“ขนาดพวกเรามีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขนาดนี้ แต่ก็ยังถูกคนลอบเข้ามาติดตั้งกล้องได้ แผนกรักษาความปลอดภัยนี่นับวันยิ่งหละหลวมเกินไปแล้ว! ถึงเวลาจัดการซะที!” หลังจากที่ ซู่ฉิง พูดจบ เธอก็สังเกตเห็นถึงการแสดงออกของ เซียวเฉิน “ทำไม? นายไม่อยากจะเป็หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่ ผมแค่คิดว่าหากคุณให้ผมมาเป็หัวหน้าแผนก เกรงว่าคงจะมีหลายคนไม่พอใจ” เซียวเฉิน แสดงสีหน้าลำบากใจ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสุข การได้เป็หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยก็เท่ากับว่าเขาเป็คนที่สามารถควบคุมเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมด!
“ไม่พอใจ?”
“ใช่ๆ ผมเพิ่งจะมาที่บริษัทนี้ได้ 2 วัน ทั้งยังเป็เพียงแค่บอดี้การ์ดของคุณอีก จู่ ๆ ให้ผมข้ามขั้นไปเป็ถึงหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยเลย แล้วคนในแผนกจะยอมรับได้งั้นเหรอ? ไม่ต้องพูดถึงใครที่ไหนเลย หัวหน้าหลิวต้องไม่พอใจอยู่แล้ว!” เซียวเฉิน กล่าวขึ้นอย่างมีเจตนาแอบแฝง
ซู่ฉิง หยุดคิด จากนั้นก็ใช้นิ้วมือเรียวยาวเรากับหยกตบลงไปบนโต๊ะ พร้อมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “หากใครไม่พอใจ ก็ออกไปจากบริษัทนี้ซะ!”
เซียวเฉิน เหยียดยิ้ม นี่เท่ากับว่าเขามีอำนาจอยู่ในมือแล้ว ฟันแค่ทีเดียวก็สามารถฆ่าสุนัขที่ไม่เห็นด้วยได้ทั้งหมด!
“เซียวเฉิน ไม่ว่าแผนกรักษาความปลอดภัยจะทำอะไร ฉันก็จะสนับสนุนนายโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น!” ซู่ฉิง แสดงด้านที่แข็งแกร่งออกมา ซึ่งมันแตกต่างจากก่อนหน้านี้ราวกับคนละคน
เซียวเฉิน มอง ซู่ฉิง ที่ดูแตกต่างออกไปด้วยความประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็คิดได้ว่า ถ้าไม่เข้มแข็ง แล้วเธอจะสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไงกัน?!
อย่างที่ทราบธุรกิจก็เหมือนกับสนามรบ ผู้อ่อนแอจะต้องตกเป็เหยื่อของคนที่แข็งแกร่งกว่า เป็สนามรบที่เต็มไปด้วยความโเี้และความละโมบ!
ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ได้มีนิสัยเ็า หรือหยิ่งผยองขนาดนั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าใครจะจัดการเธอได้ง่ายๆ!
ความคิดบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในหัวของ เซียวเฉิน เขาจึงยกยิ้มขึ้น “ได้ ในเมื่อคุณมอบกระบี่อาญาสิทธิ์มาให้แล้ว ผมก็จะไม่ปฏิเสธอีก… ประธานซู่ ผมตกลงรับงานนี้!”
“ฉันเริ่มรู้สึกแปลกใจแล้วสิ แผนกรักษาความปลอดภัยที่อยู่ภายใต้การนำของหน่วยรบพิเศษอย่างนาย มันจะกลายเป็แบบไหนกัน… แล้วฉันจะรอดู!” ซู่ฉิง กล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
เซียวเฉิน ยักไหล่รับ “ผมบอกไปแล้ว ผมไม่ใช่หน่วยรบพิเศษ ผมเป็แค่คนเลี้ยงหมูไงเล่า...”
“ไม่ว่ายังไง ฉันก็เชื่อในความสามารถของนาย!” หลังจากที่ ซู่ฉิง กล่าวจบ สายตาก็ไปสะดุดกับเครื่องดักฟังที่อยู่บนโต๊ะ เธอพูดขึ้นด้วยเสียงหนัก “ส่วนเื่เครื่องดักฟัง นายจะจัดการยังไง?”
