บทที่ 25 แตงโมสูตรลับประจำตระกูล
“เถ้าแก่เจิ้ง ไม่ต้องรีบร้อน วางใจได้ แตงโมของผมก็ยังส่งให้คุณเหมือนเดิม เห็นเพิงแตงโมที่สร้างใหม่ไหม ตอนนี้สร้างเสร็จแล้ว” เย่เฟิงยิ้ม
“ไม่ใช่นะ น้องเย่ ถ้าไม่มีที่นาผืนเดิม แตงโมที่นายปลูกจะเหมือนกับที่ฉันรับซื้อมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า?” เจิ้งไคเฟิ่งถาม
“แน่นอน อย่าลืมสิเถ้าแก่เจิ้ง ผมเคยบอกคุณแล้วว่า แตงโมของผมปลูกด้วยวิธีการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมของตระกูล ผมปลูกที่ไหนก็ได้ แต่คนอื่นอาจจะปลูกไม่ได้” เย่เฟิงพูดอย่างใจเย็น
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็วางใจแล้ว” เจิ้งไคเฟิ่งมองเย่เฟิง “แต่นายให้ที่นาผืนเดิมกับจ้าวต้าเฮยไปแล้ว แบบนี้เขาก็ปลูกแตงโมแบบที่ฉันรับซื้อได้เหมือนกันสิ?”
“เถ้าแก่เจิ้ง ผมเพิ่งจะบอกคุณไปว่า แตงโมนี้ผมปลูกด้วยวิธีการเพาะปลูกแบบดั้งเดิมของตระกูล”
“จริงด้วยๆ ลืมไปๆ” เจิ้งไคเฟิ่งดูเหมือนจะวางใจแล้ว
“แต่น้องเย่ ถ้านายมีปัญหาอะไรก็บอกฉันได้นะ ฉันช่วยนายได้ ทำไมต้องยอมจ้าวต้าเฮยด้วย?”
“ผมไม่ได้ยอมเขานะ ฮ่าๆๆ”
เย่เฟิงมองเพิงแตงโมและฟาร์มปลา หัวเราะเสียงดัง
เจิ้งไคเฟิ่งไม่เข้าใจว่าเย่เฟิงหัวเราะอะไร ถ้าเป็เขา เขาคงหัวเราะไม่ออก
“เถ้าแก่เจิ้ง ผมมีเื่อยากขอให้คุณช่วยจริงๆ”
“เื่อะไร น้องชายบอกมาตรงๆ ได้เลย”
“คุณเห็นฟาร์มปลาที่สร้างเสร็จแล้วไหมครับ แต่เื่ลูกปลามันแก้ยาก จ้าวต้าเฮยกลัวว่าผมจะแย่งธุรกิจของเขา ก็เลยตัดช่องทางหาลูกปลาของผม”
เย่เฟิงไปจับที่อ่าวจันทร์เสี้ยวได้ก็จริง แต่มันก็ไม่พอกับความ้า ตอนนี้มันไม่ใช่บ่อปลาธรรมดาแล้ว แต่มันคือฟาร์มปลา เขาต้องขยายกำลังการผลิต ดังนั้นจึงต้องมีลูกปลามากๆ
เจิ้งไคเฟิ่งพูดว่า “เื่นี้ง่ายมาก พอดีฉันมีเพื่อนคนหนึ่งทำธุรกิจขายส่งลูกปลาและอาหารทะเล นาย้าลูกปลาอะไร ฉันโทรหาเขาได้เลย เดี๋ยวเขาจะเอามาส่งให้”
“ดีเลยครับ” เย่เฟิงดีใจ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ “แต่ผม้าเยอะมาก ตอนนี้ผมก็ไม่มีเงิน อาจจะต้องขอซื้อเงินเชื่อก่อน ไม่รู้ว่าเพื่อนของคุณจะตกลงไหม?”
“แค่ซื้อเงินเชื่อเอง ถ้าเพื่อนของฉันไม่ตกลง งั้นฉันออกเงินให้น้องเย่ก่อนก็แล้วกัน” เจิ้งไคเฟิ่งพูดอย่างใจกว้าง
“ขอบคุณมากครับเถ้าแก่เจิ้ง” เย่เฟิงขอบคุณ
“น้องเย่ไม่ต้องรีบขอบคุณหรอก ที่จริงฉันก็มีเื่อยากขอร้องน้องเย่เหมือนกัน” เจิ้งไคเฟิ่งพูด
“เื่อะไรครับ?” เย่เฟิงถาม
“ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก แค่อยากให้น้องเย่ขายปลาให้ฉันก่อนเหมือนแตงโม ถ้าฉันรับซื้อไม่ไหว นายค่อยไปขายให้คนอื่น”
“ผมก็นึกว่าเื่อะไร ที่แท้ก็เื่นี้เอง แน่นอนว่าไม่มีปัญหา ต่อไปเถ้าแก่เจิ้งก็คือลูกค้ารายใหญ่ของผม ผมจะดูแลเป็อย่างดี”
“ดีมาก” เจิ้งไคเฟิ่งหัวเราะเสียงดัง
เขารู้สึกว่าการคบค้าสมาคมกับเย่เฟิงนั้นถูกต้องแล้ว เพราะแตงโมที่เขารับซื้อมาก่อนหน้านี้ ทำให้เขาได้ลิ้มรสความหวานแล้ว อีกอย่างปลาที่เขารับซื้อมาก็ขายดีมาก คงไม่ต้องคืนให้เย่เฟิง แถมยังต้องให้เย่เฟิงส่งของให้เขาอีก ดังนั้นการที่เขาช่วยเย่เฟิง ก็เท่ากับว่าเขาช่วยตัวเองด้วย
เจิ้งไคเฟิ่งพูดจริงทำจริง ไม่นานก็มีคนมาส่งลูกปลาให้เย่เฟิง แถมยังมีลูกกุ้งล็อบสเตอร์ด้วย นี่เป็ความ้าของเย่เฟิง
ปกติการเพาะเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์เป็เื่ยาก ถ้าเป็กุ้งเครย์ฟิชก็ยังพอไหว แต่ถ้าเป็กุ้งล็อบสเตอร์ ก็ไม่ใช่ว่าเพาะเลี้ยงไม่ได้ แต่มันไม่ใช่ฟาร์มปลาทั่วไปที่จะเพาะเลี้ยงได้ ต้องเป็ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดใหญ่และเป็มืออาชีพจริงๆ
แต่สำหรับเย่เฟิงแล้ว เื่พวกนี้เป็เื่เล็กน้อย
มีไข่มุกน้ำแข็ง คอยปล่อยพลังปราณออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่าว่าแต่กุ้งล็อบสเตอร์เลย ต่อให้เป็ฉลาม เขาก็เลี้ยงให้มันอ้วนพีได้
ทุกอย่างพร้อมแล้ว รอแค่แตงโมกับปลาโตเต็มที่
แต่ที่นาแตงโมของหลิวเหล่าซานกลับมีข่าวร้ายมา
เพราะต้นแตงโมที่เย่เฟิงเคยปลูกไว้ เหี่ยวเฉาตายหมด ไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว
“ว่าไงนะ ต้นแตงโมตายหมดเลยเหรอ?”
จ้าวต้าเฮยพอได้ยินข่าวร้ายก็แทบจะเป็ลม
“ใช่ พี่ใหญ่ รีบไปดูเถอะ” จ้าวเอ้อร์เฮยพูดอย่างร้อนใจ
“ฉันจะไปดู”
จ้าวต้าเฮยพาคนไปที่นาแตงโม
ก็เป็อย่างที่จ้าวเอ้อร์เฮยพูดจริงๆ ต้นแตงโมในไร่ตายหมด
“ทำไมถึงเป็แบบนี้? เอ้อร์เฮย ฉันให้แกดูแลที่นาแตงโม แกทำอะไรลงไป?” จ้าวต้าเฮยถามจ้าวเอ้อร์เฮยอย่างโมโห
“พี่ใหญ่ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย เชื่อผมเถอะ ถามโก๋วจื่อดูก็ได้ เขาเฝ้าดูอยู่ตลอด” จ้าวเอ้อร์เฮยรู้สึกน้อยใจ
จ้าวต้าเฮยมองไปที่โก๋วจื่อ
โก๋วจื่อพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว “พี่ต้าเฮย พี่เอ้อร์เฮยไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ต้นแตงโมมันค่อยๆ เหี่ยวเฉาลง เมื่อวานก็ยังดูดีๆ อยู่ แต่พอรุ่งเช้าวันนี้ก็ตายหมด”
“งั้นมีคนมาทำอะไรหรือเปล่า?” จ้าวต้าเฮยสงสัยเย่เฟิง
“พี่ต้าเฮย ไม่น่าจะใช่นะครับ ่นี้พวกเราผลัดกันเฝ้าอยู่ที่นี่ ไม่ให้ใครเข้าใกล้เลย” โก๋วจื่อพูด
“งั้นมันเกิดอะไรขึ้น?”
