เช้านี้เป็อีกวันที่เหยียนเหล่ยตื่นแต่เช้าลุกออกจากเตียงก่อนฉันไปสักพักใหญ่ จนกระทั่งสายฉันจึงตื่นเดินออกมานอกห้อง พบเหยียนเหล่ยกำลังนั่งดื่มน้ำชาอ่านตำรารอฉันตื่นเพื่อกินอาหารมื้อเช้าพร้อมกัน เขาบอกฉันว่าหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ จะไปพบพี่ชายที่จวนหลังใหญ่ เพราะวันนี้ขุนนางระดับสูงกรมท่าเรือจะมาเยี่ยมเยียนดื่มน้ำชากับพี่ชาย
และสั่งให้ฉันอยู่รอเขาที่นี่ถ้าว่างก็ให้ฝึกกระบี่หรือหาอะไรทำระหว่างรอเขากลับมา ฉันจึงพยักหน้ารับคำสั่งอย่างไม่เต็มใจ เพราะรู้อยู่ว่าเหยียนเหล่ยไม่ได้ไปต้อนรับขุนนางระดับสูง แต่ไปดูตัวเพื่อแต่งงานตามคำสั่งของพี่ชาย เขาเห็นสีหน้าฉันที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ
จึงพูดย้ำกับฉันอีกครั้งว่าเขาจะยังไม่แต่งงานกับหญิงใดจนกว่าจะตามหาตำราัสายลมพบ และหญิงคนเดียวในใจเขาคนนั้นก็คือฉัน แล้วหยิบกำไลหยกสีเขียวสดออกมาจากแขนเสื้อ เป็กำไลหยกประดับตกแต่งคาดริ้วด้วยทองเป็กำไลหยกที่สวยงามมาก มาสวมใส่ข้อมือให้ฉันและจูบที่หน้าผากเบาๆ และพูดว่า
เหยียนเหล่ย : กำไลหยกวงนี้ ข้ามอบให้เ้าเป็ตัวแทนความรักจากข้า อย่าคิดเอาไปขายล่ะ ถ้าเ้าออกไปข้างนอกแล้วไม่มีเงินซื้ออาหารกิน บอกให้ร้านเขียนบัญชีมาเก็บเงินกับข้าที่จวน เข้าใจหรือเปล่า?!
มี่จื่อ : เข้าใจแล้วน่า....
เหยียนเหล่ยรีบพูดดักทางกลัวว่าฉันจะนำกำไลหยกไปขาย เพราะเขารู้ว่าฉันกำลังแอบเก็บสะสมเงินไว้ชำระหนี้ที่เคยทำของโบราณแตก และแบ่งเงินจำนวนหนึ่งส่งไปให้ซูเจินเก็บไว้ไถ่ถอนตัวเองออกจากหอนางโลมกุ้ยฮวา เมื่อเหยียนเหล่ยกินอาหารเช้าเสร็จจึงเดินไปที่จวนหลังใหญ่ ปล่อยให้ฉันฝึกควบคุมปราณ
จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ฟูหลิวคนงานหนุ่มเดินถือไม้กวาดเข้ามากวาดใบไม้ร่วงที่หล่นอยู่ตามทางเดินหน้าจวน ฉันจึงหยุดฝึกกระบี่แล้วเดินไปทักทายพูดคุยกับฟูหลิว พร้อมทั้งเอ่ยขอโทษขอโพยที่ฉันไม่ได้ช่วยเขากวาดใบไม้ที่หน้าจวนเลย
ฟูหลิวตอบกลับว่างานกวาดพื้นเป็หน้าที่ของเขาฉันไม่ต้องทำ แค่ฉันดูแลและช่วยงานนายน้อยก็ยุ่งพอแล้ว พอดีเขาเห็นเหยียนเหล่ยไม่อยู่ที่จวนจึงรีบออกมากวาดพื้น เพราะไม่อยากให้เสียงกวาดพื้นรบกวนการทำงานของเหยียนเหล่ย ฟูหลิวยังพูดอีกว่า วันนี้ที่จวนหลังใหญ่มีงานเลี้ยงน้ำชาคนในจวนดูวุ่นวายคึกคัก เพราะทุกคนรู้กันดีว่าจุดประสงค์หลักของงานคือการดูตัวของเหยียนเหล่ย
ฟูหลิวได้ยินหญิงรับใช้ที่จวนหลังใหญ่พูดถึงคุณหนูเหมยหลิน ลูกสาวของใต้เท้าเว่ยขุนนางระดับสูงกรมการท่าเรือ ว่าคุณหนูเหมยหลิน เป็สตรีที่งดงาม เฉลียวฉลาด เก่งศาสตร์วิชาหลายแขนง เพียบพร้อมสมเป็กุลสตรีมีแต่ชายหมายปอง ทุกคนต่างพูดกันว่าเหมยหลินกับเหยียนเหล่ยดูเป็คู่ที่เหมาะสมกันมาก
