หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จเซียวหยวนซินและหลิวเฉิงเหว่ยก็เตรียมพาลูกน้อยหลิวหยวนหยวนกลับไปยังกองผลิตตระกูลหลิว
ก่อนจากไปซูเจียวเจียวจัดเตรียมของว่างให้หลิวหยวนหยวนมากมาย ทั้งลูกอมกระต่ายขาวกระป๋องผงนมมอลต์ ขนมปังกรอบ มะตูมดอง และผลไม้กวนหอบใหญ่ทีเดียวนอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าใหม่สองชุด เซียวหยวนซินกล่าวว่า“เธอให้ของว่างเยอะขนาดนี้ หยวนหยวนก็ไม่ได้กินมากเท่าไรหรอกสุดท้ายก็ตกไปอยู่ในท้องของคนอื่นอยู่ดี เธอเก็บไว้กินเองดีกว่า ค่อยๆกินไปเดี๋ยวก็หมดแล้ว”
เธอไม่อยากให้ของดีเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของคนพวกนั้น
ซูเจียวเจียวกล่าว“ตอนนี้พวกเขาน่าจะกลับไปทำงานกันหมดแล้วพี่สะใภ้แอบเอาของพวกนี้กลับบ้านไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนลงกลอนไว้ให้เรียบร้อย พอไม่มีใครอยู่ก็แอบเอาให้หยวนหยวนกินนิดหน่อยนะคะ”
เซียวหยวนซินฟังแล้วเห็นด้วยจึงไม่ปฏิเสธ ปล่อยให้หลิวเฉิงเหว่ยเป็นคนแบกของเหล่านี้ไป
สุดท้ายเซียวหยวนหมิงก็ไม่รู้ว่าไปเอาผงนมผงสองกระป๋องมาจากไหน“เจียวเจียวบอกว่าร่างกายของหยวนหยวนอ่อนแอเกินไปต้องดื่มนมผงถึงจะแข็งแรง คุณชงให้หยวนหยวนดื่มวันละสองแก้ว เช้าเย็นใช้แค่น้ำอุ่นเท่านั้นนะ อย่าใช้น้ำร้อนที่เพิ่งต้มเดือด เพราะนอกจากจะลวกเด็กแล้วยังทำให้สารอาหารสูญเสียไปอีกด้วย”
ซูเจียวเจียวแอบประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเซียวหยวนหมิงพูดอย่างละเอียดเช่นนั้นดูเหมือนเขาจะสอบถามเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี
เมื่อเห็นนมผงซึ่งเป็นของล้ำค่าเซียวหยวนซินก็ไม่กล้ารับ ส่วนหลิวเฉิงเหว่ยก็เช่นกันตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นนมผงเลย เขาเพียงเคยได้ยินชื่อเท่านั้น
อีกทั้งนมผงกระป๋องหนึ่งนั้นแพงมาก!แพงกว่าผงนมมอลต์เสียอีก และยังหายากมากๆ ด้วย
ซูเจียวเจียวหยิบนมผงสองกระป๋องยัดใส่ถุงของพวกเขา“นี่คือนมผงสำหรับเด็ก เราเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
“พวกเธอเก็บไว้ก็ได้นะ พอมีลูกแล้วจะได้เอาให้ลูกดื่มไง”
เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าของซูเจียวเจียวก็เผยรอยยิ้มออกมา “ฉันกับอาหมิงจะรออีกสองสามปีค่อยมีลูกค่ะหากรอจนถึงตอนนั้นอีกสองสามปีนมผงพวกนี้ก็หมดอายุพอดี อีกอย่างนี่คืออาหมิงในฐานะของน้าชายตั้งใจหามาให้หยวนหยวนดื่มโดยเฉพาะเลยนะ”
เมื่อคำนวณอายุแล้วตอนนี้ร่างกายของเธอก็เพิ่งจะอายุสิบแปดปีเท่านั้น การมีลูกตอนนี้ยังเร็วเกินไปอีกอย่างปี 1977 ก็จะมีการฟื้นฟูระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกหากมีลูกขึ้นมาก็คงไม่มีกำลังและเวลาดูแลเด็กแน่ๆ
แม้เซียวหยวนหมิงจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็กล่าวว่า “ผมฟังเจียวเจียวครับอีกสองสามปีค่อยมีลูกก็ได้”
หลังจากเซียวหยวนซินและหลิวเฉิงเหว่ยจากไปซูเจียวเจียวก็หันกลับไปโอบคอเขา แล้วกระซิบเบาๆ ว่า“ไม่พอใจเหรอคะ?”
