“ข้าเพียงแค่เปรียบเทียบเท่านั้น สำหรับข้า ผู้ชายส่วนใหญ่พึ่งพามิได้จริงๆ เช่นพ่อเฮงซวยของข้า หากเขามิไปลอบคบกับเกาเจินเจิน แม่ของข้าจะคลอดยากจนตายหรือ?ข้ายังสงสัยด้วยซ้ำว่าการตายของแม่ข้า เกาเจินเจินเป็นผู้ลงมือหรือไม่ มิเช่นนั้นนางคงมิทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายข้าหรอก” ผู้ชายที่จิ่นเซวียนพูดมิได้หมายถึงผู้ชายทุกคน อย่างท่านปู่หรือท่านอาเขยเล็กก็เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบมากนัก ตอนที่ท่านปู่แต่งงานกับเกาซื่อ เขายังมิได้เป็นซิ่วไฉ คนส่วนใหญ่คิดว่าเกาซื่อมิคู่ควรกับท่านปู่ แต่ท่านปู่ก็ยังมีภรรยาเพียงผู้เดียวไปจนตาย
ยังมีท่านอาเขยเล็กของนางอีก เขาร่ำรวยแล้ว แต่ยังมิลืมภรรยาของตนเอง เขาตามใจเหมือนท่านอาเล็กเป็นฮ่องเฮา มิยอมปล่อยให้ทำแม้กระทั่งอาหาร ถือเป็นบุรุษดีเด่นแห่งยุค มิรู้ว่าชายที่นางสุ่มได้มาผู้นี้จะเหมือนกันหรือไม่ นางคงต้องดูเขาไปเรื่อยๆ เสียก่อน
“น้องห้า เจ้ามิรู้สถานการณ์ของครอบครัวเซวียนเซวียน แม้นางจะมิได้มีชีวิตที่ยากลำบาก แต่การได้รับความทรมานทางจิตใจ ทำให้นางโตกว่าคนรุ่นเดียวกัน ตอนที่ท่านปู่ซิ่วไฉยังมีชีวิตอยู่ แม่เลี้ยงมิกล้ารังแกนาง เมื่อท่านจากไปแล้ว นางก็อยู่ยากขึ้น” ซย่าตงชิงอยากบอกด้วยว่าหากมิใช่เพราะแม่เลี้ยงของจิ่นเซวียน จิ่นเซวียนคงมิต้องแต่งเข้าบ้านซ่ง หากมองอีกด้านหนึ่ง เสี่ยวเกาซื่อก็ถือเป็นแม่สื่อให้จิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉิน
“พี่สะใภ้ห้า ในเมื่อท่านเก่งกาจเช่นนี้ เหตุใดต้องทนโดนข่มเหงเล่า หากข้าเป็นท่าน ข้าคงใช้ความสามารถกำจัดคนพวกนั้นไปนานแล้วเจ้าค่ะ” ซ่งเป่าจูเอ่ยอย่างแค้นเคือง นางรู้สึกนับถือจิ่นเซวียนในบางเรื่อง
“อาจารย์ของข้าเป็นคนมิชอบเป็นที่สนใจ หากมิถึงช่วงเวลาคับขัน เขาจะมิให้ข้าเปิดเผยความสามารถของตนเอง เมื่อปีที่แล้ว เขาทำนายดวงชะตาให้ข้า บอกว่าข้าจะประสบเคราะห์กรรม เมื่อข้าอายุสิบสี่ปี ขอแค่ผ่านไปได้ ก็จะร่ำรวยเงินทอง”
จิ่นเซวียนพยายามหลอกทุกคนให้แนบเนียนที่สุด อย่างไรนางก็สร้างเรื่องราวของอาจารย์ขึ้นมาเอง หากพวกเขาจะสืบหา ก็หามิเจอหรอก
“เซวียนเซวียน อาจารย์ของเจ้ามีนามว่าอย่างไรหรือ ข้าอาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้มาหลายสิบปี มิเคยพบผู้ใดที่เก่งกาจเช่นนี้มาก่อน เจ้าเก่งเพียงนี้ ข้าคิดว่าอาจารย์ของเจ้าต้องมีฝีมือร้ายกาจมากแน่ๆ” ซ่งผิงอยากผูกมิตรกับอาจารย์ของจิ่นเซวียน เขาหวังว่าจะได้พบกับยอดฝีมือท่านนี้ในสักวัน
“ท่านพ่อ ข้าบอกท่านตามตรงนะเจ้าคะ ข้ามิรู้แม้กระทั่งชื่อของท่านอาจารย์เลยเจ้าค่ะ ข้ารู้เพียงท่านหน้าตาเหมือนท่านปู่เซียนในละครงิ้ว ข้าเองก็พบเขาโดยบังเอิญเช่นกันเจ้าค่ะ” สร้างตัวตนให้อาจารย์ลึกลับหน่อยก็ใช้ขู่คนได้แล้ว
