'เขามรกต นอกเมืองัฟ้า'
ยามเซิน่กลาง ( 16.00 น.) ซิ่วอิงกลับจากเขาหมื่นอสูรมาถึงชายป่าเขามรกต สาเหตุที่เธอมาถึงเร็วนั้นเพราะใช้วิชาทะลุมิติ ซึ่งหากเดินทางด้วยวิชาตัวเบาคงจะใช้เวลามากเกินไป อีกทั้งจากการเดินทางขาไปและต่อสู้กับพวกตระกูลหยาง ทำให้พลังปราณของเธอเหลือไม่มากแล้ว
เมื่อมาถึงชายป่า ซิ่วอิงเห็นว่ายังมีพอมีเวลา มองซ้ายขวาเห็นว่าไม่มีใครจึงเข้าไปยังมิติส่วนตัว เข้าไปถึงพบกับเสี่ยวไป๋และเ้าสิงโตน้อยกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ ซึ่งจริงๆแล้วต้องบอกว่าเ้าสิงโตน้อยวิ่งเล่นเสียมากกว่า เพราะเ้าพยัคฆ์เมฆาร่างใหญ่มันนอนอยู่กับที่ โดยมีเ้าสิงโตน้อยตัวเท่าแมวขนสีหลืองเข้ม ะโเล่นไปมาอยู่ด้านข้างๆ
ทั้งสองตัวเมื่อเห็นซิ่วอิงกระโจนเข้าหาอย่างเร็ว ด้วยความเหนื่อยล้าเธอจึงเล่นกับพวกมันอยู่ครู่นึง จากนั้นลงไปอาบน้ำในลำธาร เสร็จแล้วเข้าไปในกระท่อมเถาวัลย์ นั่งสมาธิบ่มเพาะเรียกพลังปราณกลับคืนมา
‘ผ่านไปสองวันในมิติ’
ซิ่วอิงลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ตอนนี้ลมปราณของเธอกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งนึงแล้ว ซิ่วอิงออกจากกระท่อมพบกับเ้าสองตัวนั่งคอยอยู่แล้ว จึงลงเอนหลังพิงร่างใหญ่ของเ้าเสือขาว อุ้มเ้าสิงโตน้อยขึ้นมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ เ้าตัวน้อยข้าจะตั้งชื่อให้เ้า.. อืม.. เ้าชื่อเสี่ยวอันก็แล้วกันนะ..”
สิงโตน้อยร้องหงีดๆแล้วเลียหน้าซิ่วอิงด้วยความดีใจ
“ เสี่ยวไป๋.. ต่อไปเ้ามีเสี่ยวอันอยู่ด้วย เ้าคงไม่เหงาแล้วใช่มั้ย “
‘โฮกกๆๆ ’
เสี่ยวไป๋ร้องครางออกมาเบาๆ แล้วเลียไปตามตัวของเสี่ยวอันแสดงการยอมรับ ถึงพวกมันจะต่างสายพันธ์กัน แต่ด้วยที่เสี่ยวอันยังเด็กนักจึงอยู่ด้วยกันได้ อีกทั้งั้แ่ออกมาจากถ้ำบนูเา ซิ่วอิงปล่อยให้มันอยู่ในมิติตัวเดียว แทบจะไม่มาเล่นกับมันเลย
“ พวกเ้าคงจะหิวแล้วข้าจะย่างเนื้อให้พวกเ้ากิน..”
ซิ่วอิงนำสัตว์อสูรกระทิงคลั่งออกมา ใช้ปราณดาบตัดส่วนขาออกมาทั้งสี่ขา ก่อนจะควบรวมพลังปราณเป็เปลวเพลิงขึ้นมาบนฝ่ามือ แล้วย่างขาวัวทั้ง 4 ขาจนสุกหอมฟุ้ง ทำเอาเ้าสองตัวแลบลิ้นเลียปากด้วยความหิว
ซิ่วอิงวางขากระทิงอสูรให้เ้าสองตัว นำอ่างน้ำออกมาผสมน้ำทิพย์ลงไปวางใว้ให้พวกมัน แล้วเอ่ยว่า
“ ข้าต้องออกไปก่อน.. พวกเ้ากินก็อย่าทะเลาะกันละ เดี๋ยวข้าจะเข้ามาใหม่”
ซิ่วอิงพูดพลางส่งจิตออกไปตรวจสอบภายนอก เมื่อรับรู้ว่าไม่มีผู้ใดจึงออกจากมิติทันที แล้วทะยานออกจากชายป่าขึ้นไปยังเนินเขา ไปถึงพบกับฟู่ิกับพวกคอยอยู่แล้ว
ฟู่ิเห็นซิ่วอิงกลับมาอย่างปลอดภัย ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
“ นายน้อยท่านกลับมาแล้ว..”
