ฝ่ายรองนายกองชงเถารีบขับม้าควงทวนเข้าสู้รบกับหม่าเหลียงทันที หม่าเหลียงเห็นหัวหน้าโจรโพกผ้าเหลืองรำทวนขวางทางอยู่ก็ไม่คิดเกรง ห้อตะบึงม้าศึกเข้าต่อรบ ฟาดฟันกันได้สามเพลงเท่านั้น หม่าเหลียงก็ใช้ดาบตัดลำตัวของชงเถาขาดครึ่งตกจากหลังม้าตาย
เหล่าทหารม้าโจรผ้าเหลืองเห็นดังนั้นต่างเสียขวัญ ต่างพากันหนีทัพกันจ้าละหวั่น หม่าเหลียงเห็นได้ทีก็ขี่ม้าไล่ฆ่าฟันอย่างเมามัน
ข้างฝ่ายทหารเมืองกว่างหยางเห็นดังนั้น ต่างพากันโห่ร้องออกมาด้วยความสะใจ ส่วนเ้าเมืองหลิวเย่ว์ได้แต่นิ่งตะลึงงัน ไม่คิดว่านายพรานหนุ่มจะมีฝีมือร้ายกาจเช่นนี้ พลันให้นึกเสียดาย
"ถ้าหากรู้ว่าหม่าเหลียงเก่งกาจถึงเพียงนี้ ตัวคนเดียวสามารถขับไล่กองม้าทั้งห้าร้อยของศัตรูไปได้ ข้าคงจะไม่ส่งตัวเขาออกไป บางทีถ้าเขาช่วยข้ารับศึกอยู่ภายในเมือง น่าจะยื้อเวลารอจนกระทั่งกองทัพหลวงยกทัพมาช่วยได้ทันท่วงที เฮ้อ.ช่างน่าเสียดายจริงๆ" ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นตัวเองที่ผิดพลาดไป ทำให้อารมณ์พลุ่งพล่านปั่นป่วนแน่นอก ถึงกับหน้ามืดเป็ลมล้มพับไป
หลังจากหม่าเหลียงตีฝ่าออกไปได้อย่างง่ายดาย ก็นึกลำพองใจ
"โคตรง่ายจริงจริ๊ง ไอ้พวกโจรผ้าเหลืองกระจอก พอหัวหน้าตายต่างสิ้นลายพากันหัวหด หนีหายไม่กล้าต่อกรกับเรา ทั้งที่พวกมันมีกำลังเป็ต่อนับร้อยเท่า ฮ่า.ฮ่า.ฮ่า.หัวใจมดจริงๆ" นายพรานป่าหัวเราะอย่างเริงร่า
"ว่าแต่เราจะไปไหนดีวะเนี่ย ซ้ายเป็ป่าละเมาะมีลำธารกั้น ขวาเป็เนินเขาอยู่ติดทะเล ใต้เป็ปราการเมืองกว่างหยางมีแม่น้ำเหลืองกั้น" ชายหนุ่มหงุดหงิดเริ่มออกอาการลนลาน ครั้นได้ยินเสียงโห่ไล่หลังใกล้เข้ามา ก็รู้ได้ในทันที
"ไอ้พวกบ้านั่น คงตั้งสติได้แล้วสินะ พวกมันคงรวมกำลังกันได้แล้ว กำลังไล่กระชั้นชิดตามติดเรามา" ที่ชายหนุ่มรำพึงขึ้นมานั้นเป็ความจริง
บัดนี้กองทหารม้าผ้าเหลืองได้สติรวมตัวกันได้แล้ว พวกมันต่างเกรงกลัวอาญาทัพ จึงพากันตามไล่ล่าเขาอย่างบ้าคลั่ง
"จับตัวมันให้ได้ แก้แค้นให้ท่านนายกองหวังป่า"
"ฆ่ามันๆๆๆ" เสียงดังกระชั้นเข้ามาใกล้ทุกทีแล้ว
"เอาวะ.เป็ไงเป็กัน บุกฝ่าขึ้นเหนือไปตายเอาดาบหน้า" คิดได้ดังนั้นแล้ว หม่าเหลียงจึงกระหน่ำแส้เร่งม้าให้วิ่งจนสุดฝีเท้า
