บทที่ 18
"น้ำชาเ้าค่ะท่านพี่" จางชิงหลินยื่นน้ำชาให้กับหลงเจิ้นอี้ที่นั่งกุมขมับอยู่ เนื่องจากเสียงร้องไห้ดีใจของขุนนางที่ลาออกไป พอได้เจอหลงเจิ้นอี้ครั้งแรก พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวแต่กลับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ และตอนนี้พวกเขาก็ยังพากันร้องไห้อยู่ ซึ่งแต่ละคนอายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว
"ตาแก่พวกนี้น่ารำคาญเสียจริง" หลงเจิ้นอี้รับน้ำชามาจับมือของจางชิงหลินให้นั่งลงฟังเสียงร้องไห้ของพวกตาแก่พร้อม ๆ กัน
"นั่นสิเ้าคะ ช่างน่ารำคาญจริง ๆ เลย" จางชิงหลินเห็นด้วย เพราะพวกเขามารวมตัวกันสิ่งที่ได้คือพากันร้องไห้เสียอย่างนั้น
"นายท่านกับนายหญิงต้องเข้าใจว่าใต้เท้าทั้งหลายต่างคิดว่าจะไม่ได้เจอกับทั้งสองอีกแล้ว พอได้มาเห็นภาพนี้อีกครั้งก็ต้องดีใจจนร้องไห้ออกมาเช่นนี้" จางกงกงพูดออกมาด้วยความเห็นใจพวกใต้เท้าทั้งหลายที่พากันกอดคอร้องไห้ โดยเฉพาะใต้เท้าเจียงและใต้เท้าฉู่ที่เมื่อก่อนเจอหน้ากันเป็ต้องทะเลาะกันแต่ตอนนี้กลับพากันกอดคอร้องไห้
"ตอนที่อันจวิ้นได้รับฎีกายอมรับผิดของตาแก่ฉู่เขามีอาการเช่นไรบ้าง" หลงเจิ้นอี้ถามจางกงกง ปล่อยให้ตาแก่พวกนั้นร้องไห้ไปก่อน
"แปลกใจมากขอรับ แต่ก็ชื่นชมคุณชายเหยาที่สามารถเกลี้ยกล่อมใต้เท้าฉู่ได้ขอรับ" จางกงกงรายงาน
"คงไม่ใช่แค่แปลกใจกระมัง" จางชิงหลินพูดขึ้น การกระทำเช่นนี้ของหลงอันจวิ้นไม่ใช่ทำเพราะความโกรธแน่นอน เขาต้องมีความคิดอะไรบางอย่างแน่นอน และเขาจะต้องรู้ดีว่าฉู่ไหวจินเป็คนเช่นไร
"เขาคงไม่อยากให้ไหวจินฆ่าตัวตายในคุกหรอกนะ ไม่อย่างนั้นเขาจะปล่อยให้ไหวจินส่งครอบครัวออกไปได้อย่างไร" หลงอันจวิ้นเองก็คิดเช่นเดียวกับจางชิงหลิน
"ไม่มีอะไรให้น่าแปลกใจนี่เ้าคะ" จางชิงหลินพูดออกมา
"นั่นสินะ" หลงเจิ้นอี้เองก็เห็นด้วย "นี่ตาแก่ฉู่เลิกกอดคอกันร้องไห้กับตาแก่เจียงได้แล้วมาคุยกันหน่อย เ้าไปทำอะไรเอาไว้อันจวิ้นถึงใช้วิธีนี้เพื่อบีบให้เ้าฆ่าตัวตายในคุก" หลงเจิ้นอี้ถามเสียงเข้ม ทำให้ฉู่ไหวจินกับเจียงเหวินฮุ่ยที่กอดคอร้องไห้รวมถึงคนอื่น ๆ ถึงกับหยุดชะงักไปทันที
"ไม่มีนะขอรับ นอกจากคัดค้านเหยาอวิ้นหานเป็รองเ้ากรมก็ไม่มีเื่อื่นที่ทำให้ฝ่าาไม่พอใจจนคิดจะกำจัดข้าน้อยอีก" ฉู่ไหวจินเช็ดน้ำตาพูดออกมา เขาพยายามนึกแล้วแต่ก็นึกไม่ออกว่ายังมีอะไรอีกที่เขาไปทำอะไรที่ทำให้หลงอันจวิ้นคิกจะกำจัดเขาโดยใช้วิธีนี้
ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ อยู่ ๆ ก็มีเสียงใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ของหลงเจิ้นอี้ดังขึ้นมาเบา ๆ ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็คิดถึงสาเหตุนี้ เพราะตัวของฉู่ไหวจินเองก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าชีวิตของเขานั้นอยู่ในกำมือของหลงอันจวิ้นทั้งหมดแล้ว
"ใต้เท้าฉู่ อำนาจในมือท่านมากเกินไป" จางชิงหลินพูดออกมา
"แต่อำนาจที่ข้าน้อยมี ก็เพื่อช่วยเหลือฝ่าาไม่ใช่หรือขอรับ เพื่อคานอำนาจในของขุนนางข้าน้อยต้องทำเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นถ้าฝ่ายไหนมากเกินไปราชสำนักจะสมดุลได้อย่างไร
เื่นี้เป็มานานแล้ว แม้แต่ตอนที่นายท่านหรือนายหญิงที่มาคุมแทนก็ทำเช่นนี้ เพื่อให้ราชสำนักสมดุลไม่เอียงมากเกินไป
และฝ่าาก็รู้ดีว่าอำนาจในราชสำนักจะให้อีกฝ่ายมีอำนาจมากกว่าไม่ได้ ทุกอย่างต้องสมดุลกัน จะปล่อยให้อำนาจของราชสำนักไปอยู่ในมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้" ฉู่ไหวจินพูดออกมา นี่มันเป็เื่ปกติของราชสำนักจะต้องมีการคานอำนาจกันทั้งสองฝ่าย
แม้แต่ตอนที่หลงเจิ้นอี้ปกครองเป็ฮ่องเต้ อำนาจอยู่ที่เขาทั้งหมด แต่เขาก็เลือกที่จะแบ่งอำนาจเป็สองส่วนเพื่อไม่ให้ราชสำนักไม่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นหลงเจิ้นอี้สามารถกุมอำนาจไว้ในมือตัวเองทั้งหมดได้โดยไม่แบ่งอำนาจออกมาก็ได้
"นั่นก็ถูกต้องแล้ว" หลงเจิ้นอี้พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของฉู่ไหวจิน "แต่เ้าลืมไปหรือเปล่าตาแก่ ไม่มีเ้า ก็ให้คนอื่นเป็ได้ อำนาจของเ้าก็แค่เปลี่ยนมือไปให้คนอื่น ตลอดหลายปีมานี้เ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าอันจวิ้นพยายามผลักดันคนตระกูลเหยามากแค่ไหน"
"ฮ่า ฮ่า ข้าน้อยช่างโง่เขลาเหลือเกิน ทำไมเื่แค่นี้กลับคิดไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ฝ่าาก็ทำให้เห็นมาตลอด ฮ่า ฮ่า" ฉู่ไหวจินหัวเราะออกมาด้วยความเ็ป หลงอันจวิ้นก็เหมือนกับศิษย์ของเขา ที่เขาคอยฝึกสอนอีกฝ่ายมาตลอด และเพราะเหตุนี้กระมังเขาถึงไม่ได้คิดถึงข้อนี้ เพราะอย่างไรเขาก็เป็คนนอก แต่นั่นพ่อตาของฮ่องเต้เลยนะย่อมสนิทมากกว่าอยู่แล้ว
"ท่านจะเ็ปไปไย ต้องเป็ข้าไม่ใช่หรือที่ต้องเ็ปกว่าท่าน" จางชิงหลินถามฉู่ไหวจินด้วยน้ำเสียงเรียบ
