第三十九章
ปู้เฉินทั้งเคียดแค้นทั้งชิงชังไห่เปียวผู้นี้นักหนาถึงกระนั้นเขากลับทำอะไรต่อเขามิได้คงทำได้เพียงยืนกำหมัดแน่นไว้ข้างตัวเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เขาหันกลับไปมองท่านหมอเหยียนที่ยืนส่ายหน้าน้อยและส่งสายตาให้ออกไปคุยกันข้างนอก ปู้เฉินพยักหน้าน้อยๆแล้วเดินนำออกไปก่อน ปล่อยให้จื่อหลงเอนตัวลงนอนด้วยการประคองของไห่เปียว
"ท่านหมอ.."
"เจ้าอย่าใจร้อนให้เสียการ ชาที่เจ้าให้ข้าตรวจสอบนั้นมีความผิดปรกติจริงๆ แต่ข้ากลับไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งใดที่ปะปนอยู่ อาจเป็นเพราะยานั้นมีน้อยเกินไปหรือมันสลายเร็วข้าเองก็ตอบเจ้าได้ไม่ถนัด"
"เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไร"
"นิ่งไว้ก่อนเถอะเรามีเวลาเกือบปีเพื่อจะแก้ไขเรื่องนี้ทำสิ่งใดขอให้รอบคอบไว้ก่อน"
"น่าแปลก!"ปู้เฉินโพล่งขึ้น
"แปลกเรื่องใด"
"แปลกที่นายท่านนั้นวิทยายุทธใช่อ่อนด้อย เพียงแค่พิษขอเพียงไม่ร้ายแรงมากเขาสามารถขับมันออกได้ ดังนั้นข้ามั่นใจว่ามันหาใช่ยาพิษไม่แต่เพราะเหตุใดเขาจึงเป็นเช่นนี้"
"เอาเถอะเรื่องนี้ข้าเองก็มิได้ชะล่าใจ เจ้าสั่งคนของเราให้เฝ้าจับตาไห่เปียวเอาไว้อย่าทำให้เขาตื่นกลัวเสียก่อนล่ะ"
"ขอรับ"ปู้เฉินรับคำแล้วออกไปจัดการตามคำบอกของท่านหมอเหยียน
ภายในห้องพักไห่เปียวแทบจะละลายกับความหล่อเหลาและร่างกายกำยำของจื่อหลง เขาประคองจื่อหลงให้นอนลงบนเตียงแต่เพราะแรงตนน้อยกว่าจึงเกือบซบลงไปบนหน้าอกของจื่อหลงยังดีที่ใช้สองมือยันหน้าอกหนาเอาไว้ได้ทัน
"ท่านประมุข!"ไห่เปียวร้องด้วยความตกใจปนเขินอาย สองมือหนายังประคองบั้นเอวของไห่เปียวเอาไว้จนเขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
"เสี่ยวเสวียน..เสี่ยวเสวียนเจ้าอยู่ไหนกันแน่"ไห่เปียวเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยิน 'นี่เขายังไม่ขาดสติจนถึงขั้นลืมเลือนคนผู้นั้นอีกหรือ'ไห่เปียวอดโมโหในใจมิได้ เขาค่อยปลดมือลงจากเอวตนเองออก
"ท่านประมุขดื่มน้ำก่อนเถอะขอรับจะได้พักผ่อน คุณชายฟ่านนั้นจะเจอหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับวาสนาแล้ว ท่านปู้เฉินกำลังส่งคนออกไปติดตามท่านน่าจะรอสักหน่อย เรื่องเช่นนี้ต้องใช้เวลาไม่น้อยนะขอรับ"เขากล่าวจบก็เดินไปที่โต๊ะรินน้ำลงจอกเหลียวซ้ายแลขวาเมื่อไม่เห็นผู้ใดแน่แล้วจึงค่อยล้วงยาออกมาเทใส่ลองไปอีกครั้ง รอให้มันละลายจางหายไปจึงค่อยเดินกลับมาให้จื่อหลงดื่มเพื่อดับกระหาย ไห่เปียวรอจนจื่อหลงหลับเขาจึงทรุดนั่งลงข้างๆเตียง
