ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว พอฉันรู้สึกตัวอีกที .. ฉันก็พบแต่ความมืด รอบๆข้างของฉันมีแต่ความมืดมิด ไม่ว่าจะมองไปทางด้านไหนก็ดำมืดไปหมด
ฉันพยายามเพ่งสายตาเพื่อจะสังเกตว่าฉันยังอยู่ในห้องเหมือนเดิมหรือเปล่าหรือว่าฉันมาอยู่ที่อื่น??
หลังจากที่ตาของฉันเริ่มคุ้นชินกับความมืดฉันก็เริ่มมองไปรอบๆข้างเพื่อที่จะสังเกตและหาทางออก ว่าสรุปแล้วฉันอยู่ที่ไหนกันแน่
แต่แล้วก็มีจุดสีขาวปรากฏขึ้นมาเริ่มแรกมันเป็แค่จุดเล็กๆและค่อยๆขยายตัวขึ้นขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเพียงเวลาชั่วอึดใจรอบด้านที่เคยมีความมืดปกคลุมอยู่ก็พลันสว่างไสวขึ้นมา
แสงสีขาวค่อนข้างที่จะสว่างจ้า ฉันต้องใช้เวลาชั่วครู่หนึ่ง เพื่อที่จะปรับสายตาเพื่อให้คุ้นชินกับความสว่างที่เกิดขึ้น
เนื่องจากมันเกิดขึ้นกระทันหันทำให้สายตาของฉันไม่สามารถมองอะไรชัดเจนได้ชั่วคราว ฉันหลับตาสักพักแล้วลืมขึ้นมาใหม่ คราวนี้ทำให้ฉันต้องตกตะลึงมากกว่าเก่า เป็เท่าตัว
เนื่องจากภาพที่เห็นตรงหน้ามันงดงามมาก มันไม่เหมือนสถานที่ใดในโลกนี้ที่ฉันไม่เคยเห็น หรือ เคยศึกษาว่ามีสถานที่แบบนี้อยู่จริง??
" Oh my God "
" ที่นี่มันคือที่ไหนเนี่ย "
ฉันได้แต่รำพึงออกมา ฉันจำได้ว่าครั้งล่าสุด ฉันนั่งทำงานอยู่ในห้องของฉัน แล้วฉันกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปเปลี่ยนชุดออกไปหาอะไรกิน
แต่เพราะว่าฉันนั่งทำงานนานไปหน่อย
ทำให้ฉันเกิดตะคริวและขาเ้ากรรมเ้ากรรม ดันไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาซะดื้อๆ ทำให้ฉันล้มฟาด ก่อนที่ภาพจะตัดไป....
แล้วประเด็นคือ ฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง ที่นี่มันคือที่ไหน แต่ที่แน่ๆฉันไม่ได้ฝันไปแน่นอน เพราะว่าความฝันไม่น่าจะมีความรู้สึกตอนนี้ฉันรู้สึก ได้กลิ่น ประสาทััทุกอย่างของฉันทำงานหมด ซึ่งมันยืนยันได้ว่าฉันมายืนอยู่ ณ สถานที่นี้จริงๆ
อากาศ ณ สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างที่จะเย็นแต่ไม่ถึงกับเย็นมากมีลมพัดเรื่อยๆอากาศค่อนข้างที่จะบริสุทธิ์ถึงบริสุทธิ์มากทีเดียวแหละ ฉันรู้สึกถึงความสดชื่นเวลาฉันสูดอากาศเข้าไป
ไหนจะกลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยมาตามลมซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าเป็กลิ่นของอะไร ฉันเดาว่าน่าจะเป็ดอกไม้ป่า
กลิ่นหอมอ่อนๆนี้ค่อนข้างที่จะมีเอกลักษณ์ เวลาสูดดมเข้าไปรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกว่าตัวเบา รู้สึกถึงพลังบางอย่างในตัว รอบๆตัวฉันคือทุ่งดอกไม้เป็ทุ่งดอกไม้ที่ยาวสุดลูกหูลูกตา
ทุ่งดอกไม้นี้เป็ดอกไม้สีขาว แต่ถ้าเกิดสังเกตดูดีๆจะเห็นว่าปลายกลีบของดอกมีสีออกเงินๆเวลาลมพัด แล้วดอกไม้ไหวลู่ไปตามลมส่วนปลายของกลีบดอกไม้มีการสั่นไหวกระทบกับแสงแดด
ทำให้เกิดเกิดแสงระยิบระยับเหมือนดวงดาว ทำให้เกิดภาพที่ชวนมองเหมือนว่าตัวของฉันเองยืนอยู่ท่ามกลางทะเลดวงดาวในยามค่ำคืน
สุดปลายของทุ่งดอกไม้จะพบกับป่าสีเขียวขจีสีเขียวของป่ากับสีขาวของทุ่งดอกไม้พอมากัน
บวกกับทิวทัศน์เทือกเขาเื้ัที่ตั้งตระหง่านสลับกันไปมา ูเาบางลูกมีความสูงถึงก้อนเมฆเลยทีเดียว
ภาพที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้านี้มันช่างชวนฝันเหนือจินตนาการฉันไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง
ทางด้านขวามือของฉันห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร โดยประมาณมีน้ำตกขนาดใหญ่มีความสูงถึง 7 ชั้นน้ำในน้ำตกเป็สีฟ้าคราม ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่แล้วความสูงของน้ำตกนี้ ทำให้เวลาที่น้ำตกลงมา
เกิดเป็ละอองกระจายสวยงามเมื่อถูกแสงกระทบทำให้เกิดเป็รุ้งกินน้ำพาดผ่านบนน้ำตกเป็ภาพที่ค่อนข้างลงตัวประดุจศิลปินเอกเป็ผู้วาดไว้
ไหนจะดอกไม้ต้นไม้ที่ขึ้นแซมบริเวณรอบรอบน้ำตกนั่นอีก ช่างเป็ภาพที่ลงตัวจริงๆ ทิวทัศน์รอบๆตัวของฉันตอนนี้ฉันพูดได้คำเดียวจริงๆ
" ที่นี่คือ์ใช่ไหม "
" งั้นแสดงว่าฉันตายแล้วนะสิ "
ฉันได้แต่รำพึงรำพันออกมาคนเดียวถึงแม้จะตื่นตาตื่นใจกับภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าแต่ว่าก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ถ้าฉันก็อดที่จะเศร้าใจไม่ได้ เมื่อคิดว่าตัวเองตายแล้ว
ตลอดระยะเวลาที่หลินเธอได้ปรากฏตัวขึ้นมา ณ สถานที่แห่งนี้ เธอไม่รู้เลยว่าเธอได้ถูกจับจ้องจากสายตาของคนผู้หนึ่ง ั้แ่ที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้จนถึงตอนนี้ เขาคนนั้นก็ยังคงจับจ้องเธออยู่......
" มันไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดหรอก "
" ที่นี่ไม่ใช่์แต่ที่นี่คือมิติเทพ "
เสียงที่ค่อนข้างชราแต่แฝงให้ความอบอุ่น
กล่าวมา ก่อนจะค่อยๆปรากฏกายขึ้นต่อหน้าของเธอ
" ท่านเป็ใครคะ "
หลินเอ่ยถาม พร้อมพลางสังเกตผู้มาใหม่ที่มาปรากฏตัวต่อหน้าของเธอ ถึงแม้นว่าเธอจะใไปบ้างแต่เธอก็เก็บอาการ ก่อนที่เธอจะค่อยๆยิ้มออกไป
" ข้ามารับเ้ากลับหลินเออร์ "
" ค่.....ค่ะ ท่านทราบได้ยังไงคะว่าหนูชื่อหลิน?! "
เธอถามออกไปพร้อมกับความหวาดระแวงที่เพิ่มขึ้น คุณตาคนนี้เป็ใครนะ ทำไมถึงรู้จักชื่อของเธอ
ถึงแม้เธอจะพยายามมองยังไงแต่เธอก็ไม่เห็นสายตาที่ประสงค์ร้ายมาจากเขาเลย แต่ว่าอยู่ๆมาปรากฏตัวหน้าเธอได้ยังไง อันนี้เธอยังสงสัยอยู่
"ข้าเป็ตาของเ้า เรียกข้าว่าท่านตาเถอะ"
" เ้าเป็หลานของข้าที่พลัดพรากหายไปในตอนนี้เ้ารู้เท่านี้ก็พอ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเ้าจะรู้ทั้งหมดเอง "
" หนูจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่โกหกหนู "
" คำบางคำพูดมันก็ไม่ได้สามารถอธิบายอะไรได้ทุกสิ่งหรอกนะนังหนู "
" เอาเป็ว่าเข้าเื่เลยละกัน "
" เ้าต้องกลับไปในที่ที่เ้าจากมา แต่ก่อนที่เ้าจะไป เ้าจงจำไว้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเ้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เ้ายังมีข้าที่เป็ตาของเ้า จะคอยอยู่เคียงข้างเ้าขอให้เ้าจำไว้ "
ชายชราพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมทั้งรอยยิ้มที่อบอุ่นเขาเอามือขึ้นมาลูบที่หัวของหลินเบาๆ
" เอาล่ะ ได้เวลาที่เ้าต้องไปแล้ว เ้าจงแข็งแกร่ง จงเข้มแข็ง และจงปกป้องคนที่เ้ารัก ตาขอฝากความหวังไว้ที่เ้า ตาไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ของโลกมนุษย์ได้ แต่ตาจะคอยช่วยเหลือเ้าอยู่ห่างห่าง เข้าใจใช่ไหม ...ไป๋หลิน "
ชายชราพูดมาราวกับมีเื่อัดอั้นตันใจ แต่ไม่สามารถที่จะระบายออกได้ ก่อนที่ชายชราจะเริ่มขยับมือละวาดฝ่ามือทำให้เกิดแสงสว่างไสว
" เดี๋ยวสิคะ หนู ยังไม่เข้าใจอะไรเลย "
" หนูต้องไปไหนคะ "
" แล้วคุณตาของหนูจริงๆหรอ "
หลังจากหลินได้ฟัง เธอยังคงงงและยังสับสนอยู่ อะไรคือที่ที่จากมา คงหมายถึงห้องที่ฉันจากมาละมั้ง
แล้วอะไรอยู่ๆฉันก็มีตาแล้วตอนที่พ่อกับแม่เสียทำไมคุณตาไม่ไปรับฉันมาเลี้ยง ไหนบอกว่าญาติที่ฉันเหลือเพียงคนเดียวคือคุณลุง ฉันงงนะเนี่ย
แล้วฉันชื่อหลิน ไอรดา ใครคือไป๋หลิน????
" เอาละไปได้แล้ว "
" เ้าไม่ต้องสงสัยเมื่อถึงเวลาเ้าจะรู้เอง แต่เ้าจงจำเอาไว้ว่าตาของเ้ามีนามว่า เซียวหยางิ่ "
คลื่นแสงสีทองสว่างจ้าค่อยๆกระจายรอบๆตัวของหลินเมื่อแสงสีทองครอบคลุมทั้งร่างของหลินแล้ว
ก็พลันเป็ประกายมากกว่าเก่าแสงสีทองสว่างไสวราว ๆ 2 นาที ก่อนที่จะหายไปพร้อมกับร่างของหญิงสาว....