ม้าของนายกองหวังป่านั้นไม่ธรรมดา เป็พันธุ์ม้าจากเสเหลียงฝีเท้าจัดจ้าน เพียงไม่กี่อึดใจก็ทิ้งห่างทัพม้าที่ไล่หลังได้ไกลโข
บัดนี้แม่ทัพเตงเมาได้ให้ลิหุนเป็ทัพหน้า แต่งกองทัพห้าพันนาย ตามติดกองม้าลาดตระเวนของหวังป่ามา
"ท่านนายกองลิหุน มีทหารนายนึงกำลังตรงมาหาเราขอรับ" นายทหารผ้าเหลืองข้างกายกล่าว
ลิหุนได้ยิน พลันเพ่งมองไปก็เห็นจริง "เออ.จริงๆด้วย ดูเหมือนจะเป็ท่านหวังป่านะ ดูจากม้าที่ขี่"
หม่าเหลียง เมื่อเห็นกองทหารครึ่งหมื่นขวางอยู่ข้างหน้าก็ใ แต่ไม่อาจหยุดม้าลงได้ ถ้าขืนทำอย่างนั้นมีหวังคงถูกล้อมหน้าล้อมหลัง ซี้ม่องเท่งอยู่ตรงนี้เป็แน่ จึงแกว่งดาบไปมา ร้องะโว่า
"เปิดทางๆ"
ข้างฝ่ายลิหุนได้ฟังก็สำคัญผิด คิดว่านายกองใหญ่มีข่าวสำคัญรายงาน
'เอ.หรือว่านายกองหวัง จะพบกองทัพจากเมืองหลวง ที่ยกมาช่วยเมืองกว่างหยางแล้ว ถึงได้เร่งร้อนเช่นนี้' คิดได้ดังนั้น จึงะโสั่งให้ลูกน้องเปิดทางให้
"เปิดทางให้นายกองหวังป่าเร็วเข้า"
เหล่าทหารทั้งหลายได้ฟัง ต่างพากันเปิดทางให้นายกองใหญ่ผ่านทาง
หม่าเหลียงเห็นดังนั้นก็นึกแปลกใจ
"เฮ้ย.อะไรของมันวะ มีเปิดทางให้หนีด้วย อย่างนี้ก็สวยสิเพ่ ลุยไปเลยพี่ม้าฮี๊..กุบกับ.กุบกับ" ม้าของชายหนุ่มวิ่งตะลุย ผ่านกองทัพหน้าผ้าเหลืองไปดั่งสายลม
"นี่ท่านหวังป่า เกิด.อะไรขึ้น อ้าว..ไม่ทันได้คุย" ลิหุนยกมือทักทาย แต่ชายหนุ่มขี่ม้าผ่านไม่สนใจ
"เอ.ท่านนายกอง รู้สึกว่าคนที่อยู่บนหลังม้า จะไม่ใช่ท่านหวังป่านะขอรับ" นายทหารคนสนิทกล่าวเตือน
นายกองลิหุนทำหน้าเป๋อเหลอ
"เออ.ว่ะ จริงๆด้วย มันเื่อะไร.กันแน่วะ" นายกองทัพหน้างงงันกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ยังไม่ทันจะตัดสินใจทำอะไร
ทันใดนั้นมีกองทหารกลุ่มใหญ่พุ่งตรงเข้ามา นายกองลิหุนรีบกุมง้าวกระชับมั่น ควบม้าขึ้นหน้าพร้อมรบ
"พวกเราเตรียมลุย"
"เดี๋ยวก่อนท่านนายกอง ดูเหมือนกองทหารพวกนั้น จะเป็คนของเรานะขอรับ" นายทหารคนสนิทกล่าวเตือนอีกครั้ง
ผ้าเหลืองบนหัวของพวกมันโดดเด่นปลิวว่อน ธงผ้าเหลืองโบกสะบัดพัดไหว ลิหุนจึงร้องตวาดไปว่า
"พวกเอ็ง เป็กองม้าลาดตระเวณใช่หรือไม่?"
