Legend sovereign poison ตำนานราชันหมื่นพิษ

    บทที่6 ท่านอาจารย์

    ฉางกงอาศัยความเร็วและร่างกายที่เล็กให้เป็นประโยชน์ มันมุดรอดหว่างแขนของหมียักษ์ จากนั้นมันนำใบมีดสีเขียวอ่อนออกมาจากสาบเสื้อ พร้อมกับระเบิดลมปราณเทวะอุดรออกมาจากร่างกาย หากแต่ปราณเทวะอุดรของฉางกงนั้นแตกต่างไปจากอี้หวินอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากปราณเทวะอุดรที่ฉางกงปลดปล่อยออกมานั้นมีคุณลักษณะเป็นพิษร้าย เมื่อผสานเข้ากับใบมีดสีเขียว มันได้กลายเป็นอาวุธที่แหลมคมอัดแน่นด้วยปราณแห่งพิษ
    ฉางกงใช้สองมือจับกุมไปที่ปลายมีด จากนั้นมันแทงเข้าใส่หน้าอกของหมียักษ์นิลกาฬด้วยกำลังทั้งหมดที่มี
    คมมีดปักลึกเข้าไปกลางอกของอสูรร้าย ทว่ามีดสั้นไม่สามารถแทงไปถึงอวัยวะภายใน ของหมียักษ์นิลกาฬ มันจึงไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอสูรร้ายได้ภาพตรงหน้าทำให้ฉางกงหรี่ต้องหรี่สายตาหดแคบลง จากนั้นมันใช้สองมือยึดจับไปที่ผิวหนังของหมียักษ์ก่อนจะม้วนตัวขึ้นสูงและใช้สองเท้าถีบเข้าใส่ด้ามมีดให้ปลายแหลมจมลึกลงไป กอปรด้วยปราณเทวะอุดรที่มีฤทธิ์เป็นพิษทั่วร่างของอสูรปีศาจบังเกิดความปั่นป่วน
    โฮ่กกกก---- อสูรร้ายร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดที่ไม่ถึงตายและพิษที่ไม่อาจคร่าชีวิต มีแต่จะสร้างโทสะให้หมียักษ์นิลกาฬบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้นแววตาของหมียักษ์แดงก่ำด้วยความโกรธและความต้องการสังหาร มันใช้สองมือขนาดใหญ่ทุบไปยังร่างของเด็กหนุ่มเต็มแรง
    ในเวลาเดียวกัน ฉางกงเห็นอีกฝ่ายโจมตีกลับเข้ามา มันได้ออกแรงดึงมีดสั้นออกจากลำตัวของหมียักษ์ ทันทีที่มีดสั้นถูกถอนออกมา โลหิตสีแดงสดพุ่งออกมาประดุจสายน้ำพุที่ผุดขึ้นจากพื้น ชโลมไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มทำให้สภาพของฉางกงนั้นดูน่าหวาดกลัวอย่างที่สุด ไม่เพียงเท่านี้บาดแผลที่เปิดออกของสัตว์ร้ายยังเป็นโอกาสให้ฉางกงยัดโอสถเข้าไปในร่างโดยตรงได้
    ปังงงง!!! อุ้งมือของหมียักษ์นิลกาฬฟาดถูกอากาศที่ว่างเปล่าและกระแทกไปเข้ากับพื้นดิน ฝุ่นควันตลบไปทั่ว เด็กหนุ่มพุ่งร่างหลบหนีอุ้งมือทั้งสองอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันใช้ใบมีดทิ่มแทงไปยังดวงตาของอสูรร้าย เพื่อปิดบังระยะการมองเห็นแทบจะพร้อมๆกับที่มือขวาทิ่มแทงนัยน์ตาของศัตรู มือซ้ายของเด็กหนุ่มลูบไล้ไปยังลำคอของอีกฝ่ายเพื่อค้นหาเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ การกระทำของฉางกงนั้นเรียกได้ว่าบ้าบิ่นอย่างที่สุด ในการเผชิญหน้ากับหมียักษ์ที่มีพลังมากกว่าถึงหนึ่งดินแดน