เซียวเฉิน หยิบเครื่องดักฟังขึ้นมา แล้วเพ่งสายตามองไป “ผมคิดว่ามันน่าจะมีอยู่ 2 กรณี เื่แรกคนที่เข้ามาในห้องทำงานของคุณได้จะต้องเป็ยอดฝีมือ เขาสามารถซ่อนตัวจากการเฝ้าระวัง และลาดตระเวนจากเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจนมาถึงห้องนี้!”
“แล้วอีกเื่หนึ่งคือ?”
“พวกเรามีหนอนบ่อนไส้!”
“ว่าไงนะ? หนอนบ่อนไส้?!” ซู่ฉิง หน้าเปลี่ยนสีทันที
เซียวเฉิน พยักหน้าตอบรับ แล้วกล่าวต่อ “ถูกต้อง จะต้องเป็คนในบริษัทที่คุ้นเคยกับทุกอย่าง...”
“นี่มันไม่น่าจะเป็ไปได้?”
“ทำไมจะเป็ไปไม่ได้” เซียวเฉิน เอ่ยปัดไป “พวกเราอย่าเพิ่งกระจายข่าวเื่เครื่องดักฟังนี้ออกไป ไม่เช่นนั้นมันจะเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น ให้คุณทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่าจะเป็การดีที่สุด”
“ตกลง!”
“รวมถึง ฉินหลาน ด้วย!”
“พี่ฉินเหรอ?” ซู่ฉิง เปิดตากว้าง “นายสงสัยพี่ฉินด้วยงั้นเหรอ?”
“นอกจากคุณแล้ว ผมสงสัยทุกคนในบริษัท… และอีกอย่างเธอเป็คนที่เข้าออกห้องทำงานคุณบ่อยที่สุด ดังนั้นจึงสงสัยเธอเป็พิเศษ!”
“ไม่ มันไม่น่าจะเป็ฝีมือของพี่ฉิน!”
“ประธานซู่ ถึงพวกเราพูดไปตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร จะเป็เธอหรือไม่ มันไม่ใช่สิ่งที่คุณหรือใครจะบอกได้ ผมจะตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่างเอง!” เซียวเฉิน พูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อ ซู่ฉิง ได้ยินดังนั้นจึงเงียบเสียงแล้ว จากนั้นค่อย ๆ พยักหน้า “ตกลง นายไปตรวจสอบมา แล้วจะต้องตรวจสอบเื่นี้ให้รู้กระจ่างด้วย!”
“เชื่อมือผมได้เลย!”
ซู่ฉิง มองไปที่ เซียวเฉิน ด้วยสายตาล้ำลึก จากนั้นหยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาโทร “ฮัลโหล พี่ฉิน มาที่ห้องทำงานของฉันหน่อย”
ในไม่ช้าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฉินหลาน เปิดประตูเข้ามาข้างในแล้วพูดว่า “ประธานซู่ เรียกหาฉันมีอะไรงั้นเหรอ?”
“พี่ฉิน ฉันเพิ่งจะพูดกับ เซียวเฉิน ไปว่าจะให้เขามาเป็หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย! ซึ่งเื่นี้ยังไม่ได้แจ้งไปที่ฝ่ายบุคคล คงต้องให้คุณเป็คนจัดการเื่นี้แล้ว ส่วนฉันว่าจะไปที่ห้องทดลองสักหน่อย ”
ฉินหลาน หันไปมอง เซียวเฉิน ด้วยความประหลาดใจ แล้วพยักหน้าตอบรับว่า “ได้ค่ะ!”
