ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 102 ความผิดปกติของหลี่เชี่ยนเชี่ยน

            ท่ามกลางสายตางุนงงของหยวนซินสวีหว่านหนิงหยิบหนังสือที่เฉินเยี่ยให้เธอออกมา แล้ววางมันลงบนโต๊ะ

            “เธอคงรู้ว่าบ้านฉันมีเส้นสายครั้งนี้ที่กลับไปปักกิ่งฉันรู้ข่าวหนึ่งมา ปลายปีนี้มีโอกาสสูงมากที่จะเอาการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาใช้อีกครั้ง”

            หลังจากได้ยินคำว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสวีหว่านหนิงก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหยวนซินหายใจถี่ขึ้น

            “เธอพูดจริงหรือ?”

            “ฉันได้ข่าวมาแบบนั้นส่วนจริงหรือไม่ เธอคงต้องพิจารณาเอาเอง” สวีหว่านหนิงเคาะโต๊ะ“นี่คือหนังสือแบบเรียนระดับชั้นมัธยมปลายที่พี่สะใภ้ให้ฉันมา มันครบถ้วนมากฉันให้เธอยืมอ่านได้”

            สายตาของหยวนซินกวาดมองหนังสือแบบเรียนที่วางเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะก่อนจะหยิบหนังสือวิชาคณิตศาสตร์เล่มบนสุดขึ้นมา

            เธอพลิกเปิดดูเนื้อหาเมื่อเห็นตัวเลขที่คุ้นเคย หยวนซินก็น้ำตาคลอเบ้า

            เธอพูดด้วยสายตาที่เริ่มพร่ามัว“ข่าวนี้ทำไมเธอไม่เก็บไว้คนเดียว มาบอกฉันทำไม”

            สวีหว่านหนิงยิ้มตอบ“เทียบกับชีวิตของเยาเม่ย ข่าวที่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าไม่ควรค่าให้พูดถึงด้วยซ้ำอีกอย่าง...”

            เธอจงใจเว้นจังหวะก่อนจะมองหน้าหยวนซิน “พวกเราก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?”

            “ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ฉันไม่เกรงใจแล้วนะ”

            หยวนซินเลือกหนังสือจากในกองหนังสือจนได้หนังสือที่ตนต้องการ

            หยวนซินไม่เหมือนกับสวีหว่านหนิงเธอเลือกหนังสือวิชาสายวิทยาศาสตร์

            “เธอคงรู้ว่าหน่วยจือชิงมีคนจับจ้องเต็มไปหมดฉันคงเอาหนังสือแบบเรียนกลับไปไม่ได้ เกิดมีใครเห็นเข้า ฉันไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเพราะฉะนั้น...”

            “ถ้าอย่างนั้นก็มาที่บ้านฉันพวกเราทบทวนบทเรียนด้วยกันได้”

            “ได้สิ”

            หลังจากทั้งคู่ปรึกษากันเสร็จก็เดินออกจากห้อง

            แม่หลินเตรียมอาหารค่ำเรียบร้อยแล้ว

            บนโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่มีจานวางเรียงอยู่หกจาน เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์สามจานและประเภทผักอีกสามจาน

            ต้าชุนเห็นหยวนซินออกมาแล้วก็รีบยกเก้าอี้มาวางไว้ด้านหลังเธอก่อนจะจูงมือเธอให้นั่งลง

            “น้าหยวนรีบนั่งสิครับ”

            “น้าหยวนกินน่องไก่นะคะ”

            “น้าหยวน ขาหมูอร่อยมากนะครับผมจะคีบให้”

            “น้าหยวน...”

            เด็กสี่คนรุมคีบอาหารให้กับหยวนซินหยวนซินหนีอย่างไรก็ไม่พ้น ไม่ทันไรถ้วยข้าวตรงหน้าเธอก็พูนเป็นภูเขา

            “น้าหยวนนี่ค่ะ...”

