‘หลิวอี้หลาน ชื่อของนางช่างคล้ายกับท่านแม่เหลือเกิน ไม่รู้ว่าจิตใจของนางจะงดงามอย่างเช่นกายภายนอกของเธอหรือไม่ แต่ดูท่าทางแล้วนางดูไม่มีพิษภัยใดๆเลย’ โจวเจียอี้นึกคิดขึ้นมาภายในใจเมื่อได้ฟังชื่อและได้เห็นสีหน้าแววตาอันใสซื่อของหลิวอี้หลาน
“คุณชาย ข้าพเ้าจะพยุงท่านไปพบอาจารย์ของข้าพเ้า” หลิวอี้หลานกล่าว ก่อนเธอจะเธอจะนำแขนของเธอสอดเข้ามาโอบกายของโจวเจียอี้ เพื่อพยุงเขาขึ้น แม้ร่างกายเธอจะเล็กบอบบาง แม้จะทุลักทุเลสักเท่าไหร่ เธอก็พยายามเพื่อช่วยเหลือคนที่เพิ่งเจอครั้งแรกอย่างโจวเจียอี้อย่างสุดกำลัง
“แม่นาง เ้าไม่ต้องลำบาก ทิ้งข้าไว้ตรงนี้เถิด” โจวเจียอี้กล่าว
“คุณชาย ท่านไม่ต้องกล่าววาจาใดๆหรอก ไม่ว่าจะยังไงข้าพเ้าก็จะช่วยเหลือท่าน ไม่ปล่อยให้ท่านนอนเป็เหยื่อสัตว์ป่า หรือรอวันที่อีแร้งลงมาจิกกินร่างของท่านหรอก” หลิวอี้หลานพูด
หลิวอี้หลานพยุงโจวเจียอี้กลับเข้ามายังจุดที่พักของสำนักวังบุปผา สร้างความใและการซุบซิบนินทาจากบรรดาลูกศิษย์สำนักที่เห็นหลิวอี้หลานหอบหิ้วชายแปลกหน้ากลับมายังค่ายกันอย่างสนุกปาก หลิวอี้หลานแม้จะได้ยินเสียงเ่าั้ แต่สิ่งที่เธอตั้งใจจะทำนั่นคือการช่วยโจวเจียอี้
หลิวอี้หลานวางโจวเจียอี้ให้นั่งลง ก่อนเธอจะเข้าไปหาเ้าสำนักหลี่เฟิงฝู และกล่าววาจาขอความเมตตาจากอาจารย์ของเธอว่า “ท่านอาจารย์ ศิษย์เห็นชายผู้นี้นอนแน่นิ่งอยู่ริมลำธาร คาดว่าขาของเขาน่าจะหัก ท่านอาจารย์พอจะมีทางช่วยเหลือเขาได้ไหมคะ”
หลี่เฟิงฝูแม้จะเป็คนที่เข้มงวดเื่กฎเกณฑ์ชายหญิง แต่เมื่อมีคนเดือดร้อนาเ็เธอก็สนใจให้ความช่วยเหลือทุกครั้ง และครั้งนี้ที่เธอได้ยินลูกศิษย์คนโปรดกล่าว จึงรีบหันไปดูคนเจ็บทันที แต่ทันทีที่หลี่เฟิงฝูเห็นใบหน้าของโจวเจียอี้เธอก็โกรธโทสะขึ้นทันที และหันไปถามลูกศิษย์ของเธอว่า “ชายผู้นี้เป็ใคร”
“เขามีนามว่าเจียอี้ ศิษย์เห็นเขานอนเจ็บที่หน้าผาริมธาร” หลิวอี้หลานกล่าว
หลี่เฟิงฝูเดินตรงไปหาโจวเจียอี้ และดึงเขาขึ้นมาบีบคอลอยสูงจากพื้นและพูดว่า “ข้าไม่เคยลืม ข้าไม่เคยลืมความชั่วระยำเลวร้ายของมัน จงบอกมาดีๆ ชื่อเต็มๆของเ้าคืออะไร เหตุใดจึงมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับโจรชั่วโจวเที้ยนเปียได้”
“ท่านอาจารย์ ท่านจะทำร้ายเขาไม่ได้นะ” หลิวอี้หลานพูด
“หุบปากหลิวอี้หลาน เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า” หลี่เฟิงฝูกล่าว
“ท่านบีบคอเขาอยู่ เขาจะตอบคำถามท่านได้อย่างไร” หลิวอี้หลานกล่าว
หลี่เฟิงฝูได้ยินดังนั้นจึงโยนโจวเจียอี้ลง โจวเจียอี้ในสภาพไม่สมบูรณ์ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ทั้งสิ้น หลี่เฟิงฝูจึงถามย้ำว่า “ตกลงเ้ามีนามที่แท้จริงว่าอะไร”
“ข้าพเ้าโจวเจียอี้ และโจวเที้ยนเปียก็คือบิดาของข้าพเ้า” โจวเจียอี้พูด
เมื่อหลี่เฟิงฝูได้ยินดังนั้นจึงยกมือข้างหนึ่งไปข้างหน้าและยกมือขึ้นช้าๆ พลังลมปราณของเธอนั้นดึงให้โจวเจียอี้ลอยขึ้นจากพื้น จากนั้นเธอก็ผลักมือออก ร่างของโจวเจียอี้กระเด็นกระแทกใส่ต้นไม้ใหญ่ ท่ามกลางสายตาของคนในสำนักวังบุปผาทั้งปวง
หลี่เฟิงฝูพุ่งตรงเข้าไปหาเจียอี้อีกครั้งอย่างรวดเร็วและได้กระแทกฝ่ามือใส่โจวเจียอี้อีกครั้ง จนเขากระเด็นลอยไปกระแทกกับต้นไม้อีกต้นหนึ่ง ไม่พอหลี่เฟิงฝูพยายามจะโจมตีอีกครั้ง หลิวอี้หลานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งมาขวางโจวเจียอี้เอาไว้ เมื่อหลี่เฟิงฝูเห็นลูกศิษย์จึงยั้งมือไว้และกล่าวว่า “ชายผู้นี้เป็ใคร ทำไมเ้าจะต้องปกป้องเข้าด้วย”
“ศิษย์ไม่เคยรู้จักชายผู้นี้ แต่ตอนนี้เขาร่างกายไม่สมบูรณ์ หากท่านอาจารย์ทำอะไรลงไปโดยไม่ยั้งมือ ผู้คนทั่วทั้งยุทธภพจะติฉินนินทาว่าท่านอาจารย์รังแกคนไม่มีทางสู้” หลิวอี้หลานพูด
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำอะไร หลิวอี้หลาน” หลี่เฟิงฝูถาม
“หากว่าท่านอาจารย์ช่วยเหลือชายคนนี้ให้หายกลับมาเป็ปกติ ผู้คนทั่วทั้งยุทธภพจะยกย่องท่าน และชายผู้นี้จะสำนึกในบุญคุณของท่าน คราวนี้ไม่ว่าจะเื่อะไรถ้าอาจารย์สั่ง เขาจะยอมทำตาม” หลิวอี้หลานพูด
“ได้ ข้าจะไม่ทำร้ายเ้าคนโฉดนี่ แต่ถ้าจะหวังให้ข้ารักษา ข้าไม่ทำ หากว่าเ้าจะทำก็ให้เ้าทำเอง วิชาปรุงยาเ้าร่ำเรียนไปตั้งมากมายเหตุใดจึงต้องลำบากข้า” หลี่เฟิงฝูกล่าว
“ในเมื่อท่านอาจารย์ให้โอกาสศิษย์แสดงฝีมือ ศิษย์ก็จะพยายาม” หลิวอี้หลายกล่าว ก่อนจะเดินไปหาโจวเจียอี้และพูดว่า “ท่านอาจารย์ของข้าพเ้าไว้ชีวิตท่าน ท่านจงขอบคุณท่านสิ”
โจวเจียอี้ได้ยินดังนั้น จึงพยายามก้มหัวให้แก่เ้าสำนักวังบุปผา แต่ว่านางกลับพูดออกมาว่า “ไม่ต้องมาขอบคุณข้า ถ้าจะขอบคุณจงขอบคุณนางที่พยายามให้ข้าละเว้นเ้า” เมื่อพูดเสร็จนางจึงเดินจากไป