เซียวหยวนหมิงส่ายหน้า“ผมไม่ได้ไม่พอใจ”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“ดูท่าทางผิดหวังของคุณสิ ฉันดูออกหรอกน่าฉันไม่ใช่ไม่อยากมีลูกของเรานะ แต่ว่าตอนนี้ฉันยังเด็กเกินไปไม่เหมาะกับการมีลูกเลย ผู้เฒ่าที่มากประสบการณ์ในหมู่บ้านฉันบอกว่าผู้หญิงควรรอให้อายุเกิน 23 ปีขึ้นไปร่างกายจะเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว จะไม่เพียงแต่คลอดบุตรได้อย่างปลอดภัยเท่านั้นแต่เด็กที่เกิดมาก็จะฉลาดและแข็งแรงด้วย”
เมื่อฟังคำอธิบายของซูเจียวเจียวเซียวหยวนหมิงก็เข้าใจทันที เขาโอบกอดเอวอันบอบบางของซูเจียวเจียวแน่น“งั้นเราก็รออีกสองสามปีค่อยมีลูกก็ได้”
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องยึดความปลอดภัยของเจียวเจียวเป็นสำคัญ
เซียวหยวนหมิงดึงซูเจียวเจียวเข้าห้องดึงเงินสิบแปดหยวนออกมาจากใต้หมอนแล้วยื่นให้ “เหลือแค่นี้แล้ว”
ซูเจียวเจียววางเงินไว้ในมือเขา“คุณทำสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนเหรอคะ? เงินพวกนี้ไม่ต้องให้ฉันหรอกคุณเก็บไว้เองเถอะ”
เซียวหยวนหมิงกล่าว“ผมเข้าใจแล้ว”
หลังจากเก็บเงินเรียบร้อยเขาก็ไปทำงาน
ส่วนซูเจียวเจียวก็ยังคงตัดเสื้อผ้าต่อไป
ก่อนวันส่งมอบหนึ่งวันในที่สุดซูเจียวเจียวก็ตัดชุดสูทและชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นชุดสูทและชุดเจ้าสาวเซียวหยวนหมิงก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมไม่หยุด ภรรยาของเขามีฝีมือที่ประณีตจริงๆ!สามารถสร้างสรรค์ชุดเจ้าสาวและชุดสูทที่สวยงามและงดงามเช่นนี้ได้!
เมื่อหันกลับมาซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนหมิงจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาร้อนแรง จนเธออดถามยิ้มๆไม่ได้“จ้องทำไมคะ? บนหน้าฉันมีดอกไม้เหรอ?”
เซียวหยวนหมิงก้าวเข้าไปโอบกอดเธอใช้หน้าผากจรดหน้าผากของเธอ “ผมต่างหากที่ได้เจอสมบัติล้ำค่าที่แท้จริง”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และอ่อนโยนของเขาช่างน่าหลงใหลอย่างยิ่ง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นซูเจียวเจียวก็จัดชุดสูทและชุดเจ้าสาวใส่ถุงอย่างเรียบร้อยแล้วไปตัวอำเภอพร้อมกับเซียวหยวนหมิง
วันนี้กองผลิตได้หยุดงานหนึ่งวัน
ทั้งสองนั่งรถแทรกเตอร์ไปตัวอำเภอใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงตัวเมือง
เซียวหยวนหมิงไปทำธุระส่วนซูเจียวเจียวก็เดินตรงไปยังบ้านของเฉินเจียอวี้อย่างคุ้นเคยเช้าวันนี้เฉินเจียอวี้ไม่มีสอน จึงกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านเมื่อเห็นซูเจียวเจียวมาถึงก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง
“ฉันคิดว่าวันนี้คุณจะส่งของไม่ได้เสียแล้ว”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“ในเมื่อเราตกลงเวลากันไว้แล้ว ฉันก็ต้องทำให้ได้อยู่แล้วสิคะ”
ขณะพูดซูเจียวเจียวก็หยิบชุดสูทและชุดเจ้าสาวออกมาให้เฉินเจียอวี้ดู
เพียงแวบเดียวเฉินเจียอวี้ก็ไม่อาจละสายตาได้ “พระเจ้าช่วย!ชุดเจ้าสาวนี้สวยเกินไปแล้ว!แม้แต่ในห้างสรรพสินค้าที่ตัวเมืองมณฑลฉันก็ยังไม่เคยเห็นชุดเจ้าสาวที่สวยงามขนาดนี้มาก่อนเลย!ยุวชนซู คุณทำได้อย่างไรกัน?”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“ขอแค่พวกคุณพอใจก็พอค่ะ”
“พอใจ! พอใจแน่นอน! เชื่อว่าน้องชายของฉันกับเสี่ยวหมิ่นก็จะพอใจมากๆ ด้วย!”เฉินเจียอวี้กล่าว “เดี๋ยวฉันจะโทรหาน้องชายกับเสี่ยวหมิ่นให้มาดูตอนนี้เลยค่ะ”
ที่บ้านของเฉินเจียอวี้มีโทรศัพท์เธอจึงหมุนหมายเลขและโทรออก ทางเฉินเจียฉีบอกว่าจะรีบมาทันที
เนื่องจากงานแต่งงานจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้เฉินเจียฉีจึงได้ลาหยุดงานแต่งงานเอาไว้ สามารถมาได้ตลอดเวลา
ประมาณหนึ่งก้านธูปเฉินเจียฉีกับคู่หมั้นของเขาวังหมิ่นก็มาถึง
รูปร่างของวังหมิ่นใกล้เคียงกับเฉินเจียอวี้ผิวขาวผ่อง หน้าตาสะอาดสะอ้าน ถักเปียผมสีดำ ใส่ชุดกระโปรงสีน้ำเงิน
เมื่อวังหมิ่นเห็นชุดเจ้าสาวก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมไม่หยุดลูบไล้ด้วยความรักใคร่ “สวยจริงๆ เลย”
แขนเสื้อของชุดเจ้าสาวเป็นทรงแบบแขนตุ๊กตาคอเสื้อเปิดต่ำเล็กน้อย ดูเย้ายวนใจแต่ไม่ดูไร้มารยาท กำลังพอดีทีเดียว
ส่วนตรงช่วงเอวมีการออกแบบให้เข้ารูปเน้นรูปร่างให้ดูมีเอว แต่ไม่ดูอ้วนเทอะทะและด้านหลังของชุดเจ้าสาวก็มีชายกระโปรงผ้าลูกไม้ลากพื้นอีกด้วย
ซูเจียวเจียวใช้ผ้าลูกไม้ที่เหลือมาทำผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอีกด้วย
การออกแบบชุดสูทก็ดูดีและเรียบร้อยมากการตัดเย็บเป็นเอกลักษณ์ กระดุมที่ทำออกมาก็ประณีต ไม่เหมือนกระดุมหยาบๆที่ขายในตลาดตอนนี้ ดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร
ผ้าที่เหลือซูเจียวเจียวก็เอามาทำเสื้อกั๊กสูทสีเดียวกัน สามารถใส่ด้านในได้
สรุปแล้วทั้งชุดสูทและชุดเจ้าสาว เฉินเจียฉีและวังหมิ่นต่างก็พอใจเป็นอย่างมาก
วังหมิ่นตื่นเต้นจนโอบกอดเฉินเจียฉี“ขอบคุณที่มอบของขวัญชิ้นนี้ให้ฉันนะคะ ฉันชอบมาก” พูดพลางก็มองซูเจียวเจียวแล้วยิ้ม “ยุวชนซูขอบคุณที่ตัดชุดเจ้าสาวออกมาได้สวยงามขนาดนี้”
เฉินเจียฉีก็ยิ้มพลางกล่าว“ตัดออกมาได้สวยกว่าที่เราคาดไว้เสียอีก”
ซูเจียวเจียวตอบด้วยรอยยิ้ม“พวกคุณชอบก็พอแล้วค่ะ”
เฉินเจียฉีหยิบเงินยี่สิบหยวนออกมาส่งให้ซูเจียวเจียว“ยุวชนซู นี่คือค่าจ้างของคุณครับ”