หลังจากคุยกันอีกสองสามคำ เซียวเฉิน และ ฉินหลาน ก็ออกมาจากห้องประธานไป
“เซียวเฉิน นายเพิ่งจะเข้ามาที่บริษัทนี้ได้เพียง 2 วัน ก็ได้เลื่อนขั้นมาเป็ถึงหัวหน้าระดับกลางแล้ว นี่มันเร็วยิ่งกว่าติดจรวดอีกนะ!” เมื่อเปิดประตูออกมา ฉินหลาน หันไปพูดหยอกล้อกับ เซียวเฉิน
“ฮ่าฮ่า ไม่มีอะไรหรอก! ถึงแม้ว่าผมจะได้เป็หัวหน้าระดับกลางแล้ว พี่หลานก็ยังคงเป็หัวหน้าของผมอยู่ดี แต่พี่ก็ยังสามารถพูดเื่อย่างว่ากับผมได้อยู่ดี!”
ฉินหลาน มองไปที่ เซียวเฉิน ด้วยแววตาว่างเปล่า แล้วพูดขึ้นว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ วัน ๆ นึงหัวของนายคิดอะไรบ้างเนี่ย!”
“ก็คิดเื่อำนาจ เื่เงิน และเื่ผู้หญิง!” เซียวเฉิน พูดออกมาตรงๆ
“อำนาจ ความร่ำรวย และเื่อย่างว่า? นายนี่คิดแต่เื่ไม่เป็เื่ ทำไมนายไม่คิดเกี่ยวกับการวางแผนการตลาดดูบ้าง?”
เซียวเฉิน ยิ้มแล้วพูด “ผมคงต้องจัดการกับแผนกความปลอดภัยให้เสร็จก่อน ส่วนเื่การวางแผนการตลาดใหม่นั้นมันเป็เื่ที่ใหญ่มาก ผมคงไปยุ่งด้วยไม่ได้สักพัก...”
“โอเค ฉันไม่แกล้งนายแล้ว เดี๋ยวฉันจะแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนกความปลอดภัยให้นาย.....ความจริงฉันคิดว่า นายอาจจะต้องใช้เวลาสักพักถึงจะเลื่อนขั้น แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้”
เซียวเฉิน เหลือบมองไปที่ ฉินหลาน แล้วถามขึ้น “คุณหมายความว่าอะไร?”
“ก่อนหน้านี้ฉันเคยพูดเกี่ยวกับเื่แผนกรักษาความปลอดภัยกับ ประธานซู่ แต่เพราะเธอยังไม่พบคนที่เข้าตา… จนกระทั่งนายปรากฏตัว พวกเราทั้งคู่จึงปรึกษากัน และจัดการให้นายไปอยู่ในแผนกรักษาความปลอดภัย! เดิมทีฉันวางแผนจะให้นายไปอยู่ที่นั่นก่อนสักพัก เพื่อทำความเข้าใจ แต่ไม่คิดว่าเธอจะให้นายเลื่อนขั้นไวขนาดนี้”
เซียวเฉิน ครุ่นคิดเงียบ ๆ ที่แท้นี่ก็ไม่ใช่การตัดสินใจแบบหุนหัน แต่มันเป็เื่ที่ถูกไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว! ไม่ว่าจะเกิดเื่เครื่องดักฟังนี้หรือไม่ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกความปลอดภัยก็ต้องเป็ของเขา?
“เป็อะไรไป? ทำไมนายดูไม่ดีใจเลย?”
“เปล่า ๆ ทำไมผมจะไม่รู้สึกดีใจล่ะ!” เซียวเฉิน เลียริมฝีปาก แล้วหันไปถาม ฉินหลาน “พี่หลาน คุณรู้ไหมว่าทำไม ประธานซู่ ถึงให้ผมเป็หัวหน้าแผนกเร็วขนาดนี้?”
ฉินหลาน ส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้ ฉันยังรู้สึกสงสัยเลยว่ามันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?”
“เมื่อคืนนี้มีโจรคนหนึ่งแอบลอบเข้ามาในห้องของท่านประธาน” ในขณะที่ เซียวเฉิน พูด เขาจ้องมองไปที่ ฉินหลาน เพื่อดูว่าเธอจะมีปฏิกิริยายังไง
“โจร?” ฉินหลาน แสดงสีหน้าใแล้วพูดต่อ “แล้วมันขโมยอะไรไปบ้าง?”
