พวกเขาสนทนาสัพเพเหระกันคลายเครียดจนสนิทสนมกัน จนในที่สุดผู้เข้าทดสอบทุกคนก็ได้รับแผ่นป้ายจนเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปก็มีเสียงประกาศดังขึ้น
"ผู้เข้ารับการคัดเลือกทุกคนให้หยดเืลงแผ่นป้ายที่ได้รับเพื่ออ้างสิทธิ์ในการเป็เ้าของ ป้ายแผ่นนั้นพวกเ้าต้องรักษาไว้เป็อย่างดีหากใครสูญเสียมันไปก็ถือว่าสอบตกทันที"
เมื่อได้ยินเสียงประกาศดังขึ้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็กัดนิ้วของตัวเองอย่างไม่รอช้าและหยดเืลงแผ่นป้ายที่ได้รับมา แผ่นป้ายนั้นเปล่งแสงสว่างวาบออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว และในตอนนั้นเองอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็พบว่าบนแผ่นป้ายมีชื่อของนางปรากฏอยู่เรียบร้อยแล้ว
"เมื่อเข้าไปแล้วขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังหากพบเจออันตรายที่รับมือไม่ได้พวกเ้าสามารถทำลายแผ่นป้ายของตัวเองแล้วทางสำนักยุทธ์ฟ้าครามจะส่งตัวพวกเ้ากลับออกมาทันทีเพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่เมื่อแผ่นป้ายถูกทำลายนั่นก็หมายความว่าพวกเ้าสอบตก เอาล่ะในเมื่อพร้อมแล้วเรามาเริ่มการทดสอบ ณ บัดนี้!"
สิ้นเสียงปริศนาก็มีม่านแสงกึ่งโปร่งใส่ปรากฏขึ้นเหนือฝูงชนก่อนจะค่อยๆเคลื่อนลดระดับลงมาปกคลุมผู้เข้าสอบคัดเลือกเอาไว้ สิ่งนี้ก็คือค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นเอง เพียงชั่วพริบตาถัดจากนั้น ผู้เข้าร่วมการทดสอบเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามทั้งหมดก็หายตัวไป
ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็พบว่าบรรยากาศและทัศนียภาพรอบข้างเปลี่ยนแปลงไปจนหมดสิ้น ในเวลานี้นางกำลังอยู่ภายในพื้นที่ป่าแห่งหนึ่งคาดว่าจะเป็ป่าลึกลับของทางสำนักฟ้าคราม อวิ๋นเฟยเฟิ่งพยายามกวาดตามองสำรวจให้ทั่วบริเวณ
ม่านแสงค่ายกลที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็การส่งผู้เข้ารับการทดสอบทุกคนเข้ามาภายในป่าลึกลับ ในตอนนี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งและพวกพ้องได้เข้ามาอยู่ในสนามสำหรับการคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักฟ้าครามแล้วเป็ที่เรียบร้อยซึ่งก็หมายความว่าการทดสอบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
อวิ๋นเฟยเฟิ่งพบว่าในภายในป่าลึกลับแห่งนี้มีความเข้มข้นของพลังฟ้าดินมากกว่าภายนอกถึงสามเท่า หากว่าใช้ที่นี่ฝึกฝน ผลลัพธ์ก็คงจะดีกว่าฝึกด้านนอกมาก แต่ความเข้มข้นในนี้ยังสู้ความเข้มข้นพลังฟ้าดินในมิติจิตของนางไม่ได้
คนอื่นๆเองก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาภายในป่าลึกลับ เมื่อแรกที่เข้ามาถึงทุกคนก็ต่างประหลาดใจกับความเข้มข้นของพลังฟ้าดินในสถานที่แห่งนี้ ไม่นานนักเหล่าผู้เข้าทดสอบทั้งหลายก็ออกสำรวจพื้นที่รอบตัว
ไม่ทราบว่าเป็ความโชคดีอันใดที่ทำให้โจวจื่อซินและหลิงซวงถูกส่งมาปรากฏตัวอยู่บริเวณใกล้ๆกัน ทำให้ทั้งสองจับคู่กันและเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้นั้นก็คือใจกลางของป่าลึกลับ
