"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกับฉัน?"
คำถามนั้นก้องอยู่ในหัวของอริสราซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือสมอเพียงชิ้นเดียวที่ยึดโยงสติของเธอไว้ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งความสับสน เธอกะพริบตา พยายามขับไล่ภาพอสรพิษสีดำบนแขนของตัวเองให้หายไป... มันต้องเป็ภาพหลอน... ผลข้างเคียงของยา... หรือเศษเสี้ยวของฝันร้ายที่ยังตามมาหลอกหลอน
ประตูห้องเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา คุณหมอวัยกลางคนส่งยิ้มที่ดูอ่อนล้าแต่ก็พยายามจะให้กำลังใจมาให้เธอ
"ฟื้นแล้วเหรอครับคุณอริสรา" เขากล่าวพลางเดินเข้ามาตรวจดูสายน้ำเกลือและข้อมูลบนจอข้างเตียง "คุณหลับไปเกือบสามวันเต็มๆ เลยนะ ถือว่าคุณโชคดีมากจริงๆ อุบัติเหตุรุนแรงขนาดนั้น แต่คุณกลับมีแค่รอยฟกช้ำกับกระดูกแขนที่ร้าวเล็กน้อย... ปาฏิหาริย์ชัดๆ"
คำว่า "ปาฏิหาริย์" ทำให้หัวใจของเธอกระตุก แต่เมื่อเธอมองไปที่เขา... มีบางอย่างผิดปกติ
รอบตัวของคุณหมอมี รัศมีสีฟ้าจางๆ ห่อหุ้มอยู่ มันเรืองรองเบาบางจนแทบมองไม่เห็น และมันจะสว่างวาบขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาพูดถึงคำว่า "โชคดี" และ "ปาฏิหาริย์" ราวกับเป็แสงสะท้อนของความเชื่อมั่นในคำพูดของตัวเอง อริสราขมวดคิ้ว... ยาแก้ปวดคงจะแรงเกินไปจนทำให้เธอตาพร่าแน่ๆ
"แขน... แขนของฉัน..." เธอพูดเสียงแหบพร่า พยายามยกแขนขวาขึ้น "มันมี... รอย... "
"อ๋อ กระดูกร้าวเล็กน้อยครับ ไม่ต้องห่วง" คุณหมอพูดพลางพลิกแขนของเธอไปมาอย่างนุ่มนวล "อีกไม่กี่สัปดาห์ก็หายเป็ปกติแล้ว ไม่มีอะไรน่ากังวล"
"ไม่... ไม่ใช่ค่ะ! มันมีรอยสัก... รูปงู... อยู่ตรงนี้!" เธอชี้ไปที่ตำแหน่งของอสรพิษทมิฬที่ยังคงเด่นชัดอยู่ในสายตาของเธออย่างน่าขนลุก
คุณหมอเลิกคิ้วเล็กน้อย มองตามที่เธอชี้แล้วก็มองกลับมาที่เธอด้วยแววตาที่เจือความกังวล "คุณอริสรา... แขนคุณก็ปกติดีนี่ครับ" เขาลูบไปบนตำแหน่งนั้นอย่างแ่เบา "ไม่มีรอยสักอะไรเลย ผิวเนียนเรียบดีด้วยซ้ำ อาจจะเป็ผลจากยาหรือความสับสนหลังฟื้นนะครับ ไม่เป็ไรนะ ค่อยๆ พักผ่อน"
คำพูดของคุณหมอราวกับค้อนที่ทุบลงมาบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ในใจของเธอ... เขาไม่เห็นมัน
ความหวาดกลัวที่เย็นเยียบกว่าความมืดในฝันร้ายนั้นแล่นวาบไปทั่วร่าง อริสราจ้องมองแขนของตัวเอง สลับกับใบหน้าของคุณหมอ ในสายตาของเธอ... อสรพิษสีดำยังคงขดตัวอย่างเย่อหยิ่งท้าทาย แต่ในสายตาของโลกใบนี้... มันไม่มีอยู่จริง
คุณหมอพูดปลอบโยนเธออีกสองสามประโยคก่อนจะขอตัวออกไป ทิ้งให้อริสราอยู่กับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวเพียงลำพังในห้องสี่เหลี่ยมสีขาว
เธอยกแขนขวาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ นิ้วมือซ้ายค่อยๆ ลูบไปบนิับริเวณที่รอยสักปรากฏ... เธอไม่รู้สึกถึงความนูนหรือความแตกต่างของผิว แต่ดวงตาของเธอกรีดร้องว่ามันอยู่ตรงนั้น... มีอยู่จริง...
นี่ไม่ใช่ภาพหลอน... ไม่ใช่ความฝัน...
แต่มันคือความจริงที่น่าสะพรึงกลัว... ความจริงที่มีเพียงเธอคนเดียวที่มองเห็น
ความคิดสองสายต่อสู้กันอย่างรุนแรงในหัวของอริสรา
‘ฉันบ้าไปแล้ว...’ เสียงแห่งเหตุผลกรีดร้อง ‘อุบัติเหตุมันกระทบกระเทือนสมอง... ทั้งหมดนี่คือภาพหลอน’
‘แต่มันชัดเจนเหลือเกิน...’ อีกเสียงหนึ่งกระซิบตอบ เสียงที่เยือกเย็นและเก่าแก่กว่า... เสียงที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ‘...เหมือนกับการลืมตาเป็ครั้งแรก’
การต่อสู้ภายในต้องหยุดชะงักลงเมื่อประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็พยาบาลสาวร่างเล็กที่เดินเข้ามาพร้อมถาดใส่ยาและแก้วน้ำ เธอยิ้มกว้างอย่างเป็มิตร
"คุณอริสรา ทานยาหน่อยนะคะ จะได้พักผ่อน"
อริสรามองไปที่พยาบาลคนนั้นโดยอัตโนมัติ และหัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น...
มันไม่ใช่แค่ภาพหลอน...
รอบกายของพยาบาลสาวคนนั้นก็มีรัศมีห่อหุ้มอยู่เช่นกัน แต่ไม่ใช่สีฟ้าจางๆ เหมือนของคุณหมอ รัศมีของเธอเป็ สีเหลืองอ่อนๆ สว่างไสวเหมือนแสงแดดยามเช้า มันกระเพื่อมเบาๆ ทุกครั้งที่เธอยิ้ม และเมื่ออริสราเพ่งมอง... เธอก็ "รู้สึก" ถึงมันได้... ความรู้สึกอบอุ่นและปรารถนาดีแผ่ซ่านออกมาจากแสงสีเหลืองนั้นอย่างจริงใจ
แต่แล้ว... ขณะที่พยาบาลก้มลงจัดหมอนให้เธอ... อริสราก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่ลึกลงไป ใต้ชั้นสีเหลืองสว่างนั้น เธอเห็นเฉด สีเทาจางๆ ปะปนอยู่ราวกับควันที่มองไม่เห็น และพร้อมกันนั้น ความรู้สึกอีกอย่างก็แทรกเข้ามา... ความเหนื่อยล้า... และความเศร้าที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายใต้รอยยิ้มนั้น
อริสราเผลอกลั้นหายใจ... เธอไม่ใช่แค่ "เห็น" แต่เธอกำลัง "รู้สึก" ถึงสิ่งที่คนคนนั้นเป็จริงๆ
ทันใดนั้นเอง... หางตาของเธอจับภาพการเคลื่อนไหวได้!
เงาดำวูบไหวที่มุมห้อง ตรงมุมที่แสงสว่างส่องไปไม่ถึง มันมีรูปร่างไม่ชัดเจน คล้ายกับเงาของคนที่บิดเบี้ยวและยืดยาวผิดมนุษย์ มันปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที... แล้วก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
"เมื่อกี้... คุณเห็นไหมคะ!" อริสราโพล่งออกมาเสียงสั่น มือชี้ไปยังมุมห้องที่ว่างเปล่า
พยาบาลสาวหันไปมองตามด้วยความงุนงง "เห็นอะไรเหรอคะ?" เธอถามพลางมองไปรอบๆ "ไม่มีอะไรนี่คะคุณอริสรา... คุณคงจะยังเพลียๆ อยู่น่ะค่ะ นอนพักนะคะ"
พยาบาลส่งยาและน้ำให้เธอด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อริสราเผชิญหน้ากับความจริงข้อใหม่ที่น่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม
มันไม่ใช่แค่สิ่งที่อยู่ในหัวของเธอ... ไม่ใช่แค่รอยสักที่มองไม่เห็น หรือแสงประหลาดรอบตัวคน...
แต่มี "บางสิ่ง" อยู่ในห้องนี้กับเธอ
ความรู้สึกปลอดภัยในห้องพักผู้ป่วยสีขาวสะอาดได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้มันไม่ต่างอะไรจากกรงขังที่เธอถูกจองจำอยู่กับสิ่งที่มองไม่เห็นและไม่อาจเข้าใจได้ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนและหนักแน่น...
เธอต้องออกไปจากที่นี่...
ไม่ใช่แค่ความ้า... แต่มันคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่กำลังกรีดร้องเสียงดังที่สุดในชีวิตของเธอ