CHAPTER 05 : ไม่รู้ตัวบ้างหรือไง
สุดท้ายฉันก็มายืนต่อแถวอยู่หน้าชมรมที่มีพี่ชายสายเืเดียวกันเป็ประธานอยู่แม้ฉันจะไม่อยากมาเข้าชมรมแบบนี้ก็ตาม พอป่านบอกว่าพี่ธามก็อยู่ชมรมนี้เหมือนกันหัวใจมันก็สั่งให้ฉันเดินมาอยู่ตรงนี้นี่แหละ
“ไหนบอกจะไม่เข้าไง” ป่านถามพร้อมกับเบะปากใส่ฉันอย่างหมั่นไส้
“ใครพูดตอนไหนกัน” ฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ลืมคำพูดตัวเองก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น ในหัวคิดอย่างเดียวว่าฉันจะต้องอยู่ชมรมเดียวกับพี่ธาม!
“จ้า ไม่พูดก็ไม่พูดจ้า”
ฉันเลิกสนใจป่านแล้วหันมามองแถวที่ยาวเหยียด ไม่คิดว่าจะมีคนมาสมัครเยอะขนาดนี้เลยนะ แถมยังมีแต่ผู้หญิงอีกต่างหาก บางคนดูแล้วไม่น่าจะมาชมรมอาสาอะไรแบบนี้เลย หรือฉันอาจจะมองคนที่ภายนอกกันล่ะ หวังว่าก่อนจะถึงฉันกับป่านคนจะไม่เต็มก่อนหรอกนะ
“ขอโทษครับคนเต็มแล้ว ปิดรับสมัครแล้วนะครับ!”
“โหยย” เสียงโห่ร้องด้วยความเสียใจเมื่อจบประโยคอันโหดร้ายนั้นก่อนจะถอยออกมาแล้วแยกย้ายกันไป
มะ หมายความว่าไง นี่ฉันจะไม่ได้อยู่ชมรมเดียวกับพี่ธามแล้วยังต้องไปหารมชมใหม่อีกเหรอ ทำไมพระเ้าถึงใจร้ายไม่ยอมรับฟังคำขอของฉันเลยล่ะ
“เพราะเธอเราถึงมาไม่ทันเนี่ย”
“เธอนั่นแหละที่ลีลามัวแต่แต่งหน้า”
ฉันมองตามผู้หญิงสองคนที่เดินทะเลาะกันออกไป มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันเลิกสนใจสองคนนั้นแล้วหันมามองป่านเพื่อจะปรึกษาว่าจะเอายังไงต่อไปดี
“มุก ป่าน”
แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรก็มีเสียงคนเรียกเราสองคนเสียก่อน หันไปดูก็พบว่าเป็กายที่ยืนกวักมือเรียกเราสองคนอยู่ ฉันและป่านจึงรีบเดินไปหาอย่างไม่รอช้า
“นึกว่าจะไม่มาแล้วเสียอีก” กายบอก
“แต่ก็มาไม่ทันเนี่ย” ฉันบอกเสียงอ่อย เสียดายอ่ะ ต้องไปเดินหาชมรมใหม่อีก ตอนนี้ก็คงจะเต็มไปหมดแล้วมั้ง เวลาก็ไม่มีแล้วด้วย
“รู้อย่างนี้ให้นายลงชื่อไว้ให้ก็ดีหรอก” จริงของป่าน ทำไมพวกเราคิดไม่ได้นะ
“ความจริงแล้วชมรมเราคนไม่เต็มหรอก”
“พี่คิม!”
ฉันเรียกพี่คิมที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องชมรมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สองมือเท้าลงบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าแล้วหรี่ตามองฉันอย่างเ้าเล่ห์
“ที่มาสมัครเนี่ย อยากเข้าจริงๆ หรือว่ามาเพราะใครน้า” พี่ทำเสียงล้อเลียนเพื่ออยากจะแกล้งฉัน
“เพราะพี่มาร์คไง อยากเข้าชมรมพี่ชายตัวเองผิดด้วยหรือไง” ฉันเถียงไปข้างๆ คู ซึ่งดูจากสีหน้าทุกคนแล้วก็ดูจะไม่มีใครเชื่อคำพูดของฉันเลยสักนิด
“อ้าว นึกว่าเพราะไอ้ธาม”
“พี่คิม!”