หลิวอี้หลานหาไม้ค้ำมาให้โจวเจียอี้ใช้พยุงตัวเองเวลาเดินทาง เธอจะคอยเดินประคองอยู่ข้างๆ โจวเจียอี้เสมอตลอดเวลาในการเดินทาง เมื่อใดที่เห็นเจียอี้ทำท่าจะล้ม เธอจะรีบเข้าไปประคอง เจียอี้ซึ้งใจในความเมตตาของเธอเป็อย่างยิ่ง
“ท่านโจวเจียอี้ ท่านจงทานยาเถิด ยาตัวนี้จะช่วยเร่งฟื้นฟูร่างกายให้แก่ท่าน” หลิวอี้หลานกล่าวพร้อมนำยามามอบแก่โจวเจียอี้
“หลิวอี้หลาน เหตุใดเ้าจึงดีกับข้าถึงเพียงนี้” โจวเจียอี้กล่าว
“ท่านอาจารย์คอยสอนข้าพเ้าอยู่เสมอ หากว่าเห็นผู้ใดกำลังเดือดร้อนอยู่ให้เร่งเข้าช่วยเหลือ” หลิวอี้หลานพูด ก่อนนางจะถามโจวเจียอี้ว่า “ท่านโจวเจียอี้ ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าทำไมท่านอาจารย์ถึงจงเกลียดท่านและทำร้ายท่านถึงเพียงนี้”
“สงสัยหน้าข้าคงจะคล้ายกับบิดา อาจารย์ของเ้าคงเกลียดบิดาของข้าจึงพาลเกลียดข้าด้วย แล้วเ้าล่ะเกลียดข้าด้วยหรือไม่” โจวเจียอี้กล่าว
หลิวอี้หลานอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปว่า “มีเหตุผลอะไรที่ข้าพเ้าจะต้องเกลียดท่าน ท่านยังไม่ได้ทำอะไรให้ข้าพเ้าเกลียดสักหน่อย ทานยาเถอะจะได้หายไวๆ”
“หากว่าข้าหายดีแล้ว ข้าจะต้องไปจากเ้าใช่หรือไม่” โจวเจียอี้กล่าว
หลิวอี้หลานได้ยินดังนั้นใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาที่แก้มทั้งสองข้างก่อนจะกล่าวว่า “ท่านจงรีบดื่มยาเถิด ข้าพเ้ามีธุระจะต้องทำต่อ”
ระหว่างที่หลิวอี้หลานกำลังพยาบาลโจวเจียอี้อยู่นั้นก็มีศิษย์ของสำนักวังบุปผาคนหนึ่งเดินเข้ามาและกล่าวว่า “หลิวอี้หลาน เ้ารู้กฎของสำนักหรือไม่ หากว่าหญิงใด้าจะมีสามีจะต้องทำลายวรยุทธ์และออกจากสำนักไปซะ เ้าจำได้หรือไม่”
“ศิษย์พี่แชจือ ข้าพเ้ารู้ดีในกฎนี้ แต่ว่าข้าพเ้าเพียงแค่รักษาชายผู้นี้เท่านั้น ไม่ได้้าอะไรมากไปกว่านี้เลย” หลิวอี้หลานกล่าวกับศิษย์พี่ของเธอที่ชื่อว่า แชจือ ก่อนที่เธอจะเดินออกจากตรงนั้นไป
โจวเจียอี้มองตามหลิวอี้หลานพลางคิดในใจว่า ‘ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาผิวพรรณเท่านั้น หลิวอี้หลานยังเป็คนที่มีจิตใจงดงามยิ่งนัก ช่างแตกต่างจากจ้าวเล่อจินเหลือเกิน หากว่านางไม่มีจิตใจร้ายกาจคงจะน่ารักไม่แตกต่างกัน’