"ท่านประมุขของข้า ใจข้านั้นร้อนรนนักขอเพียงท่านเชื่อฟังข้าเหมือนท่านอาจารย์ยานี่ก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว ท่านทนสักหน่อยเถอะข้าคงใช้ยานี่กับท่านอีกเพียงไม่กี่ครั้ง หากท่านเชื่อฟังและลืมเลือนหยามยอกใจข้าไปหมดสิ้นถึงวันนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยานี่อีก"ไห่เปียวกล่าวกับคนที่คล้ายมิได้สติ เขาใช้นิ้วเกลี่ยไปตามแนวสันกรามของจื่อหลงมาจรดอยู่ที่ลูกกระเดือกก้มหน้าลงน้อยๆมองมันเลื่อนขึ้นลงก่อนจะใช้ริมฝีปากกระจับกระทับลงบนลูกกระเดือดนั้น จื่อหลงมีร่างกายแข็งท่อเพียงชั่วแวบแล้วอ่อนระทวยลง มือหนาหนักยืดขึ้นโน้มคอขาวผ่องให้แนบกับคอเขามากขึ้น
"เสี่ยวเสวียนเจ้ากลับมาแล้วหรือ"น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นทั้งที่ยังไม่ลืมตา ใบหน้าของไห่เปียวเปลี่ยนสีเป็นดำคล้ำยิ่ง
"ท่านยังพร่ำหาคนผู้นั้นอยู่อีกหรือทั้งที่ข้าให้ท่านดื่มยานี่แล้วแท้ๆ ไหนว่ามันจะทำให้ท่านฟังคำของข้าแต่เพียงผู้เดียวอย่างไรเล่าไฉนจึงยังไม่ได้ผลอีก"เขาบ่นด้วยความโมโห มิได้สังเกตุรอยแง้มตรงหน้าต่างเลยแม้แต่น้อยว่าบัดนี้มีคนผู้หนึ่งทำตัวกลืนกับความมืดฟังบทสนทนาอย่างตั้งอดตั้งใจ จากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
"มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ"ปู้เฉินทุบโต๊ะดังปึงใบหน้าบึ้งตึงเมื่อได้ยินคำพูดจากป่กคนที่ให้ไปเฝ้า
"เดี๋ยวก่อน เจ้าบอกว่ากินแล้วต้องเชื่อฟังอย่างนั้นหรือ"หมอเหยียนใจเย็นกว่าเอ่ยถามย้ำเมื่อได้ฟังเรื่องราวแล้ว
"ใช่ขอรับ เขาพูดว่า 'ท่านยังพร่ำหาคนผู้นั้นอยู่อีกหรือทั้งที่ข้าให้ท่านดื่มยานี่แล้วแท้ๆ ไหนว่ามันจะทำให้ท่านฟังคำของข้าแต่เพียงผู้เดียวอย่างไรเล่าไฉนจึงยังไม่ได้ผลอีก' "
"ท่านหมอเหยียนคิดออกหรือว่ายาอะไร"ปู้เฉินเอ่ยถาม
"ข้าบอกเจ้าชัดเจนยังไม่ได้ ขอให้ข้าได้พิสูจน์เสียก่อนว่ามันคือยาชนิดใดแน่"
"เช่นนั้นข้าจะพยายามหาทางนำมันมาให้ท่าน แต่คนผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก"
"ไม่ต้องรีบหรอก ดูท่าทีของเขาแล้วคงเป็นด้วยความเสน่หาและอยากครอบครองพรรคของเจ้าเท่านั้น หาได้มีเจตนาร้ายอันใดมากกว่านี้หรอก"
"ว่าได้หรือขอรับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ปานนั้น"
"ช่างเถอะ เจ้าต้องจัดเตรียมอาหารแห้งเพื่อจะเอาให้พวกเขามิใช่หรือ"
"ข้าสั่งการแล้วขอรับคนของเราไว้ใจได้ อีกอย่างข้าได้สั่งทุกคนเอาไว้แล้วว่าพรรคของเรากำลังเกิดเรื่องใดขึ้น เหล่าหัวหน้าหน่วยต่างก็ระแวดระวังอยากหนักแล้วขอรับ"
"ดีแล้วช่วงนี้เรื่องราวภายในพรรคคงต้องหัวงพึ่งเจ้าไปก่อน"เมื่อหารือกันจนจบแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตนเอง ค่ำคืนดึกสงัดมีเพียงเสียงเสียดสีแผ่วเบาของเนื้อผ้าและผิวเนื้อที่เบียดเสียดกันจนก่อให้เกิดเสียง
"อือ...ท่านใจร้อนเสียจริง"
