38.....
ชวินอยากจะแหกปากร้องดัง ๆแต่เสียงที่ร้องออกมาดันเป็นเสียงครางหงิง ๆ ของลูกสุนัข เขาอึดอัดจนต้องทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เจ้าดุ๊กดิ๊ก เขาหันไปมองหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยความรู้สึกหดหู่สิ้นหวังตอนเกิดมาใหม่ ๆ ก็ยังไม่รู้สึกทุกข์ใจขนาดนี้แต่พอเริ่มจะแข็งแรงหันไปมองสิ่งรอบตัวได้อย่างชัดเจนแล้วนี่สิ ไม่อยากจะบรรยายเป็นภาษาหมาเลยชวินอดที่จะคิดเวทนาชะตากรรมของตัวเองไม่ได้
“ดุ๊กดิ๊ก..นี่ฉันกลายเป็นลูกของแกได้ไงวะเนี่ย..อยากจะบ้าตายจริงโว้ย!”
เขาตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความคับแค้นแน่นอุราแต่เสียงที่เขาตะโกนนั้นกลับไม่ใช่เสียงของคน
“เจ้าหมีพูเป็นอะไรจ๊ะ..ร้องครางหงิงๆ ทั้งวันเลย น้อง ๆ ตัวอื่นไม่เห็นงอแงเลยนะ”
เสียงใครอีกล่ะเนี่ยคุ้นหูตั้งแต่วันแรกที่ออกจากท้องแม่ดุ๊กดิ๊กแล้ว ลองหันไปมองดูผู้คนบ้างดีกว่าเกิดมาก็ตั้งหลายวันแล้วมัวแต่กินนมกับนอนอย่างเดียวไม่เคยได้แลเหลียวสิ่งรอบข้างเอาซะเลย แต่เมื่อกี้ได้ยินชื่อเรียกว่า“หมีพู” ตลกเป็นบ้าเลย เป็นหมาแท้ ๆ แต่ชื่อเป็นหมีไปได้ไม่เรียกแพนด้าไปเลยล่ะ..พิลึกจริง ๆ หนอคน..ชวินนึกในใจก่อนจะหันไปมองคนที่เรียกเขาว่าหมีพู
“ดรีม!..”
ชวินตะโกนเรียกชื่อคนที่เขาคุ้นเคยเมื่อครั้งมีชิวิตอยู่ด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นนัฏนรีกำลังนั่งมองเขาอยู่
“จ๊ะเอ๋..หมีพู..”
นัฏนรีเห็นเจ้าหมีพูหันมามองก็ยกมือทำท่าทักทายอย่างเอ็นดู
“ดรีมจริงด้วย”
ชวินเบิกตากว้างจ้องมองนัฏนรีด้วยความดีใจสุดชีวิตใครจะคิดว่าจะได้มาอยู่ในบ้านของ
คนเคยรักเคยเป็นแฟนกันมาก่อนเช่นนี้ โชคร้ายที่เกิดมาเป็นสุนัข แต่ยังดีที่ได้มาอยู่ใกล้กับคนที่รักมาก่อนโอย...ขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตาเจ้าหมาน้อยตัวอ้วนพีตัวนี้..ชักจะชอบชื่อหมีพูเสียแล้วสิ..คงเป็นเพราะนัฏนรีตั้งให้แน่เลยชวินในร่างของสุนัขชื่อหมีพูนึกในใจ
“หมีพู..ชอบชื่อนี้ไหมจ๊ะ..ฉันตั้งชื่อให้เธอเองนะ”
นัฏนรียังคงหยอกล้อกับเจ้าหมีพูต่อ เมื่อเห็นมันจ้องหน้านิ่ง
“ดีใจจังดรีมตั้งชื่อให้เราว่าหมีพูน่ารักซะไม่มี แต่ท่าทางเราจะอ้วนนะเนี่ยถึงได้ชื่อนี้มา”
ชวินหรือบัดนี้ได้รับชื่อใหม่ว่าหมีพูยิ้มสบตานัฏนรี
“ดูสิปอนด์..เจ้าหมีพูมองหน้าดรีมทำตาปริบๆ เลยยังกะฟังรู้เรื่องแน่ะ”
นัฏนรีส่งเสียงอย่างตื่นเต้นชี้ชวนให้สิปปกร ที่กำลังนั่งหันหลังให้อาหารปลาอยู่เพื่อให้เขาหันมาดูเจ้าลูกสุนัขตัวอ้วนพีที่ดูแตกต่างจากพี่น้องตัวอื่นอย่างโดดเด่น
“ไหนครับ”
สิปปกรหันมาดูด้วยความสนใจช่วงนี้เขากำลังจับตามองเพื่อที่จะสังเกตหาลูกสุนัขที่คาดว่าจะเป็นชวินมาเกิดให้ได้แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีวี่แววเห็นแต่ละตัวมัวแต่ดูดนมแล้วก็นอนหลับเท่านั้นไม่มีปฏิกิริยาอันใดให้น่าสนใจเลยแต่พอนัฏนรีบอกเช่นนี้เขาจึงต้องรีบวางมือจากการให้อาหารปลาในอ่างน้ำหันมาดูเสียหน่อย
“เฮ้ย!..นายปอนด์นี่หว่า..หวัดดีเพื่อน...จำกันได้ไหมวะ..ตายห่ะ..เราเป็นหมาแล้วมันจะจำเราได้ไงวะเนี่ย เวรกรรมจริง จะพูดก็พูดไม่ได้”
ชวินในร่างสุนัขที่ชื่อหมีพูทำหน้าละห้อยในตอนท้ายเขาคิดด้วยความสมเพชเวทนาตัวเอง
“จริงด้วยดรีม..เจ้าหมีพูมองหน้าปอนด์ด้วยว่าไงหมีพู”
สิปปกรเดินเข้าไปลูบหัวมันเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“เพราะข้าเป็นหมาใช่ไหมวะนายจึงกล้าลูบหัวแบบนี้”
ชวินคิดด้วยความเศร้าสลดน้ำตาซึมขอบตาอยากจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา แต่ดันไม่มีมือซะอีก อนาถใจจริง ๆ จะยกขาหน้าขึ้นมาก็ยังยกไม่ขึ้นรอโตกว่านี้ก่อนเถอะจะเดินสองขาโชว์ให้ดู
“เจ้าหมีพูชอบปอนด์มากเลยนะ..ดูสิพอลูบหลังให้ก็หลับตาพริ้มเชียว”
นัฏนรีบอกกับสิปปกรด้วยน้ำเสียงมีความสุข
“แปลกนะดรีม ตัวนี้มันเหมือนจะฟังเรารู้เรื่องเลย”
สิปปกรบอกกับนัฏนรีพร้อมกับสังเกตท่าทางหมีพูไปด้วย
“ก็เพราะรู้เรื่องน่ะสิวะนายปอนด์ข้าถึงทุกข์ใจอยู่เนี่ยทำไมเกิดมาแล้วต้องจำอดีตชาติได้ด้วยวะ สู้ให้เป็นหมาไปเต็มๆ เลยดีกว่าไม่ต้องมีจิตนึกคิดเป็นคนแบบนี้มันทรมานใจเป็นบ้า..ใครไม่เกิดมาเป็นหมาไม่รู้หรอก”
ชวินคิดด้วยความขมขื่นใจอยากจะสื่อสารพูดคุยกับเพื่อนและคนรักก็ดันพูดไม่ได้ พอจะอ้าปากพูดเหมือนที่เคยพูดตอนมีชีวิตเป็นคนอยู่ เสียงที่เปล่งออกมาก็กลายเป็นเสียงครางหงิง ๆ เสียนี่ อีกหน่อยก็คงจะเริ่มเห่าบ๊อก ๆ แน่เลย มันช่างอดสูใจเหลือเกิน หันไปกินนมแม่ให้หายเครียดดีกว่า...จ๊วบจ๊วบ...
