หลังจากที่ไทเก็บกวาดอันธพาลทั้งกลุ่มแล้ว ไทก็ไม่ได้เจออุปสรรคอะไรอีก เดินทางอีกหนึ่งวันครึ่ง ไทก็มาถึงบริเวณที่เรียกว่า ที่ราบสูงจันทรา
พอมาถึงที่ราบสูงจันทรา บริเวณทางขึ้นก็มีป้ายปักอยู่อันหนึ่ง
บนป้ายเขียนไว้ว่า “ที่ราบสูงจันทรา - สถานที่ตากอากาศอันดับหนึ่งของดวงดาว ห้ามต่อสู้กันเองโดยเด็ดขาด อนุญาตให้ล่าอสูรได้เท่านั้น ผู้ใดที่ฝ่าฝืนข้อห้ามจะได้รับโทษขั้นสูงสุด”
เมื่อไทอ่านก็ทราบได้ทันทีว่าที่ราบสูงจันทรานี้ห้ามต่อสู้กันเอง
พื้นที่บริเวณที่ราบสูงจันทราเป็ที่ราบกว้างราว 500 ตารางเมตรล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน สูงกว่าระดับปกติถึง 800 เมตร มีทางขึ้นเพียงทางเดียว คือทางขึ้นที่ไทมาถึง ้าเป็ที่ราบโล่งๆ มีต้นไม้เพียงไม่กี่ต้น พื้นที่ที่เหลือเป็ทุ่งหญ้ากว้างสลับกับลานดิน บรรยากาศโดยรอบงดงามเหมาะกับการมาพักค้างแรมนั่งชมพระจันทร์ยามค่ำคืนยิ่งนัก แถมยังไม่มีอสูรที่เป็อันตรายแต่อย่างใด ที่ราบสูงจันทราจึงได้ชื่อว่าเป็สถานที่เดทของคู่รักที่โรแมนติคที่สุดเป็อันดับหนึ่งของดาวดวงนี้
นอกจากที่ราบสูงจันทราจะเป็จุดชมพระจันทร์ที่งดงามแล้ว ยังถือเป็สถานที่ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดได้เช่นกัน เพราะมันอยู่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สามารถชมวิวพระอาทิตย์ได้ทั้งสองฝั่ง และตอนนี้ไทก็กำลังยืนอยู่ริมหน้าผาของที่ราบสูงจันทราเฝ้ามองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับลงเหลี่ยมเขา ตอนนี้ก็เป็เวลาใกล้ค่ำแล้ว แดดผีตากผ้าอ้อมกำลังส่งแสงสีส้มงดงาม
จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ชมทัศนียภาพที่งดงามเช่นนี้
บนที่ราบสูงใช่ว่าจะไม่มีใครเลย ข้างๆของไทมีคู่รักมากกว่า 20 คู่กำลังชมพระอาทิตย์ตกดินเช่นกัน แต่ทุกคนก็ไม่มีอารมณ์จะมาต่อสู้กันเพราะสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่สงบศึก ต่างคนต่างมาหาความสุขจากความสวยงามของบรรยากาศธรรมชาติเท่านั้น จึงไม่มีใครคิดจะต่อสู้กันบนสถานที่งดงามเช่นนี้
จากข้อมูลที่ไทได้มา อสูรกระต่ายจันทราจะปรากฏเฉพาะคืนวันเพ็ญที่มีพระจันทร์เต็มดวงเพื่อขึ้นมาอาบแสงจันทร์เท่านั้น ซึ่งวันนี้ที่ไทมาถึงที่ราบจันทรา ก็เป็วันขึ้น 15 ค่ำพอดี
นอกจากนี้ข้อมูลยังบอกอีกว่า อสูรกระต่ายจันทราถึงเป็อสูรระดับตะกั่วขั้น 9 ก็จริง แต่มันมีความสามารถร่างกายต่ำมาก ค่าความสามารถทุกอย่างอยู่ในระดับตะกั่วขั้นต้นเท่านั้น ยกเว้นค่าพลังป้องกันเวทย์มนต์ของมันที่สูงถึงระดับทองแดงขั้นปลาย การล่าพวกมันจึงเป็อะไรที่ง่ายมาก