ฉันเผลอขึ้นเสียงใส่พี่คิมที่พูดประโยคนี้ออกมา ถ้าคนอื่นมาได้ยินจะทำยังไงเล่า แล้วดูพวกเพื่อนฉันยังมีหน้ามาหัวเราะอีก
ทั้งที่รู้อยู่แล้วจะมาถามย้ำอีกทำไมล่ะ โดยเฉพาะพี่คิมเนี่ยชอบแกล้งฉันให้จนมุมอยู่เรื่อย ครั้งที่แล้วยังไม่ได้เอาคืนเลยนะ เกลียดพี่มัน
“แล้วตกลงคนเต็มหรือยังคะ เมื่อกี๊ได้ยินพี่บอกว่ายังไม่เต็มหมายความว่าไงเหรอ” ป่านถาม
ขอบคุณที่ดึงความสนใจของทุกคนออกไปจากเื่ของฉันสักที
“ก็ยังไม่เต็มหรอก แต่เห็นมีแต่พวกผู้หญิงมาสมัครก็เลยโกหกไปว่าเต็มน่ะ” พี่คิมอธิบาย
“ทำไมล่ะ คนเยอะๆ ไม่ดีเหรอ” ฉันถาม
“ไอ้ดีมันก็ดีแหละถ้าพวกนั้นมาเพราะอยากอาสาจริงๆ” กายอธิบายต่อซึ่งฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีอ่ะ ถ้าไม่ได้มาเพราะอยากอาสาแล้วพวกนั้นแห่มาทำไมกันเยอะแยะล่ะ
“ส่วนมากที่มาเพราะพวกพี่หล่อไง ผู้หญิงก็เลยอยากมาอยู่ชมรมเดียวกับพี่ เกิดมาหล่อก็งี้แหละ” พี่คิมพูดด้วยสีหน้ามั่นใจสุดๆ ถ้าไม่ติดว่าเกิดก่อนฉันเบะปากมองบนใส่ไปแล้ว
“เอ่อ ...” ขนาดป่านยังพูดไม่ออกเลยอ่ะ ไม่เว้นแม้กระทั่งกายที่มองพี่คิมด้วยสีหน้าเอือมๆ
“ทำไมต้องมองกันแบบนั้นด้วย พี่พูดจริงนะเว้ย มันเป็แบบนี้ทุกปีแหละ พวกผู้หญิงส่วนมากที่มาสมัครเพราะหนุ่มหล่อจากวิศวะอยู่ที่นี่ไง”
“พี่ก็เลยต้องโกหกว่าไม่รับแล้ว” ป่านสรุป
“ถูก”
ที่พี่คิมพูดก็น่าจะเป็เื่จริงอยู่หรอกเพราะสี่หนุ่มหล่อจากวิศวะมาอยู่ที่ชมรมนี้กันหมดเลย ไม่แปลกที่พวกผู้หญิงอยากจะมาเข้าชมรมนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งฉันที่ก็มาเพราะผู้ชายเหมือนกันTT
“งั้นมุกกับป่านก็ยังสมัครได้อ่ะดิ” ก็ในเมื่อคนยังไม่เต็มนี่นา
“ได้แหละ แต่พี่ไม่รับ” พี่คิมยืดตัวตรงเอามือขึ้นมากอดออกและมองมาอย่างเหนือกว่า
“แต่มุกจะเข้า” พูดจบฉันก็หยิบปากกาบนโต๊ะมาเขียนชื่อตัวเองลงไปในใบสมัครทันทีโดยที่พี่คิมเองก็ได้แต่ทำหน้างงเป็ไก่ตาแตก
คิดจะเล่นกับมุกยังช้าไปสิบวินะพี่
“ป่านมาลงชื่อ” เขียนเสร็จก็เรียกให้ป่านมาลงต่อแล้วกอดอกมองหน้าพี่คิมกลับไปอย่างที่เขาทำใส่ฉันก่อนหน้านี้
“เห็นว่าเป็น้องประธานหรอกนะถึงได้ยอมน่ะ” พี่คิมทำหน้าบูดทันทีเมื่อแกล้งฉันไม่ได้ ก็แกล้งบ่อยจนจับทางได้แล้วไง
“ขอบคุณนะคะ” ฉันกล่าวออกไปโดยที่ไม่มีความจริงใจอะไรเลยสักนิดเดียว
“อ้าวม่าน มารอพี่เหรอ” พี่มาร์คที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องทักฉันขึ้น
“มุกมาสมัครชมรมต่างหาก” ฉันบอก แต่เจอพี่มันก็ดีเหมือนกันจะได้กลับพร้อมกันเลย
“ห้ะ สมัครชมรมพี่เนี่ยนะ”
ฉันพยักหน้าหงึกๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่มาร์คต้องใแรงเบอร์นี้ด้วย ฉันแค่มาสมัครชมรมแล้วมันน่าใตรงไหนอ่ะ งง
“ทำไมมึงต้องใขนาดนั้นวะ” พี่คิมได้ถามแทนฉันไปแล้ว
“ก็ม่านไม่ชอบอะไรแบบนี้นี่” พี่มาร์คยังคงทำหน้าตาเหลือเชื่อ
ถูกอย่างที่พี่มันบอก ฉันไม่ได้ชอบชมรมอะไรแบบนี้แต่ชอบคนที่อยู่ชมรมนี้ เหตุผลนี้พอจะได้ไหมล่ะ จากที่ไม่ชอบต้องกลายมาเป็ชอบก็เพราะพี่ธามเนี่ยแหละ
“ตอนนี้ชอบแล้วไง” ฉันยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“ก็น้องมึงชอบไอ้ธามไง”
“พี่คิม!”
โว้ยยย ใครก็ได้มาลากพี่คนนี้ไปไกลๆ ฉันที ฉันเกลียดพี่คิม พูดแล้วยังมายักคิ้วให้ฉันอีกนะ นี่จะประกาศตัวเป็ศัตรูกับฉันใช่ไหมถึงได้ชอบแกล้งกันนัก แกล้งแรงด้วย ฮืออ เกลียดดดดดด
“อ่อ” พี่มาร์คพยักหน้าเข้าใจในทันทีพร้อมกับทำท่าล้อเลียนฉันด้วย
“กลับได้แล้ว” ฉันรีบเปลี่ยนเื่แล้วลากพี่มาร์คออกมาทันทีด้วยใบหน้าบูดบึ้งจนทุกคนหัวเราะออกมา
มีความสุขกันจังนะ!
“เดี๋ยวสิมุก จะรีบไปไหนล่ะ” เสียงพี่คิมดังตามหลังมา คือเขาจะไม่หยุดใช่ป่ะ อยากจะไฟท์กับฉันจริงๆ ใช่ไหม
“วันนี้ไอ้ธามกลับไปแล้วล่ะ”
“พี่มาร์ค!” พี่สะบัดแขนพี่มันออกทันทีเมื่อยังไม่หยุดล้อฉัน
“โอ๋ๆ ล้อเล่นหรอกหยุดทำหน้าบูดได้แล้วน่า เดี๋ยวพาไปกินของอร่อยเอาป่ะ” พี่มาร์คบอกพร้อมกับเอามือมายีผมฉันแต่ฉันก็ปัดออกทันที
“ไม่ต้องเอาของกินมาล่อ” เห็นฉันเป็คนเห็นแก่กินขนาดนั้นเลยหรือไง
“ไม่ไป”
“ไปดิ”
ใครจะพลาดล่ะ!
