“ สปาเกตตีที่พวกเธอแนะนำนี่อร่อยดีนะ ”
“ อืม ไม่เลวจริง ๆ ”
“ ก็อร่อยดี ” กลุ่มเพื่อนผู้ชายวิจารณ์อาหารหลังจากได้ชิมอาหารที่เชฟหลักของโรงแรมทำ
“ มันก็อร่อยอยู่หรอกแต่ฉันว่ามันแปลก ๆ ”
“ ใช่ ๆ ฉันว่ามันไม่ใช่รสชาติแบบนี้ ”
“ พวกเธอก็คิดงั้นเหรอ จานนี้ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ฉันว่าจานนั้นอร่อยกว่า ” กลุ่มคนที่เคยกินสปาเกตตีที่หยางหลิวทำล้วนรู้สึกว่าสปาเกตตีทั้งสองจานไม่น่าใช่สปาเกตตีแบบเดิมที่พวกเธอเคยกิน
“ พวกเธอคิดมากกันไปเองหรือเปล่า อาหารจานนี้ก็อร่อยจะตายไป ”
หลาย ๆ คนเริ่มถกเถียงกันถึงเรื่องอาหาร กลุ่มคนที่ไม่เคยกินก็คิดว่าอาหารจานนี้ก็อร่อยแล้วส่วนกลุ่มคนที่เคยกินแล้วก็รู้ทันทีที่ชิม สปาเกตตีทั้งสองจานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเธอไม่กล้าที่จะพูดออกมาตรง ๆ เนื่องจากวันนี้ที่พวกเธอได้มากินอาหารที่นี่ก็เพราะจิ่นลี่ จิ่นลี่เป็นนายน้อยของโรงแรมแห่งนี้ ใครบ้างจะกล้าพูดว่า “ อาหารจานนี้มันห่วยสุด ๆ เทียบกับจานก่อนหน้าไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ “
ส่วนทางจิ่นลี่นั้นไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้แม้แต่นิดเดียว เขากำลังมองหาลู่เอินอยู่ ก่อนหน้านี้เขาเดินไปคุยกับหัวหน้าเชฟให้ทำสปาเกตตีที่ดีที่สุดมาให้เขา พอเขากลับมาก็ไม่เห็นลู่เอินอยู่ที่โต๊ะแล้ว
จิ่นลี่ : “ นี่พวกเธอ ลู่เอินกลับไปแล้ว ? ”
“ ไม่นะ ถ้าลู่เอินจะกลับก็คงบอกพวกเราก่อน ”
“ สงสัยลู่เอินไปเข้าห้องน้ำล่ะมั้ง ”
เวลาผ่านไปราว ๆ 10นาที ลู่เอินก็ยังคงไม่กลับมา ทำให้จิ่นลี่รู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก
“ เฮ้ มีใครเห็นลู่เอินบ้างไหม ” ในที่สุดจิ่นลี่ก็อดทนรอต่อไปไม่ไหว เขาจึงไล่ถามเพื่อนในห้องทั้งหมด
สุดท้ายก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น “ ไม่ใช่ว่าลู่เอินอยู่แถว ๆ โซนทำอาหารเหรอ ? ”
“ โซนทำอาหาร ? ” จิ่นลี่พูดด้วยความเคลือบแคลง เขาไม่รู้ว่าลู่เอินจะไปทำอะไรที่โซนทำอาหารทันใดนั้นจิ่นลี่ก็ลุกออกจากโต๊ะเดินไปยังโซนทำอาหาร นอกจากจิ่นลี่แล้วก็ยังมีเพื่อนอีกหลายคน รวมทั้งกลุ่มเพื่อนสนิทของลู่เอินด้วย
“ อ๊ะ ! นั่นไงลู่เอิน ”
“ ลู่เอิน ! ” ที่จิ่นลี่เปล่งเสียงเรียกลู่เอิน ลู่เอินในตอนนี้ดูสวยมาก ใบหน้าของเธอถูกแต่งเติมด้วยรอยยิ้มละมุนละไม เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มแบบนี้ให้เขาสักครั้งเดียว และในตอนนี้เขาก็จ้องมองไปยังคนที่ยืนตรงข้ามเธอ “ หยางหลิว ! ” เขาพึมพำชื่อชื่อหนึ่งออกมา ใบหน้าของจิ่นลี่เต็มไปด้วยความโกรธ เขารู้สึกหึงหวงลู่เอินอย่างมาก จิ่นลี่ตะโกนไปยังหยางหลิว
“ หยางหลิว ! แกมาทำอะไรตรงนี้ แกมาทำอะไรกับลู่เอินแค่สองคน ”
ทั้งลู่เอินและหยางหลิวเกิดอาการสะดุ้งขึ้นเล็ก ๆ และมองไปยังต้นเสียงที่ส่งมายังพวกเขา พอหยางหลิวเหลือบไปเห็นจิ่นลี่ เขาก็แสยะยิ้มออกมาและพูดว่า “ ฉันจะมาทำอะไรก็เรื่องของฉันสิ ”
“ แก ! ” ใบหน้าของจิ่นลี่เริ่มบิดเบี้ยว
ลู่เอินเห็นทั้งสองคนทะเลาะกัน เธอจึงพยายามพูดเพื่อให้จิ่นลี่สงบลง“ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่หยางหลิวทำอาหารให้ฉันกินเฉย ๆ ”
“ เหอะ ! ” เสียงฮึดฮัดไม่พอใจดังมาจากทางจิ่นลี่“ ลู่เอิน เธออย่าไปกินอาหารห่วย ๆ แบบนั้นเลย เดี๋ยวฉันจะให้เชฟหลักมาบริการเธอเป็นพิเศษเอง ถ้าเธออยากทานอะไรบอกกับเชฟของฉันได้เลย ”
“ อาหารห่วย ๆ ? อาหารของพวกแกสิห่วย อย่าเอาอาหารห่วย ๆ แบบนั้นมาเทียบกับอาหารของฉันเถอะ ” ทางฝั่งหยางหลิวซึ่งโดนดูถูกเขาก็ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา เขาก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นเชฟ เขาเคยดั้นด้นไปเรียนรู้พื้นฐานของการทำอาหารกับเชฟชื่อดังมาตั้งกี่ปี กว่าจะเป็นเชฟได้เขาต้องทนลำบากตรากตรำมากมายตั้งแค่ไหน
ลู่เอินไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้นในวันสุดท้ายที่เพื่อนในห้องจะได้เจอกัน เธอจึงพูดออกมา “ เอาล่ะทั้งสองคนพอได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะโกรธจริง ๆ นะ “
“ แต่ว่า… ” จิ่นลี่ยังคงรู้สึกโกรธหยางหลิว แต่เขาก็เกรงใจลู่เอิน
ลู่เอินเหลือบไปมองทางจิ่นลี่ชั่วขณะหนึ่ง ทำให้จิ่นลี่ไม่พูดอะไรอีกต่อไปสุดท้ายลู่เอินก็หันไปหาหยางหลิวพร้อมกับส่งแววตาขอโทษขอโพยให้กับเขาจากนั้นเธอก็เดินกลับโต๊ะของเธอไปและที่ตามมาติด ๆ ก็คือจิ่นลี่นั่นเอง