“ท่านพ่อ ยอดฝีมือเร้นกายมิเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงง่ายๆ หรอกขอรับ เขารับเซวียนเซวียนเป็นศิษย์เช่นนี้ เขาคงมองเห็นความสามารถและพรสวรรค์ของนาง” ซ่งจื่อเฉินรู้ว่ายอดฝีมือตัวจริงล้วนเป็นเช่นนี้ ผู้ที่ทั่วหล้าสรรเสริญว่าร้ายกาจมิได้จะเก่งกล้ากันเสียทุกคน
“ก่อนที่ข้าจะตกน้ำ ท่านอาจารย์ทิ้งของล้ำค่าไว้ให้ส่วนหนึ่งแล้วจากไป ข้าเองก็คิดถึงเขาเช่นกันเจ้าค่ะ มิรู้จะได้พบหน้ากันอีกเมื่อใด”
อาจารย์ของเซวียนเซวียนลึกลับเสียจริง เขาได้ยินคนในหมู่บ้านสกุลซย่าบอกว่าเซวียนเซวียนตกน้ำ เหลือเพียงลมหายใจที่ร่อแร่ เวลานั้นท่านหมอต่างก็บอกว่าหมดหนทางช่วยเหลือแล้ว แต่นางกลับฟื้นขึ้นมาในอีกห้าวันต่อมา ดูท่าคงจะเป็นฝีมืออาจารย์ของนาง
ความสุภาพ สง่างาม และดูขี้กลัวอยู่เล็กน้อยก่อนหน้านี้ของเซวียนเซวียน เป็นเพียงเปลือกนอกที่นางสร้างเอาไว้ป้องกันตนเองหรือ
ซ่งผิงคิดเช่นนั้น แต่ในใจของเขากลับปลดปลง
เขากับเฉินเอ๋อร์เองก็เป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ เพื่อการแก้แค้น เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาถึงยังเสแสร้งกันอยู่
“พี่สะใภ้ห้า ข้าอยากปรึกษากับท่านเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ” ซ่งเป่าจูจับมืออ้อนจิ่นเซวียน ทำตัวมิน่าเชื่อถือทั้งที่นางอายุมากกว่าจิ่นเซวียน จิ่นเซวียนรู้ว่านางอยากพูดสิ่งใด
“ข้าให้เจ้าทำงานบ้าน เพราะอยากฝึกให้เจ้าได้ลงมือทำงานจริง มิใช่เพื่อหาเงินมาเลี้ยงพวกเรา ถึงแม้เจ้าจะเป็นคุณหนูฐานะสูงส่ง เจ้าก็ต้องรู้จักดูแลตนเอง พึ่งพาผู้อื่นไปเสียทุกเรื่องได้อย่างไร เจ้าจะเหนื่อยเอาที่พวกเขาทำมิถูกใจเจ้า”
“มิใช่เรื่องนี้เจ้าค่ะ ข้าอยากคุยกับท่านว่าจากนี้ข้าขอทำความสะอาดแค่ในเรือนได้หรือไม่เจ้าคะ” ซ่งเป่าจูมิอยากล้างจานและทำอาหาร นางรู้สึกว่าการล้างจานจะทำให้มือของนางหยาบกร้าน เมื่อนางคิดว่าจากนี้คงเรียกใช้ผู้อื่นมิได้อีก นางก็อารมณ์เสียขึ้นมา
“ได้ แต่ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้ก่อนว่า หากเจ้าทำความสะอาดแค่ในเรือน เงินรายเดือนของเจ้าจะมีไม่มากนัก มิเหมือนกับพวกพี่ใหญ่ที่ลงไปทำนา งานหนัก เงินรายเดือนของพวกเขาย่อมสูงกว่าของเจ้า เจ้าจะได้เงินน้อยที่สุดในบ้านหลังนี้” จิ่นเซวียนวางแผนจัดการคนพวกนี้แบบยุคใหม่ งานของซ่งเป่าจูคือการทำความสะอาด เงินเดือนของคนทำความสะอาดมิได้สูงมากอยู่แล้ว
