การมาของหมิงเย่ไม่ใช่สิ่งที่ไป๋ฉีแปลกใจเท่าไรนัก เพราะเขาพาหมิงหรงไปผจญภัยอยู่ตั้งหลายต่อหลายวัน พอเธอรู้ข่าวแล้วจะเป็นห่วงลูกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
"เทพสงครามไป๋ฉีกล้าดียังไงถึงพาลูกสาวของฉันมาที่นี่"หมิงเย่ตะโกนออกไปด้วยความโกรธที่มีมากล้น ตอนนี้เธอเหลือลูกสาวอยู่คนเดียวจึงไม่อยากให้เด็กคนนี้มาเผชิญกับอันตราย
ไป๋ฉีทำท่าทางสบายๆแล้วกล่าวตอบออกไปว่า "ผมเป็นอาจารย์ของหมิงหรง ดังนั้นผมจะสอนเธอในแบบของผม ถ้าคุณไม่พอใจก็เกลี้ยกล่อมหมิงหรงกลับบ้านเลยก็ได้ แล้วสถานะศิษย์อาจารย์ของผมและหมิงหรงก็จะเป็นอันสิ้นสุด"
"นี่!"
"แม่ หนูไม่เป็นอะไร ดูสิอาจารย์สร้างชุดเกราะระดับตำนานให้หนูแล้ว แถมอาจารย์ก็เก่งมาก อบิสระดับเทพสงครามแทบจะไม่ได้เข้าใกล้หนูด้วยซ้ำ หนูขอร้องนะคะให้หนูอยู่ต่อเถอะนะ"หมิงหรงกล่าวอ้อนวอน เธออุตส่าเป็นศิษย์ของคนที่เก่งขนาดนี้ได้แล้ว จะยอมให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
แถมก็ต้องยอมรับว่าการไปบุกเบิกกับไป๋ฉีนั้น เธอได้ทั้งประสบการณ์และอะไรหลายๆอย่างมากมายจริงๆ จะมีสักกี่คนกันที่มอบสิ่งเหล่านี้ให้กับเธอได้กัน
"เห้อ ก็ได้ๆ แล้วก็คุณ ไป๋ฉี! ดูแลลูกสาวฉันให้ดีๆด้วย ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมาอย่างหวังว่าฉันจะยอมจบง่ายๆ"หมิงเย่กล่าวออกมาอย่างเคืองๆก่อนจะบินออกจากเครื่องบินรบของไป๋ฉีไป
ชายหนุ่มยกยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ "องค์กรผู้คุมกฏใต้ดินนี่ช่างยิ่งใหญ่ซะจริง ถึงกับมีระดับจ้าวพิภพมาคุ้มกัน มายืนบนหัวกันแบบนี้มันก็ไม่ดีเท่าไรมั้งท่านผู้พิทักษ์"
เสียงของไป๋ฉีนั้นแม้จะไม่ดังมากแต่ก็ทำให้หมิงเย่ที่กำลังบินออกไปชะงักค้าง เบื้องบนท้องฟ้าเหนือเครื่องบินรบชายในชุดคลุมสีขาวถึงกับขมวดคิ้วตึงเครียดอย่างช่วยไม่ได้
"เจ้าเด็กนั่น สัมผัสถึงตัวตนของฉันได้งั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไรกัน"เขาอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ต้องบอกก่อนว่าแม้ระดับจ้าวพิภพด้วยกันก็ยังมีน้อยคนนักที่จะสังเกตุเห็นเขาในตอนที่ตั้งใจหลบซ่อนอย่างจริงจังเช่นนี้
ในเวลาต่อมาชายในชุดคลุมสีขาวจึงได้ตัดสินใจบินเข้ามาในยานและแตะไหล่ภรรยาสาวของตัวเองอย่างเบาๆ ก่อนที่ตัวเขาจะเปิดถอดผ้าคลุมสีขาวออก ทำให้เห็นใบหน้าที่ไม่รู้จะใช้คำว่าหล่อเหลาหรืองดงามดี เส้นผมสีดำทมิฬถูกมัดรวบเอาไว้ด้านหลัง ร่างกายของเขานับได้ว่าสมบูรณ์แบบอย่างหาที่ติไม่ได้
ซึ่งเมื่อไป๋ฉีพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็นิยามออกมาได้เพียงหนึ่งประโยคเท่านั้น 'นี่มันคุณชายเจ้าสำราญชัดๆ'
"คุณพ่อ!"
หมิงหรงวิ่งเข้าไปกอดชายหนุ่มเบื้องหน้าน้ำเสียงเต็มไปด้วยความร่าเริงแจ่มใส ทางฝั่งของภรรยาทั้งห้าคนของไป๋ฉีเอามือป้องปากด้วยความตกใจ พวกเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าพ่อของหมิงหรงจะเป็นถึงระดับจ้าวพิภพเช่นนี้
"หรงหรงตัวน้อย เดี๋ยวพ่อจะมาคุยด้วยนะ ตอนนี้ขอพ่อคุยกับอาจารย์ของลูกก่อน"ชายหนุ่มกล่าว หมิงหรงพยักหน้าตอบรับและกลับไปนั่งยังเก้าอี้ของตนเองโดยไม่รอช้า
ตอนนี้ไป๋ฉียืนประจันหน้ากับพ่อของหมิงหรงโดยมิได้หวั่นเกรงต่อระดับจ้าวพิภพของอีกฝ่าย เพราะถ้าหากเขาปลดปล่อยพลังจริงๆออกมาก็คงเอาชนะชายเบื้องหน้าได้ไม่ยากเท่าไรนัก
"ขอโทษที่ยืนบนหัวเมื่อครู่นะ ฉันชื่อกู่เย่เฉิน เป็นพ่อของหมิงหรงและเป็นสามีของหมิงเย่ หวังว่าเราจะเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้"
"แซ่กู่ นี่คือเป็นแซ่ของท่านประธานใหญ่ของ เดอะ เลเจนด์ ไม่ใช่หรือ"เมื่อได้ยินชื่อของชายเบื้องหน้า โนอาที่โตที่สุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ
กูเย่เฉินหันไปมองภรรยาคนโตของไป๋ฉีและยิ้มเจื่อนๆให้ "ใช่ ประธานกู่เย่หยางคือพ่อของฉันเองแหละ หวังว่าพวกเธอจะช่วยเก็บตัวตนของฉันเป็นความลับนะ เพราะตัวตนของฉันมันละเอียดอ่อนเกินไป"
ไป๋ฉีส่ายหัวราวกับไม่สนใจเรื่องพวกนี้ "เรื่องของคุณผมไม่ขอยุ่งก็แล้วกันครับ ที่ทั้งสองคนมาก็เพราะเรื่องหมิงหรงใช่ไหม บอกไว้ก่อนนะแม้ระดับจ้าวพิภพแบบคุณจะมาเองผมก็จะไม่เปลี่ยนวิธีการสอนของผมโดยเด็ดขาด"
"ฮ่าๆๆไม่หรอกๆ เธอจะสอนอะไรหรงหรงก็เรื่องของเธอฉันไม่ก้าวก่าย ฉันก็แค่อยากมาดูพัฒนาการของลูกสาวเท่านั้นเอง"กู่เย่เฉินกล่าว
ถ้าหากหมิงเย่เป็นแม่ที่มักจะเป็นห่วงลูกตลอดเวลา ตัวของกู่เย่เฉินก็น่าจะเป็นพ่อที่ชอบปล่อยให้ลูกเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆด้วยตนเองอะไรทำนองนั้น
"อืม ถ้าแบบนั้นค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย นี่ก็เลยเวลาอาหารมานานแล้ว ทั้งสองคนทานข้าวด้วยกันที่นี่เลยก็ได้นะครับ"ไป๋ฉีกล่าวเชิญอย่างเป็นมิตร ในเมื่ออีกฝ่ายมาดีการผูกไมตรีเอาไว้ก็ไม่เสียหาย
ทั้งกู่เย่เฉินและหมิงเย่มองหน้ากันไปมาและกำลังที่จะกล่าวปฏิเสธออกไป ทว่าในตอนนั้นเองหมิงหรงก็ดึงทั้งสองคนไปร่วมโต๊ะอาหารให้ทันที เพราะเธอเองก็ไม่ได้กินข้าวพร้อมกับพ่อและแม่นานแล้ว เลยอยากจะใช้โอกาสนี้ในการกินข้าวด้วยกันไปซะเลย
ในเวลาต่อมาภรรยาของไป๋ฉีก็ยกอาหารออกมาหลายต่อหลายเมนูด้วยกัน หมิงหรงที่เห็นเช่นนั้นดวงตาก็พลันเป็นประกายในทันทีก่อนที่จะตักขึ้นมาชิมเสียเล็กน้อย
"ว้าวว สุดยอดเลยค่ะ รสชาติเหมือนที่คุณน้าทั้งสามคนทำให้กินที่บ้านเลยค่ะ อร่อยสุดๆ"หมิงหรงกล่าวชมเชยหลังจากที่ชิมไป ทำให้ภรรยาสาวของไป๋ฉีอย่างจางจิวลี่และโรสที่เป็นคำทำอาหารยกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
"อืม อร่ายจริงๆ ว่าแต่คุณน้าที่หนูพูดถึงคือใครหรือ ว่างๆแม่อาจจะไปเรียนทำอาหารด้วยเสียหน่อย พ่อของลูกจะได้เลิกบ่นสักทีเวลาแม่ทำอาหารให้กิน"หมิงเย่กล่าวถามลูกสาวแล้วยังไม่วายจิกกัดสามีที่อยู่ข้างๆ
หมิงหรงยิ้มร่า "คุณน้าทั้งสามคนที่หนูพูดถึงก็คือคุณแม่ของอาจารย์ไงค่ะ ทั้งสามคนนอกจากจะทำอาหารเก่งแล้วยังใจดีมากๆอีกด้วย ถ้าคุณแม่ได้เจอกับพวกเธอล่ะก็ต้องชอบพวกเธออย่างแน่นอน"