บทที่ 24 : สับสังหาริญญาก่อกำเนิด มุ่งหน้าสู่ทะเลมหันตภัยนิรันดร์!
บรรยากาศในตรอกมืดด้านหลังหอสมบัติ์พลันเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องถูกเมฆดำเคลื่อนตัวมาบดบัง ราวกับ์เองก็ยังมิกล้าทอดพระเนตรมองโศกนาฏกรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น
เงาร่างในชุดดำนับสิบสายที่แผ่รังสีสังหารปิดล้อมทางหนีทีไล่ของกลุ่มตระกูลเยี่ยไว้อย่างมิดชิด ทว่าจุดศูนย์กลางของแรงกดดันทั้งหมด กลับมาจากบุรุษร่างกำยำในชุดดำที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แม้จะใช้ผ้าปิดบังใบหน้า ทว่ากลิ่นอายอันคุ้นเคยและพลังปราณระดับ 'ิญญาก่อกำเนิดขั้นกลาง' นั้น ไม่อาจหลอกลวงััของผู้ใดได้
"เหลยป้าเทียน! เ้าถึงกับกล้าลงมืออุกอาจกลางเมืองสุริยันจันทราเชียวรึ! หอสมบัติ์มีกฎเหล็กห้ามผู้ใดปล้นชิงสินค้าของแขกเกียรติยศ หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป ตระกูลเหลยของเ้าจะต้องถูกกวาดล้าง!"
เยี่ยหนานเทียน ผู้นำตระกูลเยี่ยตวาดก้อง ร่างกายของท่านแผ่พลังิญญาก่อกำเนิดขั้นต้นออกมาต้านทานแรงกดดันของอีกฝ่าย พร้อมกับก้าวออกมายืนขวางหน้าซูหลงอวิ๋นและบุตรสาวเอาไว้ ดาบิญญาสีเงินปรากฏขึ้นในมือของท่าน เปล่งประกายแสงพร้อมสู้ตาย
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เยี่ยหนานเทียน เ้ามันช่างโง่เขลาเสียจริง!"
เหลยป้าเทียนกระชากผ้าปิดหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่มีรอยแผลเป็ "ตราบใดที่พวกเ้าตายตกกันหมดในตรอกแห่งนี้ ย่อมไม่มีสุนัขตัวใดนำเื่ไปแพร่งพรายได้! มุกิญญาเหมันต์ และทรัพย์สมบัติทั้งหมดของไอ้เด็กบ้านนอกนี่ จะต้องตกเป็ของตระกูลเหลย! ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
"รับคำสั่ง!"
นักฆ่าชุดดำนับสิบคน ซึ่งล้วนเป็ยอดฝีมือขอบเขตแก่นแท้ทองคำของตระกูลเหลย พุ่งทะยานร่างเข้าหากลุ่มตระกูลเยี่ยประดุจฝูงหมาป่าหิวโซ อาวุธหลากชนิดที่เคลือบด้วยปราณสังหารสาดแสงวูบวาบในความมืด
"ปกป้องคุณหนูและท่านซู!" ผู้าุโสามและเหล่าผู้คุ้มกันตระกูลเยี่ยะโก้อง เตรียมเข้าปะทะ
ทว่า ท่ามกลางวิกฤตแห่งความเป็ความตายนั้นเอง...
"ถอยไป"
เสียงราบเรียบ เ็า และแฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน ดังกังวานขึ้นจากเื้ัของเยี่ยหนานเทียน
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินออกมาช้าๆ เขามิได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือขวาที่จับด้ามกระบี่กลืนเงาขยับเพียงเล็กน้อย ั์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง
"ท่านซู! มันเป็ถึงิญญาก่อกำเนิดขั้นกลาง ท่านอย่าได้วู่วาม..." เยี่ยหนานเทียนพยายามห้ามปราม แม้จะรู้ว่าซูหลงอวิ๋นแข็งแกร่ง ทว่าความต่างระหว่างสร้างรากฐานและิญญาก่อกำเนิดขั้นกลางนั้น กว้างใหญ่ประดุจฟ้ากับเหว!
