ตอนที่ 2 — บทเพลงที่ไม่มีวันจบ
สายฝนโปรยลงตลอดทั้งคืน บ้านเก่าฝั่งธนกลายเป็เงาดำเงียบงันอยู่กลางเสียงฝนราวกับไม่มีใครอาศัยมานานหลายสิบปี
แต่ภายใน... กลับมีบางสิ่งตื่นอยู่เสมอ
เช้าวันต่อมา เมฆากลับมาที่บ้านหลังนั้นอีกครั้งพร้อมวรุฒและจิตรา
วรุฒหอบกล่องเครื่องมือเต็มสองมือ “พี่...แน่ใจนะว่าต้องมาตอนเช้า ผีมันไม่ออกตอนกลางวันนี่นา”
“นั่นแหละดี” เมฆาตอบเสียงเรียบ “เราจะจับสัญญาณหลงเหลือจากเมื่อคืนได้ชัดกว่า ไม่โดนรบกวนจากคลื่นอื่น”
“ก็จริง...” วรุฒหันซ้ายหันขวา “แต่ผีมันจะรู้ไหมว่าพี่อยากได้ข้อมูล มันจะให้ไหม?”
“ผีไม่รู้หรอก แต่ธรรมชาติตอบเสมอ”
เขาวางเครื่องวัดสนามแม่เหล็กไว้ตรงกลางห้อง
บนพื้น ยังมีเศษสายไวโอลินขาดกระจายอยู่
“ดูนี่สิพี่” จิตราก้มลงหยิบสายเส้นหนึ่งขึ้นมา “เหมือนมีรอยคล้าย...รอยนิ้วคน”
เมฆาเพ่ง “ไม่ใช่รอยนิ้ว... เป็รอยความร้อนเฉพาะจุด คล้ายตอนจับของร้อน”
“แปลว่าผีจับของได้จริง?”
“หมายถึงมีพลังงานความร้อนจากสนามแม่เหล็กชั่วขณะหนึ่ง... ซึ่งตรงกับตอนที่เสียงดังขึ้นเองเมื่อคืน”
จิตราหันไปทางไวโอลินสีดำที่ตอนนี้ยังวางอยู่ในกล่องเดิม
“แล้วมันจะดีไหมถ้าเราลอง...เปิดฝา?”
วรุฒร้อง “อย่าเลยจิตร้า! ตอนนี้ยังเช้าอยู่ กาแฟยังไม่ย่อย ผีออกมาผมวิ่งไม่ไหวแน่!”
“อย่าห่วง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันจะใช้ความถี่สวนเหมือนเมื่อคืน” เมฆาพูดเรียบ ๆ
จิตราค่อย ๆ เปิดฝากล่อง
เสียง คลืดดดดดดด... ดังลากยาวออกมาเหมือนเสียงหายใจ
ไวโอลินอยู่ในนั้นเหมือนเดิม — แต่คราวนี้ มีคราบคล้ายรอยนิ้วมือบนผิวไม้... สีคล้ำเหมือนถูกเผา
จิตราเผลอยื่นมือจะัั
“อย่าแตะ” เมฆาพูดขึ้นทันที “พลังงานยังไม่จาง”
ทันใดนั้น เสียงสายไวโอลินดีดเองหนึ่งครั้ง!
วรุฒสะดุ้ง “เฮ้ยยย!! พี่ ผีมันตื่นแล้ว!!”
เสียงต่อมาคือเสียงลากคันชัก งี้ดดดดด... งี้ดดดด...
ทำนองช้า...เย็นเยียบ...เศร้า...แต่ไพเราะอย่างประหลาด
เมฆาไม่ขยับ เขาเพียงยื่นเครื่องบันทึกเสียงเข้าใกล้
“อย่ากลัว มันกำลังสื่อสาร... ฟังดี ๆ”
“ผมฟังแล้วมันหลอนพี่! ไม่ใช่สื่อสาร มันขู่จะมาเกาหลังแน่เลย!”
แต่จู่ ๆ เสียงเพลงหยุด
เงียบสนิท...
วรุฒยังหายใจหอบ “พี่ มันหยุดเพราะผมพูดใช่ไหม ผมขอโทษ ผมจะไม่แซวผีอีก”
แล้วเสียงหัวเราะแ่เบาดังขึ้นในอากาศ... เหมือนเด็กหญิงหัวเราะจากอีกมิติ
“ฮิ...ฮิ...”
เสียงนั้นเบามาก แต่ชัดเจนราวกับอยู่ข้างหู
จิตราหน้าซีด “พี่...พี่เมฆา! ผีเด็กเหรอ!?”
