ภายในเรือน
หลินซีค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง แล้วเริ่มลองจับชีพจรตัวเอง
ตามเนื้อเื่ เ้าของร่างเดิมป่วยหนักจากความหวาดกลัวและไม่เคยหายขาด ทิ้งอาการแทรกซ้อนรุนแรงไว้มากมาย แต่ในเมื่อร่างนี้กลายมาเป็ของเธอแล้ว อย่างไรก็ต้องรักษาให้หายดีเสียก่อน
โชคดีที่เธอเป็ทายาทของตระกูลแพทย์แผนโบราณ มีวิชาแพทย์ลึกล้ำราวกับเทพเซียน เื่เจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่เมื่อจับชีพจรเสร็จ หลินซีก็ต้องขมวดคิ้วแน่น
สภาพร่างกายนี้ย่ำแย่เกินไปแล้ว!
ร่างกายอ่อนแอ ธาตุเย็นเรื้อรัง ทั้งยังขาดสารอาหารและมีโรคเก่าสะสมไว้อีกมากมาย ยิ่งแช่อยู่ในแม่น้ำเย็น ๆ นานอาการยิ่งทรุดหนักลง
มิน่าเล่า เธอถึงได้รู้สึกเวียนหัว ตาลาย และอ่อนแรงจนแทบลุกไม่ไหวเช่นนี้
หลินซีฝืนเอื้อมมือไปหยิบถ้วยยาขึ้นมาดม กลิ่นสมุนไพรลอยฟุ้ง นี่เป็เพียงยาขับไล่ความเย็นสูตรธรรมดา อ่อนโยนต่อร่างกาย เหมาะกับเธอในตอนนี้พอดี
เธอจึงรีบดื่มจนหมดถ้วย ก่อนจะเอนกายนอนลงด้วยความอ่อนล้า
ในเมื่อร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนี้ ภายใน่สั้น ๆ เธอคงไม่อาจเดินทางออกไปจากที่นี่เองได้
ดูท่าเสิ่นเฉินจะเกลียดชังเ้าของร่างเดิมจนเข้ากระดูกดำ เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาเขาคงไล่เธอออกจากบ้านและหย่าขาดจากกันแน่ ๆ
แต่จะมีวิธีไหนกันนะ ที่จะทำให้เสิ่นเฉินยอมให้เธอพักรักษาตัวที่นี่ไปอีกสักระยะ?
หลินซีถอนหายใจแ่เบาแล้วหลับตาลง
แต่ยังพักได้ไม่นาน เสียงอึกทึกจากด้านนอกก็พลันดังขึ้น เสียงนั้นใกล้มากราวกับมีใครบางคนเข้ามาโวยวายในลานบ้าน
หลินซีรีบหันมองไปทางประตู เงี่ยหูฟังเสียงของเสิ่นเฉิน ‘อืม…ดูเหมือนจะไม่อยู่
…แล้วใครกันที่มา? หรือว่าจะเป็โจร?’
หัวใจหลินซีพลันเต้นเร็วขึ้น กัดฟันฝืนลุกจากเตียง เหลือบเห็นท่อนไม้ในมุมห้องจึงรีบคว้ามาติดมือไว้ เดินโซซัดโซเซไปยังประตู แล้วแง้มออกเล็กน้อยเพื่อมองดูสถานการณ์ด้านนอก
กลางลานบ้านไม่ใหญ่ไม่เล็กนัก มีกำแพงสูงประมาณสามฉื่อ เธอเห็นประตูรั้วเปิดอยู่ เด็กสองคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในลานบ้าน ด้านหลังมีบุรุษร่างค่อมหลังงอ วิ่งไล่ตามมาติด ๆ
ชายผู้นั้นมีใบหน้าปรุเต็มไปด้วยแผลเป็ ท่าทางดุร้ายน่ากลัว เขาะโเสียงแหบแห้ง “หยุดเดี๋ยวนี้นะ! นังโง่หลินซีมันขายพวกเ้าให้ข้า รับเงินไปเรียบร้อยแล้ว พวกเ้าก็ต้องไปกับข้าวันนี้!”
หัวใจของหลินซีหล่นวูบด้วยความใ
เด็กสองคนนี้ คนหนึ่งเป็ชายอีกคนเป็หญิง อายุประมาณสามถึงสี่ขวบ สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ ไม่พอดีตัว จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เมื่อดูให้ชัด นี่คือซานเป่า (ลูกคนที่สาม) และซื่อเป่า (ลูกคนที่สี่)!
ส่วนชายวัยกลางคนผู้นั้นคือเฒ่าไร้ยางอายที่มีฉายาว่า ‘หวังหน้าปรุ’ จากหมู่บ้านทางทิศตะวันตก คนที่เ้าของร่างเดิมเคยไปติดต่อไว้
แย่แล้ว! เ้าของร่างเดิมรับเงินของหวังหน้าปรุไว้จริง ๆ
ตอนนั้น เสิ่นเฉินเพียงบังเอิญไปเจอซื่อเป่าที่กำลังถูกพาไปขายระหว่างทางเท่านั้น เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน เ้าของร่างเดิมใกลัวจนหนีไปทันที หลังจากถูกพากลับมาก็ป่วยไม่ได้สติ เสิ่นเฉินจึงไม่มีทางรู้เลยว่านางได้แอบรับเงินมาไว้แล้ว
หากเื่นี้ถึงหูเสิ่นเฉิน เธอยิ่งจบเห่หนักกว่าเดิมแน่!
ด้านนอก ซานเป่าและซื่อเป่าหน้าซีดเผือดเพราะความกลัว เมื่อวิ่งเข้ามาในลานบ้านก็ร้องเรียกแต่ท่านพ่อ ทว่าทั่วทั้งลานกลับเงียบสงัดไร้ผู้คน
ซื่อเป่าสะดุดขาตัวเองล้มลงกับพื้น—-
ซานเป่าใ รีบเข้าไปประคองน้องสาวลุกขึ้นทันที—-
ในจังหวะนั้นเอง หวังหน้าปรุก็ถีบประตูรั้วเข้ามา “วิ่งหนีไปก็เปล่าประโยชน์! เมื่อครู่ตอนข้ามา เห็นพ่อพวกเ้าเข้าป่าไปแล้ว ครอบครัวเ้ารับเงินแล้วคิดจะกลับคำ ก็อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานีเลย วันนี้ข้าจะมาลากตัวพวกเ้าถึงที่!”
ซานเป่าและซื่อเป่าได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น เด็กน้อยทั้งสองกอดกันกลม น่าสงสารจับใจ
โดยเฉพาะซื่อเป่า เด็กหญิงหวาดกลัวหวังหน้าปรุจนฝังใจไปแล้ว ยามนี้เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาอันชั่วร้ายของเขา น้ำตาก็ไหลร่วงลงมาไม่ขาดสาย ร่างเล็ก ๆ สั่นสะท้านอย่างน่าเวทนา
ซานเป่าเองก็กลัวแต่ต้องทำใจกล้า ยืนกางแขนสั่นเทาอยู่ด้านหน้าซื่อเป่า พยายามเปล่งเสียงอย่างยากลำบาก “เ้า...คนชั่ว! อย่า...อย่าเข้ามาแตะต้องซื่อเป่านะ!”
หวังหน้าปรุแค่นเสียงดูถูกเหยียดหยาม แล้วก้าวพรวดเข้ามา
ในสายตาของเขา เด็กทั้งสองอ่อนแอไร้กำลังจนน่าหัวเราะ ไม่มีทางขัดขืนหรือต่อต้านเขาได้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้น ก็มีเสียงดัง *ปัง!* ประตูเรือนถูกเปิดออกอย่างแรง
หวังหน้าปรุหันขวับไปมองตามเสียง เห็นหลินซียืนจังก้าอยู่ตรงนั้น
เดิมทีเขาสะดุ้งสุดตัว ใที่มีคนอยู่ข้างใน แต่เมื่อเห็นชัดว่าเป็หลินซีที่ใบหน้าซีดเซียวก็แสยะยิ้มเย็นเยียบ “นังตัวร้าย! ยังมีหน้ามาให้ข้าเห็นอีกหรือ? เ้ารับเงินข้าไปแล้วแต่กลับไม่ส่งของ คิดจะหลอกข้าอย่างนั้นรึ?!”
แสงแห่งความหวังที่เพิ่งจุดประกายขึ้นในแววตาของซานเป่าและซื่อเป่าดับวูบลงทันที เด็กน้อยทั้งสองกอดกันแน่นอย่างสิ้นหวัง
ในสายตาของพวกเขา หลินซีคือคนเลวร้ายที่เป็พวกเดียวกับหวังหน้าปรุ
หลินซีแอบหยิกต้นขาตัวเองแรง ๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะเค้นเสียงตอบโต้ “หวังหน้าปรุ! รีบไสหัวไปเสียตอนนี้ ตอนที่สามีข้ายังไม่กลับมา ไม่อย่างนั้นเ้าตายแน่!”
หวังหน้าปรุได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง อันที่จริงเขาเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว
ในละแวกหมู่บ้านใกล้เคียง ใครบ้างจะไม่รู้ว่าเสิ่นเฉินนั้นไม่ใช่คนที่จะหาเื่ได้ง่าย ๆ เขาคงเสียสติไปแล้วจริง ๆ ที่กล้ามาก่อเื่ถึงบ้านคนน่ากลัวอย่างนั้น
แต่เพราะรู้สึกว่าถูกหลินซีหลอกลวงจึงเจ็บใจหนัก เมื่อเห็นซานเป่ากับซื่อเป่าวิ่งมาตามทาง ความโกรธจึงพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจจนตามมาอย่างไม่ทันยั้งคิด
หวังหน้าปรุถูมือไปมา ก่อนกล่าวอย่างอาฆาต “นับว่าเ้ายังมีหัวคิดอยู่บ้าง! เด็กสองคนนี้ ข้าจะเอาไปทั้งคู่ หากเ้ายังกล้าบอกเสิ่นเฉินเื่นี้ ข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!”
เขากล่าวพลางย่างเข้าหาเด็กน้อยทั้งสอง
ร่างเล็ก ๆ ของซานเป่าและซื่อเป่าสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม เพราะไร้ทางหนี
พริบตานั้นซานเป่าตัดสินใจเด็ดขาด รวบรวมความกล้าหมายจะโถมเข้าไปใช้กำลังทั้งหมดกอดรั้งคนชั่วตรงหน้าไว้ เพื่อให้น้องสาวได้อาศัยจังหวะนั้นหนีไป
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัว ก็ได้ยินเสียงหลินซีะโหนักแน่น “ฝันไปเถอะ! นี่คือลูกชายและลูกสาวของข้า เ้าอย่าคิดจะพาพวกเขาไปเด็ดขาด!”
ซานเป่าชะงักค้าง มองหลินซีด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่านางจะพูดคำนี้ออกมา
หวังหน้าปรุเองก็ชะงักไปเช่นกัน ก่อนจะแค่นเสียงเหยียดหยามเ็า “น่าขัน! เพิ่งจะมานึกเสียใจรึ? อย่าลืมว่าเ้ารับเงินข้าไปแล้วนะ! คิดจะกลับคำ มันง่ายไปหน่อยกระมัง!”
สิ้นเสียงเขา สิ่งของบางอย่างก็ลอยหวือผ่านอากาศมา
หวังหน้าปรุรีบคว้าไว้…ถุงผ้าใบเล็กที่เขาคุ้นเคย…นี่คือเงินที่เขาให้หลินซีไปก่อนหน้านี้ ลองชั่งน้ำหนักด้วยมือ ก็พบว่าไม่ขาดไม่เกินแม้แต่นิดเดียว
“เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
เหตุที่หลินซีไม่ออกมาทันทีเมื่อครู่ เพราะนางกำลังค้นเอาเงินมาคืนนั่นเอง
หญิงสาวเดินโซเซออกมายืนหน้าประตู มองหวังหน้าปรุพลางกล่าวเสียงแข็ง “ข้าคืนเงินให้เ้าแล้ว ข้าเปลี่ยนใจ จะอยู่กับสามีและลูก ๆ ของข้าอย่างสงบสุข หากเ้ายอมจากไปเสียตอนนี้ พวกเรายังพอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ หาไม่…ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”
สีหน้าของหวังหน้าปรุดำทะมึนเหมือนเมฆฝน “นังตัวร้าย! คิดจะเล่นตลกกับข้ารึ? เื่นี้จะให้จบง่าย ๆ แบบนี้ไม่มีทาง! เด็กสองคนนี้วันนี้ข้าต้องเอาไปให้ได้!”
จบคำ เขาก็กระโจนเข้าหาซานเป่าและซื่อเป่าทันที!
ซื่อเป่าใตัวสั่นงันงก กรีดร้อง ก้าวถอยหลัง แล้วย่อตัวลงนั่งกอดศีรษะตัวเองอย่างสิ้นหวัง
ซานเป่ารีบโผเข้าบังน้องสาวไว้ หลับตาปี๋ด้วยความกลัวสุดขีด
ทว่ายังไม่ทันที่หวังหน้าปรุจะได้ลงมือ เสียงร้องอย่างเ็ปของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน
ปรากฏว่าหลินซีถือท่อนไม้ฟาดใส่ร่างค่อม ๆ ไม่ยั้งด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี!
หวังหน้าปรุไม่ทันตั้งตัว โดนฟาดจนต้องกุมหัวร้องโอดโอย วิ่งหลบหัวซุกหัวซุน เจ็บแสบไปทั้งร่าง
หลินซีเองที่เดิมก็ป่วยอยู่แล้ว ไม่นานก็หมดแรง หอบหายใจถี่กระชั้น ตัวโซเซไปด้านหน้าเล็กน้อย แต่ก็ยังยืนขวางหน้าเด็ก ๆ ไว้อย่างไม่ยอมถอย นางะโสุดเสียง “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย! เร็วเข้า!”
หวังหน้าปรุทั้งเจ็บทั้งอายจนโกรธจัด เงื้อหมัดขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว “นังตัวร้าย วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เ้าหลาบจำ!”
หลินซีรีบหยิกต้นขาตัวเองแรง ๆ เพื่อคงสติไว้ พร้อมฝืนความอ่อนล้ายกท่อนไม้ขึ้นมาเตรียมรับมืออีกครั้ง
ครั้งนี้หวังหน้าปรุมีประสบการณ์แล้ว จึงไม่กลัวแม้แต่น้อย ยื่นมือออกมาหมายจะแย่งท่อนไม้ไปจากมือนาง
บรรยากาศตึงเครียดจนถึงขีดสุด!
ทว่าในยามคับขันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากนอกรั้ว พร้อมเสียงตะคอกอันดุดัน
“หวังหน้าปรุ! หยุดมือเดี๋ยวนี้!”
.
.
.