สรุปฉันกับที่มาร์คมาหาอะไรกินในห้างแล้วเดี๋ยวพี่มันจะไปที่ผับพี่เรียวต่อ พี่เรียวก็คือเ้าของผับที่พี่มันจะซื้อต่อเนี่ยแหละ ฉันก็เลยจะไปด้วย อยากจะรู้เหมือนกันว่าหน้าตาผับมันเป็ยังไง เราเดินไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะมาหยุดที่ร้านขนมหวานที่พี่มันแนะนำว่าอร่อยนักอร่อยหนา ไม่ยักจะรู้ว่าชอบกินขนมหวานด้วย
“สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง” พี่มาร์คบอกพร้อมทั้งยื่นเมนูมาให้
เมนูส่วนมากจะเป็ขนมไทยที่คนเมืองหากินค่อนข้างยาก แต่ขนมอย่างอื่นก็มีให้เลือกเยอะนะ ที่ร้านคนเยอะมากเลยล่ะ ฉันเลือกสั่งขนมไทยที่ชอบกินสองสามอย่างไป
“พี่รู้จักร้านแบบนี้ได้ไง” หน้าแบบนี้ไม่คิดว่าจะเข้าร้านแบบนี้เป็
“ไอ้ธามชอบพามาน่ะ มันชอบขนมไทยมากเลยนะพี่ก็ติดเพราะมันเนี่ย”
ชื่อของใครบางคนในประโยคทำให้ฉันแปลกใจมากกว่าเดิม คนอย่างพี่ธามน่ะเหรอจะชอบขนมไทย คิดไม่ถึงเลยน่ะสิ
“แล้วพี่ธามชอบกินอะไรเหรอ” ฉันถามเพราะนึกอะไรออก
“มันชอบวุ้นลูกชุบ เห็นไม่ได้เลยล่ะ”
วุ้นลูกชุบเหรอ นี่มันขนมในวัยเด็กเลยนะที่เค้าชอบทำเป็รูปต่างๆ เดี๋ยวนี้การประดิษฐ์ประดอยเปลี่ยนไปตามสมัยนิยมทำให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ตอนเด็กๆ ฉันก็จะเลือกเอาแต่อันที่ตัวเองชอบทั้งนั้นเพราะรสชาติก็ไม่ได้ต่างกัน
“อ่อค่ะ” ฉันพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับขนมที่มาเสิร์ฟพอดี
อร่อยสมคำพี่มาร์คโม้ไว้จริงๆ ล่ะ ขนาดฉันที่ไม่ค่อยชอบกินขนมไทยยังอดชื่นชมในรสชาติไม่ได้เลย ฉันเอามือถือออกมาถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเมื่อกินไปแล้วชิ้นนึงเพราะไม่ใช่รสชาติที่อร่อยอย่างเดียวหน้าตายังน่ากินมากๆ อีกต่างหาก วันหลังต้องชวนป่านกับกายมาด้วย
“พี่มาร์ค เมื่อคืนพี่กลับมาตอนไหนอ่ะ” ฉันถามเมื่อนึกขึ้นมาได้ อยากรู้ว่าพี่มันมาอุ้มฉันกลับห้องไปตอนไหน
“ตีหนึ่งได้มั้ง”
“แล้วพี่รู้ได้ไงว่ามุกอยู่ห้องพี่ธาม” ถ้ากลับมาดึกขนาดนั้นพี่มันก็คงจะเข้านอนเลยไม่มาสนใจฉันหรอก แสดงว่าไปหาฉันที่ห้องเหรอ
“ไปอยู่ห้องไอ้ธามตอนไหน” พี่มาร์คขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
“ก็พี่เป็คนอุ้มมุกกลับห้องไม่ใช่เหรอ” ทำไมต้องทำหน้าแปลกใจด้วย
“อุ้มบ้าอะไรล่ะ พี่มาถึงก็เข้านอนเลย”
“อ้าว...”
