ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 14

    ฟ่านเว่ยเดินออกนอกจวน ในตอนนี้ทั้งเมืองวุ่นวายไปทั่ว เพราะข่าวเรื่องนางปีศาจหนีออกมาจากคุกฝูงชนต่างพาลูกหลานกลับเรือนปิดประตูหน้าต่าง เหลือเพียงช่องเล็กๆให้แอบมอง
    ฟ่านเว่ยเดินตามฝั่งที่มีฝูงชนจำนวนมากเขาได้ยินเสียงพูดคุยกัน
    "นี้เจ้ารู้รึเปล่าในบ้านร้างที่ถนนเซียงจี มีคนได้ยินเสียงโหยหวนของหญิงสาวตลอดทั้งคืน"ชายชราทำปากเอียงคอมองซ้ายมองขวา
    "เจ้าอย่าบอกนะว่า นางปีศาจมันอยู่ที่นั้น"ชายชราอีกคนทำแขนถูไปมา
    "เพ้ย เพ้ย นอกจากเสียงโหยหวนของนางปีศาจแล้วจะเป็นเสียงผู้ใดเล่า บ้านร้างนะไม่ใช่ตลาด"เสียงหญิงวัยกลางคนอ้วนท้วมกว่าอย่างหยาบโลน
    "แต่ข้าได้ยินว่านอกจากเสียงผู้หญิงยังมีคนได้ยินเสียงชายหนุ่มด้วย"หญิงสาวกระซิบบอก ก่อนที่ทั้งฝูงชนจะพากันลอบสูดหายใจ
    "เจ้าว่าชายหนุ่มผู้นั้นจะสิ้นไปแล้วรึเปล่า"
    "ข้าก็อยู่ด้วยกันกับเจ้า จะไปรู้ได้เยี่ยงไรเล่า"
    ฟ่านเว่ยเดินตามโดยไม่หันไปมองแต่หูผีของมันกระดิกรับฟังทุกคำพูด แววตาส่องประกายยกยิ้ม
    หลงเปาได้แต่มองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นเต้นเขาก็อดตัวสั่นไม่ได้
    กลุ่มทหารต่างมาหยุดที่บ้านร้างหลังหนึ่งก่อนที่จะกระจายคนออกไปล้อมบ้านร้างนั้น ชาวบ้านต่างอยู่ดูอยู่ห่างๆ ทหารอีกกลุ่มก็พังประตูเข้าไปก่อนที่พวกเขาจะอดหน้าแดงไม่ได้ ภาพตรงหน้ามันหยาบโลนกลิ่นคาวฟุ้ง เหล่าทหารชายชาตรีต่างหวาดกลัว
    แสงสว่างส่องไปยังบนใบหน้างามที่หลับพริ้วก่อนที่ขนตาจะสั่นเปิดเปลือกขึ้น นางก็ตกใจสุดขีด เหตุใดถึงมีทหารมาที่นี้ สายตาที่ดูถูกเหยียดหยามบาดลงในใจนาง ก่อนที่นางจะมองเห็นสภาพของตนที่กำลังเปลือยกาย รอยช้ำทั่วตัว น้ำขาวขุ่นเรอะตามตัว
    นางตกใจก็จะหันไปรอบตัวก่อนจะเห็นชายผู้หนึ่งหลับอยู่หันหลังให้นาง นางรีบผละตัวไปกอดชายผู้นั้น ชายผู้นั้นตื่นขึ้นเขามองรอบตัวก่อนหน้าเสียเหลือบมองนาง เขาก็ตกใจร้องห่มร้องไห้ ผลักนางออกอย่างแรง นางตกใจเมื่อคืนพวกนางยังเริงรักกันอยูาเลย เหตุใดตอนนี้ถูกผลักไสนาง นางเงยหน้ามองขึ้นก่อนที่หน้าของนางจะไร้สี
    ชายที่อยู่ตรงหน้านาง เป็นชายตัวใหญ่ หน้าตาอัปลักษณ์ แถมตอนนี้ยังแสดงท่าทางน่าสมเพช
    "กรี๊ดดด!!"นางกรี๊ดร้องอย่างสิ้นหวัง ทั้งที่เมื่อคืนนี้เป็นชายหนุ่มหล่อเหลาแท้ๆ ที่เริงรักกับนางเหตุใดตื่นมาถึงกลายเป็นอีกคน
    นางจ้องมองชายหนุ่มอย่างเครียดแค้น ใช้เล็บของตนข่วนลงใบหน้านั้นของชายหนุ่ม เขาก็กรี๊ดร้องออกมาอย่างสมเพชเวทนา ทหารต่างพากันวิ่งจับกุมเฟยเหยียน นางก็กรี๊ดร้องออกมา
