ณเมืองนภาคราม สถานที่แห่งนี้คือเมืองใหญ่และเจริญรุ่งเื่ที่สุดในแดนต้นกำเนิดอีกทั้งยังถูกยกให้เป็ศูนย์กลางของทั่วทั้งดินแดนเบญจภพอีกด้วยขุมกำลังชั้นแนวหน้ามากมายล้วนอยู่ที่นี่ แม้ว่าทวีปอื่นๆจะมียอดขุมกำลังปกครองแต่เมื่อเทียบกับแดนต้นกำเนิดแล้วก็ยังด้อยกว่าขั้นหนึ่งมีเพียงขุมกำลังโบราณบางแห่งเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงกับมหาอำนาจในเมืองนภาครามได้
ตระกูลเสวียน...หนึ่งในสามตระกูลใหญ่ที่สืบทอดมาั้แ่ยุครกร้างและยังมีอำนาจล้นพ้นเหนือราชวงศ์นภาครามและในยุคนี้ก็ยังถือว่าเป็ยุคที่ตระกูลเสวียนถูกยกให้เป้นอันดับหนึ่งในทั้งสามตระกูลโบราณที่ปกครองทั่วดินแดนต้นกำเนิดอีกด้วยเื่ทั้งหมดที่นำพาตระกูลเสวียนให้มาถึงยุครุ่งเรืองสุดขีดเช่นนี้ล้วนเป็ฝีมือของคนผู้หนึ่ง
ผู้นำตระกูลเสวียนคนปัจจุบันอีกทั้งยังเป็อัจฉริยะอับดับหนึ่งของยุคนี้ที่บดบังแสงประกายของคนรุ่นก่อนเขาเพียงคนเดียวก็สามารถกดทับยอดฝีมือทั่วทั้งแดนเบญจภพให้หม่นแสงเสวียนอู่หยาง...ตำนานไร้พ่ายที่ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้มาก่อนยิ่งไปกว่านั้นตำนานของ ‘อู่หยางไร้พ่าย’นั้นกลับดูเป็เหมือนจุดเริ่มต้นของตระกูลเสวียนเท่านั้นเพราะสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้โดยที่ชื่อของเสวียนอู่หยางยังไม่ทันจางหายไปกลับเกิดยอดคนขึ้นมาอีกครั้งในตระกูลเสวียน
คุณชายจรัสฟ้า...เสวียนเทียนชิง!
“นายท่านขอรับ ตอนนี้นายน้อยกำลังเดินทางออกจากทะเลเหนือแล้วเมื่อวานเขาพึ่งจะทำลายสำนักชั้นสองไปแห่งหนึ่งเพราะผู้าุโของสำนักนั้นแย่งชิงโอสถชั้นดินที่นายน้อยมอบให้กับสหายคนหนึ่งไปหากไม่เกิดเื่อะไรขึ้นอีกจากเทละเหนือกลับมาเมืองนภาครามอย่างมากก็ใช้เวลาไม่เกินสามเดือนขอรับนายท่านคิดว่า...”
ภายในตำหนังใหญ่หลังหนึ่งของตระกูลเสวียนตอนนี้มีคนสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่คนหนึ่งเป็ชายชราแต่งตัวเรียบง่ายส่วนอีกคนหนึ่งเป็ชายวัยกลางคนใบหน้าคมเข้มแม้เขาจะนั่งอ่านหนังสือในมืออยู่เฉยๆแต่ก็ยังให้ความรูสึกราวกับูเาสูงใหญ่ที่หนักแน่นมั่นคง
“ลุงหยวนตามข้อตกลงแล้วเ้าเด็กนั่นจะต้องเหยียบเข้าเมืองนภาครามให้ได้จึงจะถือว่าสิ้นสุดการสัญจรท่องบูรพาครั้งนี้หลายปีที่ผ่านมาเ้าเด็กตัวเหม็นนี่ไม่เพียงไม่ปรับปรุงนิสัยแต่ยังเหิมเกริมขึ้นไม่น้อยด้วยคราวนี้ด่านที่ยากที่สุดก็คือด่านสุดท้ายก่อนที่เขาจะเข้าสู่เมืองนภาครามหากเื่แค่นี้ยังทำไม่ได้แล้วในอานาคตจะแบกรับแซ่เสวียนได้อย่างไร?”
ชายวัยกลางคนวางหนังสือลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินไปริมหน้าต่างทอดสายตาไปสุดขอบฟ้าไม่รู้ว่าจงใจหรือไม่แต่ทิศททางที่เขามองไปก็คือทางตะวันออกของเมืองนภาครามชายชราผู้ถูกเรียกว่าลุงหยวนชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเหลือบตามองหนังสือหลายเล่มบนโต๊ะที่บันทึกเื่ราวต่างๆของเสวียนเทียนชิงก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวแล้วถอนหายใจออกมา
“สามปีมานี้ไม่เพียงแค่พวกเขาทำไม่สำเร็จแต่นายน้อยยังเติบโตอย่างก้าวะโการเคี่ยวกรำตลอดทางทำให้วรยุทธ์ของเขามาถึงขั้นที่สิบของระดับหลอมกลั่นแล้วหากนายน้อยสามารถเหยียบเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้ภายในสองปีก็จะกลายเป็ปรมาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในรอบพันปีของแดนเบญจภพนี่ก็คือสิ่งที่คนพวกนั้นไม่้าเห็นมากที่สุดนะขอรับ”
ลุงหยวนกล่าวออกมาอย่างหนักใจเขาติดตามเสวียนอู่หยางมาั้แ่สมัยก่อนภายหลังเมื่อเสวียนอู่หยางรับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลจึงให้เขามาเป็พ่อบ้านของตระกูลเสวียนคอยจัดการธุระต่างๆให้ แน่นอนว่าถึงจะรับใช้บิดาแต่ลุงหยวนเองก็มองเสวียนเทียนชิงเป็เหมือนลูกหลานและคอยดูแลเขายิ่งกว่านายท่านอย่างเสวียนอู่หยางเสียอีกหากไม่ใช่เพราะเสวียนอู่หยางสั่งการเด็ดขาดก็เกรงว่าเขาคงตามเสวียนเทียนชิงไปั้แ่สามปีก่อนแล้ว
“ปีนั้นข้าผงาดขึ้นมาย่ำทั้งแดนเบญจภพไว้ใต้ฝ่าเท้ามีใครบ้างที่ไม่อยากให้ข้าตาย? ปีนั้นพวกเขากดดันข้าจนต้องเลือกทางนี้กลับไม่ใช่ผลร้ายแต่ผลดีต่างหากเ้าเด็กนั่นท่องบูรพาสามปีผ่านการเคี่ยวกรำที่ยากจะพบเจอหากสามปีมานี้เขาฝึกปราณอยู่ในตระกูลก็ยังไม่แน่ว่าจะเติบโตได้สักครึ่งของตอนนี้เลย! มีข้าอยู่ทั้งคนพวกเขาไม่กล้าแหกกฎหรอกสิ่งที่ท่านต้องเป็ห่วงยังสมควรเป็เื่อื่นมากกว่า”
เสวียนอู่หยางถอนสายตากลับมาพลางถอนหายใจอีกครั้งลุงหยวนที่ร้อนใจเพราะเป็ห่วงเสวียนเทียนชิงย่อมไม่ทันคิดถึงสิ่งที่เสวียนอู่หยางพูดแต่เมื่อได้ฟังประโยคต่อมาของผู้เป็นายก็ทำให้เขาเข้าใจขึ้นมาทันที
“สามปีก่อนมีคนติดตามเขาไปทั้งหมดสี่คน...ตอนนี้เหลือแค่ชิงเหนียวและลู่หยาสองคนเท่านั้นเพียงเพื่อสหายที่พบเจอระหว่างทางก็ไม่รู้ว่าสามปีมานี้เขาก่อเื่ไปมากแค่ไหนแล้วท่านคิดว่าเมื่อเขากลับมาเมืองนภาครามแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ที่ต้องกังวลน่ะไม่ใช่ท่านหรือข้า...แต่เป็คนพวกนั้นต่างหาก!”
