ตอนที่8ลานยุทธ์
ตระกูลพยัคฆ์เหินเป็หนึ่งในห้าตระกูลหลักของดาวกันย์กิจการหลักของตระกูลก็คือการผลิตยาและอาหารเสริม ยาปรับเปลี่ยนร่างกายยาเพิ่มพลังปราณ ยาเสริมกล้ามเนื้อหรืออาหารเสริมพวกเพิ่มพลังในการต่อสู้ต่างก็มาจากตระกูลพยัคฆ์เหินเกือบทั้งหมดไม่แปลกใจเลยที่ลูกหลานบ้านหลักมีร่างกายที่แข็งแกร่งกันมากกว่าตระกูลสายรองอาจจะมีบางคนที่เป็ข้อยกเว้นและมีร่างกายที่อ่อนแออย่างเช่นลุงกลด
ปู่ใหญ่ที่เป็พี่ชายของปู่แท้ๆของก๊อตเป็ผู้นำตระกูลรุ่นที่4 มีลูกห้าคนคนแรกคือลุงกร เป็ผู้บัญชาของเหล่านักสำรวจของดาวกันย์ ลูกคนที่สองเป็ผู้หญิงเธอเป็คนที่มีพร์อย่างมากเทียบเท่ากับกรได้แต่นิสัยของเธอเป็พวกไม่สนใจกฎระเบียบเธอได้ตัดสินใจออกจากตระกูลหลักและไปสร้างตระกูลใหม่กับสามี ได้ข่าวว่าเธอมีลูกสองคนและยังเป็รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นทั้งสองคนอีกด้วยลูกคนที่สามก็เป็ผู้หญิงเธอแต่งงานกับลูกชายของหัวหน้าตระกูลอาชา์มีลูกด้วยกันสองคนชายหญิงลูกชายคนที่สี่คือลุงกฤษณ์และลูกชายคนที่ห้าคือลุงกลด ทั้งสองทำงานให้กับบ้านใหญ่
“ตระกูลพยัคฆ์เหินช่างเป็สถานที่ซ่อนพยัคฆ์ซ่อนัที่แท้จริงรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นช่างมากนัก”
“ใช่นอกจากคุณชายใหญ่กับคุณหนูรองแล้วยังมีคุณหนูสามอีกผมได้ข่าวว่าการสอบผู้ตรวจตราที่จะถึงนี้คุณหนูสามจะเข้าร่วมด้วย”
“ใช่หรอถ้าหากใช่จริงๆผมคงไม่พลาดที่จะไปดูการสอบครั้งนี้แน่”
“นอกจากคนตระกูลพยัคฆ์เหินแล้วยังมีคนดังอีกมากมายอย่างเช่นคุณชายสี่ของตระกูลสิงเวหาและคุณชายเล็กตระกูลมัจฉาวายุอีกนับว่าเป็การรวมตัวของเหล่าอัจฉริยะรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้”
“คุณว่าใครจะได้เป็ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดของปีนี้”
“ปีที่แล้วคุณชายใหญ่ของตระกูลอาชา์เป็ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดปีนี้ผมว่าคุณหนูสามของตระกูลพยัคฆ์เหินนี่แหละ”
“มันก็อาจจะใช่ และก็อาจจะไม่ใช่”
“เพราะอะไร?”
“คุณยังไม่ทราบข่าวน่ะซิปีนี้คุณชายบ้านสายรองของตระกูลพยัคฆ์เหินผู้ที่เคยถูกกล่าวขานว่าเป็อัจฉริยะผู้นั้นหลังจากป่วยไปสามปีเขาว่ากันว่าปีนี้เขาหายดีแล้ว และไม่แน่ว่าอาจจะเข้าร่วมด้วยผมไม่รู้หรอกนะว่าเขาจะยังเป็เหมือนเดิมไหม แต่ถ้าเขาลงไปก็มีสิทธิ์ชนะอยู่นะ”
“พวกคุณจะไปรู้อะไรคุณชายคนนั้นหมดหวังแล้วล่ะหลังจากประสบอุบัติเหตุในคราวนั้นพลังของเขาก็สลายไปหมดสิ้นสติเลอะเลือนกลายเป็คนปัญญาอ่อนถึงจะโชคดีหายเป็ปกติแต่คงไม่สามารถฟื้นคืนพลังกลับมาได้ในเร็ววันนี้แน่”
แขกภายในงานพากันพูดคุยกันสนุกปากโดยไม่สนเลยว่าคนที่พวกเขากำลังนินทายืนอยู่ข้างหลังของตนเอง
“พวกคุณคงไม่ได้ตกข่าวหรอกนะ เมื่อประมาณสองเดือนที่แล้วมีนักสู้มอปลายผู้ลึกลับคนหนึ่งสามารถจัดการกับเอเลี่ยนระดับนักฆ่าได้โดยที่ยังไม่ได้รับปราณเทียมเลยถึงแม้พวกเขาไม่ได้เปิดเผยรูปร่างหน้าตาของเขา แต่ข่าวเป็ความจริงและยังมีข่าวลือว่าเขาจะเข้าสอบด้วย บางทีม้ามืดคนนี้อาจจะคว้าชัยไปครอง”
ชายอีกคนแทรกร่างเบียดก๊อตเข้ามากล่าวขึ้นกับพวกนั้นอย่างสนุกปาก
“เอเลี่ยนระดับนักฆ่าเลยหรอเด็กมอปลายธรรมดาที่ไม่ได้รับปราณเทียมเนี่ยนะ”
“ใช่”
“ผมว่าขนาดคุณหนูตระกูลใหญ่ๆก็คงไม่สามารถทำได้กระมัง เด็กคนนั้นเป็ใครกันช่างน่าสนใจ”
ก๊อตได้แต่ส่ายหัวไปมาก่อนจะเดินปลีกตัวออกมาอีกมุมหนึ่งเพื่อหาอะไรกิน
“แหม่ๆ นึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็อัจฉริยะบ้านรองนี่เอง”
อยู่ๆเสียงเย้ยหยันของหญิงสาวก็ดังมาจากข้างหลังของเขาเมื่อเขาหันไปก็เจอกับคิตตี้ เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายเธอมีท่าทีตะลึงเล็กน้อยเมื่อสี่ปีก่อนก๊อตยังเด็กมีใบหน้าที่คล้ายเด็กผู้หญิง แต่ตอนนี้เขาอายุ16ปีร่างกายโตขึ้นใบหน้าก็เปลี่ยนไปจากเด็กน่ารักกลายเป็หนุ่มน้อยเ้าเสน่ห์ถึงไม่ได้ถึงขั้นหล่อเหลาเหมือนซูเปอร์สตาร์ แต่เขาก็นับว่าดูดีคนหนึ่งเป็ธรรมดาที่ฝ่ายหญิงจะตะลึงกับรูปลักษณ์แต่วินาทีถัดมาเธอก็ตั้งสติได้แล้วกล่าวออกมาอีกว่า
“ได้ข่าวว่านายกลายเป็เด็กปัญญาอ่อนนิตอนนี้คงจะหายแล้วงั้นซิ”
ก๊อตยิ้มขึ้นก่อนจะกล่าวว่า
“ก็ดี แล้วพี่ล่ะเป็ยังไงบ้าง”
คิตตี้ผงะถอยหลังเมื่อเจอยิ้มหว่านเสน่ห์ของอีกฝ่ายใบหน้าของเธอพลันแดงก่ำโดยไม่รู้ตัวเธอไม่เคยคิดว่าเด็กคนที่ชอบทำเย่อหยิ่งใส่ตนจะพูดกับตัวเองดีขนาดนี้ ถ้าหากเทียบกับเมื่อสี่ปีก่อนก๊อตในตอนนี้น่ากอดมากเลยทีเดียว
“ผีเข้าแกรึไงกัน หรือสมองกระทบกระเทือนหรือยังไม่หายปัญญาอ่อน”
เธอขมวดคิ้วสงสัยเมื่อสี่ปีก่อนก๊อตกับเธอแทบจะมองหน้ากันดีๆไม่ได้ เป็คู่กัดที่ไม่มีใครยอมใครไม่เคยที่จะพูดจากันดีๆเลยซักครั้ง ส่วนมากจะเป็ก๊อตที่ชอบดูถูกเธอว่าอายุเยอะกว่าแต่ไม่สามารถสู้กับเด็กได้