แต่ด้วยความอ่อนแอของพวกมัน พวกมันจึงเป็สัตว์ขี้กลัว และจะหนีทันทีที่ััได้ถึงอันตรายที่เข้ามาใกล้ หาก้าจะฆ่าพวกมัน ต้องใช้การโจมตีทางกายภาพระยะไกลที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น
แต่ไทไม่กังวล เขามีดัมเบลที่เป็อาวุธไม้ตายของเขา มันสามารถขว้างโจมตีได้จากระยะไกล ยิ่งพลังโจมตีของเขาตอนนี้อยู่ในระดับทองแดงขั้นกลางแล้ว ยิ่งสามารถขว้างดัมเบลได้ไกลมากขึ้น ไทคิดว่าเขาสามารถโจมตีอสูรกระต่ายจันทราจากระยะ 50 เมตรได้โดยไม่พลาดเป้า
แถมโจมตีเพียงครั้งเดียวก้น่าจะเพียงพอจะสังหารอสูรกระต่ายจันทราได้สบายๆ
พอฟ้าเริ่มมืด ไทก็หยิบดัมเบลของเขาออกมาเพื่อเตรียมจัดการอสูรกระต่ายจันทรา
การที่ไทหยิบอาวุธออกมา ทำให้คู่รักที่อยู่ข้างๆสองสามคู่มีสีหน้าเคร่งเครียดทันที
“นายไม่รู้รึไงว่าที่นี่เขาห้ามต่อสู้กัน” ชายคนหนึ่งในคู่รักกลุ่มนั้นเอ่ยปากปรามไทด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ผมก็ไม่ได้มาสู้กับพวกคุณ ผมมาล่าอสูร” เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดจนเกิดการต่อสู้กัน ไทรีบบอกวัตถุประสงค์ที่แท้จริงกับคู่รักพวกนั้นไป
“อสูรบนนี้? กระต่ายจันทรารึ?” ชายคนนั้นถามด้วยความสงสัย
“อ๊าย กระต่ายจันทรามันน่ารักจะตาย นายจะฆ่ามันได้ลงเชียวรึ” แฟนของชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“อันนี้เป็ธุระของผม ผมมีของที่้าจากพวกมัน พวกคุณเห็นมันน่ารักก็ไม่เป็ไร แต่ผมต้องจัดการพวกมัน” ไทบอกด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น ยังไงเขาก็ไม่เปลี่ยนใจ ทำให้หญิงสาวชักหน้าไม่พอใจใส่ไทที่จะฆ่าเหล่ากระต่ายที่น่ารักเ่าั้
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้โชคดี” ชายหนุ่มตัดบทก่อนหันไปปรามแฟนสาวของเขาไม่ให้ก่อเื่ เพราะบนที่ราบสูงจันทรานี้ห้ามต่อสู้กันโดยเด็ดขาด ก่อนพากันกลับเข้าเต๊นท์ไป วันนี้เขาขึ้นมาเดทกับแฟนสาวของเขาจึงไม่อยากมีเื่กับใคร
คู่รักที่เหลือได้ยินไทคุยกับสองหนุ่มสาวก็ต่างแยกย้ายกันไปยังเต๊นท์ของตนเอง ไม่ได้คิดจะสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด
อย่างว่า คนจะขึ้นมาเดทกัน จะก่อเื่ทำไม เข้าเต๊นท์สวีทวี๊ดวิ้วกันดีกว่า!!
ไทเห็นดังนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ไม่สนว่าจะมีเต๊นท์เขย่าหรือไม่ ออกเดินไปบนที่ราบเพื่อหาเป้าหมาย
ตอนนี้แสงจันทร์เริ่มส่องกระจ่าง ด้วยความที่เป็คืนพระจันทร์เต็มดวง จึงทำให้มองเห็นรอบข้างชัดเจนโดยไม่ต้องมีไฟฉายช่วยแต่อย่างใด
แต่จะว่าไป ไทก็ไม่มีไฟฉายอยู่แล้วนี่นา
ไทเดินลัดเลาะไปในทุ่งหญ้าอย่างไม่เร่งรีบ สายตาก็สอดส่องหาอสูรกระต่ายจันทราไปเรื่อยๆ ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว เขาก็ยังไม่เห็นอสูรกระต่ายจันทราซักตัว
หรือมันไม่มีเหลือแล้ว???
