จี้ทิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเขาเอียงคอด้วยความไม่เข้าใจพลางคิดในใจ [จี้เยี่ยนจื๋อไม่หลับไม่นอนกลางดึกแบบนี้ จะลุกขึ้นมาเล่นเกมเนี่ยนะ?]
ขณะที่เขายังคงยืนอึ้งอยู่นั้นจี้เยี่ยนจื๋อก็เอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญ "จะเล่นไม่เล่นก็แล้วแต่นายฉันเล่นคนเดียวก็ได้"
เขาหมุนตัวเดินลงบันไดไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นครู่หนึ่งจนกระทั่งจี้ทิงเดินตามลงมา
จี้เยี่ยนจื๋อเม้มริมฝีปากแน่นแสร้งวางมาดเย็นชาถามออกไป "ในบ้านมีเครื่อง PS5ไหม?"
จี้ทิงพยักหน้า[เจ้าของร่างเดิมมีอยู่เครื่องหนึ่ง วางอยู่ในห้องนอน]
คิ้วของจี้เยี่ยนจื๋อขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยเจ้าของร่างเดิม? นี่มันชื่อใครกันน่ะทำไมถึงตั้งได้แปลกประหลาดขนาดนี้
"ไปหยิบมาสิ ฉันจะรออยู่ตรงนี้"
จี้ทิงขึ้นลิฟต์กลับไปที่ห้องนอนอีกครั้งเขาค้นหาจนเจอเครื่องเล่นเกมที่วางอยู่ใต้ตู้ในห้องแต่งตัวของเจ้าของร่างเดิม
จากนั้นเขาอุ้มมันกลับลงมาที่ห้องนั่งเล่นจี้เยี่ยนจื๋อรับเครื่องมาจากอ้อมแขนของเขาแล้วกวาดสายตามองดู"แล้วจอยล่ะ?"
จี้ทิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเม้มปาก [ลืมแฮะ]
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา"เห็นท่านายก็รู้แล้วว่าลืม ซื่อบื้อจริงๆยังไม่รีบกลับไปเอามาอีก"
จี้ทิงต้องเดินไปกลับอีกรอบเมื่อเขากลับมาพร้อมจอยเกมสองอันและไอแพด จี้เยี่ยนจื๋อก็ต่อเครื่อง PS5เข้ากับทีวีเรียบร้อยแล้ว
เขาถือรีโมตเปิดไล่ดูคลังเกมที่ละลานตาของเจ้าของร่างเดิมอยู่นาน"คราวก่อนเกมต่อยมวยที่เราเล่นกันชื่อเกมอะไรนะ?"
จี้ทิงเองก็จำไม่ได้ได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ
จี้เยี่ยนจื๋อมองหน้าจอทีวีเริ่มรู้สึกหงุดหงิดที่หาไม่เจอจึงเอ่ยตัดบท "ช่างเถอะสุ่มเลือกมาสักเกมแล้วกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้นจี้ทิงก็หลุบตาลงมองหน้าจอ [เกมนั้นสนุกนะ]
มือที่ถือรีโมตของจี้เยี่ยนจื๋อชะงักไปทรวงอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเขารอสายอยู่ประมาณหนึ่งนาทีก่อนจะวางแล้วกดโทรออกใหม่อีกรอบ
"จี้เยี่ยนจื๋อ..." เสียงของเสิ่นมู่หลานดังมาจากปลายสายน้ำเสียงนั้นทั้งงัวเงียและแหบพร่า "นายโทรมาหาฉันเวลานี้ถ้าไม่มีเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายละก็..."
"เกมที่ฉันเล่นกับจี้ทิงที่ร้านนายคราวก่อน ชื่อเกมอะไร?"
เสิ่นมู่หลานแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห"นายโทรมาหาฉันกลางดึกเพียงเพื่อจะถามเรื่องนี้เนี่ยนะ?"
จี้เยี่ยนจื๋อทำตัวยียวนกวนประสาทชนิดที่คนฟังอยากจะบ้าตายเขาตอบกลับหน้าตาเฉย "อืม แค่เรื่องนี้แหละ"
"UFC5 ไอ้สารเลวเอ๊ย!" เสียงตู๊ด...ดังขึ้นทันที เสิ่นมู่หลานสบถด่าแล้วกดวางสายไป
จี้เยี่ยนจื๋อหาได้แยแสที่โดนด่าเมื่อรู้ชื่อเกมแล้วเขาก็กดค้นหาในสโตร์และสั่งซื้อทันที
ใช้เวลาดาวน์โหลดไม่ถึงสองนาทีก็เสร็จเขาจึงโยนจอยเกมหนึ่งอันให้จี้ทิง จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งลงบนโซฟาเพื่อเลือกตัวละคร
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเลือกหลี่เสี่ยวหลงอีกครั้งจี้ทิงก็ยกไอแพดขึ้นมาถาม [ทำไมพี่เล่นแต่ตัวละครนี้ตลอดเลยล่ะ?]
