บ่ายคล้อยของวันถัดมา แสงแดดจัดจ้าภายนอกสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เข้ามายังห้องทำงานส่วนตัวของเกดในคฤหาสน์หรู ทอดแผ่นเงาเฉียงทาบทับพื้นไม้ขัดมันราวกับกรงขังล่องหนที่โอบล้อมกักขังเรือนร่างของเธอไว้ในความเงียบสงัด บรรยากาศรอบกายเงียบงันจนได้ยินเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศที่พัดโชยผะแผ่วสม่ำเสมอ ทว่าความเงียบนั้นกลับไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเกดสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งกดทับให้อากาศภายในห้องอบอ้าวและบีบคั้นจนเธอรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกประหนึ่งมีก้อนศิลาขนาดมหึมาทับอยู่
เกดนั่งจมอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่สีเข้ม เบื้องหน้าของเธอมีเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการเงินและบัญชีหนี้สินของบริษัทวางกองพะเนินเป็นระเบียบ ทว่าตัวเลขยอดค้างชำระและกระแสเงินสดที่ติดลบจนสุ่มเสี่ยงจะล้มละลายกลับสะท้อนเข้าตาของเธอจนทำให้ขมับเต้นตุบๆ ด้วยความเครียดสะสม ใบหน้าสวยเฉี่ยววัยสี่สิบสองปีที่เคยเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและสง่างามในทุกย่างก้าว บัดนี้กลับฉายแววอ่อนล้าโรยแรงอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาของเธอหมองคล้ำเล็กน้อยจากความวิตกกังวลที่กัดกินจิตวิญญาณมาตลอดหลายสัปดาห์ แม้เธอจะพยายามใช้เครื่องสำอางชั้นดีปกปิดร่องรอยความอ่อนล้าเหล่านี้ไว้เพื่อไม่ให้คนในบ้านจับสังเกตได้ แต่ความบอบช้ำทางจิตใจที่ต้องแบกรับปัญหาแต่เพียงผู้เดียวนั้นกลับทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
ในฐานะประธานบริษัทและหัวหน้าครอบครัว เกดจำต้องทำตัวให้เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวต่อหน้าลูกสาวทั้งสองคนอย่างนิชาและมีน รวมถึงน้าอรผู้เป็นน้องสาว และที่สำคัญที่สุดคือต่อหน้าภัทร สามีเด็กผู้แสนดีวัยยี่สิบเก้าปีของเธอ เกดไม่อยากให้ความตึงเครียดอันแสนสกปรกและปัญหาวิกฤตของบริษัทต้องแพร่กระจายไปแปดเปื้อนความสุขในชีวิตคู่ของพวกตน ภัทรเป็นเพียงนักออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอิสระและโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานอย่างซื่อตรงและตั้งใจ เขาคอยทำหน้าที่เป็นพ่อเลี้ยงที่ดีให้แก่ลูกสาวแท้ๆ ทั้งสองคนของเธออย่างอบอุ่นเสมอมา ความรักที่บริสุทธิ์และอ้อมกอดอันแสนหวานของภัทรยามเช้าวันวานยังคงประทับแน่นอยู่ในสำนึกของเธอ สัมผัสอุ่นร้อนของสามีรุ่นน้องคือสิ่งเดียวที่ช่วยปลอบประโลมเยียวยาจิตใจที่แตกร้าวของเธอให้พ้นจากความเหน็บหนาว ทว่าในเวลาเดียวกัน ยิ่งเธอนึกถึงความซื่อสัตย์รักใคร่ที่ภัทรมีให้ ความรู้สึกผิดบาปและความขมขื่นลึกๆ ก็ยิ่งแล่นพล่านบีบรัดหัวใจของเธอจนระบม เพราะทางออกเดียวที่จะช่วยกอบกู้บริษัทและปกป้องทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ไว้ได้ กลับเป็นข้อตกลงลับอันน่าอัปยศอดสูที่เธอต้องแลกด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีของตนเองให้กับกิตติธัช สามีเก่าผู้มั่งคั่งและกุมอำนาจทางการเงิน