            “พอแล้วพอแล้วละ แค่นี้ก็พอแล้ว”

            หยวนซินยกชามข้าวไปอีกด้าน

            เยาเม่ยมองเนื้อชิ้นใหญ่ในมือแล้วเบะปากเล็กน้อยก่อนจะมองหยวนซินอย่างน้อยใจ

            หยวนซินรีบอธิบาย“น้ารู้ว่าเยาเม่ยหวังดี อยากให้น้ากินเยอะกว่านี้หน่อย แต่น้าเป็นคนกินไม่จุอาหารแค่นี้ก็พอแล้วละ”

            “อีกอย่างน้าก็คุยกับแม่ของพวกหนูแล้วว่า ต่อไปจะมานั่งเล่นที่บ้านหนูบ่อยๆครั้งหน้าไว้มีโอกาสเยาเม่ยค่อยคีบของอร่อยให้น้ากินอีกดีไหม”

            “ดีค่ะ!”เยาเม่ยเปลี่ยนมาทำหน้าดีใจ ก่อนจะหันไปมองสวีหว่านหนิง “แม่คะพรุ่งนี้เราทำหมูสองไฟดีหรือเปล่าคะ แม่ทำหมูสองไฟอร่อยที่สุดเลยน้าหยวนต้องชอบแน่ๆ ค่ะ”

            “ไม่มีปัญหาพรุ่งนี้เช้าลูกกับพี่ชายไปซื้อหมูสามชั้นมานะแม่เลิกงานกลับมาแล้วจะทำให้พวกหนูกิน”

            หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว สวีหว่านหนิงเดินไปส่งหยวนซินกลับหน่วยจือชิงด้วยตัวเอง

            ทั้งสองคนพูดคุยยิ้มแย้มกันตลอดทางไม่ทันไรก็มาถึงจุดหมาย

            หน้าทางเข้าหน่วยจือชิงหลี่เชี่ยนเชี่ยนกำลังฉุดกระชากลากถูอยู่กับกู้จวิ้นไม่รู้ว่าทั้งคู่ทะเลาะอะไรกัน กู้จวิ้นจึงออกแรงผลัก หลี่เชี่ยนเชี่ยนเลยล้มลงกับพื้น

            “กู้จวิ้นนายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า!”

            “ฉันจะบอกให้นะหลี่เชี่ยนเชี่ยนเรื่องนี้ฉันไม่ยอมรับ อย่าหวังว่าจะโบ้ยความรับผิดชอบมาให้ฉัน!”

            หลังจากตะคอกประโยคนี้จบกู้จวิ้นก็วิ่งหนีไป ไม่คิดสนใจหลี่เชี่ยนเชี่ยนที่กำลังนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นเลย

            “เอาละฉันส่งเธอถึงตรงนี้แล้วกัน พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะ”

            “พรุ่งนี้เจอกัน”หยวนซินโบกมือให้สวีหว่านหนิง

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนได้ยินเสียงของสวีหว่านหนิงก็พยายามลุกขึ้นจากพื้นพลางใช้ดวงตาสองข้างจ้องมองมาอย่างเคียดแค้น เธอกัดฟันกรอดพลางกล่าวว่า“ทีนี้เธอพอใจหรือยังล่ะ”

            สวีหว่านหนิงแค่นหัวเราะ“หลี่เชี่ยนเชี่ยน เธอนี่แว้งกัดคนอื่นเก่งจริงๆ นะ แต่ฉันจะบอกเธอให้ว่าฉันยังไม่พอใจ ไม่เลยสักนิด ดังนั้นทางที่ดีเธอควรเตรียมตัวรอฉันมาจัดการกับเธอได้เลย!”

            “ในเมื่อกล้าวางแผนทำร้ายลูกสาวของฉันเธอก็จะต้องรับผิดชอบอย่างสาสม!”

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนถูกสวีหว่านหนิงจ้องมองแล้วรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว

            เธอไม่เข้าใจสักนิดว่าสวีหว่านหนิงที่เคยตามใจและเชื่อฟังคำสั่งของเธอกับกู้จวิ้นมาโดยตลอด ทำไมจู่ๆถึงกลายเป็นคนไม่เกรงกลัวใครแบบนี้ไปได้

            “ฉันไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไร!”เธอไม่กล้าสบตากับสวีหว่านหนิงด้วยซ้ำ พูดจบก็วิ่งหนีไป

            แต่สวีหว่านหนิงกลับจ้องมองท่าทางการวิ่งของหลี่เชี่ยนเชี่ยนรวมถึงมือที่มักจะลูบท้องน้อยตลอดเวลา แล้วเชื่อมโยงกับการฉุดกระชากเมื่อครู่ระหว่างหลี่เชี่ยนเชี่ยนกับกู้จวิ้นหลังจากนั้น ความคิดอันน่าตกใจบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในสมอง

            หลี่เชี่ยนเชี่ยนคงจะไม่ได้...

            วันต่อมา ณโรงงานสาขาย่อย

            สวีหว่านหนิงเพิ่งก้าวเข้าประตูใหญ่ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

            “สวีจือชิงกลับมาแล้ว!”

            “ไม่ได้เจอกันเกือบครึ่งเดือนสวีจือชิง ในที่สุดคุณก็กลับมาสักที!”

            สวีหว่านหนิงยิ้มกว้างทักทายทุกคนก่อนจะแบ่งของฝากที่เอากลับมาจากปักกิ่งให้พวกเขาคนละอย่าง

            เอ้อร์ยายืนหลบมุมอยู่ตามลำพังพลางมองของในมือสวีหว่านหนิงตาปริบๆ สายตามีความกระหาย แต่ไม่กล้าก้าวมาข้างหน้า

            สวีหว่านหนิงรับรู้ได้ถึงสายตาของเอ้อร์ยาแต่เธอไม่สนใจ และแจกของให้ทุกคนต่อไป

            หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปแล้วเธอถึงเดินไปหาเอ้อร์ยา

            เอ้อร์ยาอยากวิ่งหนีแต่สวีหว่านหนิงจับคอเสื้อของเธอไว้

            “เอ้อร์ยาเธอกลัวฉันหรือ”

            “ปะ...เปล่าค่ะน้าสวี”

            “ถ้าอย่างนั้นพอเห็นฉันแล้ววิ่งหนีทำไม”

            “ฉันมีงานที่ยังทำไม่เสร็จฉันต้องไปทำงานแล้วค่ะ”

            สวีหว่านหนิงแสยะยิ้มมองเด็กหญิงที่โกหกได้อย่างหน้าตาเฉย

            เอ้อร์ยาได้เงินเดือนเดือนละสี่หยวนเป็นเงินที่หักจากเงินเดือนของสวีหว่านหนิง

            ดังนั้นหลังจากสวีหว่านหนิงไปที่ปักกิ่งจึงไม่มีใครกล้าเรียกใช้เอ้อร์ยา

            แม้เอ้อร์ยาจะมาที่โรงงานทุกวันแต่ก็มาเพื่ออาหารฟรีสองมื้อของโรงงานเท่านั้น หาได้มีงานต้องสะสาง

            “หันกลับมามองหน้าฉัน พวกเรามาคุยกันหน่อย”

            เอ้อร์ยาไม่กล้าปฏิเสธสวีหว่านหนิงจึงต้องค่อยๆหันกลับมา เพียงแต่ทำอย่างไรก็ไม่กล้าเงยหน้าสบตากับสวีหว่านหนิง

            “เอ้อร์ยา ตอบฉันมาจากใจจริงฉันยังดีกับเธอไม่พออีกหรือ เธออายุยังน้อยคุณสมบัติไม่พอที่จะเข้ามาทำงานในโรงงาน แต่ฉันเจียดเงินเดือนของตัวเองมาจ่ายเงินเดือนให้เธอเธอได้เงินเดือนเดือนละสี่หยวน ได้เงินเยอะกว่าพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านด้วยซ้ำ!”

            “โรงงานมีอาหารให้กินสองมื้อฉันกับหลินเฉวียนยกอาหารของตัวเองให้เธอเอากลับบ้านไปให้ปู่กับย่าช่วงไม่กี่เดือนตั้งแต่โรงงานสาขาย่อยของพวกเราก่อตั้งขึ้นมา คนในครอบครัวเธอก็ไม่เคยต้องทนหิวอีกเลยจริงหรือไม่ฉันยังดีกับเธอไม่พออีกหรือ?”

            “ดีค่ะ”เอ้อร์ยาพยักหน้า มือเล็กสองข้างที่เต็มไปด้วยแผลจากการถูกหิมะกัดจับชายเสื้อแน่น“น้าสวีดีกับฉันมาก ในหมู่บ้านน้าดีกับฉันที่สุดแล้วค่ะ”

            

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน