นักบินหนุ่มกล่าวลาทุกคน “ผมขอตัวไปรับนิทตี้ครับ” วินนี่กอดลาแม่ซาธนาแน่น “แม่ขออีกเื่คือ...หาฤกษ์แต่งงานให้เร็วที่สุด” พี่ชายทั้งสองยกนิ้วให้น้องชาย “พ่อเห็นด้วยพ่อจะได้จัดพิธีแต่งงานให้ทั้งคู่พร้อมกัน” วินนี่ส่งยิ้มให้วิการณ์ “ครับพ่อ”
อนุชรู้สึกแปลกใจเพราะเหตุไรพ่อสนับสนุนน้องชายคนเล็กถือศีลบวชต่อไป “พ่อครับ ทำไมพ่อไม่ให้น้องสึกครับผมสงสารน้องสะใภ้ เธอเจอปัญหามากมายเพราะวินนี่ เธอจะอดทนได้หรือครับ” วิการณ์นั่งจิบน้ำชา “คนที่แนะนำวินนี่ให้เลือกบทบาทพวกนี้คือกัปตันมิคกี้ ถ้าพ่อเดาไม่ผิด กัปตัน้าดัดนิสัยของวินนี่ เื่นี้ไม่ใช่เป็การทดสอบพวกสาวๆของพวกเขา กัปตันมิคกี้ใกล้ชิดกับวินนี่และตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาทำงานร่วมกันหลายปี พวกเราไม่รู้ว่าน้องชายของพวกลูกๆเขาเปลี่ยนไปมากแค่ไหน พ่อไม่สามารถเดาได้ว่าวินนี่กำลังคิดอะไร และเขาวางแผนอนาคตแบบไหน เขารักอิสระั้แ่เด็กไม่ชอบสุงสิงกับใคร พ่อรู้ว่า แม่คนเดียวที่ควบคุมเขาได้แต่มันแค่ตอนที่วินนี่เป็เด็กเท่านั้น“ วิการณ์ส่ายหน้าอย่างกังวลใจ ซาธนาแทรกขึ้น “วินนี่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนถึงจะมีความประพฤติแบบนั้น แต่เขาก็เคารพผู้ใหญ่ เสน่ห์ของลูกคนนี้คือ มีความจริงใจ และจะยอมแพ้ถ้ารู้ตัวว่าตนทำผิด”
อนุชเลื่อนตัวเข้าโอบกอดซาธนา น้องชายคนรองค้อนมองพี่ชายที่แย้งที่นั่ง “พ่อครับ ยังมีคนหนึ่งครับพ่อที่รู้จักวินนี่ดีมากผู้กองเดฟครับ”
โรงเรียน Brighten Future
รถเก๋งหรูสีทองคันงามจอดหน้าโรงเรียน วินนี่ปรับระดับเก้าอี้คนขับเอนร่างนอนพักเหนื่อย เขารู้สึกปวดเมื่อยทั้งตัว คอแห้ง แสบจมูก เขารีบโทร.หาคู่หมั้นสาว“ผมรอที่หน้าโรงเรียนครับ”อาการปวดเมื่อยลำตัวเริ่มมากขึ้นตามด้วยรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว เขาเคลิ้มหลับไป เสียงเคาะกระจกหน้าต่างรถ ผู้กองเดฟรูปหล่อโบกมือให้วินนี่ “เข้ามาข้างใน” น้ำเสียงเอื่อยๆของนักบินหนุ่มทำให้ผู้กองเริ่มสงสัยรีบเข้ามานั่งข้างคนขับ “ทำไมหน้าตาโศรกเศร้าวะ ก็เจอพ่อแล้วไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มหรี่เสียงเพลงให้เบาลง “ฉันรู้สึก ผิดวะ เดฟ ฉันผิดทุกๆเื่เลย ความจริงพ่อรักฉันมาก จะว่าไปแล้วฉันคือต้นเหตุของทุกเื่ก็ว่าได้ ไม่ใช่สิวะครึ่งของต้นเหตุ …...เฮ้ออ” เดฟเข้าใจอารมณ์ที่จบต้นชนปลายของเพื่อนรักออกอาการวินนี่คือเริ่มสับสน ถ้าเป็แบบนี้นานๆ วินนี่จะเริ่มเบื่อหน่ายทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเดฟแทรกขึ้น “นาย้าทำอะไร ห้ามนั่งเครียดกับเื่ที่ผ่านมามันไร้ประโยชน์เปล่าๆ “ วินนี่ก้มลงมองหากระป๋องน้ำอัดลมส่งให้เพื่อนรัก “พ่อบอกให้เป็ฤษีจนให้ครบ 90 วัน ฉันก็ว่าดีเหมือนกัน ตามที่ฉันรับปากท่านอาจารย์ไว้“