"หลินเอ๋อร์" หลงเจิ้นอี้เรียกจางชิงหลินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ข้าไม่เป็อะไรเลยท่านพี่ ข้ารู้ดีว่าเื่พวกนี้มันต้องเกิดขึ้น และที่ผ่านมาทั้งข้าและใต้เท้าฉู่ต่างก็ช่วยกันสอนฝ่าา เพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้น" จางชิงหลินพูดออกมา แม้เมื่อก่อนนางจะหวังเล็ก ๆ ว่าหลงอันจวิ้นจะเห็นนางที่เป็แม่ดีกว่าอำนาจ แต่นางก็เข้าใจ หลงอันจวิ้นโตแล้ว เขาก็มีความคิดเป็ของตัวเองจะให้ทำตามนางทุกอย่างได้อย่างไรเล่า แต่ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ความเป็จริงแล้วมันไม่ง่ายเลยที่จะทำได้จริง
"นายหญิง" ขุนนางที่ได้ยินในสิ่งที่จางชิงหลินพูดก็พากันเรียกนางไม่ได้
"ไม่ต้องมาเรียกข้า เลิกร้องไห้กันได้แล้ว ที่ข้ากลับก็เพราะท่านพี่อยากกลับมาสั่งสอนลูกชาย ข้าแค่มาเป็เพื่อนเท่านั้น" จางชิงหลินบอก ในเมื่อนางบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวนางก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว นางแค่อยากอยู่ใกล้ ๆ หลงเจิ้นอี้เท่านั้น
"ตาแก่พวกนี้นี่นะ มานั่งข้าจะเริ่มประชุมสักทีแล้วก็เช็ดน้ำตาด้วย โตกันป่านนี้แล้วยังร้องไห้เหมือนเด็กอยู่อีก" หลงเจิ้นอี้ส่ายหน้าเบา ๆ
"นายท่านแน่ใจหรือขอรับว่าจะทำเช่นนี้" เจียงเหวินฮุ่ยถามออกมาอีกครั้งหลังจากฟังหลงเจิ้นอี้จบ
"ใช่ ทำไมมันยากเกินไปอย่างนั้นหรือ" หลงเจิ้นอี้ถาม
"มันไม่ใช่ว่ายากหรือง่ายหรอกขอรับ แต่ถ้าฝ่าารู้ว่าเป็แผนของนายท่าน ฝ่าาจะรู้สึกเช่นไร" เจียงเหวินฮุ่ยพูดด้วยความเป็ห่วง
"มันก็เื่ของอันจวิ้น เ้าลองถามตาแก่ฉู่ดูว่าตอนที่เขาร่วมมือกับตาแก้ฉู่ต่อต้านแม่ตัวเอง เขาเคยรู้สึกผิดและเสียใจบ้างหรือไม่" หลงเจิ้นอี้ถามออกไปทันที
"แต่เื่นี้มันเสี่ยงนะขอรับ ถ้าเกิดฝ่าาพลาดขึ้นมาบัลลังก์ของฝ่าาจะถูกเปลี่ยนไปทันที และแน่นอนว่าชีวิตของฝ่าาจะต้อง" ฉู่ไหวจินพูดแค่นั้น เพราะไม่ต้องรอให้เขาพูดจบคนที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็รู้จุดจบของเื่ดี
"เขาไม่ตายหรอก หลงอันจวิ้นเขาเกิดมาก็มีบัลลังก์รอเขาอยู่แล้ว แล้วจะเป็อะไรไปที่ต่อไปจะมีคน้าบัลลังก์ที่เขาได้ และคนคนนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะนั่งบัลลังก์ได้เหมือนกัน" หลงเจิ้นอี้พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
"นายท่าน คิดใหม่เถอะขอรับ มันเสี่ยงเกินไป อย่างที่นายท่านพูด ฝ่าาเกิดมาก็มีบัลลังก์รออยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งมันไม่มีขึ้นมา แล้วฝ่าาจะรู้สึกเช่นไร มันคงไม่ง่ายนักหรอกขอรับ" ฉู่ไหวจินขอร้อง เขาไม่รู้ว่าถ้าเกิดว่าเื่มันผิดพลาดจนหลงอันจวิ้นต้องลงจากบัลลังก์จริง ๆ เขาจะรับมันได้หรือไม่
