Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 106

    “ไม่เข้าใจเลยว่าพระเจ้าเห็นอะไรดีในตัวของพวกแก... แต่วันนี้ที่พวกแกรอดไปได้นั้นก็เพราะท่าน จงไปขอบคุณสรรเสริญพระองค์ไว้ซะ…” และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงของเฮลิคอปเตอร์ก็ดังขึ้นมาอย่างเด่นชัด ปรากฏเป็นเครื่องของตระกูลไกรราศ.. และชายคนที่ลงมาเป็นคนแรกนั้นก็คือ ท่าน สส.ทรงพลโรยตัวลงมาจากฮอล์ที่นั่งมา“เกิดอะไรขึ้นกัน!!...” ภาพแรกที่เขาได้เห็นนั้นมันเล่นเอาซะไปไม่เป็น และไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยจริงๆ มันเป็นภาพของเด็กแว๊นหลายสิบคนนอนร้องโอดโอยเสียงดังไปหมด สายตาของเขาเลื่อนไปเห็นเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนั้นใกล้ๆกับลูกสาวของตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น“พ่อคะ..” พิมพ์โบกมือให้กับพ่อของเธอ ที่ตอนนี้อยู่ท่ามกลางบอดี้การ์ดที่กระโดดลงมาตามหลังลงมาจากฮอล์อย่างสบายๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะอย่างนั้น ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาหาลูกสาวอย่างมึนงงและเอ่ยถามออกไปตามที่ตัวเองนั้นสงสัย“พิมพ์ลูก.. มันเกิดอะไรขึ้นกันเหรอ..” ทรงพลเอ่ยถาม แต่สายตาของเขาก็ได้มองไปยังเด็กหนุ่มคนที่อยู่ข้างลูกสาวตลอดเวลา แรงออร่าที่กระจายออกมาจากตัวของชายคนนี้นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หากเขาเดาไม่ผิด เด็กหนุ่มคนนี้คงจะเป็นคนที่ชื่อว่านทีที่ลูกของเขาอยากจะให้พบเจอ“พ่อมาช้าไปหน่อยนะคะ.. ทีเขาจัดการพวกนั้นหมดแล้วล่ะค่ะ..” พิมพ์เอ่ยออกมาอย่างยิ้มๆ เมื่อได้ยินอย่างนั้นทรงพลก็ขมวดคิ้วของตัวเอง มองไปที่นทีอย่างพิจารณาอีกครั้งหนึ่งตั้งแต่หัวจรวดปลายเท้าเลยทีเดียว “โอ้..เจ้าหนุ่มเองก็เก่งใช่ได้นี่นา... เรียนศิลปะการต่อสู้แขนงไหน จากที่ใดกันล่ะ” ทรงพลยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวถามกับนที เขาต่างสงสัยว่านทีเรียนศิลปะการต่อสู้แบบใดมา เขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการต่อสู้อย่างนี้ เลือดของชายชาติทหารมันยังไหลเวียนอยู่ในตัวเสมอๆ นทีที่ได้ยินก็ตัดสินใจทำตัวให้ปกติที่สุด ถึงเขาจะเคยเป็นเทพผู้สูงส่ง แต่ตอนนี้เขาเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีพลังโกงนิดหน่อยเพียงเท่านั้นเอง“สวัสดีครับคุณลุงทรงพล... ขอโทษที่แนะนำตัวช้าไปนะครับ ผมชื่อว่านที ส่วนเรื่องที่ถามเกี่ยวกับการเรียนศิลปะการต่อสู้นั้น ผมตอบได้แค่เป็นสำนักเล็กๆที่สอนเกี่ยวกับการต่อสู้แบบโบราณเพียงเท่านั้นครับ” นทีลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ยกมือไหว้ก่อนจะเอ่ยตอบคำถามออกมา“พ่อไม่ทันเห็น ทีเขาสู้คนเดียวหมดเลยล่ะ.. พวกนั้นยังไม่ทันได้เดินเลยด้วยซ้ำไป มันต่างก็ล้มกันไปหมดแล้ว..” พิมพ์ที่เห็นว่ามันเป็นการพบเจอด้วยเหตุจำเป็นอย่างนี้ ก็รีบเอ่ยถึงนทีทันทีว่าเขานั้นเก่ง“อย่างนั้นเหรอ.. ศิลปะโบราณซินะ... ว่าแต่สิ่งที่เธอใช้คงไม่ใช่จิตสังหารหรอกนะ” ทรงพลถามออกมาอย่างติดตลก จิตสังหารนั้นไม่ใช่ของที่จะมีกันได้ง่ายๆ ว่ากันว่าคนที่จะมีมันอย่างน้อยๆก็ต้องเข่นฆ่าคนนับร้อยคนเป็นอย่างน้อย แต่คำถามเล่นๆของเขากลับได้คำตอบออกมาด้วยความเงียบบวกกับรอยยิ้มที่เหมือนกับว่ามันเป็นจิตสังหารจริงๆ“…จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไงกันล่ะครับ จริงไหม” คำพูดกับหน้าตาของนทีมันไม่ได้แสดงว่ามันเป็นอย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย ทรงพลที่มองนทีอยู่ตลอดก็ได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอไป ปกติแล้วลูกเขยจะกลัวพ่อตาซิ แต่นี่มันกลับกันได้อย่างไรกัน แต่เหมือนจะมีอะไรบางอย่างช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะถามหรือพูดอะไรต่อ เสียงไซเลนของรถตำรวจวิ่งเข้ามาหลายคัน แน่นอนว่าพวกเขามาตามทรงพลเรียก เขาจึงบอกกับลูกสาวว่าจะไปจัดการเรื่องนี้ก่อน ส่วนพิมพ์ก็ทำตัวเหมือนว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆปกติ และมันก็ทำให้นทีต้องถอนหายใจออกมา เขาไม่คิดเลยว่าพิมพ์ในชาตินี้จะกลายเป็นลูกของคนมีอำนาจอย่างนี้มาก่อน หรือมันจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ต้นเขาก็ไม่รู้ได้เหมือนกัน “เป็นไงที เจอพ่อของพิมพ์แล้ว.. ท่านใจดีใช่ไหมล่ะ” พิมพ์กล่าวถามออกมา ส่วนนทีก็ได้แต่เออออห่อหมกไปอย่างนั้น จนในที่สุดสถานการณ์ก็กลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รถมอเตอร์ไซค์ของเหล่าเด็กแว๊นก็ต่างถูกยึดไปตามระเบียบ รวมถึงคนเองก็ด้วยที่โดนยัดข้อหาต่างๆตามทรงพลสั่งการ ทั้งหมดนี้มันเสร็จสิ้นไปโดยที่ใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีเพียงเท่านั้นเอง “ไหนๆพ่อก็มาแล้ว เรามาทานหมูกระทะกันสักหน่อยไหมคะ..” พิมพ์ที่เหมือนจะถามความเห็นแต่ดูเหมือนที่ปฏิบัติมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเธอเดินเข้าไปหาตัวของพ่อ และดึงตัวมานั่งที่โต๊ะในทันที จากนั้นเธอก็ยกมือเพื่อให้เจ้าของร้านหมูกระทะที่ทำตัวไม่ถูกให้เดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะ ส่วนนทีและทรงพลก็ได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับคำพูดหลายอย่างที่อยู่ในใจ แต่สิ่งเดียวกันที่คิดเหมือนกันนั้นก็คือพิมพ์ ‘บรรยากาศที่ถูกยัดเยียดนี่มันอะไรกัน’ ทั้งสองมองตากันด้วยความเข้าใจ ก่อนจะเล่นๆไปตามที่พิมพ์อยากให้มันเป็น เพื่อความสบายใจของเธอ มื้ออาหารที่มีคนชงซะเข้มอย่างนี้ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นพิมพ์ และทรงพลก็ขึ้นรถเดินทางกลับไปเมื่อทานเสร็จ และมันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับนที เพราะว่าเขาเองก็มีคิวที่จะต้องไปทำต่อหลังจากนี้ ‘ผบ.