อวิ๋นเฟยเฟิ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าให้ได้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อมองจากที่สูงว่าตอนนี้นางอยู่ ณ จุดใดของป่าลึกลับและมองหาพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็ใจกลางของป่าซึ่งด้วยพลังระดับเทวะขั้นต่ำย่อมขึ้นไปได้สูงอยู่แล้ว พื้นที่ป่าเป็ป่าโปร่งที่มีพืชพันธุ์ขนาดใหญ่ขึ้นอย่างหนาแน่น เมื่อเหาะขึ้นสำรวจดูจากมุมสูง อวิ๋นเฟยเฟิ่งก็พบว่าจุดศูนย์กลางของป่าอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ในระหว่างเดินทางอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็พบเจอผู้เข้าร่วมทดสอบคนอื่นๆซึ่งนางจะไม่แย่งชิงแผ่นป้ายใครก่อน คนที่เข้ามาเพื่อจะแย่งแผ่นป้ายของนาง นางจึงจะแย่งแผ่นป้ายจากพวกเขา คนที่ไม่เข้ามาเพื่อหวังแผ่นป้ายของนาง นางก็จะปล่อยผ่านไปอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่รีบร้อนเพราะนางจะเลือกลงมือกับผู้ที่ชิงแผ่นป้ายมาได้จำนวนมากในตอนท้าย โดยที่ไม่ต้องเปลืองแรงให้เหนื่อย
แต่ดูเหมือนว่าด้วยตัวนางเป็สตรีเพียงลำพังจึงมีผู้รนหาที่คิดจะแย่งชิงแผ่นป้ายจากนางได้โดยง่าย และแล้วก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามากลุ่มใหญ่ พวกเขาทั้งหมดเป็บุรุษทั้งสิ้นมีสมาชิกราวๆสิบคน และดูเหมือนจะรวมตัวกันชั่วคราว เมื่อดูจากสีหน้าแววตาของพวกเขาจะเห็นความโลภและเจตนามุ่งมั่นเอาชนะอยู่อย่างชัดเจน
ในความคิดของพวกเขาที่เห็นเพียงสตรีอัปลักษณ์เพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ต่างจากลูกพับนุ่มๆ ที่พวกเขาจะบีบให้แหลกเละอย่างไรก็ได้
อวิ๋นเฟยเฟิ่งยังคงมีท่าทีสบายๆไม่ทุกข์ร้อนนางไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆเพียงแค่หยุดเดินก่อนจะหาต้นไม้เหมาะๆใกล้ตัวสักต้นและเอนหลังพิงเพื่อรอคอยให้คนกลุ่มนั้นเดินเข้ามาหานางเอง
คนกลุ่มนั้นวิ่งตรงเข้ามาหาอวิ๋นเฟยเฟิ่งด้วยท่าทีอย่างแข็งกร้าวและย่ามใจที่ตนจะได้เหยื่อเพิ่มดูท่าคงจะได้แผ่นป้ายมาอย่างง่ายดาย
"แม่นางส่งแผ่นป้ายของเ้ามาให้พวกข้าเสียเถอะจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว"บุรุษที่คาดว่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้น
อวิ๋นเฟยเฟิ่งพิจารณากลุ่มบุรุษเหล่านี้ เมื่อดูจากอากัปกิริยาและแววตาของพวกเขาที่ได้เห็นใบหน้าของนางก็ชะงักไปไม่มีแววตาดูถูกดูแคลนใดๆเพียงแค่ไม่คาดคิดว่าใบหน้าของนางจะมีรอยแผล อวิ๋นเฟยเฟิ่งจึงสรุปได้ว่าคนเหล่านี้นับว่าเป็คนดีอยู่มากพวกเขาเพียงแค่้าแย่งชิงแผ่นป้ายแสดงสถานะเข้าสอบของนางเท่านั้น หาใช่้าทำร้ายนาง
"พวกเ้าเป็ถึงกลุ่มบุรุษอกสามศอก แต่กลับคิดจะมารังแกสตรีอัปลักษณ์ที่อ่อนแอเพียงคนเดียวเช่นข้า พวกเ้าไม่รู้สึกละอายบ้างหรือ?"ในเมื่อพวกเขาทำเพียงแค่อยากผ่านการทดสอบเท่านั้น นางเองก็ไม่ไม่ได้อยากทำร้ายพวกเขาคนเหล่านี้ไม่ได้ดูเลวร้ายเท่าไหร่นัก
"เอ่อ คือ..."
เมื่อบุรุษกลุ่มนั้นได้ยินสิ่งที่นางกล่าวพวกเขาก็ชะงักงันอีกครั้ง บุรุษอกสามศอกนับสิบหันไปมองหน้ากันและกันก่อนจะหันไปมองอวิ๋นเฟยเฟิ่งสตรีที่บอบบางเพียงคนเดียวถึงใบหน้าของนางจะมีรอยแผลแต่ก็นับว่างดงามอยู่ดีทั้งผิวพรรณทั่วร่างก็เปล่งประกายขาวเนียนเดาว่าอาจเป็คุณหนูจวนใหญ่เป็แน่ ในตอนนี้เองพวกเขาทั้งหมดก็รู้สึกละอายใจจนกล่าวสิ่งใดไม่ออก
"แล้วสหายของเ้าล่ะแม่นางบอกให้พวกเขาเผยตัวออกมาตอนนี้ ถ้าพวกเ้ายอมมอบแผ่นป้ายให้พวกเราโดยดีพวกเราสัญญาว่าจะไม่ทำอันตรายพวกเ้า พวกเราขอแค่แผ่นป้ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น"
"ข้าอัปลักษณ์เช่นนี้จะมีสหายที่ไหนคบหา มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ตรงนี้"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียใจและน้อยใจกับใบหน้าของตนนักหนา
"ข้าเป็เพียงหญิงสาวอ่อนแอ หากว่าเ้า้าแผ่นป้าย ข้าก็คงไม่อาจต้านทานได้ เช่นนั้นแล้วพวกเ้าก็ส่งคนมาเอามันไปเถอะ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งก็อยากจะรู้เช่นกันว่าบุรุษเหล่านี้จะรังแกนางที่เป็สตรีได้ลงเพียงแค่แผ่นป้ายแผ่นเดียวกับความดีในใจของพวกเขาอย่างไหนจะมีมากกว่ากัน นางหยิบแผ่นป้ายออกมายื่นให้พวกเขา
หนึ่งในพวกเขาคนหนึ่งเดินออกมาเพื่อที่จะเอาแผ่นป้ายในมื้อของอวิ๋นเฟยเฟิ่งแต่แล้วก็ถูกบุรุษผู้ที่เป็หัวหน้ากลุ่มห้ามเอาไว้ก่อน
"ช่างเถอะ นางเป็แค่สตรีอ่อนแอตัวคนเดียวเท่านั้นปล่อยนางไปเถอะ"บุรุษหัวหน้ากลุ่มมองอวิ๋นเฟยเฟิ่งก่อนจะหันมาส่ายหน้าให้กับสหายคนที่จะไปเอาแผ่นป้ายจากนางบุรุษหนุ่มชะงักไปเมื่อได้ยินถ้อยคำเตือนสติจากหัวหน้ากลุ่มเขาก็รีบถอยออกมาอย่างละอายใจ
"ข้าขอโทษแม่นางด้วย หากว่าแม่นางจะอยู่คนเดียวต่อไปก็ขอให้ระวังตัวด้วย"บุรุษหัวหน้ากลุ่มเอ่ยขออภัยและกล่าวเตือนอย่างจริงจัง
แม้ว่าพวกเขาจะรู้ดีว่านี่คือระบบของการสอบ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาวที่บอบบางอ่อนแอแล้ว เขาก็ทำไม่ลงบุรุษอกสามศอกอย่างเขาได้แต่ตัดใจและหันหลังกลับเพื่อไปหาเป้าหมายอื่นแทน
"คนพวกนี้เป็สุภาพบุรุษจริงๆ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งรู้สึกชื่นชมพวกเขาจากใจ
จากนั้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็เดินทางต่อหลังจากเดินทางกว่าครึ่งวัน อวิ๋นเฟยเฟิ่งก็พบกลุ่มคนกลุ่มที่สอง คนกลุ่มนี้มีอยู่ด้วยกันเจ็ดถึงแปดคนเมื่อพวกเขาเห็นอวิ๋นเฟยเฟิ่งที่อยู่คนเดียวก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นทันทีคนเ่าั้เข้ามาล้อมรอบนางเอาไว้และพยายามจะชิงแผ่นป้ายของนางไป