“เอ๊า..กินนมแม่อีกแล้วกินเก่งกว่าใครเขาเลยนะเราอีกหน่อยตัวเท่าลูกช้างแน่เลย”
สิปปกรมองเจ้าหมีพูด้วยความขบขันที่เห็นมันดูดนมแม่อย่างเอาเป็นเอาตาย
“ก็คน เอ๊ย!..หมามันเครียดนี่โว้ย..จะมีอะไรดีไปกว่ากินนมแก้เซ็งล่ะ...แต่ให้ตายเถอะทำไมฉันจะต้องมากินนมเจ้าดุ๊กดิ๊กนี่ด้วยวะ...โธ่เอ๋ยชีวิตใครหนอช่างลิขิตให้เป็นเช่นนี้ไม่คิดเลยว่าที่เคยก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้กับเจ้าดุ๊กดิ๊กจะต้องกลับมาชดใช้ด้วยการเป็นลูกหมา แถมมีสติปัญญามาให้จดจำเรื่องในอดีตได้อีกเวรแท้ ๆ ไอ้ชวินเอ๋ย..เป็นคนปัญญาอ่อนจะดีกว่าไหม”
คนผู้เกิดมาในร่างสุนัขคร่ำครวญในอกขณะที่ดูดนมแม่ไปด้วยแต่เหมือนเจ้าดุ๊กดิ๊กจะรำคาญหรือไม่ก็รู้สึกเจ็บที่เต้านมก็เลยลุกพรวดพราดสะบัดตูดหนีดื้อๆ ทำเอาเจ้าหมีพูหมดอารมณ์จำต้องเดินตามแม่ต้อย ๆ
“ขอโทษครับ แม่ดุ๊กดิ๊ก ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายมาให้ผมกินนมเถอะครับจะได้โตไว ๆ แล้วผมก็จะได้รีบตาย ๆ ไปเกิดใหม่เสียทีเผื่อว่าเกิดชาติหน้าจะได้เป็นคนกับเขาบ้าง เอ..อายุของสุนัขก็คงจะไม่นานนัก ทน ๆไปก่อนก็แล้วกัน”
ชวินปลอบใจตัวเองก่อนจะซุกตัวยื่นหัวเข้าไปควานหาหัวนมแม่อีกครั้ง และคราวนี้เจ้า
ดุ๊กดิ๊ก ยอมนอนให้หมีพู ดื่มนมอย่างเต็มใจ พลอยทำให้เจ้าตัวอื่นๆ เดินต้วมเตี้ยมเข้ามาประจำหัวนมของแม่ดุ๊กดิ๊กอย่างเคยชิน
“ของใครของมันนะโว้ย ห้ามแย่ง”
ชวินขู่พวกพี่น้องร่วมครอกเดียวกัน
“วันนี้คุณพีเจ.จะเข้ามาเลือกเอาลูกเจ้าดุ๊กดิ๊กแล้วล่ะปอนด์”
นัฏนรีพูดขึ้นขณะที่นั่งดูลูก ๆของเจ้าดิ๊กดิ๊กนัวเนียกินนมแม่ของพวกมัน โดยมีสิปกร นั่งมองอยู่ข้าง ๆ ด้วย
“ใครอีกล่ะ..คุณพีจง พีเจ..แล้วทำไมต้องมาเลือกลูกเจ้าดุ๊กดิ๊กด้วย เฮ้ย!..บรรลัยแล้วไหมล่ะ เราก็เป็นลูกเจ้าดุ๊กดิ๊กเหมือนกันนี่หว่าตายห่ะ..ทำไงดีวะ เกิดคุณพีเจอะไรนั่นดันถูกสเป็คเราเข้าแล้วเลือกเราไปเลี้ยงก็ซวยสิ”
ชวินครุ่นคิดด้วยความร้อนรนใจ
“เย็นนี้คุณแม่ของปอนด์ก็อยากจะแวะมาดูลูกๆ ของดุ๊กดิ๊กเหมือนกัน” สิปปกรบอก