กองม้าทั้งห้าร้อยได้ฟังต่างพากันหยุดม้า ประสานมือตอบว่า
"ใช่.ขอรับ พวกเรากำลังตามล่าฆาตกร ที่ฆ่าท่านหวังป่าและท่านชงเถา"
ลิหุนได้ฟังถึงกับหน้าถอดสี
"อย่าบอกนะไอ้คน ที่ผ่านไปเมื่อครู่นี้ คือฆาตกรที่ฆ่าชิงม้าของท่านหวังป่าไป"
"ใช่ ขอรับ" พวกมันพากันตอบอย่างพร้อมเพรียง
นายกองทัพหน้าแทบเป็ลมตกจากหลังม้า
"พวกมึงตอบว่าไม่ใช่สักครั้งได้ไหม กูจะเป็ลม" พวกกองม้าหน่วยลาดตระเวณทำหน้าเป๋อเหลอยืนนิ่งเป็หุ่น
"เอ้า.จะยืนนิ่งเป็สากกระเบือทำไมวะ รีบตามมันไปซิ.โว๊ย" นายกองลิหุนะโลั่นอย่างหัวเสีย ถ้าไอ้ฆาตกรนั่นหนีไปได้ มีหวังท่านเตงเมากุดหัวกูแน่
เมื่อหม่าเหลียงฝ่ากองทัพหน้าของผ้าเหลืองมาได้อย่างงงๆ ก็ควบตะบึงมาไกลจนตะวันใกล้ลับขอบฟ้า นี่ก็ใกล้จะถึงทางเข้าหมู่บ้านของตนแล้ว พลางน้ำตารื้นขมขื่นในทรวงอกอย่างมาก
"ญาติพี่น้องทั้งหลายที่ล่วงลับ ข้าได้แก้แค้นให้กับพวกท่านแล้ว จงไปสู่สุขคติเถิดนะ"
แล้วควบม้าผ่านเลยไป จนกระทั่งถึงหาดทรายขาว ก็เห็นกองทัพใหญ่กำลังตระเตรียมตั้งค่ายกันอยู่
ที่แท้เตงเมาได้พาทหารสี่หมื่นนายมาถึงบริเวณนี้แล้ว เนื่องจากตะวันแดงหลุบต่ำเย็นมากแล้ว มันจึงให้กองทัพของตนตั้งค่ายพักแรมกันที่นี่ ทอดยาวเป็งูั์จนสุดช่องเขา ที่หม่าเหลียงเคยวางกับดักสังหารโจรชั่วหวังเป้าและพรรคพวกของมัน
"เฮ้.นั่นมัน ไอ้หวังป่านี่หว่า ข้าจำม้าของมันได้ " เตงเมานั่งอยู่บนโขดหินเพ่งมองลงมา
"อืม.ดูมันเร่งม้าเข้ามาสิ คงมีเื่สำคัญมารายงานข้าแน่ๆ ถึงได้มาด้วยตัวเองเช่นนี้" เตงเมากล่าวพลาง แล้วออกคำสั่งให้หวังป่าเข้ามาพบตน โดยไม่นึกระแวงเลยสักนิด ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เนื่องจากหวังป่าเป็นายทหารฝีมือดี มิหนำซ้ำยังมีกองทหารม้าที่เชี่ยวชาญในการรบ ติดตามไปด้วยนั่นเอง