“ได้ ทำแบบนี้ก็ง่ายเลย นั่งร้านพวกนี้ ลมพัดพายุเข้าก็ไม่พังง่ายๆ”
“ในอนาคต ถ้าเรามีเวลามากขึ้น ค่อยสร้างกำแพงด้านในด้วยดินและหิน”
“ดีเอาตามที่เจ้าว่า”บิดาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเขาภูมิใจในตัวบุตรคนนี้มากเพราะ เมื่อไรที่คุยกันทุกปัญหาจะมีทางแก้เสมอ
“เรื่องการฝึกกำลังพลลูกมีแผนหรือเปล่า” ขณะถามเขาก็คาดหวังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อเขารู้ดีว่าลูกชายต้องวางแผนเรื่องนี้เอาไว้
“ฝึกร่างกายให้แข็งแรงก่อนขอรับ อย่างอื่นจะฝึกทีหลังตอนนี้การฝึกพรานของท่านพ่อเป็นยังไงบ้างขอรับ”
“ตอนนี้ทุกคนฝึกยิงธนูอยู่ ยังไม่ได้ฝึกอย่างอื่นเลย”ผมเข้าใจดีเพราะคนพวกนี้ไม่มีพื้นฐาน การฝึกยิงธนูนั้นไม่ยาก แต่การฝึกยิงให้เข้าเป้านั้นยากกว่า
“เดี๋ยวก็ค่อยๆดีขึ้นเองขอรับการดึงสายธนูต้องใช้กำลังกายมาก เมื่อไรที่พวกเขาแข็งแรงขึ้นจากการฝึกร่างกายการฝึกอย่างอื่นก็จะง่ายขึ้นเอง”ผมอธิบาย
“ฝึกร่างกายหรือ ฝึกอย่างไร”บิดาถาม
“ทำได้หลายวิธีขอรับ ตอนนี้ข้าก็กำลังฝึกพวกเขาผ่านการทำงานเช่น การย่ำดิน การขนก้อนดิน ทุกอย่างที่ทำล้วนแล้วแต่เป็นการฝึกร่างกาย
ได้กำลังขาได้จากการย้ำก้อนดินแทนการวิ่ง กล้ามเนื้อแขนกล้ามเนื้อท้องได้จากการยก การส่งก้อนดินหนักๆในงานก่อสร้าง
การแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ผลัดก็เท่ากับว่าทุกคนได้ออกกำลังหนักๆ4 ชั่วโมงต่อวันพอดี”
“จริงหรือ”บิดาเอ่ยขึ้นน้ำเสียงและใบหน้าดูไม่เชื่อถือคำพูดของผมสักนิด
“จริงสิขอรับ ท่านไม่เห็นหรือว่าทุกคนดูแข็งแรงขึ้นกล้ามเนื้อก็มีมากขึ้น ตอนคนพวกนี้มากับเราใหม่ๆ พวกเขาดูผอมโซ ไร้เรียวแรงดูตอนนี้สิมันต่างกันมาก”ผมเอ่ย บิดากวาดตามองดูทุกคนอีกครั้ง ก็เป็นจริงดังที่ลูกชายว่า
เขาไม่ได้สังเกตเรื่องนี้เลย หากคิดดูดีๆตัวเขาเองก็แข็งแรงขึ้นไม่น้อย
“ข้าเห็นเจ้าต่อยบกชกลมเต้นแร้งเต้นกาในตอนเช้าทุกๆ วันออกท่าทางแปลกๆ แบบนั้นคืออะไรหรือ” ซานหู่พลันนึกถึงท่าทางของลูกชาย ที่ออกมาเต้นรำแปลกๆทุกๆ เช้า
“ฮ้าๆๆ ท่านสังเกตข้าด้วยหรือขอรับ”
“ไม่ต้องสังเกตหรอก เจ่าทำแบบนั้นทุกวันใครๆก็มองเห็น”
“มันเรียกว่ามวยขอรับเป็นท่าการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในตำราโบราณ”ผมอ้าง อันที่จริงผมกำลังฝึกมวยตามความทรงจำในอดีต
“มวย!!การต่อสู้ด้วยมือเปล่ามันคืออะไรจะได้เรืองหรือ”คำพูดของบิดาเต็มไปด้วยความแคลงใจ ไม่เชื่อถือ
“ท่านไม่เคยเห็นไม่แปลกหรอกที่จะไม่เชื่อ มันเป็นวิธีการต่อสู้ที่ดีอย่างหนึ่ง”ผมยิ้ม
“งั้นหรือ! เรามาลองประมือกันหน่อยไหม”บิดายิ้ม
“จะดีหรือขอรับ ข้ากลัวทำคนแก่เจ็บตัว”
“ฮ้า ๆ ไอ้ลูกปากดี เรามาต่อยกันหน่อยไหม เดี๋ยวบิดาจะสั่งสอนเจ้าเองว่าการต่อสู้เป็นอย่างไร”ซานหู่หัวเราะออกมาเสียงดัง เอ่ยปากท้าทายเด็ก
“ฮ้าๆ ท่านพ่อท่านจะรังแกเด็กอย่างข้าหรือ” ผมหัวเราะตาม
“ไม่ ข้าแค่จะสั่งสอนให้เด็กน้อยรู้ว่ามวยง่อยๆนั้นใช้ไม่ได้”บิดาคุยโต