เกดสะดุ้งตัวเล็กน้อยจนร่างกายเกร็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าผะแผ่วแว่วดังมาจากทางเดินภายนอกห้องทำงาน เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อนอย่างเชื่องช้าปลุกสัญชาตญาณความหวาดระแวงของเธอให้ตื่นตัวขึ้นเต็มที่ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวแรงด้วยความหวาดกลัวว่าจะมีใครล่วงรู้ความลับที่เธอกำลังซ่อนไว้ เกดรีบกวาดเอาเอกสารหนี้สินสีแดงเข้มเหล่านั้นมารวมกันอย่างเร่งรีบ ยัดเก็บใส่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างมิดชิด ก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยกดปิดหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาและพับฝาลงทันทีเพื่อดับแสงเรืองรองที่แสดงงบดุลของบริษัท ความระแวงแล่นพล่านจนแผ่นหลังชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อบางเบาภายใต้เสื้อทำงานเนื้อดี เธอยืนนิ่งสงบสติอารมณ์อยู่ครู่ใหญ่จนกระทั่งเสียงฝีเท้านั้นเงียบหายไปไกล
ทว่ายังไม่ทันที่เกดจะได้ผ่อนลมหายใจระบายความอึดอัด เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่วางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งก็แผดเสียงสั่นครืดคราดพร้อมสัญญาณเตือนไฟกะพริบวาบ เกดเอื้อมมืออันสั่นเทาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏชื่อของผู้โทรเข้าที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นลงสู่เหวระทึกทันที... "กิตติธัช" อดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังโทรข้ามประเทศมาจากแดนไกล
เกดจ้องมองชื่อบนหน้าจอมือถือด้วยสายตาพร่ามัวและความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งรังเกียจ ขยะแขยง และหวาดกลัว ทว่าเธอกลับไม่สามารถกดปฏิเสธสายนี้ได้เลย ความอยู่รอดของพนักงานนับร้อยชีวิตในบริษัทและอนาคตของครอบครัวถูกผูกมัดไว้กับปลายนิ้วของชายคนนี้ เกดลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายสั่นเทาเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาตรงไปยังประตูห้องทำงานส่วนตัว มือเรียวสวยเอื้อมไปบิดลูกบิดและลงกลอนล็อกประตูอย่างแน่นหนาจนเกิดเสียงคลิกเบาๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้ใดโดยเฉพาะภัทรหรือคนในบ้านเดินเข้ามาขัดจังหวะหรือได้ยินสิ่งที่เป็นความลับต้องห้ามนี้
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ ก่อนจะกดรับสายแล้วยกเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นแนบหู พยายามเปล่งน้ำเสียงที่เรียบเฉยและแผ่วเบาที่สุดเพื่อความปลอดภัย
"เกดพูดค่ะ" เธอเอ่ยเสียงต่ำระมัดระวังภัยอย่างที่สุด
"รับสายช้าจังนะเกด... นึกว่ากำลังมีความสุขอยู่กับผัวเด็กจนลืมเรื่องเงินทองประคองชีวิตไปแล้ว" น้ำเสียงทุ้มลึกทว่าแฝงไปด้วยกระแสความหยิ่งยะโสและถือดีของกิตติธัชดังผ่านสายโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจเหนือกว่าประหนึ่งคนคุมกระดานเดิมพันทั้งหมดไว้ในกำมือ
เกดขบฟันแน่นจนกรามขึ้นนูนเล็กน้อย ความอัปยศแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ แต่เธอก็ต้องสะกดกลั้นอารมณ์โกรธนั้นไว้ใต้ท่าทางนิ่งสงบ "เกดทำงานอยู่ค่ะ มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ... เรื่องเงินกู้ก้อนที่สองที่เกดขอไป ดำเนินการถึงไหนแล้วคะ?"
กิตติธัชหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาช่างน่ารังเกียจและเสียดแทงรูหูของเกดยิ่งนัก "ร้อนรนจริงนะ เรื่องเงินน่ะไม่ต้องห่วงหรอก ฉันสั่งการให้คนของฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ก็นะ... เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้จะโอนเข้าบัญชีบริษัทของเธอตรงๆ มันก็คงสะดุดตาพวกสรรพากรและหน่วยงานตรวจสอบเกินไป ฉันเลยต้องเดินเรื่องโอนผ่าน 'บริษัทตัวแทน' ที่ฉันตั้งไว้ในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ทุกอย่างได้รับการอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี ข้อตกลงลับของเราดำเนินไปตามแผนการเดิม ไม่มีอะไรต้องกังวล"
เกดพยักหน้าเบาๆ พลางก้าวเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอยื่นมือที่ยังคงสั่นเทาเปิดฝาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วเรียวรีบกดปุ่มเปิดหน้าจอและเข้าสู่ระบบการสื่อสารส่วนตัวที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของกิตติธัช สายตาคมสวยจับจ้องมองไปยังหน้าจอเรืองแสงที่แสดงรายละเอียดข้อความธุรกรรมการเงินล่าสุดที่เขาส่งพิกัดมาให้ ปรากฏหน้าปัดตัวเลขแสงสีแดงเด่นชัดระบุยอดเงินกู้ก้อนที่สองที่กำลังถูกโอนผ่านบริษัทตัวแทนเข้าสู่บัญชีปลายทาง ยอดตัวเลขแสงสีแดงเหล่านั้นเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงที่ช่วยต่อชีวิตทางธุรกิจของเธอ ทว่าสำหรับเกดแล้ว มันกลับดูเหมือนโซ่ตรวนสีเลือดที่ล่ามรัดข้อเท้าของเธอไว้กับเขาอย่างไม่มีวันหลุดพ้น
"เงินกู้ผ่านบริษัทตัวแทนเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ... ขอบคุณมากค่ะกิตติธัช" เกดเค้นเสียงพูดออกไปอย่างยากลำบาก พยายามคุยสายด้วยถ้อยคำที่รัดกุมเป็นที่สุดเพื่อไม่ให้มีหลักฐานและร่องรอยการตกลงแลกเปลี่ยนธุรกรรมที่ผิดกฎหมายหลุดลอดออกไป
"ขอบคุณงั้นเหรอ? หึ... คำขอบคุณปากเปล่ามันไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่หรอกนะเกด" กิตติธัชพูดจาเหน็บแนมพร้อมกับเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเชิงล้อเลียนและหยอกเย้าข่มขู่สงครามประสาท "แต่จะว่าไป... ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าในขณะที่เธอกำลังกระวนกระวายใจวิ่งรอกเอาตัวมาแลกเงินกู้จากอดีตสามีคนนี้ ไอ้สามีเด็กวัยยี่สิบเก้าปีของเธอที่เป็นแค่นักออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอิสระคนนั้นน่ะ มันรับรู้อะไรบ้างหรือเปล่า? หรือวันๆ เอาแต่เคาะแป้นพิมพ์เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ทำงานโปรแกรมเมอร์แต่งรหัสไร้สาระอยู่ในคฤหาสน์ของเธอโดยไม่รู้เลยว่าเงินที่ใช้ซื้อข้าวปลาอาหารและรักษาความสุขสบายของมันน่ะ... แลกมาด้วยสัมผัสจากเนื้อตัวของเมียตัวเองบนเตียงของอดีตสามีอย่างฉัน?"