“อย่าพูดอย่างนั้นซิครับ พี่”
ก๊อตยังยิ้มให้เธอทำให้เธอยิ่งระแวงมากขึ้น
“นี่แก คิดจะเล่นตลกอะไรถ้าหากยังไม่หายปัญญาอ่อนก็อย่ามาก่อความวุ่นวายที่งานเลี้ยงของตระกูลซิ”
คิตตี้พูดออกไป
“ฮึ”
ก๊อตพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึมก่อนจะกล่าวว่า
“เธอนี่ไม่เปลี่ยนไปซักนิดเลยนะนิสัยอย่างกะเด็ก”
เมื่อได้ยินใบหน้าของคิตตี้ก็เปลี่ยนไปเธอกลายเป็โกรธเกี้ยวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ
“นี่แก กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันไปถึงไหนแล้ว อย่างแกเทียบชั้นไม่ติดหรอก”
คิตตี้เค้นคำพูดเล็ดลอดออกมาตามไรฟัน
“เฮ้อฉันคิดว่าจะพูดดีๆกับเธอซักครั้งแล้วเชียวแต่ฉันมันบ้าไปเองที่คิดว่าจะสามารถพูดดีๆกับเธอได้”
ก๊อตตัดพ้อออกมาพร้อมกับส่ายหัวไปมา
“นี่แก ยังจะทำปากดีได้อยู่นะฉันอยากรู้เหลือเกินว่าแกจะกล้าทดสอบฝีมือที่ลานยุทธ์บ้างไหม”
คิตตี้กล่าวอย่างเย้ยหยัน
“ลานยุทธ์ของบ้านหลักซินะ น่าคิดถึงจริงๆ”
ก๊อตเผยอรอยยิ้มขึ้นด้วยความมั่นใจทำให้คิตตี้ไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
“อย่าดีแต่พูดแล้วกันถ้าแกทำได้อย่างที่พูดก็ไปที่ลานยุทธ์กันเลย กล้าไหมล่ะ”
คิตตี้ท้าทาย
“ทำไมฉันต้องทำอะไรที่มันไร้สาระอย่างนั้นด้วย”
ก๊อตเชิดกน้ากล่าว
“สุดท้ายก็ไม่กล้าซินะนี่น่ะหรอว่าที่น้องเขยของฉัน จะว่าไปพวกแกก็เหมาะสมกันนะ คนหนึ่งก็เหย่อหยิ่งไม่เห็นหัวใครอีกคนก็ ดีแต่ปาก”
ได้ทีเธอก็เอาใหญ่
“เฮ้ ฉันกับเธอพูดกันอยู่สองคนอย่าลากคนอื่นเข้ามายุ่งด้วยซิ”
ก๊อตกล่าวขึ้นถึงเขาจะไม่ได้ชื่นชอบในตัวครีนเท่าไรนัก แต่เธอก็ถือว่านิสัยดีกว่าคนอื่นๆมากเมื่อได้ยินคนอย่างคิตตี้กล่าวหาเธอเสียๆหายๆก๊อตก็ออดที่จะหงุดหงิดไม่ได้โดยที่ก๊อตก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมตนถึงมีความรู้สึกอย่างนี้
“ทำไม?รับไม่ได้หรอที่คู่หมั้นถูกพูดจาไม่ดีใส่ถึงได้ออกตัวปกป้องกันอย่างนี้ ในฐานะที่ฉันเป็พี่สาวของเธอฉันจะบอกอะไรให้แกฟังก็ได้ว่า น้องสาวตัวดีของฉันน่ะ เธอไม่สนใจคนขี้ขลาดอย่างแกหรอกถ้าหากคุณปู่ไม่ห้ามไว้ ป่านนี้คุณพ่อคงยกเลิกงานหมั้นของพวกแกแล้ว”
เธอกล่าวพร้อมส่งสายตาดูแคลนมาที่ก๊อตเขาได้ยินก็ยกมุมปากยิ้มขึ้นอย่างไม่แยแสก่อนกล่าวว่า
“แล้วใครสนล่ะ ฉันแค่คิดว่าตัวครีนเองก็ไม่ได้เป็อย่างที่เธอพูดก็แค่นั้นส่วนเื่ที่จะถอนหมั้นหรืออะไรนั้น ฉันไม่ได้สนเลยซักนิด ถึงแม้ครีนจะไม่ได้หมั้นกับฉันแต่ฉันก็คิดว่าคนอย่างครีนคงหาผู้ชายดีๆได้ในซักวัน แต่สำหรับเธอนี่ซิฉันสงสัยว่าผู้ชายคนไหนจะตาบอดลดตัวมาแต่งด้วย”
“แก...”