จ้าวต้าเฮยปล่อยจ้าวเอ้อร์เฮย มองดูที่นาแตงโมที่แห้งเหี่ยวตายหมดแล้ว สีหน้าก็บึ้งตึง
“พี่ใหญ่ ผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้เย่เฟิงเก็บแตงโมไปสองรอบแล้ว หรือว่าต้นแตงโมมันเก็บได้แค่สองรอบ?”
“ไม่น่าจะใช่นะ แต่อาจจะเป็ไปได้ ให้คนมาไถดินใหม่ แล้วปลูกใหม่”
“ครับ พี่ใหญ่”
่เวลาต่อมา จ้าวต้าเฮยก็เฝ้าดูที่นาแตงโม
กลางวันก็เฝ้า กลางคืนก็เปลี่ยนคนเฝ้า
ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว แต่กลับไม่มีอะไรงอกขึ้นมาเลย
จ้าวต้าเฮยดึงผมตัวเอง ดวงตาแดงก่ำ “ทำไมเป็แบบนี้? ไม่น่าจะใช่นะ หรือว่านี่เป็ที่ดินที่ทำอะไรไม่ได้?”
“พี่ใหญ่ แย่แล้ว…”
ตอนนั้นจ้าวเอ้อร์เฮยวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เย่…เย่เฟิง แตงโมของมันออกลูกแล้ว แถมเจิ้งไคเฟิ่งก็มารับซื้อแตงโมอีกแล้ว”
“อะไรนะ!”
จ้าวต้าเฮยแทบจะกระอักเื
เปลี่ยนที่ดินแล้วยังปลูกแตงโมได้อีก?
เป็ไปไม่ได้!
จ้าวต้าเฮยรีบพาคนไปดู
ก็จริงอย่างที่จ้าวเอ้อร์เฮยพูด ที่ดินบนเนินเขาด้านหลังครึกครื้นมาก มีชาวบ้านมามุงดูกันเต็มไปหมด
เย่เฟิงกับเจิ้งไคเฟิ่งกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคนของเจิ้งไค เฟิ่งกำลังเก็บเกี่ยวและขนส่งแตงโม
แตงโมแต่ละลูกก็ใหญ่มาก ไม่ต่างจากลูกก่อนหน้านี้
“เป็ไปได้ยังไง? แค่ครึ่งเดือนเอง มันมีแตงโมได้ยังไง?”
จ้าวต้าเฮยรู้สึกสับสนไปหมด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่ใหญ่ ผมว่ามันไม่ใช่เื่ของที่ดินหรอก ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินมาว่าเย่เฟิงมีวิธีการปลูกแตงโมแบบดั้งเดิมของตระกูล สามารถปลูกแตงโมคุณภาพดีได้ อาจจะเป็เื่จริงก็ได้”
จ้าวเอ้อร์เฮยพูดอย่างอิจฉา
“บัดซบ! ดูเหมือนจะเป็แบบนั้นจริงๆ”
เื่นี้จ้าวต้าเฮยเคยได้ยินมาบ้าง ตอนแรกเขาไม่เชื่อ แต่ตอนนี้เขาต้องเชื่อแล้ว เพราะเย่เฟิงเปลี่ยนที่ดินแล้วก็ยังปลูกแตงโมใหญ่ๆ แบบนั้นได้
นี่มันหมายความว่ายังไง? หมายความว่าเย่เฟิงมีความสามารถจริงๆ
“พี่ใหญ่ เราจะทำยังไงดี? ตอนนี้มันปลูกแตงโมได้แล้ว แตงโมของเราก็ขายไม่ออก แล้วยิ่งไปกว่านั้น พี่ใหญ่ยกที่ดินผืนใหญ่ขนาดนั้นให้มันไปแล้วด้วย…”
จ้าวเอ้อร์เฮยไม่พูดก็ไม่เท่าไหร่ พอพูดแล้วจ้าวต้าเฮยก็แทบจะกระอักเื
ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองเอาที่ดินบนเนินเขาหลังหมู่บ้านไปแลกกับที่ดินชั้นยอดมา แต่ใครจะไปรู้ว่ากลับเป็การช่วยเย่เฟิง เขาจะไม่โมโหได้ยังไง ตอนนี้เขาแทบจะคลั่งตายแล้ว
“อย่าเพิ่งรีบร้อน ให้ฉันคิดก่อน” จ้าวต้าเฮยจ้องเย่เฟิง กัดฟันกรอดๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่