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นยิ้ม"จะจัดการนาย จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวละครบ่อยๆ ด้วยหรือไง?"
ประกายความรู้สึกเฉยชาบนใบหน้าของจี้ทิงค่อยๆเลือนหายไป แทนที่ด้วยไฟแห่งการแข่งขันที่เริ่มจุดติดขึ้นในใจ
เมื่อทั้งคู่เลือกตัวละครเสร็จสิ้นเสียงระฆังที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น หลี่เสี่ยวหลงก็พุ่งสไลด์ตัวเข้าหาทันทีก่อนจะรวบตัว คอเนอร์ทุ่มลงพื้นด้วยท่าไซด์ซับมิชชันอย่างรุนแรง
ตัวละครของจี้ทิงถูกกดทับอยู่บนพื้นเขาพยายามดิ้นรนหาทางหลุดพ้นทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับเปลี่ยนองศาการกดได้เร็วกว่าก้าวหนึ่งเสมอทำให้คอเนอร์ยังคงถูกตรึงแน่นอยู่กับพื้น
“ดิ้นหนีออกทางมุมขวาสิ” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยเตือน
จี้ทิงทำตามคำบอกโดยสัญชาตญาณทว่าทันทีที่ดิ้นหลุดออกมา หลี่เสี่ยวหลงก็ใช้แขนขวารัดเป็นรูปสามเหลี่ยมล็อกคอคอเนอร์ไว้แน่นก่อนจะรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง
จี้เยี่ยนจื๋อส่งเสียงฮึในลำคอ“ปฏิกิริยาตอบโต้ช้าชะมัด”
จี้ทิงไม่คิดว่าเขาจะเล่นตุกติกแบบนี้จึงตวัดสายตามองค้อนเขาแวบหนึ่ง แล้วรัวกดปุ่มบนจอยอย่างแรง
แต่เนื่องจากคอเนอร์ถูกกดทับเป็นเวลานานเกินไปเมื่อกรรมการเคาะพื้นสามครั้งแล้วเขายังลุกไม่ขึ้นรอบแรกจึงจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของจี้ทิง
จี้ทิงยกไอแพดขึ้นชูตรงหน้าจี้เยี่ยนจื๋อทันที[เล่นรอบสองกันครับ]
จี้เยี่ยนจื๋อยิ้มหยันอย่างไม่ใส่ใจ"จะเล่นกี่รอบก็ได้ทั้งนั้นแหละ ยังไงนายก็ชนะฉันไม่ได้หรอก"
คำพูดนั้นคล้ายเป็นคำสาปเพราะในรอบที่สองและสามต่อมา จี้ทิงก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ยับเยิน
จี้เยี่ยนจื๋อแปลกใจที่อีกฝ่ายฝีมืออ่อนชั้นเกินคาดไหนว่าเป็นอัจฉริยะขั้นเทพไง แค่เกมพรรค์นี้ทำไมถึงเล่นไม่เอาไหนเลย
ทั้งคู่ดวลกันต่อไปอีกสิบกว่ารอบจนแทบจะจบฤดูกาลการแข่งขัน
จี้ทิงมองตัวเลข0-13บนหน้าจอ คล้ายกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ เขาหยิบไอแพดขึ้นมาเขียน[พักรบชั่วคราว ผมจะไปหาเทคนิคการเล่น]
“เฮอะ” จี้เยี่ยนจื๋อพ่นลมหายใจ “สู้ไม่ได้เลยจะเริ่มโกงแล้วงั้นสิ?”
[มันคือกลยุทธ์ ไม่ใช่การโกงครับ]จี้ทิงแก้ไขความเข้าใจให้อีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“ก็ได้ ไปหาเทคนิคมาให้ดีล่ะไม่อย่างนั้นฉันชนะนายอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้มันก็น่าเบื่อแย่”
จี้เยี่ยนจื๋อพูดจบก็ลุกจากโซฟาเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาเครื่องดื่ม
ทว่าเมื่อเขากลับมาพร้อมน้ำผลไม้สองขวดกลับพบว่าจี้ทิงที่ถือไอแพดคาไว้นั้น ได้เอนกายพิงโซฟาและหลับตาพริ้มไปเสียแล้ว
จี้เยี่ยนจื๋อเดินเข้าไปมองใกล้ๆก่อนจะค่อยๆ วางของในมือลงอย่างเงียบเชียบ แล้วหยิบรีโมตมาปิดทีวีเขานั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆเฝ้ารออยู่นานจนกระทั่งจี้ทิงลมหายใจสม่ำเสมอจึงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
หาเรื่องให้ลำบากได้ตลอดจริงๆ...