“ถ้าแม่ของปอนด์อยากได้ลูกสุนัขเดี๋ยวดรีมให้ท่านตัวหนึ่งก็ได้” นัฏนรีแสดงน้ำใจ
“คุณแม่ไม่มีที่เลี้ยงหรอก คอนโดเขาห้ามเลี้ยงสัตว์แต่ที่ท่านอยากมาดูเพราะอยากจะมาเยี่ยมดรีมมากกว่า”
สิปปกรไม่กล้าบอกว่า แท้จริงแล้วมารดาของเขาต้องการที่จะมาช่วยเขาค้นหาลูกสุนัขที่คิดว่าจะเป็นชวินมาเกิด
“ปอนด์ทำไมไม่บอกท่านล่ะว่าดรีมอาการดีขึ้นแล้วท่านงานยุ่งไม่ใช่หรือจ๊ะ”
นัฏนรีบอกอย่างเกรงใจ
“เผอิญวันนี้เลิกเร็วน่ะ..ก็เลยจะให้คุณพ่อขับรถมาส่งที่บ้านดรีมแล้วก็นั่งรถของปอนด์กลับคอนโดพร้อมกัน”
นัฏนรีพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินไปดูลูกสุนัขใกล้ ๆ
“ว่าไงจ๊ะ..วันนี้จะมีคนมาเลือกลูกของดุ๊กดิ๊กไปเลี้ยงแล้วนะแต่ไม่ต้องเสียใจนะดุ๊กดิ๊ก ฉันขอให้คุณพีเจ.เอาลูกๆ ของดุ๊กดิ๊กมาเยี่ยมบ่อย ๆ ด้วยล่ะ”
นัฏนรีพูดกับเจ้าดุ๊กดิ๊กเพื่อให้มันรับรู้
“ดรีมจ๋า..อย่าให้เขาเอาวินไปเลยนะได้โปรด...พลีส!”
ชวินในร่างของหมีพูหันหน้ามาทำตาใสแป๋วสบตากับนัฏนรี
“อุ๊ย!..ปอนด์ดูสิ..เจ้าหมีพูมันหันมามองดรีมอีกแล้วท่าทางเหมือนมันอยากจะอยู่กับดรีมเลย”
นัฏนรีร้องบอกเสียงตื่นเต้น มันเป็นความมหัศจรรย์สำหรับเธอไม่น้อยที่ลูกสุนัขตัวหนึ่งมีพัฒนาการได้รวดเร็วเช่นนี้สิปปกรก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้เธอ แต่เขาคิดว่าเขาน่าจะตื่นเต้นกว่าด้วยซ้ำเพราะเขารู้ในสิ่งที่นัฏนรีไม่รู้
“วินอยากจะอยู่กับดรีมจริง ๆ นะได้โปรดรับเลี้ยงวินด้วยเถอะนะดรีมจ๋า...โธ่..จะเข้าใจไหมเนี่ย อุตส่าห์ทำแววตาอ้อนวอนสุดฤทฺธิ์เท่าที่หมาตัวหนึ่งจะทำได้แล้วนะเนี่ย”
ชวินโอดครวญในตอนท้ายพร้อมกับจ้องหน้านัฏนรีด้วยแววตาที่คิดว่าน่าสงสารมากที่สุดแล้ว
“เจ้าหมีพู คงไม่อยากจะไปอยู่กับคุณพีเจ.น่ะ”
สิปปกรบอกกับนัฏนรีอย่างระงับความตื่นเต้นเอาไว้เขาเฝ้าสังเกตดูพฤติกรรมของมันอย่างเงียบ ๆ หมีพูได้แสดงอะไรบางอย่างที่ลูกสุนัขตัวอื่นไม่ทำแต่เขายังไม่สรุปว่าเป็นชวินมาเกิดเสียทีเดียว