ติ๊ง!
เสียงสัญญาณดิจิทัลกรีดผ่านความเงียบสงัดในสมอง ราวกับเข็มหมุดที่หล่นลงบนพื้นกระจกในห้องที่ว่างเปล่า
มันไม่ใช่การตื่นจากฝัน ไม่มีการงัวเงีย ไม่มีความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา
มันคือการ 'รีบูต'
วินาทีแรกคือความมืดมิด วินาทีถัดมาคือแสงสว่างวาบที่คมชัดระดับ 4K
อคินลืมตาโพลง ร่างกายที่นอนราบอยู่บนฟูกเก่าๆ
ดีดตัวขึ้นมานั่งตั้งฉาก 90 องศาโดยอัตโนมัติ ราวกับกลไกสปริงที่ถูกปลดล็อก
ระบบประสาทสั่งการทำงานเต็มระบบภายในเสี้ยววินาที
ภาพตรงหน้าซ้อนทับด้วยอินเทอร์เฟซโฮโลแกรมสีฟ้าจางๆ ที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ระบุข้อมูลที่คุ้นเคย
[ระยะเวลาคงเหลือ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์]
อคินกวาดสายตาอ่านข้อมูล บรรทัดต่อมาเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็สีแดงฉาน กะพริบถี่รัวเหมือนจังหวะเต้นของหัวใจที่กำลังจะวาย
[คำเตือนฉุกเฉิน: คลื่นอสูรระลอกที่สาม จะปะทะในอีก: 23 ชั่วโมง 59 นาที]
"24 ชั่วโมงสุดท้าย..."
ชายหนุ่มพึมพำกับความเวิ้งว้างของโกดังร้าง เสียงของเขาแหบพร่าราวกับกระดาษทรายขัดไม้
แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ... เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บคอ
เขาลองกลืนน้ำลาย แต่กลับพบเพียงความแห้งผากที่เสียดสีกันไปมา
อคินขมวดคิ้ว มือคว้าขวดน้ำพลาสติกที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาตามสัญชาตญาณที่ระบบแจ้งเตือนว่า 'ร่างกาย้าน้ำ'
กริ๊ก...
เสียงพลาสติกบุบยุบลงไปในมือที่กะแรงไม่ถูก ขวดนั้นเบาหวิว
"บ้าจริง... หมดเกลี้ยง"
เขาเขย่าขวดเปล่า มีเพียงหยดน้ำหนึ่งหยดไหลกลิ้งลงมาที่ปากขวด
เขาแหงนหน้าขึ้นรองรับหยดน้ำนั้น... มันระเหยไปแทบจะทันทีที่ััลิ้น ไม่ช่วยดับกระหายแม้แต่น้อย
สายตาของเขาเบนไปยังมุมห้อง ที่ซึ่งชามข้าวและชามน้ำของ 'โบ้' วางอยู่
ชามสเตนเลสใบนั้นแห้งสนิทจนเห็นคราบตะกรันน้ำที่ก้นชาม
แฮ่ก... แฮ่ก...
เสียงหอบหายใจหนักๆ ดังมาจากกองผ้าเก่าๆ
โบ้ สุนัขหลังอานคู่ใจนอนหมอบอยู่ตรงนั้น ลิ้นสีชมพูซีดของมันห้อยยาวออกมาข้างปาก
ดวงตาสีอำพันดูอ่อนล้า มันพยายามผงกหัวขึ้นมามองเขา หางกระดิกเคาะพื้นเบาๆ ปุ... ปุ... เป็จังหวะที่เชื่องช้ากว่าทุกวัน
"ขอโทษทีนะโบ้"
อคินรีบลุกขึ้น เดินเข้าไปหามัน เขานั่งยองๆ ลูบหัวที่ปกคลุมด้วยขนสากๆ
ความร้อนจากตัวสุนัขแผ่ซ่านเข้ามาสู่ฝ่ามือที่เย็นเฉียบของเขา...
ความแตกต่างของอุณหภูมิทำให้เขารู้สึกแปลกใจวูบหนึ่ง
'ทำไมตัวฉันถึงเย็นขนาดนี้? หรือเพราะอากาศในโกดังมันหนาว?'