ถ้าพี่มาร์คไม่ได้อุ้มฉันมาแล้วฉันกลับมานอนที่ห้องได้ไงล่ะ พี่ธามงั้นเหรอ ไม่ใช่หรอกน่า คนอย่างพี่ธามน่ะเหรอจะมาอุ้มฉัน แต่ถ้าไม่ใช่พี่ธามก็ไม่มีใครแล้วนี่นา นี่เขาอุ้มฉันมานอนที่ห้องจริงๆ เหรอ งืออ แค่คิดก็เขินแล้วอ่ะ
“แล้วสรุปไปนอนในห้องไอ้ธามได้ไง” พี่มาร์คมองมาด้วยสายตาจับผิด
“ก็ตอนที่มุกไปดูพี่ธามไง แต่ลืมว่าเดินกลับห้องเองแหะๆ” ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนเพราะไม่อยากให้พี่มันสงสัยอะไรไปมากกว่านี้ ซึ่งพี่มาร์คก็ไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วตั้งหน้าตั้งตากินต่อ
“หนูซื้อไปฝากพี่ธามด้วยได้ไหม”
“แล้วจะเอาไปให้ตอนไหน จะไปผับกับพี่ไม่ใช่หรือไง” อ่าใช่ ถ้ารอไปผับก่อนขนมคงเซ็งหมดพอดี
“งั้นมุกไม่ไปแล้วได้หรือเปล่า” ฉันบอกเสียงอ่อยมองพี่มันตาปริบๆ ไอ้อยากไปก็อยากไปแหละแต่ก็อยากเอาขนมไปให้พี่ธามด้วย เห็นบอกว่าเป็ร้านโปรดก็เลยอยากซื้อไปฝาก
“เห็นผู้ชายคนอื่นดีกว่าพี่ว่างั้น”
“พี่มาร์คอ่า คนอื่นที่ไหนกันพี่ธามก็เพื่อนพี่นี่นา” ฉันไม่ได้เห็นคนอื่นดีกว่าสักหน่อย ชอบพูดให้ฉันรู้สึกไม่ดีอยู่เรื่อยเลย
“พี่ล้อเล่น เลิกทำหน้าแบบนั้นเถอะ อยากซื้ออะไรก็ไปเลือกเดี๋ยวพี่กลับไปเอาของที่ห้องแล้วจะได้ไปส่งม่านด้วย”
“น่ารักที่สุด”
ออด ออด ออด
ฉันยืนกดออดอยู่หน้าห้องที่ธามเกือบจะยี่สิบนาทีแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่มีใครอยู่แต่เป็เพราะเ้าของห้องไม่ยอมมาเปิดให้ฉันต่างหาก ถามว่ารู้ได้ไงว่าพี่ธามอยู่ในห้องเพราะว่าเขาออกมาเปิดประตูให้ฉันรอบนึงแล้วไง แต่พอรู้ว่าเป็ฉันพี่ธามก็ปิดประตูใส่หน้าฉันทันที ไม่ถามกันสักคำว่าฉันมาทำไม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมมาเปิดประตูให้เลย อุตส่าห์ซื้อขนมที่ชอบมาฝากตั้งสองกล่องเชียวนะ
เหอะ คิดว่าแค่ประตูกั้นจะห้ามฉันได้หรือไง ลืมไปหรือเปล่าว่าฉันรู้รหัสห้องเขาน่ะ ไม่รู้หรอกว่าพี่ธามจะเปลี่ยนใหม่หรือยังไง ถ้ายังก็ถือว่าเป็โชคดีของฉันก็แล้วกัน
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
แกรก
อ่า พี่ธามไม่ได้เปลี่ยนรหัสจริงๆ ด้วย ฉันค่อยๆ เปิดประตูเข้าและปิดอย่างเบามือที่สุด ก็ไม่รู้ทำไมจะต้องทำเหมือนโจรย่องเข้าห้องคนอื่นด้วยก็ไม่รู้ทั้งที่ไม่ได้มาลักขโมยอะไรสักหน่อย แต่ถ้าเป็ขโมยหัวใจเ้าของห้องก็ว่าไปอย่าง ฉันกวาดสายตาไปทั่วห้องแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของพี่ธามเลย เดินไปดูในห้องครัวก็ไม่มีฉันจึงตัดสินใจเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องของพี่ธาม ในเมื่อดูทั่วห้องแล้วไม่มีห้องนอนก็เป็ตัวเลือกสุดท้าย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ฉันตัดสินใจเคาะประตูเพื่อเรียกคนข้างใน แต่ไม่ว่าจะเคาะเท่าไหร่คนข้างในก็ไม่ยอมเปิดออกมา หรือว่าพี่ธามไม่อยู่ แต่จะเป็ไปได้ยังไงในเมื่อฉันอยู่หน้าห้องเขาตลอด ถ้าพี่ธามออกไปฉันก็ต้องเห็นสิ