ไทได้แต่แอบสงสัยในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินมุ่งมั่นหาอสูรกระต่ายจันทราต่อไป
อสูรในาครั้งนี้จะถูกปล่อยมาด้วยจำนวนจำกัด นั่นหมายความว่าถ้าอสูรถูกกำจัดหมดไปแล้วก็จะหมดไป ยกเว้นพวกมันจะสืบพันธุ์ให้กำเนิดกันเพิ่มเติมเท่านั้น
หลังจากเดินต่อไปอีก 10 นาที ในที่สุดไทก็เห็นอสูรกระต่ายจันทราตัวหนึ่ง กำลังยืนนิ่งมองพระจันทร์อยู่
มันเป็อสูรกระต่ายจันทราตัวใหญ่มาก ความสูงราวๆ 1 เมตรเลยทีเดียว ขัดกับข้อมูลที่เขาได้มาว่าปกติอสูรกระต่ายจันทราจะมีขนาดเพียง 50 เิเเท่านั้น ขนของมันมีสีเดียวกับพระจันทร์ ส่องสว่างเรืองรองออกมาเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ยามค่ำคืน
ไทค่อยๆย่องไปใกล้จะมีระยะห่างประมาณ 50 เมตร ในมือกำดัมเบลแน่น ก่อนเงื้อแขนไปด้านหลังเพื่อเตรียมขว้างสุดแรง
ทันใดนั้นกระต่ายจันทราตัวดังกล่าวก็เหมือนสำเหนียกได้ถึงภยันอันตราย จึงหันขวับมาทันที แต่นั้นก็สายเกินไปแล้ว
ฟุ่บ…
ดัมเบลพุ่งด้วยความเร็วสูงจากแรงขว้างระดับทองแดงขั้นกลาง ทำให้มีความเร็วดุจลูกธนู อสูรกระต่ายจันทราไม่มีโอกาสได้ขยับหลบแม้แต่น้อย
ปึก…
ดัมเบลกระแทกอย่างจังเข้าที่ตัวของมัน ทำเอามันกระเด็นไปตามแรงโจมตีไกลถึง 20 เมตร ตอนแรกไทเล็งจะโจมตีที่หัวของอสูรกระต่ายจันทรา แต่พอเห็นว่ามันรู้ตัว ไทจึงต้องเปลี่ยนไปโจมตีเข้าที่ตัวซึ่งเป็เป้าใหญ่กว่า และมีโอกาสโจมตีโดนสูงกว่า
ปี๊บ… จ่าฝูงกระต่ายจันทราติดสถานะกระดูกหักอย่างรุนแรง
ปี๊บ… จ่าฝูงกระต่ายจันทราความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง 60%
ในที่สุดไทก็รู้แล้วว่าทำไมอสูรกระต่ายจันทราตัวนี้ถึงใหญ่กว่าปกติ มันเป็ถึงจ่าฝูงกระต่ายจันทรานี่เอง
ทันใดนั้นจู่ๆพื้นดินรอบๆตัวไทก็มีวงเวทย์สีทองเรืองขึ้นมา รัศมีของวงเวทย์กว้างถึง 10 เมตร
“แย่แล้ว” ไทอุทานด้วยความใ เขารู้ทันทีว่ากำลังโดนจ่าฝูงกระต่ายจันทราโจมตีด้วยเวทย์มนต์ แต่ที่ไม่รู้คือมันเป็ทักษะอะไร แต่วิธีต่อสู้กับผู้ใช้เวทย์มนต์ที่ดีที่สุดคือต้องเข้าไปโจมตีระยะประชิด ไทจึงเลือกพุ่งเข้าหาจ่าฝูงกระต่ายจันทราอย่างไม่ลังเล
“Moonlight”
สองวินาทีหลังจากที่จ่าฝูงกระต่ายจันทราร่ายเวทย์มนต์ ลำแสงเวทย์มนต์สีทองอร่ามก็ถูกกระหน่ำยิงลงมาจากบนฟ้า แต่ละเส้นมีความกว้างราว 50 เิเ แต่ที่น่ากลัวคือมันกระหน่ำยิงลงมาเป็ชุดนับร้อยสาย
ตูมๆๆๆๆๆๆๆๆ…
พื้นดินในรัศมีวงเวทย์เหมือนถูกกระหน่ำขุดอย่างรุนแรงด้วยรถตักดิน
ไทที่กำลังพุ่งไปข้างน้าจนเกือบพ้นรัศมีของวงเวทย์ก็โดนแสงเส้นหนึ่งเข้าอย่างจัง
เปรี้ยง!!