เขาปัดความสงสัยทิ้งไป โฟกัสไปที่เพื่อนร่วมชะตากรรมตรงหน้า
"ฉันคำนวณพลาดไป... ระบบไม่ได้บอกเตือนเื่เสบียงเมื่อวาน"
เขาพูดพลางเกาหลังหูให้มัน โบ้หลับตาพริ้มส่งเสียงครางฮือในลำคอ
อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวๆ ก้าวไปที่หน้าต่างโกดังที่ถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้ มองลอดช่องว่างออกไปสู่ความมืดมิดภายนอก
"วันนี้ภารกิจเปลี่ยน..."
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ท่ามกลางความมืด แสงสีแดงจากหน้าต่างระบบสะท้อนอยู่ในดวงตานั้นจนดูคล้ายกับสัตว์นักล่า
"เราต้องหาน้ำ... ก่อนที่พายุจะมา"
...
[20:00 น.]
"ก่อนจะออกไปล่า เราต้องมั่นใจว่าป้อมปราการของเราจะไม่กลายเป็หลุมฝังศพตอนเราไม่อยู่"
อคินพูดกับตัวเองขณะเดินสำรวจรอบโกดัง เดินตรงไปยังโซนห้องน้ำเก่าที่พังยับเยิน
กระจกเงาบานใหญ่ที่เคยติดผนังบัดนี้ร้าวรานและแตกหัก
เขาไม่รอช้า ใช้ท่อนเหล็กแป๊บที่หาได้แถวนั้นฟาดเปรี้ยงเข้าใส่
เพล้ง!
เสียงกระจกแตกกระจายดังก้องสะท้าน เศษแก้วแหลมคมนับพันชิ้นร่วงกราวลงสู่พื้น คมกริบวาววับล้อแสงจันทร์
อคินก้มลงเก็บกวาดพวกมัน... ไม่ใช่ด้วยไม้กวาด แต่ด้วย 'มือเปล่า' ที่สวมถุงมือผ้าเก่าๆ เพียงชั้นเดียว
เขากอบเศษแก้วคมกริบเ่าั้ใส่ถังพลาสติก เดินไปเทราดไว้ใต้ขอบหน้าต่างทุกบานและหน้าประตูทางเข้าหลัก
"ถ้าพวกมันคิดจะปีนเข้ามา... ก็ต้องแลกด้วยเื"
เขามองผลงานด้วยความพึงพอใจ จินตนาการถึงภาพซอมบี้ที่พยายามปีนเข้ามาแล้วถูกบาดจนเนื้อหลุดลุ่ย
จากนั้น เขาหันไปจัดการกับหน้าด่านสุดท้าย... ประตูม้วนเหล็กด้านหน้าที่ปิดตายด้วยชั้นวางของ
"ยังไม่พอ... แรงกระแทกของพวกกออร์คอาจจะพังเข้ามาได้"
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกองซากปรักหักพังมุมโกดัง
เสาปูนหน้าตัดสิบสองนิ้วที่หักโค่นลงมาจากโครงสร้างเก่า และเหล็กเส้นสนิมเขรอะที่งอกออกมาเหมือนหนวดปลาหมึก
น้ำหนักของมันน่าจะไม่ต่ำกว่า 200 กิโลกรัม
อคินเดินเข้าไป ย่อตัวลงแล้วยกมันขึ้นมา
"ฮึบ!"
กล้ามเนื้อหลังและขาเกร็งตัวส่งแรง... เสาปูนั์ลอยขึ้นจากพื้น
ไม่มีเสียงกระดูกลั่น ไม่มีความรู้สึกปวดร้าวที่เอว มีเพียงตัวเลข Stamina ที่ลดลงไป 2 หน่วยบนหน้าจอ
เขาลากมันมาขวางไว้หน้าแนวชั้นวางเหล็ก แล้วดึงลวดสลิงเส้นหนาจากซากรอกเครนเก่ามาขึงขวางระดับข้อเท้า
ซ่อนมันไว้ในเงามืดระหว่างเสาปูนกับกองเศษเหล็ก
"ลวดสะดุด ... แบบคลาสสิก"
อคินแสยะยิ้ม
"ใครวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา... ได้หน้าทิ่มลงไปจูบเศษแก้วแน่"
เขายืนกอดอกมองผลงานศิลปะแห่งความตายตรงหน้า
กับดักพร้อม... ป้อมปราการพร้อม...
เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ขาดหายไป และเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการมีชีวิตรอด
"ต่อไป... คือเสบียง"
...
[21:30 น.]
อคินปีนบันไดลิงขึ้นสู่โครงหลังคาโกดัง ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวแ่เบาและพลิ้วไหวกลืนไปกับความมืดราวกับเป็ส่วนหนึ่งของเงา
ลมกระโชกแรงพัดผ่านช่องหลังคา หอบเอากลิ่นอับชื้นและกลิ่นเน่าเหม็นจางๆ จากตัวเมืองเข้ามาปะทะใบหน้า
เขามองลงไปยังช่องลับด้านล่าง
"โบ้ ออกทางช่อง VIP นะ แล้วมาเจอกันข้างนอก"
สุนัขคู่ใจมุดตัวผ่านช่องเล็กๆ ที่เจาะไว้ประตูม้วนอย่างรู้งาน อคินไต่ลงจากหลังคาด้านนอก เท้าััพื้นคอนกรีตโดยไร้เสียง
ตุบ...
เสียงเบาหวิวยิ่งกว่าแมวะโ
เป้าหมายของคืนนี้คือ 'มินิมาร์ท' ที่อยู่ห่างออกไปสองบล็อกถนน
บรรยากาศภายนอกกดดันกว่าทุกคืน ท้องฟ้ามืดสนิทไร้ดาว มีเพียงเมฆดำก้อนใหญ่ที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาเหมือนจะบดขยี้เมืองทั้งเมือง
ลมที่เคยพัดแรงจู่ๆ ก็สงบนิ่ง... นิ่งจนน่ากลัว
ครืด... ครืด...
เสียงฝีเท้าลากหนักๆ ไปกับพื้นถนนยางมะตอยดังแว่วมาจากทางสี่แยกข้างหน้า
อคินยกกำปั้นขวาขึ้นเสมอไหล่... สัญญาณหยุด
โบ้หยุดกึกทันที ขนที่หลังคอตั้งชันจนเป็สัน มันแยกเขี้ยวขาววับออกมาโดยไม่มีเสียงเห่า
อคินหรี่ตามองฝ่าความมืด ดวงตาของเขาปรับโฟกัสโดยอัตโนมัติ
ภาพตรงหน้าสว่างวาบขึ้นเป็โทนสีเขียวและเทา
ร่างคนสามร่าง... หรือสิ่งที่ 'เคย' เป็คน สวมชุดพนักงานออฟฟิศที่ฉีกขาดวิ่น
แขนข้างหนึ่งห้อยรุ่งริ่ง ิัหลุดลอกจนเห็นกล้ามเนื้อสีแดงคล้ำ
เหนือหัวของพวกมันมีแถบสีแดงจางๆ ลอยอยู่
[ศพคืนชีพ เลเวล 3]
พวกมันกำลังเดินโซซัดโซเซขวางเส้นทางหลักอยู่
'สามตัว... ถ้าปะทะตรงๆ อาจจะเรียกพวกมาเพิ่ม เลี่ยงได้เลี่ยง'
อคินส่งสัญญาณมือชี้ไปทางตรอกเล็กๆ ด้านข้างที่เต็มไปด้วยกองขยะ
"ทางนี้" กระซิบเสียงเบาที่สุด
ทั้งคนและหมาเคลื่อนที่ผ่านเงามืดของซอกตึกไปอย่างเงียบเชียบ
ราวกับิญญาที่ล่องลอยผ่านโลกมนุษย์ พวกเขาย่องผ่านหลังกลุ่มซอมบี้พวกนั้นไปในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร
กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนหนูตายโชยมาเตะจมูก อคินกลั้นหายใจโดยสัญชาตญาณ
แม้ระบบจะบอกว่าเขาไม่ต้องใช้อากาศหายใจมากขนาดนั้นก็ตาม
พวกมันไม่หันมามอง... ไม่แม้แต่จะชะงัก
ความเงียบคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเขาในตอนนี้
เมื่อมาถึงหน้าร้านสะดวกซื้อ สภาพของมันดูเหมือนผ่านากลางเมือง
ประตูกระจกอัตโนมัติด้านหน้าแตกละเอียดเหลือเพียงกรอบอะลูมิเนียม ป้ายไฟห้อยต่องแต่งไปมา
แต่อคินไม่ได้โง่พอที่จะเข้าทางหน้า
เขาพาโบ้อ้อมไปด้านหลังอาคาร ผ่านซากลังกระดาษเปียกยุ่ย
หน้าต่างระบายอากาศของห้องสต๊อกสินค้าอยู่สูงเหนือหัว... บานเกล็ดอะลูมิเนียมปิดสนิท
อคินยืดตัวขึ้น นิ้วมือที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กสอดเข้าไปในร่องบานเกล็ด
กริ๊ก...