“ อืม.. ขออภัยที่ทำให้พวกท่านเป็ห่วง ข้าได้สัตว์อสูรกระทิงคลั่งมา 30 ตัว ข้าจะเอาไปให้คนครัวด้วยตัวเอง พวกท่านทำงานกันต่อเถิด ”
ซิ่วอิงกล่าวตัดบทเนื่องจากไม่อยากเล่าอะไรมาก เธอลงจากเนินเขาตรงไปยังโรงครัว เข้าไปหากลุ่มคนที่มีหน้าที่จัดการเนื้อ ทุกคนคำนับให้พร้อมกับกล่าวทักทาย ซิ่วอิงพยักหน้าให้แล้วส่งแหวนมิติระดับต่ำ ที่เอาไว้เก็บสัตว์อสูรอย่างเดียว ส่งให้กับชายร่างใหญ่ผู้ที่มีหน้าที่แล่เนื้อ
“ เ้าชื่ออะไร..”
ซิ่วอิงถามคนงานที่รับหน้าที่ชำแหละเนื้อเมื่อเช้า
“ บ่าวชื่อถงกวงขอรับนายน้อย..”
“ ข้าให้เ้าเป็หัวหน้ากลุ่มจัดการเนื้อสัตว์ ในแหวนมีสัตว์อสูรกระทิงคลั่งอยู่ 30 ตัว เ้าเก็บเอาไว้หากคนครัว้าใช้ ก็นำออกไปชำแหละให้พวกเขา ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ในแหวนจะได้ไม่เน่าเสีย.. แหวนนี่เป็แหวนมิติระดับต่ำ เพียงส่งจิตเข้าไปก็ใช้งานได้เลย”
“ ขอรับนายน้อย..” ถงกวงชายร่างใหญ่รับแหวนมิติจากซิ่วอิง ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ
เมื่อจัดการเื่เนื้อสัตว์เรียบร้อย ซิ่วอิงเดินเข้าไปยังโรงครัวเป็อันดับต่อไป เห็นบรรดาแม่ครัวกำลังทำอาหารกันอย่างขะมักเขม้น มีนางซู่เหลียนหัวหน้าคนครัวคอยควบคุมอยู่ด้านข้าง
“ ซู่เหลียนเย็นนี้เ้าทำอะไรให้คนงานกินบ้าง..”
สิ้นเสียงของซิ่วอิงคนครัวพลันหยุดชะงักกันทุกคน ซิ่วอิงจึงรีบกล่าวว่า
“ พวกเ้าทำงานไป.. ใกล้ค่ำแล้วเร่งมือกันหน่อยจะได้กินอาหารก่อนฟ้ามืด..”
“ เ้าค่ะ/ขอรับ”
คนครัวตอบแล้วทำงานกันต่อ ส่วนนางซู่เหลียนก็กล่าวกับซิ่วอิง
“ เรียนนายน้อย.. เย็นนี้มีหมูป่าต้มพะโล้ ผัดผักและน้ำซุปกระดูกหมูกับแฟงเ้าค่ะ..”
“ อืม.. เ้าทำอาหารให้พอกับจำนวนคนไม่ต้องเสียดายเนื้อที่มีอยู่ วันนี้ข้าได้สัตว์อสูรมา 30 ตัว พอให้กินกันได้หลายวัน.. หากหมดข้าจะไปหามาให้อีก..”
“ เ้าค่ะ..”
ออกจากโรงครัวซิ่วอิงเดินไปดูการสร้างที่พักชั่วคราวของคนงาน ช่างลู่เมื่อเห็นซิ่วอิงรีบเข้ามาคำนับ
“ คารวะนายน้อยขอรับ..”