“โอ้ว! แบบนี้ข้าต้องรับคำท้าท่านแล้ว”ผมยิ้ม
ในชีวิตก่อน 60ของชีวิต ไม่ได้ตั้งใจทำแต่งานอย่างเดียว มีหลายสิ่ง ที่ผมสนใจ
ศิลปะการต่อสู้ก็เป็นหนึ่งในนั้น มีสถาบันการต่อสู้ ตั้งอยู่ใต้คอนโดของผม ชื่อว่าM.A.T.T & GCS
ฝังตรงข้ามคอนโดมีค่ายมวยไทย ผมใช้เวลาว่างตลอด 20 ปีขลุกอยู่กับสถาบันการต่อสู้ทั้ง3 แห่ง ผมมั่นใจว่าเรื่องต่อยดีไม่แพ้ใครแน่นอน
บิดาวางท่าขึงขังเดินออกมาประจันหน้ากับผม นอกร่มต้นตะขบท่านแม่มองเห็นพวกเราตั้งท่าแปลกๆก็ร้องถาม
“สองพ่อลูกจะทำอะไรกันนะ”นางขมวดคิ้ว
“ฮ้า ๆ ลูกของเรายากลองมวยง่อยสักหน่อย บิดาอย่างข้าเลยต้องสั่งสอน”พูดจบบิดาก็ฉีกยิ้มขึ้น
“โอ้ว ท่านพี่ท่านจะรังแกลูกข้าหรือ”ท่านแม่ท้วงขึ้นสียงแข็ง
“ไม่ใช่แบบนั้น”บิดาหดคอตอบออกมาเสียงเบา
“ฮ้า ๆ ไม่เป็นไรหรอกท่านแม่ ข้าคิดค้นวิชามวยมาใหม่ ท่านพ่อเลยอยากลองเราเล่นกันไม่แรงหรอก จริงไหมท่านพ่อ”ผมหันไปอธิบายให้นางฟัง แล้วหันหน้ากลับมาฉีกยิ้มยียวนให้บิดา
ทุกคนที่พักผ่อนอยู่ต่างสนใจพวกเราทันที เมื่อได้ยินว่ามีคนจะตีกันจีนมุงมักจะแสดงตัวออกมาเพื่อรับชม
“ท่านพ่อเข้ามาเลย!!!” ผมตั้งการ์ดขึ้น กวักมือเรียกท้าทาย
บิดา ปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อหวังจะยกทุ่มผมลงกับพื้นมีหรือผมจะยอม
ผมเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะคว้าเข้าที่ข้อมือของบิดาหมุนตัวใช้ท่า ทุ่มของยูโด กระชากร่างใหญ่โตของบิดาให้ลอยทุ่มเขาลงไปบนพื้นฟางเสียงดังตุบ!!
“อ๊อก!!จุก!!”ไม่เจ็บแต่จุก
ผมไม่ปล่อยให้บิดาได้ตั้งตัว จัดการเขาต่อด้วยท่าหักแขนอาร์บาร์
“ท่านพ่อยอมหรือไม่” ผมถามขึ้นเสียงยียวน ซานหู่ดิ้นพยายามขัดขืนมีหรือผมจะยอม
ผมออกแรงดึงแขนทำให้ขาที่ของผมกดคอของเขาแน่นขึ้น หัวไหล่ที่ถูกกดเริ่มเจ็บจนยากจะทนไหว
“อ้าก!! ยอมๆ” ในที่สุดเขาก็ขึ้นด้วยความเจ็บปวด ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากแค่สองท่าผมก็เล่นเอาบิดาหมดท่าเสียแล้ว นี้ยังไม่ได้ใช้มวยเลยสักนิด
ผมปล่อยบิดาจากการล็อกทันที อีกฝ่ายนวดหัวไหลบ่นอุบแค่ไม่ได้โกรธ
“มือหนักเป็นบ้า ข้าตั้งตัวไม่ทันเลย”บิดาบ่นออกมา
เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ทุกคนทั้งตกใจทั้งงุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“จบแล้ว!!นายใหญ่แพ้แล้วหรือ”
“เร็วมาก มีใครเห็นบ้างว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ข้าก็ไม่รู้ บางทีนายท่านอาจจะไม่ได้เอาจริง”
ทุกคนต่างถามหาคำตอบกันระงมแต่มีน้อยคนนักที่จะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอันที่จริงถึงจะมองเห็นก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นเรื่องเหล่านี้ผมไม่ได้สรใจนัก เมื่อหมดเวลาพัก พวกเราก็เริ่มงานต่อ ตกเย็นผมออกมาฝึกมวยอยู่ที่ลายหน้าบ้านที่เดิมไม่นานนักลุงหม่ากับพี่น้องก็เดินเข้ามาหา
“นายน้อย พวกข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”
“หืม เรื่องอะไรหรือ”
“เรื่องการประลองของนายน้อยกับนายใหญ่ขอรับ”ได้ยินคำถามผมก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ทำไมหรือ”
“พวกเราสงสัยว่าตอนนั้นนายน้อยกับนายท่าน แกล้งประลองกันใช่หรือเปล่าขอรับ”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นละ”ผมยกยิ้มขึ้นด้วยความสนใจ
“เพราะนายท่านแพ้เร็วเกินไป มันดูไม่สมจริงขอรับ”
“โอ้ว พูดแบบนี้ หมายความว่าท่านยากจะลองต่อยมวยกับข้าสิ”ผมยิ้มกว้างขึ้นอีกการฝึกมวยมัวแต่ตีบกชกลมไปวันๆก็ยากที่จะก้าวหน้า
ต้องมีการประทะกันบ้าง ใช้มวยต่อยตีกันในสถานการณ์จริงจะทำให้ก้าวหน้าได้เร็วขึ้น
“เอ่อ นายน้อย..ข้าไม่คือน้องรองของข้าต่างหากที่สงสัยขอรับ” หม่าเหลียงแก้ตัวขึ้นละล่ำละลัก
“โอ้ว ลุงรองหรือ เรามาวัดกันดูสักยกดีไหม”ผมกำหมัด
“นายน้อย ข้าไม่สงสัยอะไรแล้ว อย่าโกรธข้าเลยขอรับ”ลุงสองยิ้มเจื่อนรีบแก้ตัว
“ข้าไม่โกรธก็ได้ แต่พวกท่านต้องมาเป็นคู่ซ้อมให้ข้า”รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“จะดีหรือขอรับ !!”ลุงสองมองหน้าพี่น้องของตนก่อนหันหน้ามาถามผม
“ดีสิ ยังไงทุกคนก็ต้องฝึกมวยอยู่แล้ว พวกท่านได้เริ่มเร็วกว่าคนอื่นไม่ดีหรือไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เตรียมตัว”
“เดี๋ยวนายน้อย พวกข้า เหวอ!!”ผมปรี่เข้าใส่ลุงสองเป็นคนแรกลุงหม่าเห็นท่าไม่ดี ก็ถอยหลังออกไปอย่างอย่างรวดเร็ว
คว้าแขนลุงสองได้ผมก็ใช้ท่าทุมยูโดงัดร่างของลุงสองลอยขึ้นฟาดลงไปกับพื้นฟาง ปึ้ง!!
“อัก!!จุก”ลุงสองร้องออกมา
ทันใดนั้นลุงสามปล่อยหมัดตรงเข้ามา ผมโยกตัวหลบหมัดเฉียวหน้าผมไปแค่ปลายเส้นขน หมัดที่สอง มัดที่สามถูกซัดเข้าหาผมเป็นชุด การตอบสนองของลุงสามเร็วใช้ได้ ผมใช้ฟุตเวิร์คมวยสากลโยกหลบอย่างคล่องแคล่วถอยฉากออกมา ก่อนจะถีบเข้ายอดอกลุงสามในท่ามอญยันหลัก ลุงสามเสียหลักหงายหลังไป
ท่ามอญยันหลักเป็นหนึ่งในท่าแม่ไม้มวยไทยพื้นฐาน
ขายังไม่ทันลงพื้น ลุงสี่ก็ล็อกคอผมจากทางด้านหลัง ผมใช้มือรั้งลำแขนเหนือข้อศอกของแกไว้แน่นย่อตัวลง ใช้เอวดันร่างลุงสี่ ลอยขึ้นจากพื้นแล้วทุ่มร่างเขาม้วนผ่านไหลผมไปฟาดลงกับพื้นอย่างแรง
ปึ้ง!!
“อัก!!จุก”ลุงสี่ ลงไปกองกับพื้นร้องโอดโอยเพราะความ
ลุงห้า เตะเข้าใส่ผมในท่าเตะตัดลำตังผมยกแข่งขึ้นมากันในท่ามวยไทย แล้วปล่อยลูกถี่เข้าที่ท้องของลุงสี่ร่างเล็กๆของเขากระเด็นออกไป
“อูย!!จุก ไม่เอาแล้ว”ลุงห้านั่งกุมท้องเพราะความจุกตอนนี้เองที่ลุงหม่าลุงหก ลุงเจ็ด ถอยหลังออกไปไกลมากกว่าเดิมรู้ตัวอีกที่ทั้งสามก็ก็อยู่ไกลจนผมตามไปไม่ได้
“นายน้อย พวกเราไม่ยากฝึกแล้ว”ลุงหม่าร้องบอกผมได้แต่ส่ายหน้า เดินไปดึงคนทั้งสี่ที่นอนจุกอยู่ ให้ลุกขึ้นทีละคน
ผมไม่ได้ทำรุนแรงมาก มวยไทยก็แทบไม่ได้ใช้หากเอาจริงทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก คนพวกนี้คงรับไม่ไหวพื้นฐานของพวกเราต่างกันเกินไป ถึงร่างกายของทุกคนจะแข็งแรงขึ้นมากแล้วแต่ก็ยังไม่เพียงพอ