ราวกับถูกทุบหัวด้วยค้อน ไทถึงกับหน้าคะมำล้มกลิ้งกระเด็นออกมาจากขอบเขตวงเวทย์พอดี
ปี๊บ… ค่าฝึกฝนเพิ่มขึ้น 715 หน่วย
ปี๊บ… ร่างกายไบโอโรบอทเสียหาย 88%
เป็พลังโจมตีเวทย์มนต์ที่รุนแรงมาก!! นี่ขนาดเขาโดนลำแสงไปแค่เพียงเส้นเดียวร่างกายไบโอโรบอทยังเสียหายถึง 88% นี่ถ้าเขาหนีออกมาจากวงเวทย์ไม่ทันโดนกระหน่ำยิงลำแสงอยู่ตรงกลาง ตอนนี้เขาคงตายไปเรียบร้อยแล้ว
ต้องอย่าลืมว่าตอนนี้พลังป้องกันเวทย์มนต์ของไทอยู่ในระดับทองแดงขั้นกลางแล้ว ที่เขาโดนลำแสงเพียงเส้นเดียวยังเสียหายถึง 88% นี่แสดงว่าจ่าฝูงกระต่ายจันทรามีพลังโจมตีเวทย์มนต์อย่างน้อยอยู่ในระดับเงินขั้นต้นเลยทีเดียว
นี่ใช่อสูรในดาวดวงแรกจริงรึ!!
ไทถึงกับมึนไปพักหนึ่งราวกับเขาโดนตีหัวอย่างแรงด้วยไม้หน้าสาม พอตั้งสติได้เขาก็รีบยกน้ำยาฟื้นฟูทองแดงขึ้นมาดื่มสองขวดรวด
ลำแสงยังคงกระหน่ำยิงลงมาไม่หยุด แต่ไทหลุดออกมาจากวงเวทย์แล้วจึงไม่เป็อะไร และดัมเบลของเขาก็ลอยกลับมาพอดี
ไทรับดัมเบลไว้ได้อย่างสวยงาม
ตอนนี้จ่าฝูงกระต่ายจันทราที่ยังคงร่ายเวทย์มนต์ค้างอยู่ไม่จบบท มันจึงไม่สามารถหยุดกลางคันได้ เป็เป้านิ่งให้ไท เขาจึงขว้างดัมเบลไปอีกครั้งทันที ครั้งนี้ เป้าหมายคือหัวของมัน ด้วยระยะทางขนาดนี้ไทไม่พลาดแน่
โป๊ก…
ปี๊บ… เวทย์มนต์ Moonlight ถูกระงับ
ปี๊บ… จ่าฝูงกระต่ายจันทราติดสถานะกะโหลกแตก
ปี๊บ… จ่าฝูงกระต่ายจันทราทนพิษาแจากกะโหลกแตกไม่ไหว เสียชีวิต
จ่าฝูงกระต่ายจันทราถึงแม้จะเป็อสูรระดับเหล็กขั้น 1 แต่พลังป้องกันทางกายภาพของมันก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก อยู่ในระดับเหล็กขั้นต้นเท่านั้น เมื่อโดนดัมเบลของไทเข้าไปทีแรก ก็าเ็ปางตายอยู่แล้ว พอโดนไทปาดัมเบลใส่หัวซ้ำอีกทีจึงตายไปในทันที
ทันทีที่จ่าฝูงกระต่ายจันทราตาย เวทย์มนต์ของมันก็หยุดลง
“ฟิ๊ว...” ไทผิวปากออกมาอย่างสบายใจ ในที่สุดเขาก็สังหารจ่าฝูงกระต่ายจันทราได้ ก่อนเดินเข้าไปเก็บเกี่ยวร่างของจ่าฝูงกระต่ายจันทรา
ปี๊บ.. ท่านได้รับเครื่องรางตีนกระต่าย
ปี๊บ.. ท่านได้รับตำราเวทย์มนต์ Moonlight
ปี๊บ.. ท่านได้รับแก่นอสูรจ่าฝูงกระต่ายจันทรา
