ผมลุกขึ้นเดินไปรอบๆแต่แล้วชั่วครู่หนึ่งผมก็กลับมานั่งลงเคียงข้างเธอเธอยังคงจับจ้องมองผมอยู่และแล้ว...ผมก็ประคองใบหน้าเธอไว้ในอุ้งมือ
“จำไว้ไม่จำเป็ต้องพิสูจน์อะไรทั้งนั้น ขอให้เชื่อ...ผมรักคุณ”
เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผมขณะที่ตอบว่า
“ฉันเห็นค่ะมันมีแววอะไรบางอย่างที่ชัดเจนเหลือเกินในสีหน้าของคุณ ทุกครั้งที่คุณพูดถึง
ดาเนียล...ฉันรู้ค่ะว่าคุณคิดถึงแกและฉันก็เคยคิดว่าถ้าเรามีลูกของเราเองแล้วคุณจะคิดถึงแกน้อยลง”
น้ำตาเอ่อท้นขึ้นในดวงตาเมื่อเธอพูดมาถึงตรงนี้เธอซุกใบหน้าอยู่กับอุ้งมือผม
“คุณจะรักลูกของเราใช่ไหมคะลุครักเท่าๆ กับที่คุณรักดาเนียลใช่ไหมคะ?”
ผมก้มกายลงใบหน้าของผมัักับอีกชีวิตหนึ่งที่อยู่ในท้องของเธอ
“คุณก็รู้ว่าผมรัก...และตอนนี้ผมก็รักแกอยู่แล้ว”
“แกอาจเป็ผู้ชายนะคะ”
“ไม่แปลกหรอก”ผมกระซิบตอบ “ผมรักทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
ฝ่ามือนุ่มๆของเธอกดใบหน้าผมไว้แนบทรวงอก ผมรู้สึกได้ถึงความแแ่ในัันั้น
“คุณจะต้องไปที่นั่นใช่ไหมคะ?”
ผมถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเธอถามออกมาอย่างนั้น
“พูดอะไรอย่างนั้นอีก 2 อาทิตย์คุณก็ต้องเข้าโรงพยาบาลแล้ว”
“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ”เธอพูดเรียบๆ
“แล้วเงินที่เราจะต้องใช้ล่ะคุณก็รู้ว่าผมตกงานเมื่อเช้านี้เองลืมแล้วหรือ?”
“ตอนนี้เรามีเงินอยู่ในแบงค์ประมาณ 400เหรียญ” เธอบอก “แล้วคุณก็ยังมีเช็คเงินเดือนงวดสุดท้ายของคุณอยู่ในกระเป๋า”
“มันไม่ได้มากมายอะไรแค่ 160 เหรียญเท่านั้นและเงินจำนวนนี้ก็เป็เงินที่เราจะต้องเลี้ยงชีวิตต่อไปให้ได้จนกว่าผมจะงานทำใหม่ได้”
ดูเหมือนอลิซาเบทไม่สนใจในสิ่งที่ผมพูด
“ถ้าคุณบินโดยเครื่องเจทจากชิคาโกมันจะใช้เวลาเพียงแค่3ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นที่จะถึงซานฟรานซิสโก” เธอกล่าว” และถ้าคุณตีตั๋วไปกลับ มันก็ไม่ถึง 150เหรียญ”
“ผมไม่ไปหรอกผมทำไม่ได้ เราจำเป็ต้องใช้เงินจำนวนนั้นสำหรับคุณและลูกในโรงพยาบาล”
“ฉันตัดสินใจแล้วค่ะคุณต้องไป ถ้าดาเนียลเป็ลูกของเราฉันก็คงต้องทำอย่างนั้นเหมือนกัน”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นเดินไปที่โทรศัพท์ขณะหันมาพูดกับผมว่า
“ขึ้นไปจัดกระเป๋าสิคะฉันจะโทรไปสนามบิน...อ้อ...ใช้เสื้อนอกชุดสีเทาเข้มนะคะเพราะมันเป็ชุดดีที่สุดที่คุณมี”
ผมยังคงจ้องมองกระเป๋าเดินทางที่เปิดอ้าอยู่ตรงหน้าตอนที่อลิซาเบทเดินเข้ามาในห้อง
“มีเครื่องออกจากโอฮาเร่ตตอนตี 2ครึ่ง” เธอพูดเรียบๆ” จะแวะที่เดียวแล้วก็บินตรงไปซานฟรานซิสโกเลยคุณจะถึงที่นั่นประมาณตี 4 เวลาท้องถิ่น”