ใช่แล้ว...เขาก็คือเสวียนเทียนชิง! ไม่ใช่แค่แซ่เสวียนแต่ยังเป็บุตรชายของเสวียนอู่หยางด้วย! ในฐานะบิดาเขาจะปล่อยให้บุตรชายถูกสังหารได้อย่างไร?
อีกด้านหนึ่งตอนนี้ไม่ใช่แค่ในเมืองนภาครามเท่านั้นที่เกิดคลื่นใต้น้ำขึ้นมาในห้าทวีปใหญ่เองก็ล้วนจับจ้องมายังเหมืองหลวงนภาครามทั้งนั้นตัวตนของเสวียนเทียนชิงนั้นมีความสำคัญเกินไปไม่เพียงแค่เขาเป็อัจฉริยะคนหนี่งของตระกูลเสวียนแต่ยังเป็บุตรชายของเสวียนอู่หยางด้วย!
เสวียนอู่หยางมีบุตรทั้งหมดสี่คนสองคนเป็ชายสองคนเป็หญิงอย่างไรก็ตามบุตรชายคนโตของเสวียนอู่หยางนั้นไม่สนใจเื่การเมืองและไม่สนใจเื่ของตระกูลเสวียนสักนิดสิ่งที่เขาให้ความสนใจเพียงอย่างเดียวก็คือการออกท่องเที่ยวเยี่ยมชมโบราณสถานทั่วโลกั้แ่สิบปีก่อนเขาก็หายตัวเข้ากลีบเมฆไปแล้วแน่นอนว่าอย่างเดียวที่ทำให้ตระกูลเสวียนยังรู้ว่าเขามีชีวิตอยู่ก็คือของขวัญที่เขาส่งกลับมาให้น้องชายและน้องสาวทุกปี
ด้วยเหตุนี้เสวียนเทียนชิงจึงแทบจะถูกกำหนดตายตัวแล้วให้เป็ทายาทผู้สืบทอดคนต่อไปของตระกูลเสวียน!
แน่นอนว่าถึงจะเป็หนึ่งในสามตระกูลที่ปกครองดินแดนต้นกำเนิดและมีอำนาจล้นฟ้าแต่อย่างไรก็ตามเพียงแค่เื่ของผู้สืบทอดคนหนึ่งยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทั่วแดนเบญจภพให้ความสนใจสิ่งที่ทำให้เสวียนเทียนชิงถูกจับตามองและเป็เป้าโจมตีของคนนับไม่ถ้วนก็คือตัวเขาเอง!
คุณชายจรัสฟ้า...นามกรอันสูงส่งศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าได้มาได้อย่างไรภายใต้นามกรนี้ใครจะรู้ว่าต้องเซ่นสังเวยด้วยเืเนื้อของลูกหลานขุมอำนาจในแดนเบญจภพตั้งกี่มากน้อย!
โดดเด่นเหนือหล้า...อัจฉริยะฟ้าประทาน!