เสียงตัวล็อกภายในหักสะบั้นด้วยแรงบีบเพียงเล็กน้อย เขาค่อยๆ ถอดบานเกล็ดออกมาวางพิงกำแพงอย่างเบามือ
"เข้าไปดูลาดเลากัน"
กลิ่นอับทึบผสมกลิ่นนมบูดโชยออกมาทันทีที่เปิดช่องทาง
โบ้ยืดตัวขึ้นมาทำจมูกฟุดฟิดดมเข้าไปข้างใน สักพักมันก็หันมามองหน้าเขาแล้วส่ายหางเบาๆ
"ทางสะดวกสินะ"
อคินมุดตัวผ่านช่องหน้าต่างเข้าไปในห้องสต๊อก
แสงจันทร์ส่องลอดเข้ามาเป็ลำ ให้เห็นชั้นวางสินค้าเหล็กที่ล้มระเนระนาด ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
เขารื้อค้นกองลังกระดาษอย่างบ้าคลั่งแต่เงียบกริบ มือปัดป่ายไปทั่ว
"ผ้าอนามัย... ไม่เอา... ทิชชู... เปียกหมดแล้ว... บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป... โดนหนูเจาะซองหมด... โธ่เว้ย!"
ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เขาโยนกล่องเปล่าทิ้งไปด้านข้าง
จนกระทั่งมือของเขาไปัักับพลาสติกเหนียวๆ ที่มุมห้อง ลึกเข้าไปใต้ซากชั้นวางที่ล้มทับกันอยู่
"นี่มัน..."
อคินออกแรงดึงซากเหล็กที่ทับถมออก เสียงเหล็กขูดพื้นดัง ครืด เบาๆ
แสงจันทร์ตกกระทบสิ่งที่ซ่อนอยู่... ประกายใสแจ๋วสะท้อนเข้าตา
"น้ำ!!"
อคินแทบจะะโออกมา แต่ยั้งปากไว้ได้ทัน เขาหันไปกระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดขีด
"โบ้! เราเจอขุมทรัพย์แล้ว!"
มันคือน้ำดื่มขวดใหญ่ขนาด 1.5 ลิตร แพ็ค 6 ขวด จำนวน 2 แพ็ค
ที่รอดพ้นจากการถูกปล้นมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เพราะถูกชั้นวางเหล็กล้มทับบดบังสายตา
และที่ข้างๆ กันนั้น... กระป๋องโลหะทรงกลม 4 ใบ กลิ้งหลุนๆ ออกมาตามแรงดึง
อคินหยิบมันขึ้นมาส่องดู
ฉลากสีแดงสด... รูปปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ... และโลโก้รูปแมวยิ้มแฉ่ง
ดวงตาที่เคยเป็ประกายวาวโรจน์ของอคิน หม่นแสงลงวูบหนึ่ง
ภาพความทรงจำแล่นเข้ามาในหัว...
ภาพแมวสามสีตัวอ้วนที่ชอบร้องโวยวายทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเปิดกระป๋อง
ภาพเ้า 'แต้ม' ที่เอาหัวมาถูไถขาเขาเพื่อขอส่วนแบ่ง
ความรู้สึกจุกแน่นแล่นพล่านขึ้นมาจากอก มันเ็ปยิ่งกว่าตอนโดนซอมบี้ข่วน
'ของโปรดแต้ม...'