จี้เยี่ยนจื๋อปรายตามองจี้ทิงจากมุมสูงแวบหนึ่งก่อนจะโน้มตัวลงช้อนร่างอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยท่วงท่าที่นุ่มนวลที่สุด
เขาอุ้มจี้ทิงขึ้นลิฟต์กลับไปยังชั้นสามทว่าพอไปถึงหน้าห้องนอนกลับพบว่าประตูถูกล็อกอยู่
จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันกรอดเขายกขาข้างหนึ่งยันผนังไว้เพื่อช่วยพยุงช่วงล่างของร่างในอ้อมแขนก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นเอื้อมมือไปผลักประตูให้เปิดออก
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องเขาก็พบว่าทั้งไฟและหน้าต่างถูกเปิดทิ้งไว้หมดภายในห้องนอนหนาวเย็นราวกับห้องแช่แข็ง
จี้เยี่ยนจื๋อยืนนิ่งอยู่กลางห้องเพียงครู่เดียวก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป แล้วอุ้มคนในอ้อมแขนกลับไปยังห้องนอนของตนเอง
...
วันต่อมา
เวลา09:00น. คนขับรถนำรถมาจอดเทียบหน้าตึกหลักตรงเวลาสม่ำเสมอ
เลี่ยวข่ายก้าวเข้าไปเปิดประตูรถทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับยังไม่ขึ้นรถ เขาหันมาสั่งงาน “ช่วงนี้นายกับบอดี้การ์ดคนอื่นๆ อยู่เฝ้าที่บ้าน คอยดูจี้ทิงไว้ให้ดี”
เลี่ยวข่ายเริ่มไม่แน่ใจในเจตนารมณ์ของเขาแต่ก็ไม่กล้าซักไซ้“ประธานจี้ครับ แล้วเรื่องการเดินทางไปกลับที่ทำงานของคุณ...”
“ไม่เป็นไร ที่บริษัทมีฝ่ายรักษาความปลอดภัยอยู่” จี้เยี่ยนจื๋อพูดจบก็กำชับต่อ“แล้วไปบอกอาหยางด้วยว่า ถ้าจี้ทิงไม่ตื่นขึ้นมาหาข้าวกินเองก็ไม่ต้องไปปลุกเขา”
“รับทราบครับ”
หลังจากจี้เยี่ยนจื๋อจากไปไม่นานเลี่ยวข่ายก็เรียกรวมพลบอดี้การ์ดของคฤหาสน์เก่าสั่งกำชับให้เฝ้าระวังประตูทางเข้าออกอย่างเข้มงวดในช่วงนี้อย่าให้แม้แต่แมลงสักตัวหลุดรอดเข้ามาได้
ทว่าสิ้นคำสั่งนั้นรถหงฉี L5คันหนึ่งก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์
เมื่อรถจอดสนิทชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่มีใบหน้าเย็นชาคมกริบดุจน้ำแข็งก็ก้าวลงมาจากตำแหน่งคนขับ
เลี่ยวข่ายมองผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ก่อนจะกดปุ่มสนทนา “สวัสดีครับไม่ทราบว่ามาหาใครครับ?”
ชายหนุ่มผู้นั้นไร้ซึ้งอารมณ์บนใบหน้าริมฝีปากบางขยับเอ่ยเพียงสั้นๆ “จี้ทิง”
พอได้ยินว่ามาหาคุณชายรองเลี่ยวข่ายก็ระมัดระวังตัวขึ้นมาทันที “ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรครับ?”
นัยน์ตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกของชายคนนั้นจ้องเขม็งมาที่กล้องวงจรปิดก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา
“รอสักครู่ครับ”
เลี่ยวข่ายตัดการเชื่อมต่อก่อนจะกดโทรศัพท์รายงานจี้เยี่ยนจื๋อทันที “ประธานจี้ครับคุณเพิ่งออกไปได้ไม่นาน ก็มีคนมาหาคุณชายรองครับ”
“ใคร?”
“เขาบอกว่าชื่อฉินไจ้เย่ครับ”
ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ขณะที่เลี่ยวข่ายกำลังจะเอ่ยทวนอีกครั้งน้ำเสียงที่เย็นเยียบปานหิมะของจี้เยี่ยนจื๋อดังขึ้น
“ไล่มันไปซะ”