“เพราะไม่มีอะไรหาย ประธานซู่เลยไม่ได้โทรเรียกตำรวจ” เซียวเฉิน ถอนสายตาออกมา เขายังไม่พบการแสดงออกที่ผิดปกติอะไรจาก ฉินหลาน
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมประธานซู่ ถึงคิดจะเล่นงานแผนกรักษาความปลอดภัย!” ทันใดนั้น ฉินหลาน ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “บริษัทมีเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากมายขนาดนี้ แต่กลับปล่อยให้โจรลอบเข้าไปในห้องทำงานได้ พวกเขาสมควรถูกไล่ออกยกแผนกจริงๆ!”
“ ฮ่าๆ ถ้าจะไล่พวกเขาออก ไม่กลายเป็เหลือผมคนเดียวเลยงั้นหรือ? ความจริงปัญหาในแผนกรักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น นอกจากว่าจะมีแกะดำเื่อื่น ๆ ก็ยังถือว่าโอเคอยู่...”
หลังจากที่ ฉินหลาน ฟังเขาพูด ก็หัวเราะขึ้น “แกะดำ? นี่นายวางแผนจะทำยังไง?”
“ การเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับคนใหม่ มั่นใจได้เลยว่าผมจะต้องจัดการมันแน่นอน รอดูดีกว่าว่า ใครกันจะเป็คนดวงซวยคนนั้น!” เซียวเฉิน เหยียดยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน “พี่หลาน ผมแทบรอไม่ไหวแล้ว”
“ได้ งั้นนายไปเถอะ หลังจากที่ฉันติดต่อกับแผนกบุคคลเสร็จแล้ว เดี๋ยวฉันไปหานายที่แผนกรักษาความปลอดภัย”
“ตกลง” เซียวเฉิน พยักหน้าตอบรับแล้วหันจากไป
ฉินหลาน มองตามแผ่นหลังของ เซียวเฉิน แล้วเหยียดยิ้มอย่างขี้เล่นออกมา เธอพึมพำขึ้นว่า “เมื่อวานเขาเพิ่งจะยึดห้องทำงานของหลิวต้าขุยมา วันนี้เขามาพูดว่ามีคนเป็แกะดำ!หลิวต้าขุย คนพาลต้องเจอกับคนแบบนี้ คงได้ปะทะกันอีกนานแน่นอน!”
อย่างไรก็ตามในขณะที่เธอกำลังคิดเื่ที่มีโจรลอบเข้ามาในห้องของประธาน เธอก็หุบยิ้มแล้วหรี่ตามองตามเขาไป
หลังจาก เซียวเฉิน เดินห่างออกมาจากห้องทำงานของเลขา แล้วเห็นว่า ซู่ฉิง ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ เขาจึงได้โทรศัพท์ออกไปหาเธอ เพื่อนัดแนะเื่โจร เพราะเกรงว่าจะเผลอหลุดปากออกไป!
นอกจากนี้เขายังใช้เหตุผลนี้เพื่อที่จะจัดการกับแผนกรักษาความปลอดภัย!
หลังจากที่โทรศัพท์เสร็จ เซียวเฉิน ก็เดินฮัมเพลงไปยังแผนกรักษาความปลอดภัย ในใจเต็มไปด้วยเื่ไม่เป็เื่ เขาคิดว่าการที่ได้เป็หัวหน้าของแผนกรักษาความปลอดภัย ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากจะช่วย ซู่ฉิง จัดการกับปัญหาต่างๆ ไม่ต้องพูดถึงเื่หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยเลย แม้แต่ต้องเป็ รปภ. ธรรมดาๆ เขาก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ!