“ ช่างลู่ไม่ต้องมากพิธี.. วันนี้ท่านคิดว่าสร้างที่พักได้เพียงพอกับจำนวนคนหรือไม่”
“ เรียนนายน้อย.. วันนี้เป็เพียงการสร้างที่พักชั่วคราว ซึ่งมิได้ละเอียดเหมือนบ้านพักจึงสร้างได้ไวกว่ามาก.. คาดว่าเย็นนี้น่าจะเสร็จให้ทุกคนเข้าพักได้ขอรับ”
ช่างใหญ่ลู่กล่าวรายงาน พลางชี้มือไปยังที่พักชั่วคราวที่สร้างเป็แนวยาวจำนวน 5 แถว แถวนึงกั้นเป็ห้องพักได้ประมาณ 100 ห้อง ซิ่วอิงดูแล้วคิดว่าคงจะพอสำหรับคนงาน 400 กว่าคน
“ อืม.. คิดว่าแค่นี้คงจะพอแล้วละ.. ท่านไปบอกคนงานทุกคน เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ไปรวมตัวกันที่ชายเขา”
“ ขอรับนายน้อย”
‘เขามรกต’
ต้นยามโหย่ว ( 17.00 น.) คนงานทุกคนมารวมตัวกันที่ริมเนินเขา โดยยืนเข้าแถวกันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย บนเนินเขาด้านหน้าของพวกเขา มีร่างเพรียวของซิ่วอิงในชุดดำหน้ากากดำ ยืนมือไพล่หลังเด่นเป็สง่าน่าเกรงขาม ด้านหลังเป็ฟู่ิกับพวกอีก 4 คน
ซิ่วอิงมองความมีระเบียบของคนงานด้วยความพอใจ ก่อนจะหันไปถามหลิวหยวน
“ ท่านอาหลิว.. ได้เสื้อผ้าตามที่สั่งหรือไม่”
“ ได้ขอรับนายน้อย.. ทั้งยังได้ผ้าห่มมาอีกเยอะเลยขอรับ”
หลิวหยวนเอ่ยตอบ
“ ดีมาก “
ซิ่วอิงเอ่ยชมหลิวหยวนก่อนจะมองไปยังคนงาน แล้วกล่าวด้วยเสียงแฝงลมปราณดังก้องทั้งหุบเขา
“ วันนี้.. พวกเ้าช่วยกันสร้างที่พักชั่วคราวจนเสร็จลุล่วง ข้ารู้สึกพอใจเป็อย่างมาก.. ข้าได้ซื้อเสื้อผ้าและผ้าห่มมาให้พวกเ้า ทุกคนจะได้รับเสื้อผ้า 2 ชุด ผ้าห่ม 1 ผืน ไม่ว่าหญิงหรือชาย เด็กหรือคนชราได้รับเท่ากันทั้งหมด.. อีกสักครู่ท่านอาฟู่กับพวกจะนำไปให้พวกเ้า ใครได้รับแล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย เสร็จแล้วมากินอาหารที่โรงเลี้ยง จากนั้นให้แยกย้ายกันเข้าที่พัก.. คืนนี้ท่านอาของข้าทั้ง 5 คน จะพักที่นี่ เพื่อดูแลความปลอดภัยของพวกเ้า.. ข้าหวังว่าพวกเ้าจะอยู่กันอย่างสามัคคี ห้ามก่อเื่เป็อันขาด.. เข้าใจหรือไม่..”
“ เข้าใจขอรับ / เข้าใจเ้าค่ะ”
เสียงคนงานกว่า400คนตอบรับดังกระหึ่ม ซิ่วอิงพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วหันไปกล่าวกับฟู่ิกับพวก
“ ข้าจะกลับจวนแล้ว.. รบกวนท่านอาทุกท่านช่วยดูแลด้วย พรุ่งนี้ท่านให้ช่างเริ่มสร้างบ้านบนเขาได้เลย อีกส่วนนึงให้สร้างบ้านพักคนงาน.. ขาดอะไรพวกท่านจัดการไปก่อนได้เลย”
“ รับทราบนายน้อย..”
ฟู่ิกับพวกรับคำพร้อมประสานมือคำนับ ซิ่วอิงกุมมือคำนับตอบแล้วเอ่ยขอตัว
“ ท่านอาทุกท่าน ข้าขอตัวก่อน..”