    แต่ด้วยวิธีการต่อสู้ที่เหมือนกับว่า ได้ร่ำเรียนมาตั้งแต่อยู่ในท้องของมารดา ทำให้เด็กหนุ่มสามารถต่อสู้กับอสูรร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์ สิ่งเหล่านี้คนทั่วไปเรียกมันว่าสัญชาตญาณ แต่สำหรับฉางกง มันเป็นเหมือนดั่งพรสวรรค์ของผู้ที่จะเกิดมาเพื่อเป็นจักรพรรดิ
    “ไม่ผิดไปจากคำพูดของอาจารย์เลย น้องเล็กนะเป็นอัจฉริยะโดยกำเนิด” อี้หวินพึมพำออกมาด้วยร่างที่เปียกโชกไปด้วยเลือด
    การต่อสู้ของฉางกงกับหมียักษ์มาถึงจุดตัดสินที่ชี้วัดกันด้วยการโจมตีต่อไป หมียักษ์นิลกาฬเป็นต่อเด็กหนุ่มอยู่เล็กน้อยตรงที่ร่างกายของมันแข็งแกร่งทนทานการโจมตีของอีกฝ่าย แตกต่างจากเด็กหนุ่ม ถ้าผิดพลาดโดนการโจมตีเข้าไปเพียงครั้งเดียวละก็ สภาพของฉางกงคงจะไม่แตกต่างอะไรกับศิษย์พี่ของมันเป็นแน่
    มีดสั้นถูกกระชับอยู่ในมือของเด็กหนุ่ม แววตาและท่าทางของฉางกงมิได้มีความหวั่นเกรงหรือถูกกดดันจากความดุร้ายของหมียักษ์แม้แต่น้อย
    ในชั่วพริบตาเดียวที่ฉางกงขยับตัว อุ้งตีนของหมียักษ์ทุบไปที่ศีรษะของเด็กหนุ่ม และครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่อสูรร้ายโจมตีเข้ามา เนื่องจากมันได้เปิดปากกว้างและกรีดร้องออกมาสุดเสียง การโจมตีด้วยเสียงกระแทกตรงเข้าใส่สองหูของฉางกงอย่างจัง
    ฉางกงรีบวาดปราณเทวะอุดรเข้าปกป้อง แต่ถึงอย่างนั้นด้วยระดับพลังที่แตกต่างกัน เด็กน้อยไม่สามารถหลบหลีกคลื่นเสียงไปได้ จึงทำให้ในอึดใจต่อมาร่างกายพลันแข็งทื่อ ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่มโนสำนึกทั้งห้า จากนั้นอุ้งตีนของหมียักษ์อยู่ห่างจากศีรษะของมันเพียงครึ่งศอก
    ฉางกงกัดไปที่ปลายลิ้น ใช้ความเจ็บปวดเพื่อดึงสติกลับคืน จากนั้นมันบิดตัวหลบเพียงครึ่งก้าว ครึ่งก้าวนี้ไม่สามารถหลบการโจมตีของหมียักษ์ได้พ้นอย่างแน่นอนเพียงแต่สามารถนำพาชีวิตออกมาจากความตายได้
    น้ำเสียงเย็นของเด็กน้อยวัย5ปีดังขึ้น “แขนข้างนี้ ข้ายกให้กับเจ้า แต่จงจำเอาไว้ อย่าได้สะเออะมาทำร้ายคนสำคัญของข้าอีก” สิ้นเสียงกล่าว มีดสั้นในมือของฉางกงแทงเข้าไปที่ซอกคอของสัตว์ร้ายทันที
    การโจมตีครั้งก่อนมันได้สัมผัสถึงตำแหน่งและเส้นเลือดที่คอของอีกฝ่ายประกอบกับทุกๆการโจมตีฉางกงได้ฝังโอสถขยายหลอดเลือดเข้าไปที่ร่างของอีกฝ่าย โดยปกติแล้วโอสถนี้มีไว้ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คน แต่เมื่อใช้มันเกิดขนาดจะทำให้เส้นเลือดปูดบวมขึ้นจนมองเห็นด้วยตาอย่างชัดเจน ทำให้ครั้งนี้มีดสั้นของฉางกงสามารถตัดผ่านเส้นเลือดที่ลำคอได้อย่างแม่นยำและสมบูรณ์แบบ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่มันต้องแลกกับชีวิตของอสูรร้ายก็คือแขนซ้ายของตนเอง