คำพูดเหยียดหยามแดกดันของกิตติธัชเหมือนลูกธนูอาบยาพิษที่พุ่งเข้าเสียบกลางอกของเกดอย่างจัง ความเจ็บปวดและแรงอัปยศพวยพุ่งจนขอบตาร้อนผ่าว มือเรียวสวยจิกเล็บลงบนขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งแน่นจนปลายนิ้วขาวซีดไร้สีเลือด ร่างกายสะท้านสั่นเทาด้วยโทสะและความละอายต่อภัทร เกดรู้สึกเหนื่อยล้าและเจ็บแค้นจนอยากจะกรีดร้องและปาโทรศัพท์มือถือทิ้ง ทว่าสติสัมปชัญญะอันริบหรี่คอยเตือนใจเธอว่า หากเธอแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวหรือตัดสายทิ้ง กิตติธัชอาจจะสั่งระงับเงินโอนผ่านบริษัทตัวแทนทันที ซึ่งนั่นจะทำให้ความพยายามทั้งหมดของเธอต้องสูญเปล่า และทำให้ชีวิตของทุกคนพังทลายลงในพริบตา
"เรื่องของภัทรไม่เกี่ยวกับข้อตกลงธุรกิจของเราค่ะกิตติธัช" เกดฝืนสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านและเอ่ยตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ขมขื่นใจที่สุด "เขาก็ทำงานในส่วนของเขา... และเกดก็ทำหน้าที่ดูแลบริษัทในส่วนของเกด อย่าดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย"
"โอ้... ปกป้องมันเหลือเกินนะ" กิตติธัชหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชปนริษยา "แต่ก็นะ ฉันเข้าใจ... วัยรุ่นหนุ่มแน่นคงจะตอบสนองความใคร่ให้เธอได้ดีกว่าคนแก่แบบฉันล่ะสิ เธอถึงได้ทะนุถนอมมันราวกับไข่ในหินขนาดนี้ แต่อย่าลืมนะเกด ว่าไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนั้นน่ะ มันไม่มีปัญญาหาเงินก้อนโตมาช่วยรักษาคฤหาสน์หรูและบริษัทล้มละลายของเธอหรอก มีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยเธอได้ และเธอก็รู้ดีใช่ไหม... ว่าข้อตกลงแลกเปลี่ยนครั้งนี้มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง หวังว่าเธอคงจะไม่ได้ลืมบทบาทหน้าที่ของตัวเองไปหรอกนะ"
ความกดดันและข่มขู่ทางอ้อมบีบบังคับให้เกดต้องหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาเม็ดเล็กๆ แห่งความขมขื่นเอ่อคลอที่เบ้าตา ทว่าเธอต้องกลืนมันลงคอไปพร้อมกับความชอกช้ำระทมใจ ร่องรอยความรักและความซื่อสัตย์ที่มีต่อภัทรปะทะกับความจริงอันแสนโสโครกอย่างรุนแรง เธอรักภัทรสุดหัวใจ รักในความอ่อนโยน ความอบอุ่น และความจริงใจที่โปรแกรมเมอร์หนุ่มคนนั้นมีให้เสมอมา ทว่าตอนนี้เธอกลับกลายเป็นผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกที่จำต้องเอาเรือนร่างไปสังเวยให้อดีตสามีล่วงล้ำสัมผัสเพื่อหล่อเลี้ยงภาพลวงตาแห่งความสุขสบายไว้
"เกดไม่เคยลืมค่ะ..." เกดเค้นคำพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่าสั่นระริก "เกดรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร... ขอเพียงแค่เงินกู้ผ่านบริษัทตัวแทนโอนเข้าบัญชีเรียบร้อยอย่างสมบูรณ์ตามที่ตกลงกันไว้"