กล่าวจบซิ่วอิงทะยานหายเข้าไปยังชายป่า มองซ้ายขวาไม่มีผู้ใดใช้ทักษะทะลุมิติกลับจวนทันที
‘จวนตระกูลจ้าว’
ในเวลาไม่กี่อึดใจ ร่างของซิ่วอิงที่ใช้ทักษะทะลุมิติจากเขามรกต พลันปรากฏตัวขึ้นในห้องส่วนตัวภายในเรือนของตนเอง จากนั้นใช้พลังจิติญญาตรวจสอบภายในจวน ไม่นานก็สามารถรับรู้ถึงตำแหน่งที่อยู่ของทุกคน จึงออกจากเรือนตนเองเดินไปยังห้องรับแขก
ไปถึงซิ่วอิงพบกับต้าเหลียนพ่อบ้านยืนรอรับคำสั่งอยู่นอกห้อง พ่อบ้านคำนับให้พร้อมกับแจ้งว่าท่านพ่อและคนอื่นๆอยู่ในห้อง ซิ่วอิงจึงเข้าไปแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ ท่านพ่อ ลุงตง พี่สาวทั้ง3.. พวกท่านอยู่ที่นี่เอง”
“ อ้าว.. อิงเอ๋อร์เ้ากลับมาแล้วหรือ เข้ามาคุยกับพวกเราก่อน”
จ้าวเว่ยเห็นบุตรสาวเอ่ยทักขึ้นมา ตงห่าวกับสาวๆทั้ง3 แย้มยิ้มต้อนรับนายน้อยของตน
“ เ้าค่ะท่านพ่อ..”
ซิ่วอิงกล่าวกับบิดาก่อนจะเข้าไปนั่งในห้องรับแขก แล้วเอ่ยถามตงห่าวทันที
“ ท่านลุงตง.. หาซื้อสมุนไพรได้ครบหรือไม่”
“ ได้ครบตามที่นายน้อย้า.. แต่สมุนไพรบางอย่างได้มาไม่มากเท่าใดนัก”
ตงห่าวตอบแล้วส่งแหวนมิติให้ซิ่วอิง เมื่อรับแหวนมาซิ่วอิงส่งจิตเข้าไปดูแล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ ตงห่าวหาซื้อสมุนไพรมาได้เยอะทีเดียว ถึงในสายตาของเขาจะคิดว่าไม่มาก แต่ถ้าเป็ซิ่วอิงปรุงด้วยตนเองด้วยจำนวนสมุนไพรนี้ สามารถปรุงโอสถระดับต่ำได้หลายพันเม็ดแล้ว
“ แค่นี้น่าจะแล้วท่านลุง.. แล้วพี่สาวอวี้กับพี่สาวอิงติดต่อช่างได้หรือไม่..”
“ เรียบร้อยนายน้อย.. วันนี้ช่างได้เริ่มปรับปรุงไปบางส่วนแล้ว คาดว่าอีกวันสองวันก็น่าจะเสร็จ”
อวี้เหมยเป็ผู้กล่าวตอบคำถามของซิ่วอิง
“ อืม.. ขอบคุณพี่สาวทั้ง3..”
ซิ่วอิงกล่าวพลางส่งยิ้มให้กับสามสาว แล้วเอ่ยเรียกพ่อบ้านที่อยู่ด้านนอก
“ พ่อบ้านเหลียน..”
“ ขอรับนายน้อย..”
“ ท่านไปเชิญท่านแม่กับน้องสาวข้า ครอบครัวเถ้าแก่เหอและคนรับใช้ทุกคนมาที่นี่..”
“ ขอรับนายน้อย..”
พ่อบ้านเหลียนกุมมือรับคำสั่งแล้วเดินออกไป ทุกคนในห้องมองหน้าซิ่วอิงเหมือนจะถาม แต่ซิ่วอิงกลับส่ายหน้าน้อยๆ แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
เวลาผ่านไป 1 เค่อ(15 นาที) ซิ่วอิงเห็นน้องสาวตัวน้อยกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาในห้อง แล้วโผเข้าหาเธออย่างเร็วก่อนจะถามว่า
" พี่สาวท่านกลับมาแล้ว.. วันนี้ข้ายังไม่เห็นพี่สาวเลย พี่สาวไปไหนมาเ้าคะ”
“ พี่สาวไปทำงาน.. ตอนนี้พี่กลับมาแล้วพร้อมกับมีของมาให้เ้าด้วยนะ..”
ซิ่วอิงพูดพร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาของน้องสาวด้วยความรัก แล้วยิ้มหวานให้มารดาที่เดินมานั่งข้างๆ
“ อะไรเหรอเ้าคะ..”