“เซวียนเซวียน เจ้าบอกว่าจะให้เงินค่าแรงกับพวกเราหรือ?” ทุกคนได้ยินว่ามีเงินรายเดือนก็รู้สึกตื่นเต้นกันยิ่งนัก พวกเขาอยู่บ้านหลังนี้มาหลายปี มิเคยได้ค่าแรงเลย กลับกันเงินแค่อีแปะเดียวยังโดนเก็บไปเสียด้วยซ้ำ
“ใช่เจ้าค่ะ มิมีสิ่งใดบรรลุได้หากมิมีแบบแผน ความสามารถของทุกคนมิเหมือนกัน ค่าตอบแทนที่ได้ย่อมแตกต่างกันด้วยเจ้าค่ะ ส่วนค่าแรงที่ทุกคนจะได้มีเท่าใดนั้น ข้าจะกำหนดตามความเป็นจริงเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนเห็นใจคนเหล่านี้อยู่บ้าง พวกเขาโดนเฉียวซื่อกดขี่มาตลอด ทั้งที่โตกันมากถึงเพียงนี้แล้ว ความรู้สึกต่อต้านในใจย่อมมากขึ้นเป็นธรรมดา
“พวกเราฟังเจ้า” ในหมู่สะใภ้ เฉินซื่อเจ้าเล่ห์ที่สุด เมื่อจิ่นเซวียนพูดเช่นนี้ นางจึงตัดสินใจจะเดิมพันด้วย หากเดิมพันชนะ ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวของนางจะดีขึ้น หากเดิมพันแพ้ พวกเขาก็มิได้เสียเปรียบ
“ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว พวกเราช่วยกันทำอาหารให้เสร็จ จะได้ไปเชิญคนที่มาช่วยงานมาทานข้าว” ซ่งจื่อเฉินตัดสินใจอยู่บ้านช่วยงาน มิพาจิ่นเซวียนออกไปเดินชมหมู่บ้านแล้ว
“หยวนหยวน เจ้ารับผิดชอบไปเชิญพวกเขามาที่บ้าน ส่วนข้ากับแม่ของเจ้าจะไปทำอาหาร” จิ่นเซวียนสั่งให้ซ่งหยวนหยวนไปเรียกคนมาทานอาหาร
“เซวียนเซวียน เจ้าเป็นสะใภ้ใหม่ วันนี้เจ้าอย่าเพิ่งทำงานเลย กลับไปทำกฎบ้านซ่งฉบับใหม่เถิด” ซ่งผิงละเว้นงานบ้านของจิ่นเซวียนแล้วบอกให้ซ่งจื่อเฉินอยู่เป็นเพื่อนนาง
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง พวกเราไปทำงานกันเถิดเจ้าค่ะ” ซ่งเป่าจูกลัวว่าจิ่นเซวียนจะไล่นางออกจากบ้าน นางจึงกระตือรือร้นยิ่งนัก ส่วนเฉียวซื่อกำลังรู้สึกหดหู่ยิ่งนักที่ทุกคนทิ้งนางไป
เพียงวันเดียวนางก็ร่วงจากฟ้าลงเหวเสียแล้ว สามีเกลียดนาง ผู้อื่นเกลียดนาง และนางอาจจะโดนหย่าเมื่อใดก็ได้ทั้งนั้น!
“เซวียนเซวียนเอ๋ย ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาเจ้า” เฉียวซื่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วนางค่อยรั้งจิ่นเซวียนเอาไว้ จิ่นเซวียนชะงักฝีเท้าและถามกลับไปอย่างเย็นชา “ท่านมีสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”
“เซวียนเซวียน เจ้าจัดการบ้านซ่งผู้เดียวคงลำบากเกินไป ให้ข้าเป็นผู้ช่วยเจ้าดีหรือไม่”
เฉียวซื่อมิกล้าร้องขอตำแหน่งหัวหน้า นางเอาเพียงตำแหน่งเล็กๆ ให้พอมีข้าวกิน
“ท่านอายุมากแล้ว มิเหมาะจะทำงานหนัก เรื่องดูแลบ้านยกให้พวกเราหนุ่มสาวเถิดเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนตอบอย่างตรงไปตรงมา นางมิโง่ให้เฉียวซื่อเป็นผู้ช่วยของนางหรอก ต่อให้จำเป็นต้องเลือก นางก็จะเลือกผู้อื่น
นางยอมเลี้ยงดูเฉียวซื่อต่อก็ดีมากแล้ว ยังอยากจะได้สิ่งใดอีก