ตอนนี้เขามายืนอยู่หน้าประตูแผนกรักษาความปลอดภัยอีกครั้ง แต่กลับอยู่ในอารมณ์ที่แตกต่างไปจากเมื่อวาน เมื่อวานนี้เขาเป็เพียงแค่ ‘คนที่อยู่ใต้อำนาจ’ แต่ในวันนี้ที่นี่เป็ ‘ถิ่นของเขา เขาเป็ใหญ่ที่สุด’ ซึ่งมันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
“พี่เฉิน พี่มาแล้ว”
ขณะที่ เซียวเฉินยังคงคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ประตูของแผนกรักษาความปลอดภัยก็เปิดออก แล้ว ติงลี่ ได้เดินออกมาต้อนรับ
“ว่าไง ติงลี่ นายกำลังทำอะไร?” เมื่อ เซียวเฉิน มองเห็น ติงลี่ เขาก็ยิ้มขึ้น
“ผมกำลังจะไปเข้าเวร”
“โอ้ งั้นไปเถอะ” เซียวเฉิน พยักหน้า ทันใดนั้นเขาคิดบางอย่างขึ้นได้ “เฮ้ ติงลี่ แผนกรักษาความปลอดภัยมีเวร 2 กะ ไม่ใช่หรือ? วันนี้นายน่าจะพักนะ?”
ติงลี่ พยายามฝืนยิ้มขึ้นมา เขาตอบกลับไปว่า “วันนี้คนเข้าเวรไม่พอ ผมเลยต้องไปเข้าเวรแทน”
“เข้าเวรแทน?” เซียวเฉิน ขมวดคิ้วขึ้นเป็ปม เขามองไปที่ ติงลี่ แล้วกล่าวว่า “เื่นี้ หลิวต้าขุย เป็คนจัดการหรอ?”
“ใช่ หัวหน้าหลิวเป็คนจัดการ...”
ยังไม่ทันที่ ติงลี่ จะพูดจบ เสียงของ หลิวต้าขุย ดังออกมาจากข้างในห้อง “ติงลี่ แกไม่ต้องรีบไปทำงานหรือไง จะยืนรออะไรที่หน้าประตู? ยังไม่รีบไปอีก เดี๋ยวฉันจะหักเงินเดือนแก!”
“จะไปแล้วครับ หัวหน้าหลิว!” ติงลี่ รีบตอบกลับไป แล้วหันไปพูดกับ เซียวเฉิน ด้วยเสียงเบา “พี่เฉิน ผมขอตัวไปเข้าเวรก่อนนะ หลังจากผมเข้าเวรเสร็จ พี่ไปกินข้าวเที่ยงกับผมนะ!”
“ให้ความสำคัญกับการทำงานถือเป็เื่ดีมาก! แต่ถ้ามันไม่ใช่งานของนาย ก็ไม่ต้องไปทำ!” เซียวเฉิน คว้าแขนของ ติงลี่ เอาไว้ แล้วลากเขาเข้าไปที่ห้องของแผนกรักษาความปลอดภัย
“พี่เฉิน พี่ทำอะไร?” ใบหน้าของ ติงลี่ กลายเป็ซีดเผือด แล้วพูดออกมาด้วยความกังวล
เซียวเฉิน หันหน้าไปถามประโยคหนึ่ง “ติงลี่ เมื่อวานนายบอกว่าฉันเป็ลูกพี่ใช่มั้ย หรือว่านายยังไม่นับฉันเป็พี่?”
“แน่นอนว่าพี่เป็ลูกพี่ของผมแล้ว!”
“งั้นก็ดี ในเมื่อนายนับถือฉันเป็พี่ ในฐานะที่ฉันเป็ลูกพี่ ก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกนาย!” เมื่อสิ้นเสียง เซียวเฉิน ก็มองไปที่ หลิวต้าขุย ที่กำลังเล่นเกมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ “หลิวต้าขุย แกลืมแล้วเหรอว่าเมื่อวานพูดอะไรกับฉันเอาไว้?”
หลิวต้าขุย เงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับ เซียวเฉิน แล้วถามว่า “เมื่อวานแกพูดอะไร?”
“ฉันบอกว่า จากนี้ไปเขาจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของฉัน ฉันไม่อยากจะเห็นว่ามีใครมารังแกเขาอีก!” เซียวเฉิน พูดด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
“เฮ้ เซียวเฉิน แกใช้ตาที่ไหนมองว่าฉันรังแกเขา? ทำไม คิดจะออกหน้าแทนหรือไง?” หลิวต้าขุย แสดงสีหน้าเยาะเย้ย “นี่ แกอย่าลืมสิ แกเป็แค่บอดี้การ์ดของประธานซู่ อย่าสอดเื่แผนกรักษาความปลอดภัยของพวกเรา!”