THe Superman

    ตอนที่ 29 โชว์ฝีมือ (4)

    “ สปาเกตตีที่พวกเธอแนะนำนี่อร่อยดีนะ ”

    “ อืม ไม่เลวจริง ๆ ”

    “ ก็อร่อยดี ” กลุ่มเพื่อนผู้ชายวิจารณ์อาหารหลังจากได้ชิมอาหารที่เชฟหลักของโรงแรมทำ

    “ มันก็อร่อยอยู่หรอกแต่ฉันว่ามันแปลก ๆ ”

    “ ใช่ ๆ ฉันว่ามันไม่ใช่รสชาติแบบนี้ ”

    “ พวกเธอก็คิดงั้นเหรอ จานนี้ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ฉันว่าจานนั้นอร่อยกว่า ” กลุ่มคนที่เคยกินสปาเกตตีที่หยางหลิวทำล้วนรู้สึกว่าสปาเกตตีทั้งสองจานไม่น่าใช่สปาเกตตีแบบเดิมที่พวกเธอเคยกิน

    “ พวกเธอคิดมากกันไปเองหรือเปล่า อาหารจานนี้ก็อร่อยจะตายไป ”

    หลาย ๆ คนเริ่มถกเถียงกันถึงเรื่องอาหาร กลุ่มคนที่ไม่เคยกินก็คิดว่าอาหารจานนี้ก็อร่อยแล้วส่วนกลุ่มคนที่เคยกินแล้วก็รู้ทันทีที่ชิม สปาเกตตีทั้งสองจานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเธอไม่กล้าที่จะพูดออกมาตรง ๆ เนื่องจากวันนี้ที่พวกเธอได้มากินอาหารที่นี่ก็เพราะจิ่นลี่ จิ่นลี่เป็นนายน้อยของโรงแรมแห่งนี้ ใครบ้างจะกล้าพูดว่า “ อาหารจานนี้มันห่วยสุด ๆ เทียบกับจานก่อนหน้าไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ “

    ส่วนทางจิ่นลี่นั้นไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้แม้แต่นิดเดียว เขากำลังมองหาลู่เอินอยู่ ก่อนหน้านี้เขาเดินไปคุยกับหัวหน้าเชฟให้ทำสปาเกตตีที่ดีที่สุดมาให้เขา พอเขากลับมาก็ไม่เห็นลู่เอินอยู่ที่โต๊ะแล้ว

    จิ่นลี่ : “ นี่พวกเธอ ลู่เอินกลับไปแล้ว ? ”

    “ ไม่นะ ถ้าลู่เอินจะกลับก็คงบอกพวกเราก่อน ”

    “ สงสัยลู่เอินไปเข้าห้องน้ำล่ะมั้ง ”

    เวลาผ่านไปราว ๆ 10นาที ลู่เอินก็ยังคงไม่กลับมา ทำให้จิ่นลี่รู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก

    “ เฮ้ มีใครเห็นลู่เอินบ้างไหม ” ในที่สุดจิ่นลี่ก็อดทนรอต่อไปไม่ไหว เขาจึงไล่ถามเพื่อนในห้องทั้งหมด

    สุดท้ายก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น “ ไม่ใช่ว่าลู่เอินอยู่แถว ๆ โซนทำอาหารเหรอ ? ”

    “ โซนทำอาหาร ? ” จิ่นลี่พูดด้วยความเคลือบแคลง เขาไม่รู้ว่าลู่เอินจะไปทำอะไรที่โซนทำอาหารทันใดนั้นจิ่นลี่ก็ลุกออกจากโต๊ะเดินไปยังโซนทำอาหาร นอกจากจิ่นลี่แล้วก็ยังมีเพื่อนอีกหลายคน รวมทั้งกลุ่มเพื่อนสนิทของลู่เอินด้วย

    “ อ๊ะ ! นั่นไงลู่เอิน ”

    “ ลู่เอิน ! ” ที่จิ่นลี่เปล่งเสียงเรียกลู่เอิน ลู่เอินในตอนนี้ดูสวยมาก ใบหน้าของเธอถูกแต่งเติมด้วยรอยยิ้มละมุนละไม เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มแบบนี้ให้เขาสักครั้งเดียว และในตอนนี้เขาก็จ้องมองไปยังคนที่ยืนตรงข้ามเธอ “ หยางหลิว ! ” เขาพึมพำชื่อชื่อหนึ่งออกมา ใบหน้าของจิ่นลี่เต็มไปด้วยความโกรธ เขารู้สึกหึงหวงลู่เอินอย่างมาก จิ่นลี่ตะโกนไปยังหยางหลิว

    “ หยางหลิว ! แกมาทำอะไรตรงนี้ แกมาทำอะไรกับลู่เอินแค่สองคน ”

    ทั้งลู่เอินและหยางหลิวเกิดอาการสะดุ้งขึ้นเล็ก ๆ และมองไปยังต้นเสียงที่ส่งมายังพวกเขา พอหยางหลิวเหลือบไปเห็นจิ่นลี่ เขาก็แสยะยิ้มออกมาและพูดว่า “ ฉันจะมาทำอะไรก็เรื่องของฉันสิ ”

    “ แก ! ” ใบหน้าของจิ่นลี่เริ่มบิดเบี้ยว

    ลู่เอินเห็นทั้งสองคนทะเลาะกัน เธอจึงพยายามพูดเพื่อให้จิ่นลี่สงบลง“ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่หยางหลิวทำอาหารให้ฉันกินเฉย ๆ ”

    “ เหอะ ! ” เสียงฮึดฮัดไม่พอใจดังมาจากทางจิ่นลี่“ ลู่เอิน เธออย่าไปกินอาหารห่วย ๆ แบบนั้นเลย เดี๋ยวฉันจะให้เชฟหลักมาบริการเธอเป็นพิเศษเอง ถ้าเธออยากทานอะไรบอกกับเชฟของฉันได้เลย ”

    “ อาหารห่วย ๆ ? อาหารของพวกแกสิห่วย อย่าเอาอาหารห่วย ๆ แบบนั้นมาเทียบกับอาหารของฉันเถอะ ” ทางฝั่งหยางหลิวซึ่งโดนดูถูกเขาก็ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา เขาก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นเชฟ เขาเคยดั้นด้นไปเรียนรู้พื้นฐานของการทำอาหารกับเชฟชื่อดังมาตั้งกี่ปี กว่าจะเป็นเชฟได้เขาต้องทนลำบากตรากตรำมากมายตั้งแค่ไหน

    ลู่เอินไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้นในวันสุดท้ายที่เพื่อนในห้องจะได้เจอกัน เธอจึงพูดออกมา “ เอาล่ะทั้งสองคนพอได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะโกรธจริง ๆ นะ “

    “ แต่ว่า… ” จิ่นลี่ยังคงรู้สึกโกรธหยางหลิว แต่เขาก็เกรงใจลู่เอิน

    ลู่เอินเหลือบไปมองทางจิ่นลี่ชั่วขณะหนึ่ง ทำให้จิ่นลี่ไม่พูดอะไรอีกต่อไปสุดท้ายลู่เอินก็หันไปหาหยางหลิวพร้อมกับส่งแววตาขอโทษขอโพยให้กับเขาจากนั้นเธอก็เดินกลับโต๊ะของเธอไปและที่ตามมาติด ๆ ก็คือจิ่นลี่นั่นเอง