"ตาแก่เยี่ยหนานเทียน เ้าถอยไปยืนดูเงียบๆ เถิด วันนี้ข้าจะให้เ้าได้เห็น ว่ามดปลวกที่แท้จริงนั้น... มีหน้าตาเป็เช่นไร"
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงเย็น เขากระแทกเท้าลงบนพื้นศิลาเบาๆ
วูบ!
'อาณาเขต' ที่มองไม่เห็นแผ่ขยายออกจากร่างของเด็กหนุ่มในชั่วพริบตา! มันมิใช่อาณาเขติญญาก่อกำเนิดธรรมดา ทว่ามันคือแรงกดดันจาก 'ทะเลลมปราณสีทองคำ' ที่หนักอึ้งประดุจขุนเขาแสนลูก ผสานเข้ากับ 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' ที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพียงหนึ่งในสิบส่วน!
กึก! กึก! กึก!
นักฆ่าขอบเขตแก่นแท้ทองคำนับสิบคนที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามา พลันหยุดชะงักงันกลางอากาศประดุจแมลงที่ถูกแช่แข็งในก้อนอำพัน! ร่างกายของพวกมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความหนาวเหน็บระดับแช่แข็งิญญาแทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจรและจุดตันเถียน
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ร่างกายข้าขยับไม่ได้!"
"หนาว... หนาวเหลือเกิน! พลังปราณของข้ากำลังถูกแช่แข็ง!"
นักฆ่าเ่าั้กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนที่เกล็ดน้ำแข็งสีดำจะลุกลามปกคลุมร่างของพวกมันอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ซูหลงอวิ๋นเดินผ่านร่างของพวกมันไปอย่างช้าๆ ร่างน้ำแข็งเ่าั้ก็แตกกระจายเป็เศษซากร่วงหล่นลงสู่พื้น ไร้ซึ่งหยดเื ไร้ซึ่งเสียงร้องใดๆ อีกต่อไป!
พริบตาเดียว! ยอดฝีมือแก่นแท้ทองคำนับสิบคน ตกตายโดยที่ซูหลงอวิ๋นยังมิได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ!
เยี่ยหนานเทียนและเยี่ยชิงอีเบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด ลมหายใจของพวกเขาสะดุดกึก ความแข็งแกร่งอันเป็ปริศนานี้ มันหลุดพ้นจากสามัญสำนึกของผู้ฝึกยุทธ์ไปไกลลิบแล้ว!
"วิชามารอันใดกัน!" เหลยป้าเทียนหน้าถอดสี ความประมาทในใจมลายหายไปจนสิ้น มันตระหนักได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามิใช่ผู้ฝึกยุทธ์สร้างรากฐานธรรมดา ทว่ามันถลำลึกเกินกว่าจะถอยกลับได้แล้ว!
"ไอ้เด็กนรก! อย่าคิดว่าสังหารลูกสมุนของข้าได้แล้วจะอวดดีต่อหน้าข้า! วันนี้ข้าจะสับเ้าให้เป็หมื่นชิ้น!"
เหลยป้าเทียนคำรามลั่นประดุจอสูรคลั่ง มันเปิดใช้ 'อาณาเขตอสนีบาตทำลายล้าง' อย่างเต็มรูปแบบ! ท้องฟ้าเหนือตรอกมืดพลันสว่างโรจน์ด้วยสายฟ้าสีม่วงขนาดั์นับร้อยสายที่ผ่าฟาดลงมาล้อมรอบตัวมัน กลิ่นอายิญญาก่อกำเนิดขั้นกลางกดทับลงมาจนพื้นศิลารอบด้านยุบตัวลงไปลึกนับฉื่อ!
ชิ้ง!