แน่นอนว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งใช้ลูกไม้เก่าดังเช่นกลุ่มแรก ทว่าคนกลุ่มนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะสงสารและมีแม้กระทั่งคนกักขฬะที่ขนาดว่าใบหน้าของนางอัปลักษณ์ก็ยังจะรังแกข่มเหงซึ่งเป็การกระทำที่ต่ำช้ามาก ดังนั้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งจึงจัดการขั้นเด็ดขาดจากลูกไก่ที่ดูอ่อนแอบอบบางก็กลายร่างเป็หมาป่าตัวใหญ่ที่น่าหวาดหวั่นพุ่งตรงเข้าฉกเชิงแผ่นป้ายของคนเ่าั้ทันที
เมื่อคนเ่าั้ได้เห็นเหยื่อที่เป็ดังลูกไก่เปลี่ยนกลายเป็ฝ่ายไล่ล่าพวกเขาก็เกิดความเสียใจขึ้นอย่างสุดซึ้งที่รนหาที่เอง ทว่าคนทั้งหมดก็ไม่มีโอกาสจะได้แก้ตัวอีกแล้วความแข็งแกร่งของสตรีตรงหน้าน่าหวั่นเกรงเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือไหว เมื่อแผ่นป้ายของทุกคนถูกนาง่ชิงไปพวกเขาก็สอบตกทันที
หลังจากเดินมาเกือบทั้งวันบรรยากาศทัศนียภาพรอบๆตัวของอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก ถ้าว่าในมือของนางเวลานี้กลับเต็มไปด้วยแผ่นป้ายของผู้เข้าสอบจำนวนมากกว่ายี่สิบแผ่น อวิ๋นเฟยเฟิ่งสังเกตได้ว่าบริเวณที่นางอยู่หรือผ่านมาไม่พบเจอสัตว์ิญญาเลยสักตัว
สันนิษฐานว่าหากไม่ใช่เพราะถูกคนขับไล่ก็อาจเป็เพราะไม่มีสัตว์ิญญาหรือสัตว์เทพอยู่ในจุดที่นางอยู่ั้แ่แรกแล้ว
ตู้ม! ตู้ม! บึ้ม!
ผ่านไปไม่นานอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ได้ยินเสียงการต่อสู้กันที่อยู่ด้านหน้าไม่ห่างมากนัก นางจึงอำพรางสภาวะพลังทั้งหมดของตัวเองแล้วมุ่งหน้าเข้าไปยังสถานที่ต่อสู้กัน เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น อวิ๋นเฟยเฟิ่งหามุมมืดเพื่อซ่อนตัวแล้วก็เฝ้าสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง
ตรงที่โล่งด้านหน้ามีคนสองกลุ่มกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดฝ่ายหนึ่งมีคนมากกว่าสิบคนซึ่งทั้งหมดอวิ๋นเฟยเฟิ่งรู้จักอยู่คนหนึ่งนั้นก็คือองค์หญิงลั่วลั่วนั้นเอง ส่วนอีกฝ่ายมีจำนวนคนน้อยกว่าพวกเขามีเพียงห้าถึงหกคนเท่านั้น และคนกลุ่มนี้ก็ล้วนเป็บุคคลที่นางเคยเห็นหน้า
คนกลุ่มนี้เป็กลุ่มบุรุษที่เคยคิดแย่งชิงแผ่นป้ายของนางก่อนหน้านี้ แต่เมื่อรู้ว่าอวิ๋นเฟยเฟิ่งเป็เพียงสตรีบอบบางอ่อนแอและอยู่ตัวคนเดียว พวกเขาก็ยอมจากไปโดยไม่ทำอันตรายนาง ตอนนี้คนในกลุ่มของพวกเขาจากที่มีนับสิบเหลือเพียงแค่ห้าหกคนเท่านั้น ดูเหมือนว่าสมาชิกบางส่วนจะหายตัวไป
ที่สำคัญเท่าที่เห็นกลุ่มบุรุษใจชื่อเ่าั้กำลังตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบอย่างหนัก และท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดนั้น เสียงเจรจาของบุรุษสองคนก็ดังเข้าหูอวิ๋นเฟยเฟิ่งที่กำลังซุ่มดูอยู่
"เหนิงชัว เหตุใดเ้าถึงได้ต่ำช้าเช่นนี้เ้าถึงขั้นคิดลงมือฆ่าคนเพียงแค่ปล้นชิงแผ่นป้ายลงมืออย่างโเี้หากไม่ใช่เพราะข้าสั่งให้พี่น้องของข้าทำลายแผ่นป้ายเพื่อหนีออกไป ป่านนี้พวกเขาคงถูกเ้าฆ่าตายหมดแล้ว!"