"ข้าใจร้อนหรือ เป็นเจ้ามากกว่ากระมัง"
"ท่าน..ท่านล้อข้าหรือ"ไห่เปียวเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำเส้นขนสีอ่อนบางแทบจะมองไม่เห็นลุกชันขึ้นเป็นตุ่มหนายามที่นิ้วหยาบกร้านเพราะการฝึกวิชาและจับกระบี่ลากไล้จากใต้คางเรียวลงมาหยุดที่รอยแยกของสาบเสื้อ
"กลิ่นของเจ้าช่างหอมหวานเสียจริง"
"มันก็แค่ถุงหอมที่ข้าพกเอาไว้เท่านั้น"
"อย่างนั้นหรือ ข้าคิดว่าเป็นกลิ่นกายของเจ้าเสียอีก"จื่อหลงเอ่ยเสียงพร่าขยับกายขึ้นทาบทับร่างบางของไห่เปียวทั้งตัวจงใจบดเอวท่อนล่างที่กำลังเริ่มแข็งขึงให้อีกฝ่ายรู้สึก
"นี่ท่านเอ่ยชมข้าหรือ"
"เจ้าไม่รู้จริงๆว่าข้าเอ่ยชมหรือไม่"จื่อหลงกรีดปลายนิ้วผ่ารอยแยกจนเสื้อตัวนอกของไห่เปียวอ้าออกเห็นเสื้อขาวตัวใน จื่อหลงนิ่วหน้าเล็กน้อย
"เจ้าไม่รู้สึกร้อนหรือ"
"ข้าไม่ร้อนเลยสักนิด"ไห่เปียวส่ายหน้าไปมาช้าๆ
"อ่า...ข้าร้อน"จื่อหลงเงยหน้าขึ้นกระซิบข้างหูสีชมพูอ่อนไห่เปียวหัวใจเต้นแรงจนเกือบจะทะลักออกมานอกเสื้อ หายใจแรงขึ้นยิ่งเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแหบพร่ายิ่งทำมห้เขาแทบจะละลายกลายเป็นหยดน้ำ
"ท่านกล่าวเหลวไหลแล้ว ถ้าร้อนให้ข้าเตรียมน้ำให้ท่านอาบดีหรือไม่"
"อืม..ไม่เลวเจ้าไปสั่งคนนำน้ำร้อนมาเถอะ"จื่อหลงพลิกกายลงนอนหงายข้างไห่เปียว ใช้แขนหนาพาดสองดวงตาเอาไว้ยามเอ่ยปาก ไห่เปียวขยับตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าหลุดลุ่ยจากฝีมือของจื่อหลงให้เข้าที่กระแอมเล็กน้อยเพื่อให้เสียงกลับเป็นปรกติ
"ใครข้างนอกท่านประมุขต้องการอาบน้ำนำอ่างน้ำมาให้ท่านเดี๋ยวนี้"ส่งเสียงออกไปเพื่อสั่งคนจากนั้นตนเองก็กลับมายังร่างที่นอนหงายนิ่งอยู่เช่นนั้น กลางลำตัวมีรอยโป่งพองจนเห็นได้ชัดและนั่นยิ่งทำให้ไห่เปียวทำอะไรไม่ถูก
"ทะ..ท่านประมุขเตรียมตัวอาบน้ำเถอะขอรับ"
"เจ้าก็มาเตรียมตัวให้ข้าสิ"เสียงเคาะประตูขัดบทสนทนานี้ไห่เปียวได้ยินเช่นนั้นจึงเดินไปเปิดประตูออกกว้างรอจนสาวใช้สี่คนเดินตามบ่าวชายที่แบกถังขนาดใหญ่เข้ามาด้านในและเทน้ำร้อนที่มีควันกรุ่นลงไป หนึ่งในนั้นเตรียมดอกไม้หอมหลากสีโรยให้ทั่วเหนือน้ำดูงดงามยวนตา
"น้ำพร้อมแล้วเจ้าค่ะ"ไห่เปียวพยักหน้าน้อยๆเชิงขอบใจรอจนทุกคนออกจากห้องไปแล้วจึงกลับมาหยุดข้างเจียงอีกครั้ง
"น้ำพร้อมแล้วขอรับ"จื่อหลงยกแขนออกจากใบหน้า ตะแคงข้างมองร่างบางที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"งั้นหรือไหน เจ้ามานี่สิ"เขายิ้มทั้งปากและตายื่นมือส่งให้ไห่เปียว ตัวเขาเองคล้ายโดนสะกดจิตยื่นมือมาให้จื่อหลงตามคำสั่ง จื่อหลงคว้ามือมากุมไว้ในมือตนเองออกแรงบีบเบาๆให้รู้สึก
"อยากให้เจ้าอาบพร้อมข้าจะเป็นไปได้หรือไม่"
"ข้า...ข้า..."