“เด็กหญิงที่ตายกลางเวที... ใช่ เธอยังอยู่ในนี้”
เมฆาเริ่มเปิดบันทึกเสียงเมื่อคืนขึ้นอีกครั้ง
เสียงไวโอลินดำจากเมื่อคืนเล่นซ้ำ... แล้วคลื่นสัญญาณบนหน้าจอเริ่มปรากฏ
“ดูนี่” เมฆาชี้ “นี่ไม่ใช่โน้ตเพลง... มันคือคลื่นเสียงรูปแบบการสื่อสารเฉพาะ เหมือนโค้ดมอร์ส”
วรุฒพึมพำ “พี่กำลังจะแปลภาษาผีใช่ไหมเนี่ย”
“ใช่”
“แล้วถ้ามันตอบกลับล่ะ!?”
“ก็ดีสิ เราจะได้ข้อมูลตรงจากต้นเหตุ”
ทันใดนั้น เครื่องวัดส่งเสียง ปี๊ดดดดด! หน้าจอขึ้นตัวเลขกระพริบ — ความถี่เสียงพุ่งสูงกว่าปกติ
เทียนในห้องลุกพรึ่บพร้อมกันโดยไม่มีใครจุด!
ไวโอลินสั่นแรงขึ้นเอง ฉึกๆๆๆ! เหมือนมีใครจับคันชักลากสุดแรงเกิด
เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ทำนอง — แต่มีเสียงร้องไห้แทรก
เสียงร้องนั้น... เด็กหญิงจริง ๆ
“เอาคืนมา...”
วรุฒหน้าซีด “เอาคืนอะไร๊!! ผมยังไม่ได้ยืมอะไรเลยแม่หนู!!”
“เงียบก่อน” เมฆาเพ่งเสียง “...เธอกำลังพูดถึงบางอย่างที่ถูกขโมยไป”
ควันสีเทาจาง ๆ ลอยออกจากกล่องไวโอลิน ม้วนตัวเป็เงาเด็กหญิงสวมชุดนักไวโอลินสีขาว
เธอยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาข้างหนึ่งเว้าเหมือนรอยไหม้
“คืนเสียงให้ฉัน...”
วรุฒร้อง “คืนเสียง!? หมายถึงอะไรพี่!!”
เมฆาก้าวเข้าหน้าอย่างไม่ลังเล
“เสียงของเธอถูกบันทึกไว้ — ในเทปที่หายไปวันเกิดเหตุ”
ผีเด็กเงยหน้า ดวงตาข้างเดียวสะท้อนแสงเทียนวาบ
“ใช่... เสียงฉัน... เขาเอาไปขาย...”
เมฆานิ่ง “ขาย?”
“พวกเขา...บันทึกเสียงฉัน...แล้วเปิดซ้ำ...ในคอนเสิร์ตหลังฉันตาย...”
วรุฒอ้าปาก “เดี๋ยว... นี่มันผีเหยื่อการละเมิดลิขสิทธิ์เหรอ!?”
จิตรากระซิบ “อย่าพูดสิวรุฒ เดี๋ยวเธอโกรธ!”
“พวกเขา...โกหก...บอกว่าเป็เสียงเทปฝึกหัด... แต่จริง ๆ คือเสียงสุดท้ายของฉัน...”
ผีเด็กยกมือขึ้น เหมือนจะคว้าไวโอลินกลับคืน
เมฆายื่นมือหยุด “เราจะช่วยเธอ เอาเทปนั้นกลับมา”
เสียงเด็กหญิงเบาลง เหมือนคลื่นลมพัดผ่าน “อย่าลืมคำพูดนี้...”
แล้วเงาควันก็สลายหายไปในอากาศ
เทียนทั้งสี่ดับพรึ่บ
เหลือเพียงไวโอลินดำวางนิ่ง — และกล่องเทปเก่า ๆ ใบหนึ่งที่ปรากฏขึ้นตรงที่เธอเคยยืน
จิตราตาโต “เทปนี้... มันโผล่มาจากอากาศเหรอ?”
เมฆาหยิบมันขึ้น “ใช่ — และน่าจะเป็เบาะแสเดียวที่เราจะได้ยินเสียงสุดท้ายของเธออีกครั้ง”
วรุฒกลืนน้ำลาย “ผมว่าเรากลับไปเปิดในห้องแล็บดีกว่า ที่นี่เสียงสะท้อนเยอะ... เผื่อผีมันจะกลับมาด้วย!”
เมฆายิ้มมุมปาก “นั่นแหละสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่า เสียงเธอ... จะกลับมาหรือเปล่า”
ตอนต่อไป — “เทปที่ไม่มีเสียง”
*เทปบันทึกเสียงของผีเด็กหญิงเผยคลื่นเสียงที่เกินความเข้าใจของมนุษย์ — และเสียงกระซิบที่ไม่มีใครอัด... แต่กลับดังขึ้นทุกครั้งที่เมฆาเปิดเครื่อง*