    ฉัวะ!!!! ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะตกตายไปแล้ว แต่ด้วยแรงเหวี่ยงและความคมของกรงเล็บก็ได้ฉีกกระชากแขนซ้ายของฉางกง จนแยกออกจากลำตัวความเจ็บปวดอย่างสุดแสนถูกสะกดข่มไว้ด้วยใบหน้าที่เย็นชา เด็กหนุ่มเพียงแต่ใช้มือขวาบีบกุมไปยังแขนข้างที่ขาดเพื่อให้โลหิตไหลออกมาช้าลงเท่านั้น
    บาดแผลที่เกิดขึ้นกับศิษย์น้องทำให้ใบหน้าของอี้หวินซีดขาวด้วยความตกใจ ภาพที่มันเห็นคือแขนของฉางกง ฉีกกระชากขาดไปต่อหน้าต่อตา มันลืมเลือนอาการบาดเจ็บของตนเองและพุ่งตัวเข้าหาศิษย์น้องด้วยความเป็นห่วง“ศะศิษย์...น้องเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง!!! เร็วเข้ารีบกินยาห้ามเลือดนี้ก่อน” อี้หวินนำโอสถห้ามโลหิตออกมา ทว่าเลือดสีแดงสดๆที่ไหลออกจากปากแผล ทำให้เด็กหนุ่มอยู่ในอาการตระหนกตกใจถึงขีดสุด จนทำให้สองมือสั่นไหวไม่สามารถเทโอสถออกจากปากขวดได้เลย
    ในขณะที่ฉางกงพร้อมใจยอมรับในโชคชะตากรรมต่อแต่นี้ไป มันจะกลายเป็นคนพิการแล้วนั้น พลันปรากฏเงาร่างสีดำพุ่งตรงเข้าหาทั้งคู่ด้วยความเร็วสูง เจ้าของเงาร่างนั้นเป็นชายชราผมขาว แขนทั้งสองข้างเป็นสีน้ำตาลปนดำประหนึ่งมิใช่แขนของมนุษย์ทั่วไปพลังบ่มเพาะที่แผ่ออกมาบริสุทธิ์ไร้การเจือปนเป็นลมปราณที่มีไว้เพื่อช่วยชีวิตอย่างแท้จริง กระแสปราณของชายชราสวนทางกับรูปลักษณ์และท่าทางที่ดูลึกลับเกินกว่าจะประเมินได้ด้วยการมองครั้งเดียว
    ชายชราหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของเด็กทั้งสองคน มันได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยแววตาสังเวชใจ จากนั้นชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยน“พวกเจ้าหนีออกมาเที่ยวเล่น แถมยังมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ จะให้ข้าลงโทษหรืออย่างไรดี?”
    ได้ยินน้ำเสียงและสามารถมองเห็นใบหน้าของชายชราได้อย่างชัดเจน ดวงตาของอี้หวินเปล่งประกายขึ้นด้วยความหวัง เมื่อชายชราผู้นี้มาทัน มันรู้ได้ทันทีว่า ศิษย์น้องของมันไม่ต้องกลายเป็นคนพิการอย่างแน่นอน “ทะ..ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ ได้โปรดช่วยน้องเล็กด้วย ช่วยเขาด้วย” อี้หวินกล่าวออกอย่างเร่งร้อนพร้อมกับวิ่งเข้าไปเกาะขาของชายชราและส่งเสียงร้องไห้โฮออกมายกใหญ่ รอบๆดวงตาปรากฎคาบน้ำตาแห่งความยินดีระปนความเศร้าเสียใจ