"ช่างเถอะข้าคงคิดไกลเกินไป ข้าอาบเองได้"จื่อหลงแสร้งถอนหายใจแรง
"ข้าไม่ได้ปฏิเสธท่านเสียหน่อย ท่านลุกขึ้นสิข้าจะถอดเสื้อตัวนอกให้"ไห่เปียวทำเสียงกระเง้ากระงอดเล็กน้อยยิ่งเหลือบสายตาไปมองสัญลักษณ์แห่งบุรุษเพศของอีกฝ่ายทั้งที่ยังอยู่ใต้ร่มผ้ายิ่งหน้าแดงหนักขึ้น
"ได้"จื่อหลงขยับตัวลุกขึ้นแล้วแกล้งยืนไม่มั่นคงถลาเข้าไปกอดร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขน
"ข้ายังรู้สึกมึนหัวอยู่"
"ให้ข้าช่วยประคองท่านดีหรือไม่"
"แน่นอนอยู่แล้ว มาสิเราไปอาบน้ำกัน"ไม่รู้ว่าใครประคองใครกันแน่แต่สองร่างที่เดินไปหลังฉากกันแนบชิดจนหาช่องว่างให้อากาศผ่านไม่ได้
"ให้ข้าช่วยเจ้าถอดก่อนก็แล้วกัน"จื่อหลงพูดจบมือหนาก็ถอดเสื้อตัวนอกของอีกฝ่ายรวดเร็วจนมองแทบไม่ทันรวมถึงกางเกงด้วย ไห่เปียวยังไม่ทันร้องห้ามอีกฝ่ายก็จัดการเสื้อตัวในออกแล้วคงเหลือเพียงกางเกงสีขาวตัวบางชั้นในเพียงตัวเดียว จื่อหลงจ้องจุดสีชมพูตาไม่กระพริบ ยิ่งจ้องดูเหมือนตุ่มไตนั่นจะยิ่งขึงแข็งนูนมากขึ้น ไห่เปียวยกมือขึ้นปิดหน้าอกตนเองแต่สู้แรงจากข้อมือของอีกฝ่ายไม่ไหว
"เจ้าจะปิดสิ่งสวยงามนี่ทำไมเล่า"
"แต่.."
"ไม่แต่แล้ว ข้าว่ามันดูน่ารักจริงๆเจ้าว่าเช่นนั้นไหม"ไห่เปียวไม่ตอบคำได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความอาย
"ท่านกำลังล้อข้าเล่น"
"ไม่ล้อเจ้าแล้วลงอ่างเถอะ"
"แล้วท่านล่ะ"ไห่เปียวมองร่างสูงหนาที่ยังอยู่ครบชุด
"ข้าอาบให้เจ้าก่อน ผิวกายของเจ้าละมุนมือข้าเหลือเกินแถมกลิ่นกายเจ้ายังหอมจนข้ารู้สึกเหมือนได้ดื่มเหล้าเซียนสุรา"จื่อหลงพูดจาคล้ายหลงละเมอ ไห่เปียวได้ยินเช่นนั้นถึงกับยิ้มกว้าง
"ท่านช่างเจรจาเหลือเกิน"กล่าวจบเขาก้าวลงอ่างน้ำหอมกรุ่น จื่อหลงใช้ฝ่ามือหยาบลูบไหล่ขาวขึ้นมาจนถึงใต้กรามจากนั้นเลื่อนมือลงไปจนถึงต้นแขนเรียวซ้ำยังถอนหายใจเล็กน้อย
"รู้หรือไม่เจ้านับว่าเป็นหนุ่มรูปงาม แถมยังมีเชื้อสายสกุลสูงส่ง"
"........."ไห่เปียวเงียบฟังคำกล่าวนั้นโดยมิเอ่ยปากใช้อีกมือกวักน้ำขึ้นราดลำคอตัวเองโดยแหงนเงยมันขึ้นเผยให้เห็นลำคอเรียวผ่อง จื่อหลงมองท่าทางของไห่เปียวที่กำลังกึ่งยั่วยวนด้วยสายตาแปลกๆ
#โห!อย่านอกใจน้อนฟ่านนะ ข้าไม่ยอม