คิตตี้โกรธจนหน้าแดงหน้าดำเธออยากจะพุ่งเข้าไปฉีกกระชากอีกฝ่ายให้ตกตายไปในตอนนี้เลยเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเธอที่เป็ผู้หญิงแท้ๆแต่กลับเถียงไม่สู้ก๊อตที่เป็ผู้ชายเป็แบบนี้มาั้แ่สมัยเด็กๆแล้ว
“พี่คิตตี้คะ ทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ”
ในตอนที่คิตตี้กำลังโกรธจัดอยู่ก็ได้มีสาวน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอคือแม่สาวน้อยผมเหลืองคนที่เดินเข้ามาพร้อมกันกับคิตตี้นั่นเองเมื่อเดินมาถึงเธอก็ยิ้มให้คิตตี้แล้วหันมาที่ก๊อตแวบแรกที่เห็นเขาใบหน้าขาวเนียนของเธอพลันแดงระเรื่อก่อนจะหลบตาเขาแล้วหันไปถามคิตตี้ว่า
“พี่คิตตี้คุยกับใครอยู่หรอคะ”
“ฮึ ไม่ไช่คนสำคัญอะไรหรอกแค่พวกบ้านรองธรรมดาก็เท่านั้น”
เธอตอบเสียงเรียบเมื่อได้ยินว่าก๊อตเป็คนตระกูลสายรองสาวน้อยก็พลันเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อก๊อตใหม่เธอเป็คุณหนูที่เย่อหยิ่งเกินไปจนไม่เห็นพวกตระกูลสาขาอยู่ในสายตาแม้ว่าแวบแรกจะรู้สึกดีต่ออีกฝ่ายดีอย่างไรก็ตามแต่เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็แค่ลูกหลานสายรองที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรเธอก็ทิ้งความรู้สึกดีๆเ่าั้ไปพร้อมใช้สายตาดูถูกมองไปที่ก๊อตอีกครั้ง
“ฉันจะถามแกอีกครั้งหนึ่งว่าแกกล้าที่จะไปลานยุทธ์หรือไม่”
คิตตี้หันกลับมาหาก๊อตแล้วกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“มันก็แค่สวะสายรองเท่านั้นไม่เห็นต้องไปสนใจมันเลยนิ”
ชายผมเหลืองที่เดินมาพร้อมกับสาวน้อยผมเหลืองกล่าวขึ้นพวกมันทั้งสองเป็ลูกชายของป้าสามที่ไปแต่งงานกับคนตระกูลหลักของอาชา์คนพี่ชื่อไอซ์ อายุ16 ส่วนน้องสาวของมันชื่อ แอลลี่ ทั้งสองเป็ฝาแฝดกัน มีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่หลายส่วน
“นั่นซิแค่สวะตระกูลรองทำไมเธอถึงต้องมาใส่ใจล่ะ เอ๊ะๆหรือว่าพวกเธอก็คงจะเป็สวะสายหลักเหมือนกันนั่นซิคงจะมีแต่สวะเหมือนกันเท่านั้นแหละที่จะสนใจสวะด้วยกัน”
ก๊อตกล่าวพร้อมยักไหล่ทั้งสองขึ้นอย่างไม่แยแสเขาเน้นคำว่าสวะเพื่อกระแทกใส่หน้าพวกมัน
“แกว่าใครวะ”
ไอซ์โกรธที่โดนว่าเป็สวะจึงเดินเข้ามาใกล้ก๊อตมันรวบรวมพลังปราณมาไว้ที่หมัดเตรียมจะซัดออกไป ก๊อตเองไม่ได้กังวลเลยซักนิดเขาแค่ยิ้มเย้ยหยันไปที่มันเมื่อมันเห็นรอยยิ้มน่าขนลุกของอีกฝ่ายก็ทำให้โทสะพวยพุ่ง ง้างหมัดขึ้นพร้อมที่จะชกออกไป
“หยุดนะ”
เสียงใสๆดังกังวานเข้ามาหยุดการกระทำของอีกฝ่ายไว้ได้ทันก่อนที่จะเกิดเื่น่าขายหน้าขึ้นในงานเลี้ยง
“ครีน”
ไอซ์พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่เป็ใครมันพลันสงบสติอารมณ์ลงอย่างกะทันหันใบหน้าที่บิดเบี้ยวเมื่อครู่กลับกลายมาเป็ชื่นบานเมื่อครีนเดินเข้ามาแค่มองก็รู้ว่ามันหลงใหลในตัวครีนมากกว่าใคร แต่น่าเสียดายที่ครีนไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่หางตา
“พวกพี่จะทำอะไรคิดจะสร้างความเสียหายและความน่าอับอายให้กับตระกูลหรือยังไง”
ครีนกล่าวพร้อมมองไปยังคิตตี้
“ฉันก็แค่อยากจะทดสอบฝีมือน้องเขยก็แค่นั้นคิดไม่ถึงว่ามันจะเป็คนขี้ขลาดอย่างนี้”
คิตตี้เบ้ปากก่อนพูดขึ้น
“ทำไมพี่ถึงชอบยุ่งเื่ของคนอื่นจังเื่ของฉันฉันจัดการเองได้ ไม่เห็นต้องรบกวนพี่เลย”
ครีนพูดขึ้นคำพูดคำจาของเธอมันตรงเกินไปจนคนที่ได้ฟังรู้สึกอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี
“ทำไมล่ะ แค่ทดสอบฝีมือเฉยๆ หรือว่าแกไม่กล้าถ้าไม่กล้าทำคนเดียว เดี๋ยวฉันทำเป็เพื่อนก็ได้”
เมื่อได้โอกาสแสดงฝีมือให้สาวในดวงใจเห็นไอซ์ก็ตาสว่างวาบขึ้นแล้วกล่าวขึ้นกับก๊อต
“ได้ ในเมื่อฉันไม่มีทางเลือกสวะอย่างฉันจะยอมก็ได้”
ในเมื่อแกอยากขายหน้านักเดี๋ยวฉันจัดให้ก๊อตแอบยิ้มอยู่ในใจ
“ในเมื่อตกลงแล้ว งั้นเราไปยังลานยุทธ์กันเลย”
คิตตี้กระหยิ่มยิ้มขึ้นเมื่ออีกฝ่ายตกลงเธอมีแผนการที่จะทำให้อีกฝ่ายขายหน้าจนแทบอยากมุดแผ่นดินหนีไปเลยเมื่อตกลงกันได้พวกเขาก็เดินตามกันออกไปจากโถงงานเลี้ยง แขกในงานเห็นพวกเขาเดินตามกันไปก็พากันแปลกใจแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก
ลานยุทธ์อยู่ที่ตึกฝั่งด้านซ้ายของปราสาทซึ่งอยู่ห่างจากตัวปราสาทประมาณสองร้อยเมตรทั้งห้าเดินตามกันไป เมื่อไปถึงยามที่เฝ้าตึกฝั่งซ้ายเมื่อเห็นครีนและคิตตี้เดินนำหน้ามาก็ไม่ได้ขวางทางพวกเขาจึงเดินเข้าไปจนถึงด้านในที่นี่ก๊อตก็เคยเข้ามาในสมัยเด็กๆมันเป็ห้องที่ไว้สำหรับฝึกฝนร่างกายของเด็กตระกูลหลักมีห้องมากมายแต่ละห้องก็มีอุปกรณ์เสริมสร้างร่างกายที่แตกต่างกันออกไปตรงกลางของตัวตึกเป็โถงกว้างและมีลานโล่งขนาดใหญ่อยู่รอบด้านของโถงมีกระจกปิดกั้นทุกด้าน ที่นี่ถูกเรียกว่าลานยุทธ์เป็สถานที่มีไว้เพื่อทดสอบความสามารถของลูกหลานตระกูลพยัคฆ์เหิน
“จะเอายังไง”
เมื่อเดินมาถึงก๊อตก็เอ่ยถามขึ้น
“ให้เวลาคนละห้านาทีใครได้คะแนนมากกว่าถือว่าเป็ผู้ชนะ”
คิตตี้พูดขึ้น
“ได้ งั้นผมเริ่มก่อนแล้วกัน”
ไอซ์อาสาเริ่มก่อนมันถอดเสื้อสูทออกแล้วเดินเข้าไปในลานยุทธ์ จากนั้นประตูกระจกก็ปิดสนิทคิตตี้เดินไปยังห้องควบคุมแล้วทำการกดปุ่มเรียกหุ่นไม้ออกมาจากนั้นบนพื้นก็มีประตูเปิดออกมาพร้อมกับหุ่นไม้จำนวนห้าตัวหุ่นไม้พวกนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบฝีมือลูกหลานตระกูลที่ยังไม่ได้รับปราณเทียมเป็หุ่นระดับต่ำที่สุดของบรรดาหุ่นทดสอบแค่ทว่าระดับของมันนั้นเทียบเท่ากับผู้มีพลังระดับขั้นหนึ่งเลยทีเดียวและมันยังสามารถปรับระดับให้มีพลังขั้นสองได้ด้วยโดยหุ่นไม้พวกนี่มีคะแนนอยู่ตัวละห้าคะแนนแต่หากปรับเป็พลังระดับสองคะแนนก็จะเพิ่มขึ้นเป็ตัวละสิบคะแนนโดยคะแนนจะแสดงที่หน้าจอหน้าลานยุทธ์เมื่อเราสามารปิดระบบหุ่นตัวนั้นๆลงได้
“พี่คิตตี้แค่ห้าตัวมันทำให้ผมเอาจริงไม่ได้หรอก ขอเพิ่มอีกห้าตัว”
ไอซ์ะโขึ้นทำให้คิตตี้กดปุ่มเรียกหุ่นไม้เพิ่มให้อีกห้าตัวรวบเป็สิบตัวมันหันมามองครีนแล้วยิ้มให้ก่อนจะพูดว่า
“เริ่มได้เลย”
กล่าวจบคิตตี้ก็กดปุ่มเริ่มจากนั้นภายในลานยุทธ์ก็เกิดไฟกระพริบสีแดงรัวๆขึ้นเป็สัญญาณหุ่นไม้เริ่มขยับแล้วพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วหมัดของหุ่นไม้ทั้งหนักและรุนแรง มันชกเข้าใส่ไอซ์โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวมันยกแขนขึ้นป้องกัน
ปัง
เสียงของการปะทะดังขึ้นก่อนที่ร่างของไอซ์จะถอยออกไปก้าวหนึ่ง
“หนอย เ้าหุ่นกระป๋องบัดซบ”
ไอซ์ร้องขึ้นก่อนจะซัดหมัดเข้าไปใส่หุ่นไม้ตัวนั้นจนมันกระเด็นออกไปกระแทกกับผนังกระจกหนาอย่างแรงแล้วร่วงหล่นลงมาที่พื้นก่อนที่มันจะลุกขึ้นมาใหม่ หุ่นที่เหลือพากันกรูเข้าไปใส่ไอซ์มันทั้งหลบหลีกแล้วโจมตีกลับไป
“ลองดูนี่หน่อย”
มันถอยออกมาจากกองทัพหุ่นแล้วเรียกถุงมือเหล็กออกมาจากมิติเก็บของถุงมือเหล็กถูกสวมใส่ไปที่มือทั้งสองข้างของมันเมื่อมีถุงมือเหล็กช่วยก็ทำให้พลังหมัดของมันสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมันซัดออกไปก็สามารถปิดระบบของหุ่นไม้ได้อย่างง่ายดาย เวลาห้านาทีหมดลงไปมันสามารถจัดการหุ่นไม้ตัวสุดท้ายลงได้แบบฉิวเฉียด คะแนนบนหน้าจอแสดง50คะแนน
ไอซ์เดินออกจากลานยุทธ์ด้วยความภาคภูมิบนร่างกายมีการาเ็อยู่เล็กน้อยเหงื่อไหลย้อยอาบร่างทำให้เสื้อก้ามของมันเปียกชุ่มแต่กระนั้นมันก็ยังฝืนยิ้มส่งมาทางครีนได้อีกเมื่อครีนเห็นดังนั้นก็เบียนหน้าหลบมันไปก่อนจะหันไปมองก๊อตที่ตอนนี้ถอดเสื้อสูทออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามตอนนี้ร่างกายของเขาไม่ได้เป็เด็กน้อยเหมือนวันวานและไม่ได้ผอมแห้งอย่างไอ้เอ๋ออีกแล้วแต่มันแทนที่ด้วยกล้ามเนื้อแน่นที่ทำให้สาวๆเห็นเป็ต้องกลืนน้ำลายไม่เว้นแม้แต่ครีนที่ตกอยู่ในภวังค์วูบหนึ่งแล้วดึงสายตากลับมาใบหน้าของเธอพลันร้อนผ่าว
“ขอให้โชคดีกลับออกมาได้ครบสามสิบสองนะ”
ไอซ์กล่าวกับก๊อตมันไม่เชื่อว่าไอ้บ้านนอกนี้จะสามารถทนอยู่ได้จนครบห้านาที มันคอยดูฉากสนุกที่ก๊อตจะถูกหุ่นไม้รุมยำโดยไม่มีทางสู้ทำให้ก๊อตนอนรักษาตัวอยู่เป็เดือนได้ก็ยิ่งดี มันกระหยิ่มยิ้มอยู่ในใจคราวนี้แหละครีนจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่คู่ควรกับเธอ
“แน่นอน”
ก๊อตเอ่ยออกมาอย่างเฉยชาก่อนจะเดินเข้าประตูไปเมื่อเข้าไปแล้วประตูก็ปิดสนิท คิตตี้ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนจะกดปุ่มเรียกหุ่นไม้ออกมาสิบตัว
“เฮ้สิบตัวมันไม่พอให้ฉันได้ยืดเส้นยืดสายหรอก ขออีกสิบตัว”
ก๊อตทำทีเลียนแบบไอซ์ะโบอกคิตตี้เธอหวังจะได้ยินคำนี้อยู่นานจึงไม่รีรอที่จะกดปุ่มเพิ่มหุ่นไม้แต่ทางฝั่งไอซ์ได้ยินก๊อตพูดด้วยท่าทางมั่นใจอย่างนั้นก็พลันทำหน้าขาวซีดขนาดแค่สิบตัวมันก็ยังเกือบจะไม่ทันเวลาอยู่ลอมล่อหากเพิ่มเป็ยี่สิบตัวมันคงไม่สามารถจัดการได้แน่แต่ก๊อตกลับเรียกออกมาถึงยี่สิบตัว แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายแค่แสร้งทำเท่ห์ไปอย่างนั้นแต่เวลาสู้จริงอาจจะทำไม่ได้ก็ได้มันก็คลายความกังวลลงแล้วยิ้มออกมาหันไปพูดกับครีนว่า
“เ้าหมอนี้มันอวดแก่งชะมัดคอยดูเถอะว่ามันจะสามารถรอดออกมาได้ครบสามสิบสองหรือไม่”
ครีนได้แต่ส่ายหัวเบาๆกับคำพูดไร้สมองของอีกฝ่ายก่อนจะหันเข้าไปมองในลานยุทธ์
“เริ่มได้เลย”
เมื่อหุ่นเพิ่มเป็ยี่สิบตัวก๊อตก็กล่าวขึ้นคิตตี้ยิ้มแล้วกดปุ่มปรับระดับขึ้นเป็ระดับสองก่อนจะกดปุ่มเริ่มในลานยุทธ์ปรากฏไฟกระพริบสีแดงพร้อมกับที่หุ่นไม้หลายตัวขยับร่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแค่มองดูครีนก็รู้แล้วว่าระดับมันต่างจากตอนที่ไอซ์ทดสอบเธอหันควับไปมองคิตตี้ที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริอยู่ในห้องควบคุม
ปัง!
แต่ในวินาทีถัดมารอยยิ้มของคิตตี้ก็หุบลงเมื่อเห็นว่าก๊อตใช้เพียงหมัดเปล่าๆหมัดเดียวต่อยจนหุ่นไม้แตกกระจายไอซ์และแอลลี่ต่างพากันอ้าปากตาค้าง ครีนเองก็อึ้งไปเหมือนกัน
“มันเป็ไปได้ไง หรือว่าระบบจะรวน”
คิตตี้ไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงมองไปยังหน้าจอแสดงผลที่อยู่เหนือประตูลานยุทธ์หน้าจอแสดงผลเป็10คะแนน ยิ่งทำให้เธอหน้าซีดลง
“ระบบไม่ได้รวน งั้นแสดงว่าเ้านั้นแข็งแกร่งจริงๆ”
คิตตี้พลันบังเกิดความรู้สึกหนักอึ้งความหวังที่จะได้เห็นอีกฝ่ายถูกตีจนพิการของเธอพังทลายครืนลงมาไม่เป็ท่า
“นั่นมัน เป็ไปได้ยังไงกัน”
ชายร่างกำยำคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องห้องหนึ่งในปราสาทกล่าวขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อมองเหตุการณ์ผ่านจอที่ถ่ายทอดมาจากกล้องสังเกตการณ์ในลานยุทธ์
“ฮ่าๆ ทีนี่แกมีอะไรจะอ้างอีกไหม”
กันต์ผู้นำตระกูลพยัคฆ์เหินหัวเราะอย่างตื่นเต้นก่อนจะหันไปพูดกับกรผู้เป็ลูกชายกรได้แต่ส่ายหัวแล้วหันไปมองหญิงกลางคนที่นั่งอยู่ข้างๆชายชราอีกคนที่เป็ผู้นำตระกูลอาชา์ก็นั่งอยู่ห้องนี้ด้วยเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาก็ถอนหายใจออกมาคำหนึ่งแล้วกล่าวว่า
“มันคงถูกกำหนดไว้แล้ว ฉันคงไม่มีอะไรจะพูด”
“คุณพ่อคะ”
หญิงกลางคนหันไปพูดกับชายชราด้วยใบหน้าเป็กังวล
“น่าสนใจจริงๆ เด็กคนนี้”
ชายกลางคนรูปร่างกำยำสูงใหญ่อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆกรกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าครุ่นคิดไม่มีใครทราบได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่แต่ไม่ว่าเขาจะคิดอะไรอยู่มันก็มีผลกระทบกับตระกูลพยัคฆ์เหินแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันจะดีหรือจะร้ายแค่นั้นเอง