ดาบใหญ่ลวดลายอสนีบาต ศาสตราิญญาระดับปฐีขั้นสูง ปรากฏขึ้นในมือของเหลยป้าเทียน มันรวบรวมพลังสายฟ้าทั้งหมดไว้ที่ใบดาบ ก่อเกิดเป็พายุสายฟ้าที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
"ตายซะ! เพลงดาบอสนีบาตคลั่ง... กระบวนท่าสังหาร ทลาย์!"
เหลยป้าเทียนทะยานร่างพุ่งเข้าหาซูหลงอวิ๋นด้วยความเร็วปานแสง ดาบั์ที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างระดับสูงสุดฟาดฟันลงมาหมายจะผ่าร่างของเด็กหนุ่มให้เป็สองซีก!
เผชิญหน้ากับการโจมตีที่สามารถทำลายล้างเมืองได้ทั้งเมือง ซูหลงอวิ๋นกลับยืนเอามือไพล่หลังเพียงข้างเดียว เขางดงามและสงบนิ่งประดุจเทพเซียนที่มองดูการดิ้นรนของมนุษย์
"สายฟ้าของเ้า... มันช่างอ่อนแอและเชื่องช้าเสียจริง"
ั์ตาสีดำของซูหลงอวิ๋นเปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย 'เจตจำนงกระบี่า' ที่สถิตอยู่ในิญญาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น!
ชิ้งงงง!!!
กระบี่กลืนเงาถูกชักออกจากฝักดังกังวานก้องสะท้านฟ้า! ประกายแสงสีดำทมิฬที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดของหลุมดำและอำนาจแห่งการกลืนกินเอกภพ พุ่งทะยานออกจากใบกระบี่!
"เคล็ดกระบี่กลืนดาราทำลายล้างสิบทิศ... กระบวนท่าที่หนึ่ง... กลืนแสงดับดารา!"
ซูหลงอวิ๋นตวัดกระบี่ฟาดฟันสวนกลับขึ้นไป้า!
ไร้ซึ่งแสงสีตระการตา ไร้ซึ่งเสียงะเิกึกก้อง ทว่าเมื่อรังสีดาบสีดำทมิฬปะทะเข้ากับพายุสายฟ้าของเหลยป้าเทียน ปรากฏการณ์ที่ทำให้ิญญาต้องสั่นสะท้านก็บังเกิดขึ้น!
ซูมมมม!!!
พายุสายฟ้าสีม่วงที่เกรี้ยวกราดประดุจัคลั่ง กลับถูกรังสีดาบสีดำนั้น 'ดูดกลืน' เข้าไปอย่างเงียบเชียบ! สายฟ้านับร้อยสายถูกกระชากเข้าไปในหลุมดำที่ปลายกระบี่ของซูหลงอวิ๋น และสลายหายไปในความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย!
อาณาเขตอสนีบาตทำลายล้างที่เหลยป้าเทียนภาคภูมิใจ แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ประดุจกระจกบางที่ถูกค้อนเหล็กทุบ!
"ปะ... เป็ไปไม่ได้! อาณาเขตของข้า! พลังของข้า!"
เหลยป้าเทียนเบิกตากว้างด้วยความสยดสยองสุดขีด! ดาบใหญ่ในมือของมันหยุดชะงักงันกลางอากาศ พลังปราณแก่นแท้ที่มันทุ่มเทลงไปถูกดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้น!
"ขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นกลาง... ก็มีดีเพียงเท่านี้เองรึ? ช่างทำให้ข้าผิดหวังเสียจริง"
เสียงกระซิบมัจจุราชดังขึ้นที่ข้างหูของเหลยป้าเทียน!
ก่อนที่มันจะทันได้ตอบสนอง ร่างของซูหลงอวิ๋นก็เลือนหายไปจากจุดเดิม และมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของมันในระยะประชิด! ย่างก้าวเงามายาที่ผสานกับแิแห่งมิติ ทำให้เขาเคลื่อนที่ได้เร็วยิ่งกว่าสายฟ้า!