ผู้กองเดฟถอนใจออกอย่างเหนื่อยใจ พลันนึกขึ้นได้ “เอ๊ะ... เดี๋ยวนายไม่ได้อยู่บ้านไหว้พระศิวะเหรอวะ” คำถามของผู้กองทำให้นักบินหนุ่มจ้องหน้าเพื่อนรัก“นายจะบ้าเหรอวันนี้ฉันไปทำงาน เมื่อคืนก็คุยกับนาย แล้วจะฉันไหว้พระศิวะตอนนี้เหรอวะ ตลกอะไรวะ” วินนี่ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ “ 4โมงครึ่งแล้ว ทำไมเธอยังไม่ออกมา ฉันเข้าไปรับเองดีกว่า แล้วภาวนาหายไปไหนวะ” ผู้กองเดฟกวาดสายตามองรอบๆภายในโรงเรียนด้วยความสงสัย“นางฟ้าบอกฉันว่า วินนี่ไหว้พระศิวะที่บ้าน งั้นแสดงว่า ฉันนึกออกแล้ว” ผู้กองก้าวลงจากรถเก๋งของนักบินหนุ่ม “ไปก่อน” วินนี่เลิกคิ้วฉงนใจ มองดูผู้กองเดฟขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว“มันเป็อะไรของมันวะ”
นักบินหนุ่มเริ่มมีอาการวิงเวียนศีรษะ เขาฝืนพิษไข้ เดินเข้ารับนิทตี้ที่ออกมาช้านิทตี้เร่งฝีเท้าออกมาจากห้องประชุมใหญ่ ร่างงามในชุดส่าหรีสีเืหมู สีหน้าเธออ่อนล้า วินนี่ยืนหรี่ตามองผู้ชายแปลกหน้าเดินคู่กับนิทตี้ออกมาหญิงสาวเอียงร่างเล็กน้อย เธอสบตากับนักบินหนุ่ม นิทตี้เอ่ยขึ้น “ทำไมวินนี่หน้าซีดแบบนั้นมีเื่อะไรหรือเปล่า” นิทตี้ยกมือขัดจังหวะการคุยของครูใหญ่ หนุ่มหล่อสวมแว่นตากรอบสีทองร่างสูงใกล้เคียงกับวินนี่ นิทตี้ชี้ไปที่วินนี่ “แฟนฉันมารับแล้วค่ะ สงสัยเขาจะมีปัญหาอะไร ขอลากลับนะคะ" เธอวิ่งไปหาวินนี่ทันที
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงหวานจับใจพร้อมมือเรียวอุ่นทาบลงบนหน้าฝากเขา วินนี่ดึงมือของเธอออก “เขาเป็ใคร ผู้ชายคนที่ใส่แว่นตากรอบสีทอง” สีหน้าวินนี่เรียบน้ำเสียงทุ้มลง“ นิทตี้เปิดกระเป๋าสะพายค้นหาปรอทวัดไข้ “ครูใหญ่คนใหม่ เขาคือลูกชายเ้าของโรงเรียนแห่งนี้ความจริงพวกเขามีโรงเรียน 15 สาขาส่วนครูใหญ่คนนี้เรียนจบจากออสเตเรียค่ะ เขาชื่อ อมิต และ น้องชายเขาคนนั้นดูแลเื่การเงินวันนี้ครูใหญ่คนเก่าลาออกค่ะ และตอนนี้โรงเรียนของเรายังไม่มีครูใหญ่คนใหม่มาแทน สงสัยว่าอมิตมาทำงานที่นี่ชั่วคราวค่ะ “ วินนี่โน้มตัวลงกระซิบข้างๆใบหูของเธอ “เรากลับกันได้หรือยัง ผมง่วงนอน อืออ รู้สึกปวดหัวมาก“ นิทตี้เอื้อมมือแตะที่หน้าผากอีกครั้ง “พระเ้า.... ตัวร้อนมากค่ะ เรารีบไปกันเถอะค่ะ“
