บทที่ 33 หัวที่หนีอย่างบ้าคลั่ง
"อ๊ากกกกก!"
แขนของิญญาร้ายถูกทำลาย ความเ็ปอันแสนสาหัสทะลุกระดูกทำให้ลูกตาของผีแดงมีเืซึม มันจ้องมองไปที่เด็กน้อยตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"แกเป็ตัวอะไรกันแน่!"
เห็นได้ชัดว่า เงาบิดเบี้ยวเมื่อครู่นี้ได้ทิ้งความประทับใจอันน่าสะพรึงกลัวไว้ให้มัน
เหยาเหยาเอียงหัวเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบอะไร เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน จำได้แต่เพียงว่าั้แ่อายุหนึ่งขวบที่เริ่มจำความได้ เธอก็พบว่าเงาของตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเวลาที่หิว
ตอนแรกนักพรตชราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พบว่าเพียงแค่ให้อาหาร ความผิดปกติของลูกศิษย์ตัวน้อยก็จะหายไป คิดว่าลูกศิษย์คงเป็ิญญาคนตายเพราะความหิว แล้วกลับมาเกิดใหม่
ต่อมาความอยากอาหารของลูกศิษย์ตัวน้อยก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รายได้ของสำนักไม่สามารถเติมเต็มหลุมั์นี้ได้
ในยามที่นักพรตชราหมดหนทาง จู่ ๆ ก็พบว่ากระดูกวิเศษบนร่างของลูกศิษย์น้อยปรากฏขึ้นมา เขาไม่มีทางเลือก จึงต้องใช้วิชาถ่ายทอดพลัง ทำให้เธอทะลวงด่านิญญา เพื่อให้เธอดูดซับพลังวิเศษของฟ้าดินทุกวัน ดูว่าจะช่วยบรรเทาโรคร้ายได้หรือไม่
ไม่คาดคิดว่า มันจะได้ผลจริง ๆ
เหยาเหยาในวัยเพียงขวบปีเศษ จำต้องเริ่มต้นเรียนรู้การอ่านออกเขียนได้ ฝึกฝนวิถีแห่งเต๋ากับตำราไสยเวททุกวัน เพื่อต่อสู้กับความอยากอาหารที่ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ
โชคดีที่เหยาเหยาเฉลียวฉลาดมาั้แ่เกิด เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ผ่านหูก็จดจำอักขระนับพันได้หมด หากเป็เด็กคนอื่นคงต้องอดตายก่อนเรียนจบเป็แน่
ด้วยเหตุนี้ แม้จะอายุยังน้อย แต่วิชาไสยเวทของเธอกลับเหนือกว่าอัจฉริยะทั่วไป เพราะถ้าเธอไม่เรียนรู้ เธอคงต้องตายจริง ๆ
เมื่ออายุได้สามขวบ เหยาเหยาก็สามารถควบคุมเงาที่แปรสภาพได้แล้ว พลังงานที่ร่างกายไม่สามารถกินได้ เธอก็ใช้เงากลืนกินแทนได้
“กลิ่นของแก ช่างหอมยั่วยวนเหลือเกิน!”
เมื่อเงากลืนกินแขนข้างหนึ่งของผีแดงเข้าไปจนถึงข้อศอก พลังงานอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่าง ใบหน้าเล็ก ๆ ของเหยาเหยา ก็แดงก่ำขึ้นเล็กน้อย
เธอมองตาผีแดงอย่างหิวกระหาย ตำราที่อ่านไม่ได้โกหก ยิ่งปีศาจมีวิชาสูงเท่าไร ก็ยิ่งมีรสชาติเย้ายวนใจมากเท่านั้น
ผีแดงไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่เมื่อถูกเด็กน้อยจ้องมอง ิญญาของมันกลับสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก ราวกับถูกศัตรูตามธรรมชาติจ้องมองอย่างไรอย่างนั้น
แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้คิดอะไร เธอก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้ ผีแดงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ มันหนีหัวซุกหัวซุนราวกับนกที่ตื่นใ
แต่ท้ายที่สุด ความเร็วของมันก็ไม่เท่าเหยาเหยา ใน่เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ แขนอีกข้างหนึ่งก็ถูกถอดออกไปด้วย
มองดูแขนทั้งสองข้างที่ว่างเปล่า ผีแดงก็ตระหนักได้ว่า ดาวร้ายที่โผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้คนนี้ จะเอาชีวิตมันไปจริง ๆ
ความคิดนี้ทำให้มันแทบจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ด้วยความกลัว บางทีอาจเป็เพราะความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของมันถูกจุดขึ้น ความเร็วในการหนีพุ่งสูงขึ้นในทันที
"หัวหน้าทีม อาจารย์น้อยเข้าไปก็นานพอสมควรแล้ว ทำไมถึงไม่มีเสียงอะไรเลยล่ะครับ!"
ด้านนอกปราสาทโบราณ สมาชิกของหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายคนไม่กล้าเข้าใกล้เกินไปเพราะกลัวอิทธิพลของผีแดง แต่ก็อยากรู้สถานการณ์ข้างใน
ดังนั้น พวกเขาจึงเงี่ยหูฟังกันทุกคน หวังว่าจะได้ยินเสียงอะไรบ้าง
หลิวตงเห็นสมาชิกในทีมทำท่าชะเง้อคอมองเหมือนเต่าแบบนี้ก็โกรธจนตัวสั่น เขาอยากจะด่าว่า ‘พวกแกมาถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใคร!’
แต่เนื่องจากยังมีคนนอก ตัวเขาเองเป็หัวหน้าทีม จะพูดอะไรก็ต้องใจเย็น เขาจึงพูดเรียบ ๆ ว่า "ด้วยความสามารถของอาจารย์น้อย คงจะปะทะกับผีแดงไปแล้ว"
"พวกผู้เชี่ยวชาญน่ะ ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้มักจะอยู่ในชั่วพริบตา พวกเราต้องใจเย็น เฝ้าทางเข้าออกให้ดี แม้แต่ยุงสักตัวก็ห้ามปล่อยเข้าไป!"
สมาชิกในหน่วยปฏิบัติการพิเศษต่างก็มีทั้งคนเก่าและคนใหม่ปะปนกันไป สมาชิกใหม่ถูกปลุกเร้าจนฮึกเหิม แต่พวกสมาชิกเก่ากลับแสดงท่าทีดูแคลน เพราะพวกเขารู้จักนิสัยของนายตัวเองดีอยู่แล้ว
เห็นท่าทางแบบนี้แล้ว พวกเขารู้ทันทีว่านายคนนี้มันไม่รู้อะไรเลย พวกเขาจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ทันใดนั้น เสียงหวาดกลัวก็ดังขึ้น
"แม่เ้า! นี่มันผีอะไรกันเนี่ย!"
เดิมทีก็ตั้งใจจดจ่ออยู่แล้ว พอได้ยินเสียงะโ ทุกคนก็หันไปมองเป็ตาเดียว และแน่นอนว่า ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นหัวของใครบางคนพุ่งพรวดออกมาจากปราสาท
ใช่แล้ว เหลือแค่หัวเท่านั้น!
ไม่ว่าจะเป็ร่างกาย หรือแขนขา ตอนนี้มันหายไปจนหมดสิ้นแล้ว ดวงตาของหัวนั้นยังคงมีเืและน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย
ในตอนกลางวันแสก ๆ ไม่ว่าหัวใจของทุกคนที่อยู่ที่นี่จะแข็งแกร่งแค่ไหน พอได้เห็นแบบนี้เข้าไป ต่างก็ต้องผวาไปตาม ๆ กัน
"มุงอะไรกันอยู่ รีบลงมือสิ!" หลิวตงตวาดลั่น เขาผ่านโลกมามาก แม้จะใแต่ก็ตั้งสติได้ในพริบตา
"ไอ้เ้านี่มันต้องเป็ผีร้ายที่สิงสู่อยู่แน่ ถึงจะไม่รู้ว่ามันกลายมาเป็แบบนี้ได้ยังไง แต่มันปล่อยให้มันหนีไปไม่ได้เด็ดขาด"
"จัดการซะ!" หน่วยปฏิบัติการพิเศษล้วนผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวด ร่างกายตอบสนองโดยอัตโนมัติ
ก่อนที่สมองจะประมวลผล ยันต์ พู่กันจุ่มหมึก และเครื่องมืออื่น ๆ ก็ถูกพวกเขาขว้างออกไปพร้อมกัน
ปกติแล้ว ยันต์ระดับต่ำกับวิธีการพวกนี้ ไม่มีทางทำอะไรผีร้ายระดับ ‘ผีแดง’ ได้
แต่ผีแดงตนนี้ดันอ่อนแออย่างหนัก ร่างิญญาอ่อนแรง แม้แต่พลังหยินยังเบาบางจนรวมตัวกันไม่ได้ แถมยังหนีอย่างไม่คิดชีวิต เลยโดนของพวกนั้นเข้าไปเต็ม ๆ
มันร่วงลงมา กลิ้งหลุน ๆ ไปไกลกว่าสิบเมตร
"แค่นี้... แค่นี้ก็สำเร็จแล้วเหรอ!" ทุกคนในหน่วยปฏิบัติการพิเศษต่างตะลึง
ผีแดงมันกลายเป็ขยะั้แ่เมื่อไหร่ ความน่ากลัวที่บันทึกไว้ในหน่วยงาน มันช่างต่างจากความเป็จริงโดยสิ้นเชิง!
ท่ามกลางความฉงนของทุกคน ร่างเล็ก ๆ ก็พุ่งออกมาจากปราสาทโบราณราวกับสายลมกรรโชก
ดวงตาของเธอเฉียบคม จับจ้องไปที่ศีรษะของผีแดงในทันที
เพียงก้าวเท้าหนึ่งครั้ง ในพริบตาเดียว ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็เห็นศีรษะนั้นอยู่ในมือของเธอแล้ว
"หึหึหึ บอกแล้วไงล่ะ ว่าแกหนีไม่พ้น"
"ช่วยด้วย!" ผีแดงรู้สึกตัวจากมนต์สะกดในตอนนี้เอง
แต่พอเปิดตาขึ้นมา ก็ปะทะเข้ากับดวงตากลมโตสีดำสนิท ทำให้มันร้องขอความช่วยเหลืออย่างไม่รักษาภาพพจน์
"ผะ ผีร้องขอความช่วยเหลือ?"
ภาพตรงหน้าช่างน่าตกตะลึง ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ทำอะไรไม่ถูก
"หุบปากไปเลย" เหยาเหยาขมวดคิ้วเล็ก ๆ เมื่อเห็นหัวนั้นส่งเสียงร้องโหยหวน
ราวกับรู้สึกว่าคำพูดนั้นไม่น่าเกรงขามพอ เธอจึงรวบรวมพลังวิเศษไว้ที่ฝ่ามือ สายฟ้าฟาดแปลบปลาบอยู่บนฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง
คราวนี้ เ้าผีแดงถึงกับสงบเสงี่ยมลงในทันที
สายฟ้าเป็พลังหยางบริสุทธิ์ ผีทั่วไปต่างก็หวาดกลัวพลังสายฟ้าโดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว เว้นเสียแต่ว่าจะผ่านเคราะห์ฟ้าผ่าจนเลื่อนขั้นเป็เซียนผีได้
คุณหนูน้อยคนนี้อายุยังน้อยก็จริง แต่อำมหิตเด็ดขาดมากทีเดียว ถ้ามันไม่ยอมหุบปาก คงโดนอัสนีบาตฝ่ามือไปหลายทีแน่ ด้วยระดับพลังของเธอในตอนนี้ แค่สั่งทีเดียวมันก็กลายเป็ผุยผงไปแล้ว
เหยาเหยาเห็นมันยอมหุบปาก คิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ถึงค่อย ๆ คลายออก แต่เธอก็ยังไม่หายขุ่นเคืองใจ ที่แท้ตัวเองก็ถูกเ้าผีแดงตัวนี้หลอกเข้าให้แล้ว
เมื่อครู่ตอนที่มันกำลังจะหนีเอาชีวิตรอด หลังจากที่เสียขาไปสองข้างแล้ว มันก็เลือกที่จะะเิร่างกายท่อนล่างของตัวเองอย่างเด็ดขาด แรงะเิมหาศาลทำให้ทางออกชั้นล่างถล่มลงมา ทำให้เหยาเหยาพลาดโอกาสที่จะออกไปโดยเร็ว
ตอนนั้นเอง เหยาเหยาเหลือบไปเห็นหลิวตง และคนอื่น ๆ กำลังเดินตรงมาทางเธอ
มีคนมากมายขนาดนี้ เธอไม่กล้าที่จะแอบกินมันต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้หรอก
เธอโกรธจนกำมือแน่น แรงบีบมหาศาลทำให้สีหน้าของผีแดงบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป รู้สึกว่าตัวเองคงโดนเธอขยี้จนแหลกเป็ผุยผงแน่ ๆ
ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย เพราะกลัวว่าจะทำให้หนูน้อยคนนี้โกรธ