ผมยังคงยืนอยู่อย่างนั้นจ้องมองกระเป๋าเดินทางอย่างเลื่อนลอยดูเหมือนข่าวที่ได้รับยังคงสับสนวนเวียนอยู่ในสมอง
“ไปอาบน้ำแต่งตัวเข้าสิคะฉันจะช่วยจัดกระเป๋าให้”
ผมมองเธออย่างสำนึกบุญคุณอลิซาเบทเป็คนอีกประเภทหนึ่ง เป็คนประเภทที่ถ้าใครได้อยู่ใกล้แล้วจะมีความสุขเธอเป็คนเดียวในชั่วชีวิตนี้ที่เข้าใจผมอย่างลึกซึ้งผมจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างว่าง่าย
แล้วผมก็จ้องมองดูเงาของตัวเองในกระจกความลึกโหลปรากฏให้เห็นอยู่ที่เบ้าตาผมหยิบที่โกนหนวดมาถือไว้แต่ก็เห็นว่ามือตัวเองสั่น
“เืไหลนองไปทั่วห้อง” เสียงของนายตำรวจคนนั้นดังก้องขึ้นในหู ทันใดมีดโกนก็เฉือนเนื้อตรงคางของผมเข้าให้ ผมรีบเปิดน้ำล้างเืที่กำลังไหลซิบๆจนสะอาด
เมื่อผมกลับออกมากระเป๋าเดินทางได้ถูกจัดไว้พร้อมแล้วผมจึงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
“ฉันเอาเสื้อนอกใส่กระเป๋าให้แล้วค่ะ”อลิซาเบทบอก “นุ่งกางเกงตัวนั้นกับเสื้อเขิ้ตที่เตรียมไว้ให้ก็พอแจ๊กเก็ตตัวนี้เอาไว้ใส่บนเครื่องบิน เดินทางตอนดึกๆอย่างนี้ไม่ต้องใส่เสื้อนอกก็ได้” เธอพูดเรื่อยๆเหมือนไม่รู้สึกอะไร
“โอเค” ผมว่า
ผมกำลังกระตุกเงื่อนเนคไทพอดีตอนที่มีเสียงโทรศัพท์ดังรัวขึ้นอีกครั้ง อลิซาเบทเดินไปรับ
“ของคุณค่ะ” เธอบอกแล้วส่งโทรศัพท์ให้ผม
“เฮลโล...!”
ถึงไม่ต้องบอกผมก็นึกออกทันทีว่าใครกำลังพูดอยู่ที่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง ผมจำเสียงเรียบๆแต่แฝงไว้ได้ความเฉียบขาดนั้นได้มันเป็เสียงของอดีตแม่ยายผมนั่นเองและก็เหมือนเดิมท่านไม่เคยปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
“คุณกอร์ดอนทนายความของเรามีความเห็นว่า จะเป็การดีมากถ้าคุณจะสละเวลามาที่นี่”
“ดาเนียลเป็ยังไงบ้างครับ?”
“ก็...ตอนนี้ยังไม่เป็ไรหรอก”สุภาพสตรีชรากล่าว “ฉันเตรียมห้องชุดให้คุณกับภรรยาไว้แล้วที่มาร์กฮอบกินส์ พอคุณได้ตั๋วเครื่องบินแล้วช่วยโทรบอกไฟล้ท์ให้ทราบด้วย ฉันจะส่งรถไปรับ”
“ไม่จำเป็หรอกครับขอบคุณ”
“นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทำหยิ่งใส่กันนะ”อดีตแม่ยายของผมตอบกลับมาทันที “ฉันรู้สภาพทางการเงินของคุณแต่คุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่าสถานะของลูกสาวคุณตอนนี้สำคัญกว่า”
“ผมทราบครับว่าสถานะของดานี่ตอนนี้ต้องสำคัญกว่าแน่ๆ”
“อ้าว...ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วทำไมคุณถึงจะไม่มาล่ะ?”
“ผมไม่ได้พูดนะครับว่าผมจะไม่ไป”ผมกระแทกเสียงตอบกลับไปทันที “เพียงแต่ผมเห็นว่าคุณนายไม่จำเป็ที่จะต้องมาบริการผมเท่านั้น”
“ไม่เปลี่ยนเลยนะลุค เมื่อไหร่คุณจะเปลี่ยนตัวเองได้สักที...?”
“ขอโทษ แล้วคุณนายเองล่ะครับ?”ผมไม่รีรอที่จะเพิ่มแรงถากถางลงไปในน้ำเสียง
ทางปลายสายเงียบไปชั่วขณะแต่แล้วก็ดังขึ้นมาใหม่ คราวนี้ดูจะเยือกเย็นกว่าเดิม
“คุณกอร์ดอน้าพูดกับคุณ”
กอร์ดอน...น้ำเสียงของเขายังคงแจ่มใสและอบอุ่นเหมือนเดิมน้ำเสียงที่สามารถหลอกให้คุณตายใจได้ ถ้าคุณไม่รู้จักเขามาก่อน มันฟังคล้ายๆกับว่า เื้ัของน้ำเสียงที่แสดงความเป็มิตรนั้นมีกับเหล็กคอยดักอยู่
“เป็ไงสบายดีหรือครับ ผู้การคาร์เร่ย์ เราไม่ได้พบกันนานทีเดียวนะครับ”
“ครับ” ผมตอบ เหมือนที่ผมเคยตอบเขามาแล้วในศาลเมื่อตอนที่หย่าขาดจากนอร่า “ดานี่เป็ยังไงบ้างครับ?”
“ตอนนี้ยังไม่เป็ไรครับไม่ต้องห่วงหรอกครับผู้การ พอตำรวจเขาเห็นแกช๊อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาก็เอาตัวแกส่งให้ผม ตอนนี้กำลังอยู่ข้างบน อยู่ในห้องคุณยาย กำลังหลับอยู่หมอให้ยานอนหลับไว้”
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบเขาก็ตามแต่ผมก็อดรู้สึกดีใจลึกๆ ไม่ได้ บอกตัวเองว่าเขาอยู่ฝ่ายผม
“คือ...พรุ่งนี้แกจะต้องไปที่ศาลคดีเด็กและเยาวชนตอน10 โมงเช้าครับ” กอร์ดอนกรอกเสียงมาตามสาย“ซึ่งผมคิดว่าจะเป็การดีนะครับถ้าผู้การจะมาอยู่ที่นี่...มาอยู่เป็เพื่อนแก”
“ครับผมก็คิดจะไปอยู่เหมือนกัน” ผมตอบ
“โอ...ขอยคุณครับขอบคุณมาก...ขอโทษ ผู้การจะมาทันร่วมรับประทานอาหารเช้ากับเราตอน 7 โมงไหมครับ คือ...เรามีอะไรหลายอย่างที่จะต้องปรึกษาหารือกันเป็เื่ที่ไม่สมควรจะพูดกันทางโทรศัพท์”
“ก็ได้ครับ” ผมตอบกลับไปทันที “ผมจะไปกินของเช้าด้วยตอน 7โมง”
มีเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังมาจากปลายสายแล้วเสียงอดีตแม่ยายผมก็ดังขึ้นอีกครั้งซึ่งผมรู้สึกว่าครั้งนี้ดูจะมีความเป็มิตรมากขึ้น
“ฉันเองก็อยากพบเมียของคุณเหมือนกันนะลุค”
“เธอไปไม่ได้หรอกครับ”ผมตอบทันที
“อ้าว...ทำไมล่ะ?”
“ตอนนี้ใกล้คลอดเต็มทีอาจจะคลอดวันนี้พรุ่งนี้ก็ได้” ผมตอบกลับไป
เราต่างนิ่งเงียบกันไปครู่สั้นๆเหมือนไม่มีอะไรจะพูดกันต่อไป ผมจึงรีบกล่าวคำสวัสดี แต่พอผมวางสายลงเสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ดังรัวขึ้นอีก กอร์ดอนพูดกลับมาหาผมอีกครั้งหนึ่ง
“ขอโทษนะครับผู้การยังมีอีกเื่หนึ่งที่เรายังไม่ได้พูดกัน คือผมอยากจะเรียนเตือนไว้ก่อนว่าเมื่อคุณมาถึงกรุณาอย่าเพิ่งพูดอะไรกับผู้สื่อข่าวนะครับผมอยากให้มีการปรึกษาหารือกันเสียก่อนที่เราจะเปิดแถลงข่าว”
“ผมเข้าใจคุณกอร์ดอน”ผมตอบและวางสายลงทันที
อลิซาเบทยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องน้ำ
“ฉันจะแต่งตัวค่ะจะนั่งรถไปส่งคุณที่สนามบินโอฮาเร่ด้วย”
“คุณจะไหวหรือ?”ผมมองหน้าเธออย่างไม่แน่ใจ “ผมไปแท็กซี่เองก็ได้”
“อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า”เธอหัวเราะเบาๆ “มันไม่ใช่อย่างที่คุณบอกแม่ยายคุณหรอกฉันยังมีเวลาอีกตั้ง 2 อาทิตย์”