ครั้งนี้เขาได้รับแก่นอสูรของอสูรระดับจ่าฝูงเลยทีเดียว ถือเป็ความโชคดีอย่างมาก ปกติแก่นอสูรของจ่าฝูงจะมีโอกาสได้รับน้อยกว่าแก่นอสูรของอสูรทั่วไปหลายเท่าตัว
ไทที่พึ่งเก็บเกี่ยวร่างของจ่าฝูงกระต่ายจันทราเสร็จ ก็ได้ยินเสียงร้องทักขึ้น
“เฮ้ นาย ตะกี้มันเกิดอะไรขึ้นรึ?? พวกชั้นที่กำลังชมวิวอยู่ที่เต๊นท์เห็นลำแสงยิงกระหน่ำลงมาจากฟ้าเต็มไปหมดเลย?? แล้วหลุมพวกนี้มันอะไรกัน นายต่อสู้กับใครรึยังไง ที่นี่เขาห้ามสู้กันนะ” ชายหนุ่มคนเดิมเดินมากับคู่ของเขาถามขึ้น ชายหนุ่มบอกว่าพวกเขาทั้งสองคนกำลังนั่งชมพระจันทร์เต็มดวงอยู่ที่ด้านหน้าเต๊นท์ของตนเอง จู่ๆก็เห็นแสงสีทองนับร้อยสายพุ่งลงมาที่พื้น เกิดแรงะเิะเืไปหมด ทำให้ทั้งสองคนอดใจไม่ไหวต้องเดินออกมาดู
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ผมสังหารอสูรกระต่ายจันทราไปน่ะ พอดีมันยิงเวทย์มนต์ใส่ผม แต่ผมหลบได้ทัน ก็เลยมีหลุมอยู่อย่างที่เห็น” ไทบอกไป แต่บอกความจริงไม่ทั้งหมด เขาไม่้าให้คู่รักคู่นี้รู้ว่าเขาได้สังหารอสูรระดับจ่าฝูงไป เพราะอสูรระดับจ่าฝูงจะให้ไอเทมที่ดีกว่าอสูรระดับทั่วไปมาก ซึ่งถ้าคู่รักคู่นี้รู้เื่นี้ อาจจะหาเื่ปล้นชิงเขาก็ได้
“อสูรกระต่ายจันทราธรรมดา ตัวไม่น่าจะใหญ่ขนาดนั้นนะ และยังไม่น่าจะยิงเวทย์มนต์ที่รุนแรงขนาดนั้นได้ด้วย อสูรตัวที่นายจัดการไปน่าจะเป็ระดับจ่าฝูงสินะ” ชายหนุ่มพูดพลางแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย
“นี่แสดงว่าพวกคุณตามผมมาตั้งนานแล้วสินะ ถึงเห็นผมจัดการอสูรตัวนั้น” ไทคาดเดาได้ทันทีว่าเขาถูกตามมานานแล้ว ทั้งสองคนนี้จึงเห็นตัวอสูรกระต่ายจันทราที่เขาจัดการไปว่ามีขนาดตัวใหญ่กว่าปกติ
“ก็ทำนองนั้น ถ้ารู้แล้วก็ส่งของที่ได้มาจากจ่าฝูงกระต่ายจันทรามาซะ แล้วพวกเราจะปล่อยนายไป” หญิงสาวที่มาด้วยเอ่ยขึ้น เธอรู้ดีว่าอสูรกระต่ายจันทราเป็อสูรที่พิเศษมาก มีพลังเวทย์มนต์ในระดับสูงกว่าระดับปกติของดวงดาวแรกอย่างมาก อสูรพวกนี้มักจะให้ของพิเศษแก้ผู้ที่สังหารมันได้อยู่แล้ว ยิ่งเป็ตัวจ่าฝูงด้วย ยิ่งต้องให้ของที่มีค่ามากกว่าปกติ จึงทำการรีดไถไททันที
“อย่าพยายามขัดขืนดีกว่า ระดับตะกั่วขั้นกลางอย่างนายสู้กับพวกเราไม่ได้หรอก พวกเราเป่าทีเดียวนายก็ตายแล้ว” ชายหนุ่มสำทับมาอีกที ชายหนุ่มก็มีไอเท็มที่ชื่อว่า Detector เช่นกัน เขาจึงรู้ว่าไทอยู่ในระดับตะกั่วขั้นกลาง ส่วนเขาทั้งสองคนอยู่ในระดับเหล็กขั้นต้นแล้ว ถ้าลงมือโจมตีพร้อมกันทีเดียวไทก็ไม่มีทางจะรับมือได้ต้องตายในทันที
“เฮ้อ… ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงคิดว่าพอตัวเองมีระดับสูงกว่าคนอื่น จะทำอะไรก็ได้นะ ไหนบอกออกมาเองว่าบนนี้ห้ามสู้กันเพราะมีข้อห้ามอยู่ไง” ไทบ่นออกมาลอยๆ เขาคิดถึงสมัยที่อยู่บนโลก ส่วนใหญ่คนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น ก็มักจะทำอะไรตามใจ เอารัดเอาเปรียบโดยไม่เห็นแก่กฏหรือความรู้สึกคนอื่นที่เป็ผู้ถูกกระทำ นี่เขายังต้องมาเจอคนแบบนี้ในาครั้งนี้อีกรึ
“จะบ่นอะไรนักหนา ที่นี่ไม่ใช่สังคมเมืองนะ ในาครั้งนี้ปลาเล็กกินปลาใหญ่ กฏระเบียบอะไรไม่มีทั้งนั้นล่ะ บอกมาว่าจะส่งไอเทมมาให้ดีๆ หรือจะตาย” หญิงสาวที่รู้สึกว่าไทกำลังกระทบกระแทกเธอด้วยคำพูดจึงพูดขู่ออกมาด้วยความโกรธ
“ปลาเล็กกินปลาใหญ่ ไม่กลัวไปกินผิดไปกินปลาที่มีพิษรึ นี่ถือว่าผมเตือนแล้วนะ” ไทเอ่ยเตือนออกมาเป็ครั้งสุดท้าย
“อย่ามัวแต่พิรี้พิไรเลย เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะลำบาก ฆ่ามันแล้วอำพรางศพให้เรียบร้อย เท่านี้ก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าพวกเราฆ่าคนบนนี้ ใครจะมาจับผิดพวกเราได้” ชายหนุ่มบอกแฟนสาวตัวเองให้ลงมือ พร้อมๆกับที่ตัวชายหนุ่มเองก็หยิบอาวุธออกมาทันที ในมือขวาของเขาปรากฏมีดสั้นสีดำสนิท ขณะที่แฟนสาวของเขาก็หยิบอาวุธออกมาเป็แส้เหล็กเส้นหนึ่ง ตัวแส้ทำจากมีดเหล็กสีขาวเล็กๆมาร้อยเรียงกันเป็แส้ซึ่งมีความคมมาก มีความยาวประมาณ 6 เมตร อาวุธของทั้งสองคนเป็อาวุธระดับเหล็กขั้นสูงทั้งหมด
ที่จริงแล้วคู่รักทั้งสองคนนี้เป็นักฆ่าที่มีชื่อเสียงพอสมควรในชื่อว่า คู่รักสไมล์ลี่ จุดเด่นของทั้งคู่คือการลอบสังหารที่มีประสิทธิภาพ มีชื่อเสียงจากการสังหารผู้เล่นแนวหน้าระดับเหล็กขั้นกลางมาแล้ว ทั้งคู่เมื่อเห็นไทซึ่งมีระดับตะกั่วขั้นกลางเท่านั้น ถึงไม่ลอบสังหารก็ไม่มีความน่ากลัวแต่อย่างใด ไทจะต้องไม่รอดจากมือของพวกเขาอย่างแน่นอน...