ผู้ที่เอ่ยว่าจาเกรี้ยวกราดนั้นคือบุรุษที่เป็ผู้นำกลุ่มที่เคยเจรจากับอวิ๋นเฟยเฟิ่งมาก่อนหน้านี้ เวลานี้สายตาของเขาอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นและเมื่อฟังจากสิ่งที่เขากล่าวมาดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะรู้จักและเกลียดชังกลุ่มที่เขากำลังเผชิญหน้าด้วยอย่างมาก
"สือซาน ถ้าหากจะโทษก็ต้องโทษความอ่อนหัดของตัวเ้าเอง"ชายที่มีนามว่าเหนิงชัวตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขายกยิ้มชั่วร้ายก่อนจะกล่าวต่อ
"หึ!พวกเ้าต้องโทษตัวเองที่อ่อนหัดแล้วยังกล้าเสนอหน้าเข้ามาสอบคัดเลือกเข้าสำนักยุทธ์ฟ้าคราม นี่ถือเป็การดูิ่พวกเราโชคดีของพวกมันที่หนีออกไปได้ ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้พวกมันได้เห็นว่าการไม่รู้จักเจียมตัว กล้าเอาความอ่อนแอน่ารังเกียจมาใช้ต่อก่อนกับผู้แข็งแกร่งทั้งหลายจะได้รับผลอย่างไร!"
เขา้าทำความดีความชอบเอาใจองค์หญิงลั่วลั่วและหากเขาทำให้องค์หญิงพอใจหากได้เข้าสำนักยุทธ์ฟ้าครามอนาคตจะต้องสดใสแน่เพราะองค์หญิงลั่วลั่วสัญญาว่าจะมอบทรัพยากรที่ทางในวังหลวงส่งมามอบให้กับพวกเขาดังนั้นพวกเขาจึงลงมืออย่างไม่ปรานีใครที่พบเจอ
สือซานเมื่อรู้ว่ากลุ่มคนของตนกำลังจะถูกสังหารเขาก็พยายามซื้อเวลาให้คนอื่นๆได้ทำลายป้ายแล้วหนีออกไปด้านนอก ตอนนี้อวิ๋นเฟยเฟิ่งรู้สึกชื่นชมในตัวสือซานผู้นี้มากกว่าเดิม
"ทุกคนหากว่ามีโอกาสให้พยายามฝ่าออกไปก่อนแต่ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ทำหลายแผ่นป้ายซะ! เหนิงชัวผู้นี้ไร้ยางอายต่ำช้าเป็ที่สุด มันมีเจตนาจะฆ่าพวกเ้าให้ตาย ข้าไม่อยากให้พวกเ้าาเ็ล้มตายที่นี่ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมีผู้ใดเอาชีวิตมาทิ้งเพียงในการสอบเข้าสำนักยุทธ์เช่นนี้"
สือซานร้องเตือนคนในกลุ่มที่มีพลังิญญายุทธ์ระดับแก่นแท้ขั้นต่ำห้าหกคนที่เหลือในตอนนี้
อวิ๋นเฟยเฟิ่งคิดว่ากลุ่มของสือซานเป็คนดี เมื่อได้เห็นพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอันตรายเช่นนี้แล้ว ถ้าหากนางยังไม่คิดช่วยเหลือก็คงจะดูใจจืดใจดำมากเกินไป คงต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเขาสักครา
"แหม ที่นี่ดูครึกครื้นกันจริงๆ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเดินเข้าไปในสมรภูมิเดือดพล่านนั้นอย่างช้าๆ
เมื่อได้ยินเสียงหวานสดใสเอ่ยและพบว่าจู่ๆสตรีที่ใบหน้าและน้ำเสียงต่างกันมากก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันกลุ่มบุรุษที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็เอาตายก็หยุดชะงักร่วมถึงองค์หญิงลั่วลั่วที่กำลังนั่งชมการต่อสู้กับสตรีนางหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
"องค์หญิงนั่นมันนังอัปลักษณ์ที่มันทำให้ท่านอับอายนี่เพคะ"เย่วชิงเอ่ยขึ้นเมื่อมองไปตามเสียง
"เหนิงชัว ข้าขอสั่งเ้าสังหารนังอัปลักษณ์นั้นเสีย!"องค์หญิงลั่วลั่วที่มองเห็นว่าผู้ที่รนหาที่ตายคืออวิ๋นเฟยเฟิ่งมีหรือนางจะปล่อยผ่าน
"พี่ใหญ่ นั่นไม่ใช่แม่นางที่เราเจอก่อนหน้านี้หรือ"เมื่อการต่อสู้หยุดลงชั่วคราวกลุ่มคนที่มากับสือซานพวกเขาก็จดจำอวิ๋นเฟยเฟิ่งได้จึงมองนางด้วยความประหลาดใจ