ตร.ภาคได้เสียชีวิตลงจากอาการป่วยด้วยโรคหัวใจ....’ มันเป็นข่าวที่แสดงอยู่บนหน้าจอในเวลานี้ และเขาก็ตั้งใจที่จะเข้าช่วยเหลือท่านผบ.ตร.อยู่แล้ว อย่างน้อยๆก็ตอบแทนสิ่งที่ท่านเคยทำให้ในอดีตที่ผ่านมา ภายในข่าวนั้นเขาก็เห็นภาพประกอบข่าวที่มีหญิงคนนั้น คนที่เขาอยากจะเปิดใจให้ในชาติที่แล้ว ‘ขวัญข้าว’ กำลังร้องไห้กับการจากไปของคุณตา “เหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเราเหมือนกันนะ...เพื่อชดเชยให้กับเธอด้วยอีกคน มันก็คุ้มค่าแล้วที่จะเสี่ยงช่วยเหลือท่านผบ.ตร.คนนี้” นทีกล่าวกับตัวเองก่อนจะขึ้นควบมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง และขับไปที่โรงพยาบาลทันที อีกด้านหนึ่งที่กำลังหัวหมุนกับเรื่องราวต่างๆที่เธอจะต้องจัดการกับสิ่งที่แทรกกฎของโลกไป ตอนนี้หลายอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่เข้าที่เข้าทางเหมือนเมื่อก่อน ชะตาของคนเปลี่ยนเพียงคนเดียวมันก็เหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบลูกโซ่ที่เปลี่ยนไปเกือบทั่วทั้งเมือง“ท่านนทีนี่..ยังไงก็ยังเป็นเทพแห่งความวุ่นวายเสมอเลยนะ... ช่างเถอะ เด็กกลุ่มนั้นมีอนาคตที่ข้าได้กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญระดับประเทศเอาไว้ แค่เงินไม่เท่าไรก็ยอมเสียได้ทั้งนั้นแหละ” พระเจ้าของโลกได้เอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย แต่เธอก็ใช้เวลาไม่นานในการแก้ไขกับระบบ “หวังว่าท่านจะไม่ทำอะไรที่เหนือความคาดหมายข้าอีกนะ...” แนนซี่กล่าวพร้อมกับมองดูสิ่งที่นทีกำลังจะทำต่อไป... ในเวลาเดียวกันนั้นเอง นทีที่ขับรถมาถึงหน้าโรงพยาบาลแล้ว เขาก็หาที่จอดมอเตอร์ไซค์ในทันที แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นงานเขาอีกแล้ว มุมตึกที่เป็นจุดอับในการขับขี่รถ รถยนต์คันหนึ่งได้หักเลี้ยวรถมากินเลนของอีกด้านหนึ่ง ประกอบกับนทีที่ขับมาพอดี แน่นอนว่าเขาหลบมันไม่ทันแล้ว.. ว๊ายยยย!!!! เห้ย!!!!!! คำอุทานดังออกมาจากทั้งสองฝ่าย รถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งจะซื้อมานั้นล้มลงเสียหลักจากอาการตกใจ ส่วนรถยนต์คันนั้นก็เบรกกะทันหันได้ทันควัน หากช้ากว่านี้อาจจะทำให้นทีนั้นบาดเจ็บกว่านี้ก็เป็นไปได้ “คุณคะ.. คุณเป็นอะไรหรือเปล่า...” หญิงที่ขับรถยนต์รีบออกจากรถลงมาดูอาการของคนที่เธอเกือบชนในทันที นทีที่ได้ยินอย่างนั้นก็เตรียมที่จะด่า แต่เมื่อเขาได้เห็นหน้าของคนที่เกือบจะทำให้เขาตายได้นั้น เขาถึงกับด่าไม่ออกเลยทีเดียว...