    "กรี๊ด ปล่อยข้าปล่อยข้า กรี๊ด พวกแกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวข้า ปล่อยข้าไอสารเลว กรี๊ด"ตอนนี้นางสติหลุดไปแล้ว สภาพนางล่อนจ้อนทหารพยายามนำผ้ามาปกปิดร่างกายนาง ลากตัวนางออกไป นางดิ้นรนจนผ้าที่ปิดอยู่หลุดออกชาวเมืองที่ตามมาต่างหายใจเฮือก ชายหนุ่มผู้ที่ร้องไห้อย่างเวทนาก็ตามออกมาให้เห็นสภาพที่ใบหน้าโดนขีดข่วนนั้น
    "กรี๊ด ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกแกตาย ข้าจะฆ่าแกข้าจะฆ่าพวกแก พวกแกต้องไม่ตายดีแน่ กร๊ด"ในตอนนี้ชาวเมืองต่างมองนางปีศาจที่กำลังคลั่งนางเอาแต่สาบแช่ง กรี๊ดร้อง ชาวบ้านต่างเบือนหน้าหนีหวาดกลัวเหลือเกิน
    "อา ดูข้าสิข้าโดนนางปีศาจลักพาตัวมา นางต้องดูดวิญญาณข้าไปแล้วครึ่งหนึ่ง ไอหยา ข้าต้องตายแน่ๆเลย"เขาคุกเข่าลง มือไม้ตีลงพื้นตีอกตนอย่างน่าสงสาร ชาวเมืองเห็นต่างเวทนาชายผู้นี้
    เสียงกรี๊ดร้องของเฟยเหยียนดังไปตลอดทาง เสียงของนางห่างไกลเริ่มเบาลง ชาวบ้านต่างพากันชี้นิ้วชี้ไม้ไปที่ทิศทางที่นางจากไป
    ฟ่านเว่ยที่แอบอยู่ในฝูงชนมีประกายในดวงตา เขาก็แยกตัวออกจากฝูงชน
    "ฮูหยินขอรับ ดีจังเลยขอรับที่จับนางปีศาจได้แล้ว"หลงเปาตื่นเต้นสุดๆตอนนี้ ฉากที่นางคลั่งยังติดตาเขาอยู่เลย เขากลัวสุดๆแต่ตอนนี้โล่งใจแล้ว
    "หึหึ"ฟ่านเว่ยทำได้เพียงหัวเราะเบาๆ ใช้พัดปิดริมฝีปากที่ยกยิ้ม
    อีกด้านซุนหงกำลังมอบถุงที่บรรจุเงินจำนวนมากให้กับชายอัปลักษณ์ ชายคนนั้นรีบรับก้มหน้าลงประจบประแจง
    หลายวันต่อมา
    ตอนนี้ฮ่องเต้มีรับสั่งต้องการให้จัดการกับคดีนางปีศาจด่วน คดีจึงต้องเร่งรีบจริงใจ
    ซุนหงมาแจ้งข่าว นักพรตปลอมสารภาพความจริงออกมาจนหมด โดนติดคุก 20 ปี แต่น่าเสียดายที่เฟยหลี่นางไม่ได้ทำรับโทษ ฟ่านเว่ยเม้มปากนั้น สายตาเย็นชาปรากฎขึ้นเขาหลุบดวงตาลงมองยังจอกชาที่สะท้านใบหน้านั้น สุดท้ายเจ้านักพรตปลอมนั้นก็ทำเขาผิดหวัง คงต้องปล่อยให้อยู่แบบนั้นต่อไปไม่ดีแล้ว
    ส่วนเฟยเหยียนนางโดนประหารชีวิตในวันพรุ่งนี้ จะมีการประหารชีวิตนางโดยการแขวนคอก่อนนำไปโยนทิ้งที่ป่า เขาจะปล่อยให้นางตายง่ายๆได้อย่างไร ในตลอด2ปีนี้ยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณที่ช่วยดูแลเขาเลย ในน้ำชาที่สะท้านปรากฎใบหน้าที่กำลังเปื้อนยิ้มอยู่
    วันต่อมา
    เฟยเหยียนในตอนนี้นางกำลังสั่นไปหมด นางกำลังจะโดนประหารนางกลัวมาก ตอนนี้ทหารลากตัวนางไปยังลายประหาร เดินท่ามกลางฝูงชนที่มองมาที่ตัวนางอย่างกับดูแสดงโชว์ นางตาแดงก้ำ กัดฟันจ้องเขม็งกวาดมองฝูงชน ฝูงชนที่ภาพนั้นต่างพากันหวาดผวา
    นางถูกลากไปที่ลาน นางกรี๊ดร้องอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เริ่มส่งสัญญาณ เชือกมาคล้องที่คอนาง ก่อนที่เท้านางจะรู้สึกว่างเปล่า นางดิ้นรนจับเชือก หายใจไม่ออกก่อนแน่ยิ่งไป ชาวบ้านต่างหวาดกลัวแต่ก็โล่งใจกับการตายของปีศาจ
    ทหารนำร่างไปที่ป่าลึกก่อนจะโยนร่างนั้นในป่าก่อนเดินออกไป หารู้ไม่ว่ามีร่างของคนผู้หนึ่งแอบอยู่ในเงามืด ซุนหงเดินออกมา อุ้มร่างนั้นไป
    เฟยเหยียนนางลืมตาตื่นขึ้น ปรากฎว่านางอยู่ในห้องที่มืดมิดห้องหนึ่ง นางมึนงง นางจับคอของตน ไม่ใช่ว่านางโดนแขวนคอจนตายแล้วหรือเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี้ ก่อนที่จะหันไปรอบๆ เห็นรูปร่างบางอย่างนอนจมทับกับ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่เคลื่อนไหว
    นางก็ผวา เจอร่างๆหนึ่งกำลังนั่งบนเก้ากี้ดูเหมือนเขาจะเฝ้ามองนางมานานแล้ว ร่างนั้นกำลังโบกพัดในมืออย่างช้าๆ แสงไฟจากเทียนก็ถูกจุดขึ้นปรากฎชายหนุ่มรูปงามที่กำลังนั่งมองดูนางอย่างเพลิดเพลิน ตอนนั้นเองประตูก็เปิดออกชายหนุ่มหล่อเหลาที่ช่วยนางไว้
    "นายท่าน นายท่าน นายท่านช่วยข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ"นางรีบผละตัวเข้าไปกันซุนหง ฟ่านเว่ยเพียงยกริมฝีปากขึ้น ซุนหงหลบหลีกนางอย่างเจอสิ่งน่ารังเกียจ นางล้มลง
    "ฮาฮา"ฟ่านเว่ยหัวเราะออกมาเสียงดัง เฟยเหยียนนางหันไปมองต้นเสียงก่อนที่ตกใจ นั้นมัน คนโง่นิ เหตุใดคนโง่ถึงมาที่นี้ได้
    "แก ไอขยะ"นางรีบลุกขึ้นชี้หน้าฟ่านเว่ย ก่อนที่พูดอะไรฟ่านเว่ยก็ปรบมือ
    แปะ แปะ
    สิ้นเสียงนั้นเองเหล่ากองที่นอนอยู่ก็กันตื่นขึ้น เฟยเหยียนนางมองไป ก็ตกใจพวกนั้นมันคือพวกบ่าวที่นางใช้ไปจัดคนโง่นิ พวกบ่าวต่างพากันมองนางอย่างดูถูกดูแคลน ก่อนที่พวกมันจะพากันมาล้อมตัวนางไว้ นางตกใจ ฟ่านเว่ยข่มขู่พวกบ่าวนั้นไปแล้ว
    "ปล่อยข้านะ ไอพวกขี้ข้า น่าขยะแขยง กรี๊ด"พวกบ่าวพากันรุมจับนางกดลงนางกรี๊ดร้องอย่างเกลียดชัง
    "จุ จุ แม่นางเฟยเหยียนดูสภาพเจ้าตอนนี้สิ"ฟ่านเว่ยยิ้มพลางมองนางขึ้นลงเบ้ปาก ขมวดคิ้วขึ้นทำหน้ายียวน เฟยเหยียนนางหันไปมองฟ่านเว่ยพร้อมกับคำพูดดุด่า
    "แก ไม่ตายดีแน่ ข้าจะฆ่าเจ้า ไอชั้นต่ำ"นางร้องด้วยเสียงแหลมดั่งเสียงนกหวีด
    "ฮา ฮา แม่นางเฟยเหยียนนี้ละก็ ชอบพูดเรื่องล้อเล่นอยู่เรื่อยเลย"ฟ่านเว่ยไม่สะทกสะท้าน เขาก็ยังคังหัวเราะเงยคอขึ้นฟ้าก่อนมองหน้านางอีกครั้งก็หัวเราะอีก
    "เจ้าพูดเช่นนี้จะดีเหรอ แบบว่า"เขาหยุดทำท่าคิด จ้องมองนาง