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเสวียนเทียนชิงผู้นี้ไม่เคยยึดติดชื่อเสียงโอนอ่อนได้ทุกสถานการณ์ยามเขาสุภาพถ่อมตนติดดินแต่ยามถึงเวลาก็ลงมือได้เหี้ยมโหดไร้ปราณี ต่อให้ยิ่งใหญ่มากแค่ไหนเสวียนเทียนชิงก็กล้าลงมือล่วงเกิน!ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเขากลับสามารถเตรียมการรับมือผลที่ตามมาได้ทุกครั้งหากไม่ใช่ว่าเมื่อสามปีก่อนเกิดเื่ไม่คาดฝันก็เกรงว่าต่อให้ทั้งแดนเบญจภพกดดันก็ไม่อาจส่งเสวียนเทียนชิงออกจากเมืองนภาครามได้
กับบุคคนที่โดดเด่าเช่นนี้หากขึ้นมารับ่ต่อตระกูลเสวียนเมื่อไหร่ก็พูดได้เลยว่าถึงคราวที่แดนเบญจภต้องปั่นป่วนแน่และที่สำคัญที่สุดต่อให้มองทั่วทั้งดินแดนเบญจภพก็มีคนเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่พอจะสามารถทัดเทียมกับเสวียนเทีนชิงได้แน่นอนว่าก็แค่พอจะทัดเทียมเท่านั้น!
เพราะเหตุนี้จึงไม่รู้ว่ามีคนมากเท่าไหร่ไม่้าให้เสวียนเทียนชิงมีชีวิตอยู่ตอนนี้เป็่หัวเลี้ยวหัวต่อหากถึงเวลาผลัดเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ขึ้นมาควบคุมขุมอำนาจทั้งแดนเบญจภพเมื่อนั้นใครจะสามารถเผชิญหน้ากับเสวียนเทียนชิงได้?นี่มันยิ่งกว่ายุคของเสวียนอู่หยางเสียอีก!ที่ขุมอำนาจมากมายจำต้องลงมือก็เพราะรู้ดีว่าในอนาคตลูกหลานของตนย่อมไม่อาจสู้กับเสวียนเทียนชิงได้แน่นอน!
***
อีกด้านหนึ่งขณะที่เริ่มเกิดคลื่นใต้น้ำในแดนเบญจภพตอนนี้เสวียนเทียนชิงและสาวใช้ทั้งสองคนก็มาถึงปลายสุดของเขตทะเลตะโกลาหลแล้วเดินทางอีกเพียงไม่กี่วันก็จะเข้าสู่เขตของดินแดนต้นกำเนิดแล้ว
“ในที่สุดก็ออกจากทะเลโกลาหลเสียทีผ่านมาสามปีข้ายังมีชีวิตอยู่เกรงว่าตอนนี้คนไม่น้อยคงอยู่ไม่สุขแล้วกระมัง”
ชายหนุ่มแย้มยิ้มออกมาขณะเดินทางสามปีที่ผ่านมานี้เข้าเจอกับการลอบสังหารไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง! ศัตรูทั้งแข็งแกร่งทั้งอ่อนแอมีหลายครั้งที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่สุดท้ายตอนนี้เขาก็กำลังจะเหยียบแผ่นดินต้นกำเนิดอีกครั้ง!
“ที่ผ่านมานับได้ว่าเป็บททดสอบที่โหดหินเอาการทว่าจากนี้ไปถึงจะเป็ของจริง พวกเ้ายังจำสิ่งที่ข้าพูดได้หรือไม่?”
ชิงเหนียวและลู่หยาสาวใช้ทั้งสองต่างหันมาสบตากันทันทีทว่าสุดท้ายทั้งสองกลับเงียบไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มจนทำให้เขาหยุดเดินอย่างกระทันหันใบหน้าคมคายยามขมวดคิ้วเป็ปมกลับส่งความรู้ดุดันหาใดเปรียบพอเห็นท่าทีเช่นนี้ของเสวียนเทียนชิงไม่ว่าจะเป้นชิงเหนียวหรือลู่หยาต่างก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นขบริมฝีปากแน่นก่อนจะกล่าวออกมา
“ไม่ว่าจะเป็เื่ใดขอเพียงนายน้อยสั่งการมาต่อให้ต้องตายบ่าวก็ไม่บ่นแม้เพียงครึ่งคำแต่หากนายน้อย้าให้บ่าวเอาตัวรอดโดยทิ้งนายน้อยไว้บ่าวทำไม่ได้เ้าค่ะ!”
“ชีวิตของบ่าวทั้งสองมีอยู่เพื่อนายน้อย การได้ปกป้องนายน้อยจนวันตายถือเป็ความปรารถนาของบ่าวทั้งสองแล้วเ้าค่ะนายน้อยโปรดให้บ่าวทั้งสองได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ด้วยเ้าค่ะ!”
เสวียนเทียนชิงก้มลงมองสาวใช้ทั้งสองด้วยอารมณ์แปรปรวนเล็กน้อยสำหรับขวากหนามด่านสุดท้ายที่ต้องเผชิญนั้นเขาเดาได้เลยว่าต้องอันตรายอย่างมากศัตรูที่จะปรากฏตัวมีแต่จะแข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมาอย่างไรก็ตามชิงเหนียวและลู่หยาต่างก็มีวรยุทธ์ระดับปรมาจารย์หากคิดจะหนียังไงก็มีโอกาศรอดสูงมากโดยเฉพาะในแดนต้นกำเนิดมีเส้นสายมากมายของตระกูลเสวียนอยู่ทว่ากับตัวเขาเองนั้นไม่ใช่ เสวียนเทียนชิงในตอนนี้มีวรยุทธ์แค่ระดับหลอมกลั่นขั้นที่สิบเท่านั้นต่อให้ความแข็งแกร่งของเขาจะเย้ยฟ้ามาแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้กับระดับปรมาจารย์ขั้นสูงได้
อักที่จริงชิงเหนียวและลู่อยาไม่จำเป็ต้องขัดคำสั่งของเสวียนเทียนชิงก็ได้หากถึงเวลาจวนตัวอย่างไรพวกนางก็คิดจะสละชีวิตเพื่อให้เสวียนเทียนชิงมีโอกาศรอดเพิ่มขึ้นอยู่แล้วแต่หญิงสาวทั้งสองรู้จักนายน้อยของตนเป็อย่างดีหากไม่พูดให้ชัดเจนเสียั้แ่ตอนนี้พอถึงเวลาขึ้นมาจริงๆเกรงว่าจะเป็เสวียนชิงที่เคลื่อนไหวก่อนพวกนางและพวกนางจะเป็ฝ่ายที่ถูกเขาช่วยเหลือเสียเอง!
“พวกเ้า...ช่างเถอะ! รีบเดินทางต่อได้แล้ว!”
เสวียนเทียนชิงแค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจขณะหมุนตัวกลับออกเดินทางต่อทว่าแววตาของเขาในตอนนี้กลับอ่อนโยนอบอุ่นขัดกับท่าทางอย่างเห็นได้ชัด
“เมืองทองประกาย เมืองวิหคสีชาด เมืองหยกขาวหากจะกลับเมืองนภาครามก็ต้องผ่านสามเมืองใหญ่เหล่านี้หากเหยียบเข้าตัวเมืองได้ย่อมถือว่าปลอดภัยชั่วคราวดังนั้นที่พวกเราต้องระวังก็คือระหว่างเดินทางไปยังเมืองใหญ่ทั้งสามเป้าหมายแรกของเราก็คือเมืองทองประกายสามด่านสี่เขต...ผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปก็เข้าใกล้เมืองนภาครามไปได้อีกก้าวหนึ่ง!เตรียมตัวไว้ให้พร้อมอีกสามวันก็จะถึงเขตผาเหินและศึกแรกของเราก็น่าจะเริ่มขึ้นที่นั่น!”
“เ้าค่ะ!”
ชิงเหนียวและลู่หยาต่างก็กล่าวออกมาพร้อมกันก่อนจะลุกขึ้นเดินตามผู้เป็นายไปด้วยรอยยิ้ม...