แต่ฟูหลิวยังไม่เคยพบเจอเหมยหลินเลยจึงไม่รู้ว่างดงามและเพรียบพร้อมเพียงใด เมื่อฉันได้ยินฟูหลิวเล่าให้ฟังว่าทุกคนต่างชื่นชมเหมยหลินว่าดีงามเพรียบพร้อม ดูเหมาะสมเป็คู่กับเหยียนเหล่ย ยิ่งทำให้ฉันเป็กังวลและเกิดความทุกข์ใจ แต่พยายามระงับอารมณ์และพยายามไม่แสดงออกทางสีหน้าว่ากำลังมีความทุกข์ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารปกปิดสีหน้าความกังวลปนเศร้าไว้ได้
ฟูหลิวแม้จะยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของฉันกับเหยียนเหล่ยว่าฉันอยู่ในสถานะอะไรกันแน่ แต่เขาก็พอจะรู้เห็นความสัมพันธ์ของฉันกับเหยียนเหล่ยอยู่บ้าง จึงพยายามพูดปลอบใจและเห็นใจที่ฉันต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้
จนเวลาผ่านไปครึ่งวันเหยียนเหล่ยยังไม่กลับมาที่จวน ฟูหลิวจึงชักชวนฉันให้ไปเก็บผลผีผากำลังสุกที่เขาปลูกไว้ข้างจวน ฉันจึงตอบรับคำชวนและเดินตามฟูหลิวที่ในมือกำลังถือกระจาดสำหรับใส่ผลผีผา เมื่อเดินไปถึงก็เห็นผลผีผากำลังสุกสีเหลืองส้มคล้ายหยดน้ำออกผลเป็พวงน่ากิน จึงเด็ดมาลอกผิวเปลือกออก ใส่ปากชิมได้รสเปรี้ยวอมหวานเย็นฉ่ำน้ำ
เราจึงช่วยกันเก็บผลผีผาใส่กระจาดมาได้หลายพวง เมื่อเก็บผลผีผาที่้าได้จำนวนหนึ่ง เราจึงเดินกลับออกมาทางหน้าจวน เห็นเหยียนเหล่ยพาสาวสวยแต่งกายด้วยอาภรณ์งดงามคนหนึ่ง ซึ่งดูรู้ได้ทันทีว่าหญิงงามคนนี้คือคุณหนูเหมยหลิน และมีหญิงรับใช้หน้าตาท่าทางเอาเื่ติดตามมาด้วยอีกหนึ่งคน
คนทั้งสามกำลังเดินเข้ามาในจวน และดูท่าทางที่เหมยหลินพยายามชักชวนเหยียนเหล่ยพูดคุยถามโน่นนั่นนี่ เอ่ยชมว่าจวนฮุ่ยเฉิงสวยร่มรื่นน่าอยู่ ดูอาการก็รู้ว่าเหมยหลินชมชอบเหยียนเหล่ยไม่น้อย ทำให้ฉันใจหายวาบจนหน้าร้อนคิดอยากคว้ากระจาดใส่ผีผาในมือฟูหลิว มาฟาดหน้าเหยียนเหล่ยที่กล้าพาหญิงอื่นมาอวดฉันถึงในจวน และอยากวิ่งเข้าไปหยุมหัวอาละวาดคนทั้งสองซะเดี๋ยวนั้น แต่ฉันก็ต้องอดทนและข่มใจ “ฮึ่มม!! กูกำหมัดแล้วนะ!!” แต่พยายามไม่แสดงอาการออกมาว่ากำลังหึงหวง
ฉันกับฟูหลิวจึงหยุดยืนก้มหน้าค้อมตัวในฐานะคนรับใช้เพื่อให้คนทั้งสามเดินผ่านไป แต่เหมยหลินกลับหยุดยืนและเอ่ยทักด้วยจริตน่าหมั่นใส้ดุจนางพญาว่า ผลผีผาเก็บมาจากที่ใด ฟูหลิวจึงตอบว่าเขาเป็คนปลูกเอง เหมยหลินยืนจ้องมองหน้าฉันแล้วยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเสแสร้งไร้ความจริงใจ แล้วมองที่ข้อมือฉันสวมกำไลหยกคาดทองด้วยสายตาเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ จากนั้นจึงพูดว่า
เหมยหลิน : ดีจริง! จวนฮุ่ยเฉิงนอกจากจะสะอาด ร่มรื่นสวยงาม ยังมีผลผีผาปลูกไว้กินเองอีก จวนนี้ช่างน่าอยู่เหลือเกิน แต่มีบ่าวรับใช้เพียงแค่สองคนนี้หรือ?