แกรก
อยากจะตีมือตัวเองที่ไปบิดลูกบิดประตูแล้วเปิดมันออก แค่เข้าห้องมาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตก็แย่พอแล้ว ยังจะถือวิสาสะเข้าไปในห้องส่วนตัวของเขาอีก แต่ฉันอยากเอาขนมให้พี่ธามนี่นา ถ้าเขารับไปั้แ่แรกก็จบแล้ว ไม่ต้องมาลำบากให้ฉันทำตัวเหมือนหัวขโมยแบบนี้แถมยังเสี่ยงโดนด่าอีกด้วย
แต่พอเข้ามาในห้องนอนก็ไม่เห็นว่าพี่ธามจะอยู่ในนี้เลย ได้ยินแต่เสียงน้ำไหลดังมาจากห้องน้ำซึ่งแน่นอนว่าพี่ธามต้องอยู่ในนั้น ฉันอาศัยเวลาที่พี่ธามอาบน้ำมาเดินสำรวจห้องนอนของพี่ธาม ถึงจะเคยเข้ามาแล้วแต่ก็ไม่ได้มีโอกาสมาเดินดูแบบนี้เพราะตอนนั้นพี่ธามก็เอาแต่ไล่ฉันไง
ห้องพี่ธามก็เหมือนกับห้องของพี่มาร์คนั่นแหละ ห้องผู้ชายก็คงจะเหมือนๆ กัน ต่างกันตรงที่ห้องพี่ธามจะดูทึบกว่าเพราะเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากจะเป็สีดำไม่เว้นแม้กระทั่งเตียง โต๊ะทำงานก็เป็ระเบียบจนฉันไม่กลาจะหยิบจับอะไร แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นกรอบรูปที่วางไว้ ฉันจะไม่สนใจเลยถ้ามันจะเป็กรอบรูปธรรมดาที่ไม่ได้วางคว่ำไว้อยู่ ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ฉันยื่นมือออกไปหมายจะหยิบมันขึ้นมาดู
“ทำอะไร!”
“อ้ะ”
ตุบ!
ฉันใจนเผลอปล่อยถุงขนมร่วงไปอยู่ที่พื้นเมื่ออยู่ๆ พี่ธามที่ออกมาจากห้องน้ำตอนไหนไม่รู้มากระชากแขนฉันให้ออกมาจากบริเวณโต๊ะทำงานของเขาอย่างแรง
“คิดจะทำอะไร” พี่ธามกัดฟันพูดราวกับพยายามระงับอารมณ์ สายตาแข็งกร้าวมองมาอย่างเอาเื่
นอกจากสายตาเ็าฉันไม่เคยเห็นพี่ธามเป็แบบนี้มาก่อน พี่ธามดูโกรธมากจนฉันเริ่มกลัวจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ
“จะ เจ็บ” พอไม่ได้คำตอบมือที่ยังไม่ปล่อยออกจากแขนฉันก็บีบแรงขึ้นจนฉันร้องออกมาเพราะความเจ็บ
“ออกไป” พี่ธามบอกพร้อมกับสะบัดแขนฉันที่ขึ้นรอยแดงออก มันแดงเป็รอยนิ้วมือบ่งบอกได้ว่าพี่ธามบีบแรงแค่ไหน
ฉันยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเพราะทำอะไรไม่ถูก เพิ่งสังเกตว่าพี่ธามนั้นยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า มีเพียงเช็ดตัวพันแค่่ล่างไว้เท่านั้น แต่เวลานี้ฉันไม่มีอารมณ์มาจะมาหวั่นไหวอะไรทั้งนั้น สายตามองไปที่กรอบรูปเ้าปัญหานั่นที่ทำให้พี่ธามทำรุนแรงกับฉัน ความสงสัยทวีคูณมากขึ้นเมื่อเห็นอาการของคนตรงหน้า ภายในกรอบรูปนั้นมีรูปของใครอยู่กันแน่
“หนูเอาขนมมาให้”
ฉันละสายตาจากกรอบรูปแล้วก้มลงเก็บกล่องขนมที่อยู่บนพื้น ไม่รู้ว่าข้างในจะยังอยู่ดีหรือเปล่า ฉันทำใจดีสู้เสือยื่นมันไปตรงหน้าพี่ธามที่เหมือนจะอารมณ์กว่าก่อนหน้านี้แล้ว ใบหน้าที่ดูโมโหหายไปแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่ยังหลงเหลืออยู่
“ออกไป” เป็อีกครั้งที่คำนี้หลุดออกมาจากปากของพี่ธาม เขาไม่แม้แต่จะมองด้วยซ้ำว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นคืออะไร
เกินไป...