"ดีมากเกด พูดง่ายๆ แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย" กิตติธัชเอ่ยอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นอดีตภรรยาผู้อวดดีต้องยอมจำนนและตกเป็นเบี้ยล่างอย่างสมบูรณ์แบบ "อีกไม่กี่วันฉันจะบินกลับไปถึงกรุงเทพฯ แล้วจะส่งรายละเอียดวันเวลาและสถานที่นัดพบไปให้เธออีกที... สถานที่คงเป็นห้องรับรองพิเศษส่วนตัวของสโมสรหรูที่ฉันเป็นสมาชิกอยู่ ที่นั่นปลอดภัยและมิดชิดพอที่จะรองรับ 'ค่าตอบแทน' ครั้งถัดไปของเธอได้อย่างเป็นส่วนตัวโดยไม่มีใครมารบกวน... หวังว่าเธอคงจะเตรียมเนื้อเตรียมตัวให้พร้อมล่ะ"
เกดกำเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ในมือแน่นจนข้อสั่นระริก ลมหายใจสะดุดขัดแน่นอยู่ในอกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ความรู้สึกขยะแขยงในเรือนร่างของตนเองคืบคลานเข้าเกาะกุมหัวใจจนเธอแทบอยากจะอาเจียน สัมผัสป่าเถื่อนน่ารังเกียจของกิตติธัชที่เธอยอมรับในวันก่อนหน้านี้ยังคงหลงเหลือเป็นร่องรอยบาดแผลลึกในความทรงจำ และข้อตกลงแลกเปลี่ยนอันเป็นความลับที่กำลังจะมาถึงนี้ก็เปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตอกย้ำว่าศักดิ์ศรีของเธอได้ดับสูญไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
"ค่ะ... เกดทราบแล้ว" เธอตอบรับเสียงแผ่วเบาเหมือนกระซิบอย่างยอมจำนน
กิตติธัชส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความสะใจก่อนจะกดวางสายไปทันที ทิ้งให้ความเงียบสงัดและเยือกเย็นยะเยือกกลับเข้าปกคลุมห้องทำงานส่วนตัวอีกครั้ง
เกดค่อยๆ ลดมือที่ถือเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ลงอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างรุนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอต้องใช้มือสองข้างเกาะขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงบนพื้นไม้ขัดเงา ความเหนื่อยล้า ความปวดร้าว และความอับอายขายหน้าหลั่งไหลถาโถมเข้าใส่จิตใจจนขอบตาร้อนผ่าวและน้ำตาชอกช้ำไหลอาบแก้มเนียนละเอียดอย่างไม่อาจกักกั้นได้อีกต่อไป
ในหัวสมองของเธอสับสนอลหม่านและทรมานแสนสาหัส ความคิดพะว้าพะวังขัดแย้งปะทะกันจนขมับเต้นตุบๆ ด้านหนึ่งคือความรักอันแสนบริสุทธิ์และลึกซึ้งที่เธอมีให้แก่ภัทร สามีเด็กผู้แสนซื่อและแสนดีที่เธอนอนกอดเคียงข้างและมีสัมพันธ์รักอันงดงามยามสายวันวาน สัมผัสอันแสนอบอุ่นและปลอดภัยที่ภัทรเติมเต็มให้ในห้องนอนใหญ่เป็นเสมือนสวรรค์ดวงเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิตเธอ ทว่าอีกด้านหนึ่งคือความจริงอันแสนโหดร้ายที่เธอต้องยอมรับชะตากรรม นำร่างกายและเกียรติยศของภรรยาไปประเคนให้อดีตสามีเหยียบย่ำบดขยี้ในห้องรับรองพิเศษตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนธุรกรรมลับข้ามประเทศในครั้งหน้า
เกดทรุดร่างลงบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่สีเข้ม ยกสองมือขึ้นกอดอกตัวเองไว้แน่นราวกับจะช่วยสะกดความหนาวเหน็บที่คืบคลานลึกเข้าสู่กระดูกดำ เธอสะอื้นไห้เงียบๆ ท่ามกลางความเงียบงันปนกดดันของบ่ายวันใหม่ หัวใจบีบรัดตัวแน่นหนาด้วยความกลัวว่าหากวันใดความจริงอันสกปรกโสมมเรื่องข้อตกลงแลกเปลี่ยนนี้ถูกเปิดโปงออกไป ความรักและความไว้ใจของภัทรคงต้องพังพินาศ และครอบครัวที่เธอพยายามปกป้องก็คงไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาล...