บทที่ 38 ไม่ใช่แค่ยกเลิกสัญญา แต่ยังต้องการแบนเขาด้วย
“เฉินอี้แย่แล้ว เมื่อกี้คุณฟู่มาเยี่ยมกองถ่าย บอกว่าจากนี้จะยกเลิกการถ่ายโฆษณาของคุณทั้งหมด!”
คำพูดของผู้จัดการทำให้อุณหภูมิในห้องลดลงจนแทบจะถึงจุดเยือกแข็ง
เลี่ยวเฉินอี้ตกใจไม่น้อย ส่วนเยี่ยเจียก็ไม่อยากเชื่อจึงรีบถามออกไปว่า “ไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหมคะ”
“แน่นอนสิ และเขายังบอกอีกว่า ต่อไปก็จะไม่ร่วมงานกับพวกเราและเฉินอี้อีกแล้ว” ผู้จัดการร้อนใจมาก
จะไม่ร้อนใจได้ยังไง
ก็นั่นคือบริษัทใหญ่ หากร่วมงานได้ก็มีแต่ได้ไม่มีเสีย ถ้าทำให้ขุ่นเคืองก็จะเสียประโยชน์ไปอย่างมาก
“ผมจะไปถามดู” เลี่ยวเฉินอี้ตัดสินใจจะไปพูดกับฟู่อวิ่นซางต่อหน้าให้ชัดเจนว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องยกเลิกสัญญา
“เลี่ยวเฉินอี้ ตอนนี้เขาคงไม่ฟังที่คุณพูดแน่ ๆ รอก่อนดีกว่านะคะ” เยี่ยเจียรีบขวางเลี่ยวเฉินอี้ไว้ “ฉันจะคิดหาวิธีดูค่ะ”
เธอจะคิดหาวิธี? เลี่ยวเฉินอี้กลืนคำพูดกลับลงคอ เขานึกถึงสายตาของเยี่ยเจีย ที่มองไปที่ฟู่อวิ่นซางและสวีเสี้ยนหย่า ก็คาดเดาเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เขามองเธออย่างเข้าใจ ก่อนจะพยักหน้าเงียบ ๆ
เยี่ยเจียเมินสายตาคาดคั้นของเขา ก่อนจะก้มหน้าลง
“อย่าเสียสละตัวเองเพื่อผมเลย อย่าทำให้ตัวเองลำบากมากนัก ถึงแม้จะร่วมงานกันไม่ได้จริง ๆ สองวันนี้พวกเราก็มีความสุขมากแล้ว ผมหวังว่าคุณจะมีความสุขตลอดไป ไม่ใช่มาเสี่ยงเพื่อผมแบบนี้” เลี่ยวเฉินอี้ละสายตาไปจากเธอ “เสี่ยวเซวียน พวกเราไปกันเถอะ”
ผู้จัดการหนุ่มพยักหน้ารับ
เยี่ยเจียมองเลี่ยวเฉินอี้เดินจากไปอย่างหนักใจ เธอช่วยเหลือเลี่ยวเฉินอี้ในคราวก่อน เลี่ยวเฉินอี้ก็มอบความอบอุ่นของพี่ชายให้กับเธอ ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันแล้ว ถ้าช่วยได้ก็ต้องช่วย
เพียงแต่เธอยังไม่เข้าใจว่า ทำไมฟู่อวิ่นซางถึงตัดสินใจตัดขาดการร่วมงานกับเลี่ยวเฉินอี้กะทันหันแบบนี้
หรือว่านี่เป็นแผนการของสวีเสี้ยนหย่า เพราะเธอสนิทกับเลี่ยวเฉินอี้มากเกินไปอย่างนั้นเหรอ
เธอตัดสินใจกลับบ้านเพื่อรอฟู่อวิ่นซางในทันที เยี่ยเจียต้องการอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน
เมื่อกลับถึงบ้าน เยี่ยเจียก็ได้รับรู้จากป้าอู่ ว่าคุณนายฟู่และคุณท่าน ได้ไปเที่ยวที่เมืองหลินในช่วงสองวันนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้เธอและฟู่อวิ่นซางได้ย้ายกลับ ทั้งสองจึงไม่อยู่บ้าน หลังจากเข้าใจแล้ว เธอจึงบอกให้ป้าอู่และคนอื่น ๆ พักผ่อนกันตามสะดวก ส่วนตัวเธอเองรออยู่ในห้องรับแขกเพื่อรอฟู่อวิ่นซางกลับมา
แต่รอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่เห็นฟู่อวิ่นซางกลับมา จนตอนนี้เกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว ตามหลักแล้วเขาไม่มีนัดงานเลี้ยงวันนี้ น่าจะกลับถึงบ้านแล้วนี่นา
เธออดใจไม่ไหว จึงโทรหาเขาในทันที
บนทางด่วนของเมืองไห่ รถเก๋งยี่ห้อหรูสีดำคันหนึ่งกำลังแล่นด้วยความเร็วสูง
ฟู่อวิ่นซางที่ไม่พบเลี่ยวเฉินอี้และเยี่ยเจียในที่ทำงานก็รู้สึกโกรธมาก กระดุมเสื้อเม็ดบนสุดถูกเขาดึงจนหลุดออก มีหนึ่งเม็ดร่วงลงบนพรมในรถ
บนเบาะข้างคนขับ มีสูทและเนกไทที่ถูกถอดทิ้งไว้อย่างไร้ระเบียบ
อยู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มไม่คิดจะรับสาย แต่เมื่อเหลือบมองเห็นว่าเป็นเยี่ยเจียจึงรีบกดรับ “ว่าไง”
“คุณคะ ทำไมยังไม่กลับมาอีกล่ะ” เสียงของเธอมีความกังวลเจือปนอยู่ในนั้น
“คุณอยู่บ้านเหรอ”
“ฉันกลับมานานแล้วค่ะ ฉันอยากคุยกับคุณเรื่องเลี่ยวเฉิน…”
เขาไม่อยากได้ยินชื่อนี้ จึงขัดเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผมกำลังจะถึงบ้านแล้ว”
ที่แท้เขากำลังอยู่บนทางกลับบ้านนี่เอง เยี่ยเจียจึงพยักหน้า “งั้นคุณมองทางดี ๆ นะคะ ฉันไม่รบกวนแล้ว”
จากนั้นก็วางสายไป
ฟู่อวิ่นซางขมวดคิ้วง่วน เสียงของเธอฟังดูไม่ต่างจากทุกวัน อีกอย่างเขาพอจะเข้าใจนิสัยของเธออยู่บ้าง เยี่ยเจียไม่ใช่คนประเภทที่จะชอบดาราคนหนึ่งแล้วเอาตัวเองไปผูกติดกับเขา
“มือถือเครื่องนั้นมีวิดีโอนั้นอยู่…”
ฟู่อวิ่นซางมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาอีกหลายเท่า ดูเหมือนว่าจะต้องสอบปากคำเธอให้ดี
เยี่ยเจียรอมานาน ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเบรกรถ เธอก็รีบวิ่งออกไปรับเขาในทันที “คุณคะ”
“กลับเข้าไปซะ แต่งตัวแบบนี้จะวิ่งออกมาทำไม” ฟู่อวิ่นซางสีหน้าหม่นหมองพร้อมกับโยนสูทให้เธอรับไว้
“ค่ะ”
เยี่ยเจียกอดสูทไว้ในอ้อมแขน เดินกลับไปในบ้านหรูอย่างว่าง่าย ตอนที่ช่วยเขาอุ่นข้าว เธอพูดถึงเรื่องที่คุณนายฟู่และพ่อของเขาออกไปเที่ยวด้วย และเตือนเขาว่าอาจจะย้ายกลับไปได้เร็วขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากชายหนุ่ม
ชัดเจนว่าเขาเป็นคนผิดนัดก่อนทิ้งเธอไว้คนเดียวบนถนน ตอนนี้ทั้งคู่อึดอัดแค่ไหน อวิ่นซางยังจะทำหน้าถมึงทึงใส่เธออีกเหรอ
เธอเป็นภรรยาที่เขาแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือเป็นแค่คนธรรมดาที่มีหรือไม่มีก็ได้กันแน่
เยี่ยเจียถอนหายใจ และเก็บกลั้นอารมณ์ไว้อย่างดี เธอวางอาหารลงบนโต๊ะ นั่งกินข้าวกับเขา แกล้งทำเป็นพูดขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ “ฉันได้ยินเพื่อนร่วมงานบอกว่า คุณยกเลิกการถ่ายโฆษณาของเลี่ยวเฉินอี้ไปแล้ว ทำไมเหรอคะ”
ฟู่อวิ่นซางที่กำลังกินข้าวอยู่ชะงักมือไปครู่หนึ่ง แต่ก็กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
เห็นเขาไม่สนใจตัวเองแบบนี้ เยี่ยเจียจึงเสริมขึ้นเบา ๆ “ฉันตามดูแลเขามาทั้งบ่าย เขาเป็นคนที่ทุ่มเทในงานมาก ภาพที่ออกมาก็ดีมาก คุณ…”
ปัง!
ฟู่อวิ่นซางวางตะเกียบลงบนโต๊ะ แล้วมองเธออย่างเย็นชา
เยี่ยเจียกัดริมฝีปาก ไม่กล้าสบตาเขา ถ้านี่เป็นการตัดสินใจที่เขาคิดมาอย่างดีแล้ว การทำแบบนี้จะไม่เป็นการขัดใจสามีมากจนเกินไปเหรอ
แต่เมื่อนึกถึงเลี่ยวเฉินอี้กับตัวเองที่เหนื่อยจนแทบตาย เพื่อจะทำโฆษณาให้เสร็จ สุดท้ายเพิ่งถ่ายเสร็จก็ได้รับข่าวว่าจะไม่ร่วมงานกันอีกต่อไป...
เธอจึงพูดเสริมอย่างกังวล “คุณคะ ฉันไม่ได้จะสงสัยคุณนะ ก็แค่รู้สึกว่าเขาตั้งใจทำงานร่วมกับบริษัทเราจริง ๆ”
“คุณรอผมกลับมา ก็เพื่อเลี่ยวเฉินอี้งั้นเหรอ”
“ฉัน…” เธอไม่กล้าสบตาฟู่อวิ่นซางตรง ๆ แล้วรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
แต่ความรู้สึกผิดที่ชัดเจนขนาดนี้ ฟู่อวิ่นซางจะไม่สังเกตเห็นได้ยังไง
เขามองเธออย่างเย็นชา
ดีมาก!
เขาคิดว่าเยี่ยเจียที่เขาแต่งงานด้วยนั้นอ่อนโยน ใจดี และเข้าใจเขาอยู่เสมอ แต่ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งเธอจะกล้าโต้แย้งเขา รวมถึงตั้งคำถามกับเขาเพื่อชายอื่น แม้แต่ตอนที่เขากลับมาดึกดื่นขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้เอาใจใส่เลยสักนิด เอาแต่พูดเรื่องของผู้ชายคนอื่นอยู่อย่างนั้น
เธอลืมไปแล้วเหรอไงว่า เขาต่างหากคือสามีของเธอ
ฟู่อวิ่นซางหมดอารมณ์จะกินต่อ เขาลุกขึ้นมายืนตรงหน้าเธอ นิ้วเรียวเชยคางของเธอขึ้น สายตาดุดันจ้องตรงไปยังแววตาใสซื่อของเธอ “ผมจะถามคุณอีกครั้ง คุณรอผมกลับมา เพื่อเลี่ยวเฉินอี้งั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้น” เธอปฏิเสธอย่างร้อนรน
“ตอนนี้ถึงผมจะยกเลิกสัญญา หรือกระทั่งแบนเขาไป แต่คุณจะทำอะไรได้”
“คุณคงไม่ทำให้ตัวเองเสียผลประโยชน์ไปหรอก”
ฟู่อวิ่นซางพยักหน้า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดวิดีโอ “งั้น… คุณสะใภ้ตระกูลฟู่ช่วยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในวิดีโอนี้หน่อยสิ”
เยี่ยเจียรับโทรศัพท์มือถือของเขามา ในหน้าจอแสดงภาพเลี่ยวเฉินอี้กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ แล้วกระซิบกระซาบปลอบเธอให้พยายามอีกนิด อีกไม่นานก็จะจบแล้ว ตอนท้ายสุดของวิดีโอ มือของเขาวางอยู่บนหัวของเธอ แสดงรอยยิ้มอย่างมีความสุข
เธอนึกถึงฉากนั้นแล้วก็อดตกตะลึงงันไม่ได้ เขาดูเหมือนพี่ชายของเธอจริง ๆ
ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยมีใครมองเธอด้วยสายตาแบบเขาเลย
“เยี่ยเจีย”
เสียงเย็นชาและโกรธเกรี้ยวของชายหนุ่มดังมาจากเหนือศีรษะ
เมื่อเยี่ยเจียได้สติ ก็รีบอธิบายว่า “ตอนนั้นฉันเหนื่อยมาก เขาบอกฉันว่าแค่พยายามอีกนิด อีกไม่นานก็จะจบแล้ว”
“เห็นได้ชัดว่าคุณไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองสนิทกับเขามากแค่ไหน?” ฟู่อวิ่นซางมองสีหน้าตรงไปตรงมาของเธอแล้วก็รู้โมโหอย่างที่สุด
“ข้าง ๆ มีคนอยู่ตั้งเยอะเลยนะคะ แล้วก็มีผู้จัดการของเขาอยู่ด้วย นี่น่าจะเป็นมุมกล้อง ตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกว่าใกล้ชิดกันมากขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ” เยี่ยเจียจับมือเขาเบา ๆ “กินข้าวกันก่อนได้ไหมคะ?”
ตอนนี้เขาจะกินลงได้อย่างไร?
ฟู่อวิ่นซางมองเธออย่างเย็นชาก่อนจะพูดว่า “คุณกับเลี่ยวเฉินอี้ รู้จักกันได้ยังไงกันแน่?”