มือที่ถือปลากระป๋องสั่นระริกเล็กน้อย
"ถ้าแกอยู่ที่นี่... แกคงร้องจะกินั้แ่ยังไม่เปิดฝาแน่ๆ ไอ้ตัวแสบ"
อคินกัดริมฝีปากแน่น ข่มความอ่อนแอลงไปในส่วนลึกของจิตใจ
เขากวาดปลากระป๋องทั้งหมดลงเป้สะพายหลังอย่างทะนุถนอม ราวกับมันเป็อัญมณีล้ำค่า
"ฉันจะเก็บไว้ให้แก... แต้ม ฉันจะตามหาแกให้เจอ แล้วเราจะมากินด้วยกัน... ฉันสัญญา"
...
[22:45 น.]
ปัญหาใหญ่ตอนนี้ไม่ใช่ซอมบี้ แต่คือ 'ฟิสิกส์'
น้ำ 12 ขวด ขวดละ 1.5 กิโลกรัม รวมกับของอื่นๆ น้ำหนักเกือบ 20 กิโลกรัม
"ฉันแบกเป้ใส่ได้แพ็คหนึ่ง... อีกแพ็ค..."
อคินหันไปมองโบ้
สุนัขคู่ใจมองตอบตาแป๋ว
"ช่วยกันทำมาหากินหน่อยนะเพื่อน"
เขาใช้เชือกฟางพลาสติกที่หาได้ในห้องสต๊อก มัดแพ็คน้ำที่เหลือให้แ่า
แบ่งออกเป็สองฝั่ง ฝั่งละ 3 ขวด แล้วจัดการผูกโยงมันเข้ากับลำตัวของโบ้ สร้างเป็กระเป๋าข้างอานม้าแบบง่ายๆ
"หนักหน่อยนะ"
เขาตบไหล่มันเบาๆ
เ้าโบ้ยืนนิ่งยอมให้ทำแต่โดยดี แม้ขาหลังของมันจะทรุดลงเล็กน้อยเมื่อรับน้ำหนัก
แต่มันก็เกร็งขาขึ้นมายืนหยัดมั่นคง ส่งเสียง งื้ด ในลำคอเหมือนจะบอกว่า 'แค่นี้จิ๊บๆ'
"ไป! กลับฐานกัน"
ขากลับทุลักทุเลยิ่งกว่าขามา
เสียงขวดน้ำพลาสติกกระทบกัน กุก... กัก... ทุกครั้งที่โบ้วิ่งเหยาะๆ
เสียงนั้นดังก้องกังวานอย่างน่ากลัวในความเงียบสงัดของเมืองร้าง
อคินต้องคอยระวังหลังทุกฝีก้าว ประสาทััตื่นตัวถึงขีดสุด
ที่หัวมุมถนนก่อนถึงโกดัง เงาดำตะคุ่มร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากหลังเสาไฟฟ้า
มันหันควับมาตามเสียงขวดน้ำ
อคินไม่รอช้า เขาคว้าก้อนหินข้างทาง ขว้างออกไปสุดแรงเกิดไปยังทิศตรงข้าม
เคร้ง!
เสียงหินกระทบฝากระโปรงรถเก่าดังสนั่น ซอมบี้ตัวนั้นหันขวับวิ่งไปตามเสียงทันที
"วิ่ง!"
อคินกระตุกเชือกจูง ทั้งคนและหมาสปีดเต็มฝีเท้าผ่าน่ถนนโล่ง
หัวใจของเขาเต้นแรง ตึก! ตึก! ตึก! ไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เพราะความลุ้นระทึกที่เส้นเืแทบแตก
ในที่สุด... ประตูม้วนที่มีช่องลับของโกดังโกลบอลเฮ้าส์ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
"ถึงแล้ว..."
อคินรีบช่วยปลดสัมภาระออกจากหลังโบ้ แล้วดันก้นมันให้มุดเข้าช่องลับไป
ก่อนที่เขาจะปีนบันไดลิงขึ้นสู่หลังคาด้วยความรวดเร็วดุจลิงลม
...
[02:30 น.]
ภายในป้อมปราการเหล็กที่ปลอดภัย
อคินจัดเรียงขวดน้ำและปลากระป๋องเข้าชั้นวาง 'โซนเสบียง' อย่างเป็ระเบียบ ราวกับพนักงานจัดเรียงสินค้าดีเด่น
เขารินน้ำใสสะอาดใส่ชามให้โบ้จนปริ่มชาม
เ้าหมาไม่รีรอ มันก้มลงกินน้ำอย่างตะกละตะกลาม เสียงลิ้นตวัดน้ำ แจ๊บๆๆ ดังสนั่นสะใจ
อคินเองก็หยิบขวดน้ำส่วนของเขาขึ้นมา เปิดฝาแล้วยกดื่ม
น้ำเย็นๆ ไหลลงคอ... ผ่านหลอดอาหาร... ลงสู่กระเพาะ
เขาไม่ได้รู้สึก 'สดชื่น' เหมือนตอนเป็มนุษย์ที่ดื่มน้ำหลังออกกำลังกาย ไม่มีความรู้สึกว่าเซลล์ในร่างกายดูดซึมน้ำ
มันเหมือนเขากำลังเทน้ำลงในถังเปล่าๆ
แต่หน้าต่างระบบกลับแสดงผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม
ติ๊ง!
[ภาวะขาดน้ำ: ได้รับการแก้ไข]
[Stamina +10]
ตัวเลขสีเหลืองบนหน้าจอเปลี่ยนเป็สีเขียวทันที
"รอดไปอีกวัน..."
อคินถอนหายใจยาว วางขวดน้ำลง
เขาเทน้ำที่เหลือในขวดของเขาเติมให้โบ้จนหมด
จากนั้น อคินเดินไปทิ้งตัวลงนั่งพิงกำแพง
แหงนหน้ามองช่องหลังคาที่ตอนนี้เขาเอาอิฐบล็อกมาวางทับไว้หลวมๆ แทนการตอกตะปูปิดตาย
"เผื่อไว้..."
เขาพึมพำกับความว่างเปล่า
"เผื่อแต้มมันกลับมา... มันจะได้มุดเข้ามาได้"
แม้ตรรกะจะบอกว่าโอกาสริบหรี่ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเว้นทางเข้าไว้ช่องหนึ่งเสมอ... ทางเข้าสำหรับแมวเท่านั้น
[ระยะเวลาเชื่อมต่อคงเหลือ: 00:25:00]
"อีก 25 นาที..."
อคินก้มลงมองโบ้ที่กินอิ่มแล้วเดินมาทิ้งตัวนอนหนุนตักเขา มันหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
มือของเขาลูบหัวมันเบาๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ
"พรุ่งนี้แล้วสินะ... คลื่นลูกที่สาม"
ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุม
"เราเตรียมตัวมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว... ป้อมปราการเสร็จ เสบียงพร้อม... ร่างกายพร้อม"
เขาไม่ได้พูดออกมา แต่ในใจเขานึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืออะไรก็ตามที่มอบสิ่งนี้ให้เขา
'ถ้าไม่ได้ระบบที่มอบร่างกายที่แข็งแกร่งนี้ให้... ถ้าไม่ได้สกิลที่ทำให้มองเห็นในที่มืด... ฉันคงตายไปั้แ่วันแรกแล้ว'
เขาหลับตาลง ซึมซับความเงียบสงบครั้งสุดท้าย
'ขอบใจนะ... ใครก็ตามที่ให้พลังนี้กับฉัน... ขอบใจจริงๆ'
ทันใดนั้น ข้อความเล็กๆ สีทองสว่างวาบขึ้นที่มุมจอท่ามกลางความมืด
[ด้วยความยินดี]
อคินลืมตาโพลงขึ้นมาทันที หัวใจกระตุกวูบ
"หือ?"
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ข้อความนั้นจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา เหลือเพียงหน้าต่างระบบสีฟ้าแบบเดิม
"ตาฝาดงั้นเหรอ?"
เขาพึมพำ ขยี้ตาตัวเอง
แต่ยังไม่ทันได้หาคำตอบ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากปลั๊กก็จู่โจมเข้ามา
ความมืดเริ่มเข้ากัดกินขอบสายตา สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง ร่างกายเข้าสู่โหมดจำศีล
ลมหายใจของเขาแ่เบาลง... จนหยุดนิ่ง
เขาเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อรอรับศึกหนักในอีก 16 ชั่วโมงข้างหน้า... ศึกที่จะชี้ชะตาว่าเขาจะได้อยู่รอเจอแมวของเขาหรือไม่
วูบ...
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]