าคงไม่ใช่อำนาจของบิดามาช่วย ให้เข้าสำนักวังบาดาลหรอก จริงไหม "
ฟางเหม่ยหลิง ส่งยิ้มอ่อนให้
ไป๋เฉียนฉิง พอรู้ว่าเป็ ฟางเหม่ยหลิง จริงๆก็โมโหอย่างมาก ทั้งอิจฉา ริษยา จนจะกระอักเื ที่ฟางเหม่ยหลิงผอมเพรียวลงเช่นนี้แล้วยังมารู้ทันนางที่ให้บิดามาขอให้ท่านรองเ้าสำนักรับนางไว้เป็ศิษย์ โดยจะใช้อำนาจของบิดา และติดสินบนแต่ไม่สำเร็จ สำนักวังบาดาลไม่สนใจทรัพย์สินเงินทองที่ใครจะติดสินบนให้ และไม่สนอำนาจของใครทั้งนั้น แม้แต่องค์จักรพรรดิก็ยังให้ความเคารพแก่เ้าสำนักวังบาดาลมาก ใครที่จะเข้าสำนักวังบาดาลต้องใช้ความสามารถของตัวเองล้วนๆ นางโกรธมาก แต่ก็ต้องข่มอารมณ์เอาไว้ ก่อนจะเดินแยกตัวไปลงทะเบียนอีกโต๊ะหนึ่ง
ฟางเหม่ยหลิง หัวเราะ คิก คัก กับเลียงลี่ และเหมียนมี่ อย่างตลกในตัวของไป๋เฉียนฉิงที่เดินกระแทกเท้าออกไป เธอนั้นรู้ทันไป๋เฉียนฉิงว่าจะต้องใช้เส้นสายแน่ จึงได้พูดตอกหน้ากลับไปเช่นนั้น
เธอไม่ได้สนใจไป๋เฉียนฉิงอีกต่อไป เธอยังคงยืนรอลงทะเบียนต่อไป โดยไม่รู้ตัวเองเลยว่า ได้ตกเป็เป้าสายตาและเป็ที่สนทนา ของผู้คนไปแล้ว
สักพักหนึ่งก็มีอาจารย์ของสำนักวังบาดาล ก็ได้ออกมาประกาศ
"ข้าชื่อ ฟงหวิ่น เป็รองเ้าสำนักวังบาดาล ในรอบแรกของการคัดเลือก ข้าขอประกาศว่าใครก็ตามที่ปรุงโอสถในระดับสองไม่ได้ ก็ถือว่าไม่ผ่าน ไม่สามารถ เข้ารับการทดสอบในรอบที่สองได้ ไม่ต้องเสียเวลาลงชื่อ ให้กลับไปได้เลย "
'หาาา อะไรกันเนี่ย '
'ไม่จริงใช่ไหม ข้ามาตั้งไกล'
'ทำไมกัน ข้าอุส่าห์แต่งตัวั้แ่เช้าตรู่'
'สำนักวังบาดาล โหดจริงๆเลย '
มีคนจำนวนมาก ที่ปรุงยาระดับสองไม่ได้ ต่างพากันหดหู่ คอตก ที่ตกั้แ่รอบแรก ได้แต่พูดจาพึมพำ อย่างสิ้นหวัง และไม่ค่อยพอใจนัก