    "แบบว่า อะไรข้าเป็นอนุของท่านเสนาบดีแกทำเช่นนี้ไม่ตายดี ยังไม่รีบปล่อยข้าอีก"นางพูดออกไปไม่คิด ดิ้นรนต่อไป
    "อืม แต่ว่านะ ข้าเองก็เป็นภรรยาเอกของเสนาบดี เจ้าที่เป็นเพียงอนุกล้าพูดเช่นนี้กับข้าหรือ"ฟ่านเว่ยยิ้มเย็น เขาเดินเข้าไปนางก่อนที่คุกเข่าหนึ่งมองนาง นางยังคงส่งสายเกลียดชังให้เขา
    "ในตอนนี้บทบาทมันต่างออกไปแล้ว ข้าที่เป็นภรรยาหลวงก็ต้องสั่งสอนอนุเสียหน่อย"ฟ่านเว่ยหรี่ตาลง เย้ยหยันยิ้ม
    "เจ้ากล้าหรอ!!"นางมองคนโง่ ยังไงซะมันก็เป็นแค่คนโง่ นางไม่กลัวมันหรอก
    "อืม ถ้าไม่กล้าตัวเจ้าจะอยู่สภาพนี้หรือ"ฟ่านเว่ยหลุบตากระตุกยิ้ม เฟยเหยียนได้ยินเช่นนั้นนางก็หยุดนิ่ง หมายความอะไร
    "ก็~""หมาย""ความ""เรื่องทั้งหมดที่เกิดกับเจ้าเป็นฝีมือข้าเอง"ฟ่านเง่ยยิ้มออกมาอย่างสดใส แต่ว่ารอยยิ้มสดใสในสายตาคนอื่นนั้นกลับรู้สึกหนาวถึงข้างในกระดูก
    เฟยเหยียนในหูยังอื้ออึ้งอยู่ ก่อนที่แผดเสียงกรี๊ดร้องออกมาอย่างอาฆาต ฟ่านเว่ยยกมือปิดหูเบ้ปากยิ้มล้อเลียน
    "แก ไอชั้นต่ำ ขยะโสโครก แกไม่ตายดีแน่ ข้าจะฆ่าแกข้าจะฆ่าแก กรี๊ด"
    "ฮา ฮา ปากสวยๆนั้นไม่เหมาะกับคำพูดที่เปล่งออกมาเลย เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มปรับปรุงมันกันเถอะ"ฟ่านเว่ยหันกลับมามองนาง ก่อนที่จะนำบางสิ่งมาที่คล้ายกับคีม
    บ่าวจับปากนางอ้าปากออก นางพยายามดิ้นรนน้ำตาไหลนอง ฟ่านเว่ยค่อยๆแงะฟันคู่สวยนั้นทีละซี้ ทีละซี้ นางร้องไห้ทรมานตัวบิดส่ายไปมา ดวงตาของฟ่านเว่ยสงบนิ่ง แต่ในใจเขากำลังเต้นพล่าน
    เมื่อซี้สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นก็มองเศษฟันนั้นตามพื้นเขามองชิ้นเศษนั้นอย่างเย็นชา ก่อนหันหลังกลับไปเอยวาจาที่ทำให้นางต้องสั่นสะท้านกับคำพูดนั้น
    "แก ไอคนชั้นต่ำ อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์รบกวนสายตาข้า "ฟ่านเว่ยเอียงหัวมาเผยให้เห็นแววตาที่เย็นชาอาฆาต เปรอะเลือดดั่งปีศาจที่อยู่ในขุมนรก
    เฟยเหยียนเห็นเช่นนั้น นางกรี๊ดร้องอย่างหวาดกลัวพวกบ่าวเองก็ขวัญผวา ก่อนที่ฟ่านเว่ยจะปิดประตูนั้น เขาหันไปมองซุนหงที่รออยู่ข้างนอกนั้นในมือถือถังน้ำเขาลาดมันลงไปในบ้านนั้นก่อนจะจุดไฟ เปลวไฟได้ปะทุขึ้นพร้อมกับมีเสียงกรี๊ดร้อง พวกเขาเฝ้ามองเปลวไฟนั้นในสายตาของซุนหงไม่แสดงอะไรออกมา ในท่ามกบางเสียงของไฟที่ลุกไหม้กับเสียงกรี๊ดร้องแล้วก็ยังคงมีเสียงของฟ่านเว่ย
    "พรืด ฮา ฮา" ฟ่านเว่ยหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเขาทุบพื้นอย่างแรง น้ำตาไหลที่ห่างตา เขาไม่ได้เจอเรื่องที่สำราญมานานแล้ว