ใบหน้าและตามเนื้อตัวของวินนี่เริ่มแดงขึ้นเพราะพิษไข้สูง “คุณมีไข้สูงนะคะ เราไปโรงพยาบาลดีกว่า”หญิงสาวพานักบินหนุ่มนั่งในที่ข้างคนขับ “เฮ้ ใครจะขับรถให้ผม”หญิงสาวเปิดริมฝีปากของนักบินหนุ่มวางปรอทวัดไข้ใต้ลิ้นของเขา ปิดปากของเขาสนิท“ขอกุญแจรถ ฉันขับเอง “ วินนี่iจ้องหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ “คุณขับรถเป็เหรอผมไม่รู้มาก่อนเลย“ นิทตี้คว้ากุญแจรถจากมือเขา “ ฉันขับรถเป็ั้แ่ 14ปีแล้วค่ะ “
ร่างของหญิงเข้าประจำที่คนขับรถ สตาร์ทรถและหันหน้ามาดึงปรอทวัดไข้ “พระเ้า ไข้สูงมาก” นิทตี้อ่านค่าปรอทวัดไข้ หญิงสาวสตาร์ทรถและเปิดไฟเลี้ยว เธอเลี้ยวกลับรถอย่างคล่องแคล้วขับตรงเข้าถนนเส้นใหญ่มุ่งหน้าด้วยความเร็ว ทำให้วินนี่หัวเราะให้กับตัวเอง
นิทตี้ขับรถยนต์เกียร์ออโต้ด้วยความเร็วปานกลาง วินนี่เริ่มรู้สึกเกร็ง เอนร่างเอื้อมมือจะปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าของเธอ แต่เขาหยุด ริมฝีปากเป่าลมออกอย่างเบาๆใส่หน้าเธอแทน “ยังไม่ครบ 90 วันค่ะ อย่าทำให้ฉันเขวได้ไหมคะ“ วินนี่ยิ้มกว้าง ย้ำคำพูดของเธอ “อย่าทำให้คุณเขว คุณจะพาผมไปไหน แม่สีดาคนเก่ง“ นิทตี้ขับรถผ่านเข้าเส้นรอบเมืองและอ้อมผ่านถนนทางลัดอ้อมมาด้านหลังโรงพยาบาลSH วินนี่ยักคิ้วให้เธอ เขาหลับเปลือกตาลง “ผมนึกแล้วว่าคุณต้องพามาหาคุณหมอราชให้ได้ “
โรงพยาบาลSeventh Health
ภายในห้องพยาบาลพิเศษ ร่างสูงนอนอยู่บนเตียงคนไข้ “ผมปวดหัวมาก” หญิงสาวเริ่มกังวลในเื่การบวชอาจทำให้เขาอ่อนแอ “คุณหมอเจาะเืไปตรวจค่ะอีก 5 นาทีคุณหมอจะมาตรวจอาการของคุณ คุณนอนพักนะคะ ฉันขอกลับไปเอาเสื้อผ้ามานอนเฝ้าคุณที่นี่”
นิทตี้ออกจากห้อง สวนทางกับมาธูร ทั้งคู่ไม่ได้พบกัน มาธูรวิ่งออกจากลิฟต์ เคาะประตูห้องพยาบาล “พี่วินนี่เป็ยังงัยบางคะ คุณหมอราชกำลังผ่าตัดคนไข้จวนจะเสร็จแล้ว พี่รอคุณหมอฌานจะมาตรวจอาการอีกครั้งค่ะ” มาธูรมีสีหน้ากังวลเมื่อพบอุณหภมิสูงขึ้น สลับลง ฉับพลันนั้นคุณหมอราชเปิดประตูเดินเข้ามาสีหน้าใ มาธูรยื่นปรอทวัดไข้ให้เขาดู “ มาธูรรีบไปตามคุณหมอฌานด่วน ผมจะตามผลตรวจเืเอง“ วินนี่คว้ามือคุณหมอไว้ไม่ให้ออกไปข้างนอก “ ไม่ต้องรีบครับ ผมได้นอนพักแล้ว รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย “ ราชกุมมือทั้งสองของเขา “ นิทตี้ ขอผมกลับไปเอาเสื้อผ้าเพื่อมานอนเฝ้าผม ผมเป็ห่วงว่าเธอจะโดนทำร้ายอีกครั้ง ผมขอให้เธอพักกับผมในห้องนี้นะครับ” ราชjพยักหน้าพร้อมนำผ้าชุบน้ำเช็ดทั่วใบหน้าของเขา
นักบินหนุ่มเล่าให้คุณหมอฟังเื่ที่เขาได้พบเจอกับพ่อและครอบครัวในวันนี้ “ พ่อขอให้ปิดเื่ผมคืนดีกับพ่อ ผมยังไม่ได้บอกใคร มีแค่คุณหมอกับเดฟเท่านั้น “ ราชเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างเตียงคนไว้ ราชตรวจวัดความดันโลหิตของเขา “ผมกับมาธูร จะพักที่นี่ จนกว่าคุณหายเป็ปกติ “