เหยียนเหล่ย : ข้ามีมี่จื่อคอยช่วยงานข้าเพียงคนเดียวในจวน ส่วนฟูหลิวคนดูแลสวนและขับรถม้า มีเพียงแค่นี้ก็พอแล้ว
เหมยหลิน : เช่นนั้นข้าจะขอเดินชมภายในจวนจะได้หรือไม่?
เหยียนเหล่ย : จวนทางฝั่งซ้ายสามารถเดินชมได้ตามสบาย แต่ทางฝั่งขวาเป็ห้องทำงานและห้องพักของข้าไม่สามารถให้เข้าไปชมได้ ต้องขออภัยด้วย
เหมยหลิน : ข้าขอเดินชมจวนทางด้านซ้ายก็พอ ส่วนผลผีผานั่นข้าขอชิมรสชาติสักหน่อยจะได้หรือไม่ คุณชายต่งคงไม่ว่ากระไร ถ้าข้าจะขอใช้ให้มี่จื่อหญิงรับใช้คนนี้ นำผลผีผาไปล้างน้ำใส่จานแบ่งมาให้ข้าได้ชิม อยากรู้ว่าผลผีผาที่นี่จะหวานสักเพียงใด
เหยียนเหล่ย : ได้สิ! มี่จื่อข้าฝากเ้าจัดการให้ด้วย คุณหนูเว่ยข้าจะพาเดินชมจวน
มี่จื่อ : เ้าค่ะ!
ฉันตอบรับคำสั่งด้วยน้ำแสียงแข็งเพื่อให้เหยียนเหล่ยรู้ว่าฉันไม่พอใจ เหยียนเหล่ยแม้จะรู้ว่าฉันเริ่มทำเสียงแข็งใส่เขา แต่เขายังคงทำตัวและสีหน้าปกติพาเหมยหลินว่าที่ภรรยาชนชั้นสูงเดินชมจวนทางฝั่งซ้าย ฉันได้แต่ยืนกัดฟันมองคนทั้งสองพากันไปเดินชมจวน
มีเพียงหญิงรับใช้ผู้ติดตามของเหมยหลินยังคงยืนอยู่ และหันมาพูดออกคำสั่งกับฉันอีกครั้งว่า “รีบนำผีผาไปล้างสิ!” แต่ฉันไม่ได้ตอบโต้อะไรแค่คิดในใจว่า “หึ! มาถึงก็ออกคำสั่งกันเลยนะ!” ฉันจึงคว้าหยิบกระจาดผีผาในมือฟูหลิวเดินนำไปล้างน้ำ จัดผลผีผาวางใส่จานตามคำสั่งแล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะในห้องรับรองแขก พร้อมกับชงน้ำชาใส่กามาตั้งวางเตรียมไว้ให้อีกกาหนึ่ง
จากนั้นเดินกลับเข้าไปในห้องต้องห้ามทางฝั่งขวาที่เป็ห้องทำงานและเป็ห้องนอนของฉันกับเหยียนเหล่ย ฉันเดินไปหยิบตำราอักษรโบราณมาถือไว้ในมือเล่มหนึ่งทำทีว่ามาอ่านตำรา แต่ความจริงแล้วมารอแอบฟังว่าเหยียนเหล่ยกับเหมยหลินจะพูดคุยเื่อะไรกันบ้าง
สักพักเดียวก็ได้ยินเสียงคนทั้งสองเดินพูดคุยกันเข้ามาในห้องรับรองแขก ซึ่งส่วนใหญ่เหมยหลินจะเป็ฝ่ายชวนคุยเสียมากกว่า และมักเป็เื่ที่เื่เกี่ยวกับบทกวี บทกลอน การทำอาหารที่เหมยหลินชอบ และพยายามอวดถึงความสามารถของตัวเองให้เหยียนเหล่ยฟัง
การสนทนานั้นกินเวลาผ่านไปเพียงครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงของลี่ถังกับเสียงของผู้ชายอีกคนหนึ่ง แต่เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของหลี่จวินดังมาจากหน้าจวน เสียงลี่ถังและเสียงชายแปลกหน้ากำลังกล่าวคำทักทายเหยียนเหล่ยกับเหมยหลิน และได้ยินลี่ถังถามหาฉันกับเหยียนเหล่ย ว่าฉันอยู่หรือไม่
เหยียนเหล่ยตอบว่าฉันอยู่ในห้อง ฉันจึงเดินออกมาจากห้องมาพบกับลี่ถัง เห็นเหมยหลินหันมามองฉันด้วยสายตาไม่พอใจ ที่เห็นฉันเดินออกมาจากห้องต้องห้ามและเป็ห้องที่เหยียนเหล่ยไม่อนุญาตให้เหมยหลินเข้าไป ฉันจึงทำเป็ไม่สนในและหันไปมองชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบของหน่วยสืบสวนซึ่งเป็ชุดแบบเดียวกันกับลี่ถัง ในมือเขาถือแผ่นหนังสัตว์ม้วนใหญ่คล้ายแผนที่ กับม้วนกระดาษม้วนใหญ่อีกม้วนหนึ่ง
พอเขาเห็นฉันจึงแนะนำตัวกับฉันด้วยความสุภาพว่าเขาชื่อ ซือจิ้ง เป็เ้าหน้าที่เพิ่งมาทำงานใหม่ในหน่วยสืบสวน จากนั้นเขาหันไปพูดกับเหยียนเหล่ยต่ออีกว่า นำแผนที่ขุดได้จากสุสานเก่าของราชวงศ์ที่ฮ่องเต่สั่งให้ทำการบูรณะใหม่มาให้ตรวจสอบ เนื่องจากเป็ภาษาโบราณไม่มีใครสามารถอ่านได้ และจะมาคัดลอกแผนผังทางเดินน้ำฉบับใหม่ด้วย เพราะแผนผังทางเดินน้ำฉบับเก่ามีสภาพเก่าทรุดโทรมลายเส้นเลือนลางจนแทบจะมองไม่เห็นซึ่งจำเป็จะต้องใช้ในวันพรุ่งนี้
เหยียนเหล่ยจึงตอบกลับไปว่า จะให้ฉันดูแผนที่สุสานให้ก่อนเพราะตอนนี้เขายังไม่ว่างไปดูให้ ฉันจึงเชิญลี่ถังกับซือจิ้งเข้ามานั่งรอในห้อง แล้วเดินออกมาอีกรอบเพื่อไปชงน้ำชาในครัวมาให้ลี่ถังกับซือจิ้งดื่ม ระหว่างที่ยืนชงน้ำชาอยู่ในครัว ได้ยินเสียงเหมยหลินถามเหยียนเหล่ยว่า
เหมยหลิน : มี่จื่อ รู้ภาษาโบราณด้วยรึ?
เหยียนเหล่ย : ใช่
เหมยหลิน : ภาษาโบราณไม่ใช่ภาษาที่คนทั่วไปจะอ่านได้ ให้ข้าเข้าไปดูได้หรือไม่ ข้าอยากเห็นว่านางอ่านได้อย่างไร
เหยียนเหล่ย : เห็นทีจะไม่ได้ คุณหนูเว่ย เคยอ่านบทกวีของไป๋เหลียนหรือไม่ ข้าได้ยินคนพูดถึงกันมาก แต่ข้ายังไม่เคยได้ลองอ่าน เคยไปหาซื้อที่ร้านแต่ไม่มีเหลือสักเล่ม
เหมยหลิน : ข้าเคยอ่าน บทกวีไป๋เหลียนเป็บทกวีสัจจะธรรมที่เขียนได้บรรลุปรุโปร่ง ข้าชื่นชอบมาก จดจำบทกวีของไป๋เหลียนได้ทุกบทเลย ไว้ข้าจะนำบทกวีของไป๋เหลียนมาให้คุณชายต่งได้อ่านบ้าง
เหยียนเหล่ยรีบเปลี่ยนเื่คุยเป็เื่บทกวี เพื่อไม่ให้เหมยเหลียนเซ้าซี้ขอเข้าไปในห้องนั้นอีก เมื่อฉันชงน้ำชาใส่กาเสร็จจึงยกถาดน้ำชาเข้าไปในห้องวางบนโต๊ะที่มีลี่ถังนั่งรออยู่ และกำลังกล่าวเตือนซือจิ้งให้ดูของโบราณด้วยความระมัดระวัง เพราะซือจิ้งกำลังเดินดูของโบราณที่ตั้งวางประดับอยู่ภายในห้องด้วยความสนอกสนใจ
ฉันจึงรินน้ำชาใส่ถ้วยส่งให้ลี่ถังดื่มแก้กระหายจากการเดินทางมาที่นี่ ลี่ถังจึงถามฉันว่าเหยียนเหล่ยกำลังดูตัวกับเหมยหลินจริงหรือ เคยได้ยินข่าวลือจากกลุ่มขุนนางได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเป็ความจริง เพราะลี่ถังคิดว่าเสนาบดีขั้นสองต่งกับขุนนางระดับสูงเว่ยแค่รู้จักสนิทสนมกันเท่านั้น
ฉันจึงพูดระบายความทุกข์ใจมีน้ำตาคลอกับลี่ถังว่า ฉันทั้งปวดใจและเจ็บใจยิ่งนักที่ต้องทนเห็นเหยียนเหล่ยใกล้ชิดกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา จนอยากจะหนีไปให้พ้นๆ ไม่อยากอยู่ที่นี่ให้ต้องเ็ปใจอีก เพราะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นสามีของตัวเองไปแต่งงานกับหญิงอื่น ลี่ถังเอื้อมมือมาจับมือฉันและพูดบอกให้ใจเย็นๆ และพูดอีกว่า
ลี่ถัง : ั้แ่ที่ข้ารู้จักกับคุณชายต่งมา เขาไม่ใช่คนที่ลุ่มหลงอะไรง่ายๆ มีผู้หญิงหลายคนพยายามเข้าใกล้ แม้เขาจะไม่พูดปฏิเสธอะไร แต่เขาก็ไม่เคยตอบรับไมตรีจากใครยกเว้นเ้าที่เขาเอ็นดูเ้ามากๆ ข้าคิดว่าคุณชายต่งพาคุณหนูเว่ยมาที่จวน คงอยากให้นางเห็นว่าเขามีเ้าอยู่ที่นี่แล้วมากกว่า เอ๊ะ?! กำไลหยกคาดทองสวยงามยิ่งนัก คุณชายต่งมอบให้เ้ารึ?
มี่จื่อ : ใช่ เพิ่งให้ข้าเมื่อเช้า หึ! ปากบอกว่ารักข้า ตกบ่ายมาก็ไปเอาอกเอาใจหญิงอื่น!
ซือจิ้ง : เอ… ? แผนผังทางเดินน้ำต้นฉบับอยู่ตรงไหน ข้าหาไม่เจอเลย
เสียงของซือจิ้งเอ่ยถามดังมาจากชั้นเก็บแผนที่และแผนผัง ฉันจึงปาดน้ำตาที่คลอเบ้ารีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็ปกติ ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปหาซือจิ้งเพื่อช่วยเขาหาแผนผังทางเดินน้ำ ลี่ถังจึงลุกจากเก้าอี้นั่งดื่มน้ำชา เดินไปนั่งลงบนเบาะรองนั่งกับพื้นตรงโต๊ะเตี้ยๆที่ตั้งวางอยู่กลางห้อง คลี่ม้วนแผนที่หนังสัตว์ออกมากางลงบนโต๊ะ พร้อมกับบอกให้ฉันมาช่วยดูแผนที่หลังจากช่วยซือจิ้งหาแผนผังทางเดินน้ำเจอแล้ว