เสี่ยวหยวนตัวน้อยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ คนอื่นในห้องก็มองเธอตาไม่กระพริบ
ซิ่วอิงยิ้มให้น้องสาวตัวน้อยพลางมองทุกคนในห้อง เมื่อเห็นว่ามากันครบจึงกล่าวขึ้นว่า
“ เอาละ.. ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว ข้ามีเื่จะแจ้งให้ทุกคนรับรู้..”
กล่าวจบซิ่วอิงสะบัดมือเบาๆ
‘พรึ่บบ’
ในทันใดนั้นเอง..
‘โฮกกก’
เสียงคำรามดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของสัตว์อสูรหนึ่งใหญ่ หนึ่งเล็ก พลันปรากฏออกมาต่อหน้าทุกคน โดยเฉพาะร่างอันใหญ่โตของเสี่ยวไป๋ สัตว์อสูรระดับ 6 ซึ่งเท่ากับระดับปฐี เมื่อทุกคนเห็นถึงกับมือสั่นขาสั่นด้วยความใ ครอบครัวเหอ ครอบครัวพ่อบ้านเหลียนและบรรดาสาวใช้ ถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
“ ทุกคนไม่ต้องกลัว.. เ้าตัวโตคือพยัคฆ์เมฆามีชื่อว่า'เสี่ยวไป๋' เป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาของข้าเอง.. ส่วนเ้าตัวเล็กเป็ลูกสิงโตปีกเงิน มีชื่อว่า'เสี่ยวอัน' ”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ นะ นี่.. อิงเอ๋อร์เ้ามีสัตว์อสูรระดับ 6 เป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาเชียวหรือ..” จ้าวเว่ยพูดเสียงสั่น มองเสือขาวร่างใหญ่ตาแทบถลน ซึ่งคนอื่นก็มีอาการไม่ต่างกันเท่าใดนัก
โดยเฉพาะตงห่าวกับ 3 สาว พวกเขาเคยล่าสัตว์อสูรมาก่อนแต่อย่างมากก็ไม่เกินระดับ 3 เท่านั้น สัตว์อสูรระดับ 4 ขึ้นไปถ้าเจอก็วิ่งกันอย่างเดียว แต่เด็กสาวคนนี้คนที่พวกเขาเรียกนายน้อย กลับมีสัตว์อสูรระดับ 6 เป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาเสียอย่างนั้น
“ ทุกท่าน.. เสี่ยวไป๋อยู่กับข้ามานานหลายปี ั้แ่ข้าถูกอาจารย์ช่วยไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว.. มันเป็ผู้ดูแลและหาอาหารมาให้ข้ากิน คอยปกป้องข้าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน..”
ซิ่วอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ จะ จริงรึ.. ถ้าอย่างนั้นมันก็คือผู้มีพระคุณของลูกนะสิ..”
นางจ้าวเอ่ยออกมาเมื่อหาเสียงตัวเองเจอในที่สุด
“ เ้าค่ะท่านแม่.. ส่วนสาเหตุที่ต้องทำพันธสัญญากันนั้น เพราะถ้าหากไม่ทำพันธสัญญาข้าจะนำมันออกจากป่ามาไม่ได้ ตอนนี้ที่ข้านำออกมาเพราะอยากให้มันคอยคุ้มครองทุกคนในบ้าน..”
ซิ่วอิงกล่าวอธิบายความเป็มา ผ่านไปครู่นึงเมื่อความหวาดกลัวของทุกคนลดน้อยลงไป ซิ่วอิงยกมือวาดวงเวทย์กลางอากาศแล้ววาดอักขระหลายสิบตัว ก่อนจะใช้พลังปราณส่งวงเวทย์ครอบคลุมทุกคนภายในห้อง ปรากฏแสงวาบขึ้นมาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
‘วู้บบบบ’
“ ทุกคนสบายใจได้.. ตอนนี้ข้าได้ลงอักขระิญญาเพื่อให้เสี่ยวไป๋กับเสียวอันจดจำทุกคนไว้แล้ว ต่อไปมันจะไม่ทำร้ายพวกท่าน หากพวกท่านไม่ทำร้ายมันหรือคิดร้ายต่อข้าและครอบครัว.. เอาละบ่าวทุกคนกลับไปทำงานได้ อีกสักครู่ให้ยกมื้อเย็นมาที่ห้องอาหารได้เลย ท่านเหอกับครอบครัวมาทานด้วยกันเลย..”
ยามที่ซิ่วอิงกล่าวจบคำ พ่อบ้านเหลียนกับสาวใช้ทุกคนรีบคำนับแล้วพากันออกไปอย่างเร็ว เสี่ยวหยวนตัวน้อยมองไปที่ร่างใหญ่ของเ้าเสือขาว ก่อนจะละสายตาไปมองสิงโตน้อยที่ดูคล้ายแมวตัวใหญ่ แล้วเอ่ยกับพี่สาว
“ พี่สาว.. ข้าจับมันได้หรือไม่เ้าคะ..”
“ ได้สิ.. ”
ซิ่วอิงยิ้มบางให้น้องสาวพร้อมเอ่ยคำอนุญาต ร่างเล็กของเสี่ยวหยวนค่อยๆเดินเข้าไปหาเสี่ยวไป๋อย่างช้าๆ ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคน
เมื่อเข้าไปใกล้เสี่ยวหยวนกลับหยุดนิ่งไม่กล้าทำอันใดต่อ กลับเป็เสี่ยวไป๋ที่ก้มหัวอันใหญ่โตลงมา แล้วยื่นเข้าไปใกล้เด็กหญิงตัวน้อย ก่อนจะใช้ปลายจมูกดันเบาๆไปยังร่างเล็ก เสี่ยวหยวนสะดุ้งเฮือกไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว
ซิ่วอิงเผลอยิ้มกว้างกับท่าทางของน้องสาว แล้วเอ่ยขึ้นว่า
" หยวนเอ๋อร์.. ลองเอามือลูบหัวมันสิ.."
เด็กน้อยเสี่ยวหยวนเชื่อฟังพี่สาวเป็อย่างยิ่ง ค่อยๆใช้มือเล็กๆวางบนหัวอันใหญ่โตของเสี่ยวไป๋ ขนนุ่มๆสีขาวให้ความรู้สึกดีจนกล้าขยับมือลูบไปมาเบาๆ
จนในที่สุด เสี่ยวหยวนก็กล้าพอที่จะเดินเข้าไปจนประชิดร่างของมัน ก่อนจะกอดคอของเสี่ยวไป๋แล้วซุกหน้าเข้าไปถูไถพลางเอ่ยว่า
" พี่สาว.. ข้ากอดมันได้แล้ว อู้วว ขนมันนุ่มมากเลยเ้าค่ะ"
" ต่อไป.. พี่สาวจะให้เสี่ยวไป๋กับเสี่ยวอันคอยเล่นกับเ้าดีหรือไม่"
" ดีเ้าค่ะ อุ้ย.."
เสี่ยวหยวนพูดยังไม่ทันจบประโยค รู้สึกว่ามีอะไรมากัดดึงชายกางเกง เมื่อก้มไปมองก็เห็นเ้าเสี่ยวอันกำลังเรียกร้องความสนใจ จึงอุ้มมันขึ้นมาแล้วพูดว่า
" เสี่ยวอันตัวน้อย.. อยากเล่นกับพี่สาวเหรอ งั้นไปเล่นกันข้างนอกดีกว่า"
" หยวนเอ๋อร์.. เดี๋ยวค่อยเล่นไปกินข้าวกันก่อน อาหารคงพร้อมแล้วทุกคนเชิญไปทานพร้อมกันเลย.."
ซิ่วอิงห้ามน้องสาวก่อนจะเอ่ยชวนทุกคนไปทานอาหาร ส่วนเ้าสองตัวเดินตามเสี่ยวหยวนน้อยไปติดๆ ก่อนที่ซิ่วอิงจะให้มันไปอยูที่มุมห้องอาหารเป็การชั่วคราว
‘เรือนส่วนตัวของซิ่วอิง’
เย็นวันนั้นกว่าจะทานอาหารเสร็จเรียบร้อยฟ้าก็มืดพอดี คืนนี้ซิ่วอิงให้น้องสาวย้ายมาอยู่ที่เรือนของเธอ เพราะเด็กน้อยนั้น้าเล่นกับเ้าสองตัว ส่วนเหม่ยหลินให้ไปอยู่ที่เรือนของน้องสาวแทน
ซิ่วอิงสอนเหม่ยหลินปรุงยาจนเชี่ยวชาญในระดับนึง ด้วยพร์ในการปรุงโอสถของเหม่ยหลิน ตอนนี้นางสามารถปรุงโอสถระดับต่ำความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนได้แล้ว
คืนนั้นเกือบเที่ยงคืนกว่าเสี่ยวหยวนตัวน้อยจะยอมนอน ด้วยความที่นางเห่อเพื่อนใหม่อย่างเสี่ยวอัน ส่วนเสี่ยวไป๋นั้นมันโตแล้ว จึงไม่ค่อยอยากเล่นกับพวกเด็กน้อยมากนัก จึงนอนหมอบดูอยู่นิ่งๆเท่านั้น
เมื่อซิ่วอิงกลับมาจากการสอนเหม่ยหลิน จึงต้องบังคับให้น้องสาวเข้านอน เด็กน้อยเลยเอาเสี่ยวอันไปนอนกอดบนเตียงจนหลับไปทั้งคู่
‘มิติส่วนตัวของซิ่วอิง’
เมื่อเห็นว่าน้องสาวหลับไปแล้ว ซิ่วอิงเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที จากนั้นนั่งบ่มเพาะลมปราณอย่างตั้งใจ เพราะเธอ้าเพิ่มระดับพลังของตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากตอนนี้แม้จะยังไม่ทันได้เปิดร้านขายโอสถ แต่วันนี้เธอกลับมีเื่บาดหมางกับตระกูลหยางเสียก่อนแล้ว ถึงแม้นจะยุติลงได้ในระดับนึง แต่เธอไม่คิดว่าพวกนั้นจะรามือง่ายๆแน่นอน
‘ผ่านไปสองเดือนในมิติ’
‘ปังงงง’
เสียงะเิของลมปราณในตันเถียนของซิ่วอิง บ่งบอกว่าเธอได้ทะลวงขั้นลมปราณไปอีกขั้นระดับนึงแล้ว ซิ่วอิงนั่งควบคุมลมปราณให้เสถียรอีกหนึ่งวัน แล้วลืมตาขึ้น
‘ในที่สุดเราก็ทะลวงถึงระดับปฐีขั้นกลางจนได้.. ใช้โอสถระดับสูงไปเกือบ 10 เม็ดกลับเพิ่มได้เพียงขั้นเดียว ช่างสิ้นเปลืองยิ่งนัก’
ซิ่วอิงรำพึงกับตัวเองแล้วออกจากกระท่อม ลงไปอาบน้ำในลำธารเสร็จแล้วเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อย จึงออกจากมิติส่วนตัว เวลา 2 เดือนในมิติด้านนอกผ่านไปเพียง 1 ชั่วยามเท่านั้น
เสี่ยวไป๋รับรู้ถึงตัวตนของซิ่วอิง ผงกหัวขึ้นมองแล้วนอนต่อ ซิ่วอิงกางอาณาเขติญญาครอบคลุมจวน แล้วนั่งลงปรับฐานพลังปราณอย่างเงียบๆ เหตุที่ต้องออกจากมิติเพราะน้องสาวนอนอยู่ในห้อง อีกทั้งเธอเพิ่งทะลวงผ่านมาได้ขั้นนึง จึงต้องใช้เวลาสะสมลมปราณถึงจะทะลวงขั้นต่อไปได้
‘เวลาผ่านไป’
ยามอิ๋น(03.00-04.59น.) ในทันใดนั้นซิ่วอิงพลันลืมตาขึ้นมา เนื่องจากจิติญญาของเธอััได้ถึงลมปราณ 2 สาย ปรากฏขึ้นบนกำแพงจวนด้านทิศเหนือ เป็ระดับปฐีขั้นกลางกับยอดยุทธขั้นสูง
‘หืม.. มีคนบุกรุกจวนข้างั่นหรือ.. ระดับปฐีขั้นกลางกับยอดยุทธขั้นสูง.. นี่ไม่ใช่เื่ธรรมดาแล้ว’
ซิ่วอิงรีบลุกขึ้นยืนยังไม่ทันได้เคลื่อนไหว ร่างใหญ่ของเสี่ยวไป๋พลันลุกขึ้นยืน คล้ายกับบอกว่ามันจับััได้เช่นกัน ซิ่วอิงลูบหัวเ้าเสือขาวแล้วเอ่ยเบาๆ
" ข้าไปดูเอง.. เ้าอยู่ดูแลน้องสาวข้าที่นี่ "
กล่าวจบซิ่วอิงใช้ทักษะทะลุมิติหายวับไปทันที
……………………………………….
+ ใครอีกหล่ะนี่ คราวนี้จะเสียเือีกมั้ย +