"กระบี่เดียว... ตัดิญญา"
ฉัวะ!!!
กระบี่กลืนเงาตวัดวาดเป็แนวโค้งสีดำสนิท!
รังสีดาบทมิฬตัดผ่านลำคอของเหลยป้าเทียนอย่างราบรื่นประดุจตัดเต้าหู้! ศีรษะของประมุขตระกูลเหลยหลุดลอยขึ้นสู่อากาศพร้อมกับดวงตาที่ยังคงเบิกค้างด้วยความไม่เชื่อ!
ทว่า สำหรับิญญาก่อกำเนิด การสูญเสียกายเนื้อยังมิใช่จุดจบ 'ทารกิญญา' ขนาดเท่ากำปั้นที่เปล่งแสงสีม่วง รีบพุ่งทะยานออกจากหน้าอกของซากศพ หมายจะฉีกมิติหลบหนีอย่างสุดชีวิต!
"ต่อหน้าข้า... เ้าคิดว่าิญญาของเ้าจะมีสิทธิ์หนีรอดไปได้งั้นรึ?"
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงเย็น เขายื่นมือซ้ายออกไปเบื้องหน้า เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ลุกพรึบขึ้น
"เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก... พันธนาการ!"
สายโซ่แห่งเพลิงิญญาพุ่งทะยานออกไป รัดพันทารกิญญาของเหลยป้าเทียนเอาไว้อย่างแ่า! ความหนาวเหน็บอันเป็นิรันดร์แช่แข็งิญญาของมันในพริบตา!
"อ๊ากกกก! ปล่อยข้า! ท่านซู! ข้ายอมแพ้แล้ว! ข้ายินดีมอบตระกูลเหลยทั้งหมดให้เป็ทาสรับใช้ของท่าน! ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!" ทารกิญญากรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมานสุดแสน
"ความมั่งคั่งของตระกูลสวะเยี่ยงเ้า ข้าหาได้สนใจไม่ สิ่งเดียวที่ข้า้าจากเ้า... คือความตาย"
กร๊อบ!!!
ซูหลงอวิ๋นออกแรงบีบมือซ้าย สายโซ่เพลิงิญญาหดรัดอย่างรุนแรง บดขยี้ทารกิญญาของประมุขตระกูลเหลยจนแหลกละเอียดเป็ละอองแสง! ิญญาแตกซ่าน ดับสูญไปจากวัฏสงสารอย่างสมบูรณ์แบบ!
ร่างไร้หัวของเหลยป้าเทียนร่วงหล่นลงกระแทกพื้น เืสีแดงฉานถูกกระบี่กลืนเงาสูบกลืนเข้าไปจนเหือดแห้ง ทิ้งไว้เพียงซากศพหนังหุ้มกระดูกที่ดูน่าสมเพชยิ่งนัก
ความเงียบสงัดระดับสุสานร้างเข้าครอบงำตรอกมืดอีกครั้ง
เยี่ยหนานเทียน เยี่ยชิงอี และเหล่าผู้คุ้มกันตระกูลเยี่ย ต่างยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวยจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น!
สร้างรากฐานขั้นต้น... สังหาริญญาก่อกำเนิดขั้นกลาง! ซ้ำยังเป็การสังหารที่ง่ายดายประดุจบี้มดปลวก ไร้ซึ่งความพยายาม ไร้ซึ่งการาเ็ใดๆ ทั้งสิ้น!
"ท่าน... ท่านซูหลงอวิ๋น... ท่าน..." เยี่ยหนานเทียนเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ความเคารพยำเกรงที่เคยมี บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวระดับฝังลึกเข้าไปในจิติญญา ชายหนุ่มผู้นี้ มิใช่มนุษย์ ทว่าคือเทพมัจจุราชที่จุติลงมาเดินดินอย่างแท้จริง!
ซูหลงอวิ๋นสะบัดกระบี่กลืนเงาเก็บเข้าฝักอย่างช้าๆ เขาเดินเข้าไปเก็บ 'แหวนมิติ' จากซากศพของเหลยป้าเทียนมาสวมไว้ที่นิ้วของตนเอง ทรัพย์สินของประมุขตระกูลใหญ่ย่อมมีมูลค่ามหาศาล นับเป็ของแถมที่คุ้มค่ายิ่งนัก
เขาหมุนตัวกลับมามองกลุ่มตระกูลเยี่ย รอยยิ้มบางๆ ที่ดูเ็าปรากฏบนใบหน้า
"ผู้นำตระกูลเยี่ย ตระกูลเหลยสูญเสียประมุขและยอดฝีมือระดับสูงไปจนหมดสิ้นแล้ว ขุมกำลังของพวกมันย่อมสั่นคลอน การจะกวาดล้างและกลืนกินทรัพย์สินของตระกูลเหลยในเมืองสุริยันจันทรา ย่อมเป็หน้าที่ของพวกท่านแล้ว ถือเสียว่านี่คือของขวัญตอบแทนที่พวกท่านให้ข้าโดยสารเรือเหาะมาด้วยก็แล้วกัน"
เยี่ยหนานเทียนเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นยินดี หากตระกูลเยี่ยสามารถกลืนกินตระกูลเหลยได้ พวกเขาจะก้าวขึ้นเป็ตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองสุริยันจันทราอย่างไม่มีใครกังขา!
"ขอบพระคุณท่านซูหลงอวิ๋น! พระคุณในครั้งนี้ ตระกูลเยี่ยจะจารึกไว้ในใจชั่วลูกชั่วหลาน!" เยี่ยหนานเทียนและเยี่ยชิงอีรีบคุกเข่าลงโขกศีรษะแสดงความเคารพอย่างสูงสุด
"ไม่จำเป็ต้องจดจำ เพราะพวกเราคงจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว"
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินผ่านพวกเขาไป สายตาของเขาทอดมองขึ้นไปยังท้องฟ้ายามราตรีที่บัดนี้เมฆดำเริ่มจางหาย เผยให้เห็นดวงดาวนับหมื่นแสนที่ส่องประกายระยิบระยับ
"ท่านซูหลงอวิ๋น... ท่านจะออกเดินทางแล้วหรือเ้าคะ?" เยี่ยชิงอีเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงอาวรณ์ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงเขา ย่อมไม่มีทางหยุดนิ่งอยู่ที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้
"มหาทวีปศูนย์กลางกว้างใหญ่ไพศาลนัก ข้ายังมีสถานที่ที่ต้องไปเยือนอีกมาก"
ซูหลงอวิ๋นล้วงเอา 'มุกิญญาเหมันต์' ออกมาจากอกเสื้อ ไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์ส่องประกายแสงสีฟ้าอ่อนท่ามกลางความมืด ไอเย็นะเืที่แผ่ออกมา ทำให้เขารู้สึกได้ถึงเสียงเรียกหาจากดินแดนอันห่างไกล
"เป้าหมายต่อไป... ทะเลมหันตภัยนิรันดร์"
สิ้นคำกล่าว ร่างในชุดคลุมสีขาวขลิบทองก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าประดุจดาวตก! กระบี่กลืนเงาขยายขนาดขึ้นรองรับฝ่าเท้าของเด็กหนุ่ม ทิ้งเส้นสายแสงสีดำทมิฬพาดผ่านขอบฟ้า มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ... ทิศทางที่เป็ที่ตั้งของเขตแดนต้องห้ามอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีป!
การปรากฏตัวของซูหลงอวิ๋นในเมืองสุริยันจันทรา เป็เพียงพายุลูกเล็กๆ ที่พัดผ่าน ทว่าชื่อเสียงและตำนานความโเี้ของเขา จะถูกเล่าขานในฐานะ 'เทพสังหารชุดขาว' ไปอีกนานแสนนาน
...
เจ็ดวันต่อมา ณ ขอบเขตทางตอนเหนือของมหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน
สภาพแวดล้อมรอบกายแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยเขียวขจีหายไป เหลือเพียงผืนดินสีแดงคล้ำที่แห้งแล้งแตกระแหง อากาศรอบด้านร้อนระอุจนทัศนวิสัยบิดเบี้ยว ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉานประดุจเืที่ถูกต้มจนเดือดพล่าน
ซูหลงอวิ๋นยืนอยู่บนยอดหน้าผาสูงชัน เบื้องล่างของเขา คือแอ่งกระทะขนาดั์ที่กว้างใหญ่ไพศาลจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ทว่าสิ่งที่เติมเต็มแอ่งกระทะนั้น มิใช่น้ำทะเล... แต่เป็ 'เปลวเพลิง'!
ทะเลเพลิงสีแดงอมส้มที่ลุกโชนและเดือดพล่านอย่างบ้าคลั่ง เกลียวคลื่นแห่งอัคคีซัดสาดกระแทกกันเสียงดังกัมปนาท ความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมา มากพอที่จะหลอมละลายยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดให้กลายเป็เถ้าถ่านได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป!
เหนือผืนทะเลเพลิงนั้น ปรากฏภาพลวงตาของสัตว์อสูราและิญญาร้ายที่ถูกแผดเผา กำลังส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง!
นี่คือเขตแดนต้องห้ามอันดับหนึ่ง... 'ทะเลมหันตภัยนิรันดร์'!
"สถานที่แห่งนี้... อัดแน่นไปด้วยสัจธรรมแห่งไฟที่บริสุทธิ์และบ้าคลั่งที่สุดในมหาทวีป"
ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาลง มองทะลุเปลวเพลิงลงไปลึกถึงแก่นกลาง สัญชาตญาณของเขาััได้ถึงกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่หลับใหลอยู่เบื้องล่าง "มิน่าเล่า 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' ถึงถูกผนึกไว้ที่นี่ สถานที่แห่งนี้คือเตาหลอมธรรมชาติที่คอยหล่อเลี้ยงมันมานับล้านปี!"
เขาล้วงเอามุกิญญาเหมันต์ออกมาถือไว้ในมือซ้าย ทันทีที่ไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ัักับไอความร้อนของทะเลมหันตภัย มันก็เปล่งแสงสีฟ้าสว่างวาบ ก่อเกิดเป็ปราการน้ำแข็งรูปครึ่งวงกลม ครอบคลุมร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้อย่างมิดชิด ความหนาวเหน็บจากมุกิญญาเข้าปะทะกับความร้อนรอบด้าน สร้างสมดุลที่ทำให้เขาสามารถยืนอยู่ได้โดยไม่ถูกแผดเผา
ทว่า ซูหลงอวิ๋นมิได้พึ่งพาเพียงสมบัติวิเศษ เขาเปิดจุดตันเถียน ปลดปล่อย 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' ออกมาผสานกับม่านพลังของมุกิญญาเหมันต์ เพิ่มความแข็งแกร่งของปราการน้ำแข็งขึ้นไปอีกนับสิบเท่า!
"เพลิงิญญาธาตุ์... ข้ามารับเ้าแล้ว!"
ัหนุ่มผู้เย่อหยิ่งท้าทาย์ กระโจนร่างดิ่งลงจากยอดหน้าผา พุ่งหลาวเข้าสู่ใจกลางของทะเลมหันตภัยนิรันดร์อย่างไร้ความหวาดหวั่น!
ตูมมม!!!
เปลวเพลิงสีแดงฉานแหวกออกต้อนรับผู้มาเยือน ก่อนจะกลืนกินร่างของเขาให้หายลับไปในความลึกอันไร้ที่สิ้นสุด