"มันก็เื่ของเขา ความรู้สึกเขา เขาก็ต้องรักษาเอง ที่ผ่านมาเพราะอำนาจเขาทำให้ใครต่อใครที่หวังดีต่อเขา เป็ห่วงเขาดูแลเขามาอย่างดีต้องเสียใจมากแค่ไหน
แล้วถ้าเขาจะเ็ปและเสียใจบ้างมันจะเป็อะไรไป ในเมื่อเขาเกิดมาก็มีบัลลังก์รออยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขาพยายามรักษาบัลลังก์ดูบ้างจะเป็อะไรไป มันคงไม่อยากเกินไปสำหรับเขา" หลงเจิ้นอี้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
"นายหญิง ช่วยพูดกับนายท่านหน่อยเถิดขอรับ" เจียงเหวินฮุ่ยหันไปขอร้องให้จางชิงหลินช่วยพูดกับหลงเจิ้นอี้
"ข้าไม่ว่าง" จางชิงหลินปฏิเสธพร้อมกับหยิบขนมมาชิม และหยิบอีกชิ้นหนึ่งให้กับจางกงกงที่ยิ้มหน้าบานกับขนมที่ได้รับ
"นายท่านยอมรับได้จริง ๆ หรือขอรับที่บัลลังก์จะกลายเป็ของคนอื่น แม้คนคนนั้นจะเป็เชื้อพระวงศ์ แต่แคว้นเฟิงหลงเป็แคว้นที่นายท่านและนายหญิงใช้ชีวิตแลกมานะขอรับ" เจียงเหวินฮุ่ยพยายามเกลี้ยกล่อมให้หลงเจิ้นอี้เปลี่ยนใจ เพราะเขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถขอร้องให้จางชิงหลินช่วยพูดได้แล้ว
ซึ่งมันก็น่าแปลกใจ เพียงแค่คืนคืนเดียวทุกอย่างดูเปลี่ยนไป จางชิงหลินคนเก่ากับคนนี้เหมือนกับคนละคนกันเลย จะเรียกว่าคนละคนก็ไม่ใช่ เรียกว่ากลับมาเป็คนเดิม คนที่ไม่เคยมีฮ่องเต้หลงอันจวิ้น
"พวกเ้าคิดมากไปแล้ว เื่มันยังไม่จบด้วยซ้ำพวกเ้าจะกลัวกันไปก่อนทำไม ไม่แน่หลงอันจวิ้นอาจจะสามารถนั่งอยู่บนบัลลังก์ได้ และแน่นอนว่าถ้าเขาทำไมไม่ได้
มันก็แค่กลับไปอยู่ในจุดเดิม จุดที่ข้าและหลินเอ๋อร์เคยอยู่ มันก็แค่นั้น แต่เขาจะไม่ตายเพราะเื่นี้แน่นอน ข้าให้สัญญา
นอกจากเขาจะทำใจไม่ได้และฆ่าตัวตายไป เหมือนกับวิธีที่เขาใช้กับเ้าตาแก่ฉู่ โดนมาแล้วนี่ยังจะรักและเป็ห่วงเขาอีกหรือ" หลงเจิ้นอี้พูดออกมาทำให้ฉู่ไหวจินเงียบไปทันที
ทั้งหมดนั่งคุยกันอีกสักพักใหญ่ เมื่อตกลงกันเรียบร้อยก็แยกย้ายกันจากไปเหลือเพียงหลงเจิ้นอี้และจางชิงหลินที่นั่งกันอยู่สองคน
"ทำไมท่านพี่ไม่บอกพวกเขาไปล่ะเ้าค่ะว่าหลงมู่ก็คือท่านพี่" จางชิงหลินถามออกมา
"หลินเอ๋อร์ดูสิ อันจวิ้นทำกับพวกเขาขนาดนั้น ดูตาแก่ฉู่สิ เขาเสียใจมากแค่ไหนกับสิ่งที่อันจวิ้นทำ แต่ตาแก่ก็ยังเป็ห่วงเขา
ข้าจะทำให้อันจวิ้นเห็นว่าขุนนางที่ภักดีต่อเขา แต่ถูกเขาทอดทิ้งพวกเขาก็ยังรักและเป็ห่วงเขาเสมอ ให้เขาได้เห็นว่าคนที่ภักดีต่อเขาจริง ๆ เป็ใคร
สิ่งที่เขาหวาดกลัวก็คืออำนาจของขุนนางเก่า กลัวที่จะอยู่ในอำนาจของแม่ตัวเอง ต่อไปก็จงเรียนรู้มันซะ" หลงเจิ้นอี้ตอบจางชิงหลินเสียงเรียบ