“พี่มาร์คพาไปร้านที่พี่ชอบ หนูเลยซื้อขนมมาให้” ฉันไม่สนใจเสียงไล่และยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ในเมื่อตั้งใจเอามาให้แล้วก็แค่รับมันไป ต่อจากนั้นจะทำอะไรกับมันก็ได้ แค่นั้นจริงๆ
“ฉันไม่กิน” พี่ธามผ่อนลมหายใจออกมาเพื่อระบายความหงุดหงิดที่เพิ่มมากขึ้น
“แต่พี่มาร์คบอกว่าพี่ชอบกินวุ้นลูกชุบนี่นา”
หรือฉันฟังอะไรผิดไปงั้นเหรอ ฉันว่าได้ยินไม่ผิดนะแล้วตอนซื้อมาพี่มาร์คก็ไม่เห็นจะแย้งอะไรเลย แล้วทำไมพี่ธามบอกว่าไม่ชอบล่ะ
“ในนี้มีแต่ลูกชุบ แต่ถ้าพี่ไม่ชอบวุ้นลูกชุบแล้วพี่ชอบอะ...”
“ฉันไม่ชอบของที่มาจากเธอ”
คำตอบของพี่ธามทำให้ฉันไม่ถูก สิ่งที่เขาไม่ชอบไม่ใช่ขนมในกล่องแต่เป็ฉันที่เป็คนซื้อมาต่างหาก ฉันไม่ได้ฟังอะไรผิดไปสักหน่อย พี่ธามชอบขนมวุ้นลูกชุบ...
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจและพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอไปด้วยน้ำใสๆ ฉันจะมายอมแพ้เพราะเื่แค่นี้ไม่ได้ อย่าให้พี่ธามเห็นว่าตัวฉันนั้นกำลังอ่อนแอ
“แค่รับมัน แล้วหนูจะออกไป” ฉันพูดออกไปเสียงแ่ สายตาหลุบมองพื้นไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้า
กลัวพี่ธามจะเห็นสิ่งที่ฉันพยายามซ่อนไว้
“แค่รับก็จบใช่ไหม” ฉันเงยหน้ามองพี่ธามทันทีพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ
พี่ธามดึงถุงในมือฉันไปแล้วเดินออกไปนอกห้อง ฉันเดินตามออกไปถึงได้เห็นว่ากล่องขนมนั้นได้ไปอยู่ในถังขยะเรียบร้อยแล้ว
มากเกินไปจริงๆ
ทั้งที่บอกเองว่าแค่รับแล้วพี่ธามจะทำอะไรกับมันก็ได้ แต่พอมาเจอแบบนี้มันเกินความคาดหมายไปนิด ไม่คิดว่าพี่ธามจะทำถึงขนาดนี้
“จะออกไปได้หรือยัง” พี่ธามถามหลังจากจัดการกับขนมที่ฉันซื้อมาให้แล้ว สายตาเ็าไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ สักนิดก็ไม่มี
“ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย” ฉันพูดออกไปเสียงสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ ความเสียใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกไปหมด
“หยุดทำตัวแบบนี้สักที”
“...”
“ไม่รู้ตัวบ้างหรือไง...”
“...”
“ว่ามันน่ารำคาญแค่ไหน”
-TBC-