CURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป

    ตอนที่ 36

    “ไหนๆแล้วช่วงที่รอผมฟื้นตัวอยู่ จากที่ผมได้ฟังเรื่องที่คุณนอสเล่าแล้วผมก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่คุณนอสสู้กับฉิงถึงได้อ้วกออกมา เดี๋ยวนะพอพูดถึงเรื่องนี้ผมก็เริ่มเอะใจแล้วทำไมคุณนอสถึงแค่อ้วกล่ะครับ”

    ควานถามนอสออกไป



     

    “ถ้าเรื่องนั้นเพราะผมมีลิลิธอยู่ด้วยก็เลยลดผลค้างเคียงลงมาได้นิดหน่อยน่ะครับเลยทำให้แค่อ้วก แต่ก็แค่ ณ ตอนนี้น่ะนะครับ เพราะผมก็ยังไม่ได้ลองอาวุธที่ตีขึ้นจากระดับสีแดงเลย อ๋อแล้วก็ผมอยากจะบอกว่าที่ผมให้คุณควานใช้มันก็แค่ตัวที่ยังไม่สมบูรณ์นะครับมันเป็นดาบที่ผมตีขึ้นมาครั้งแรกเลย และลิลิธก็แนะนำให้คุณใช้เล่มนี้ด้วยเพราะมันคุมง่ายกว่าตัวนี้มากครับ”

    นอสหยิบแหว่งออกมาโชว์ควาน



     

    “นี่คุณจะบอกว่าเจ้าดาบที่ทำให้ผมเกือบตายนั่นมันแค่ตัวที่ไม่สมบูรณ์งั้นหรอครับ เฮ้อ~จะบ้าตาย”

    ควานนอนลงไปกับพื้นทันทีที่รู้ว่าจริงๆแล้วของที่ตัวเองใช้มันคืออาวุธที่ไม่สมบูรณ์



     

    “แต่ถึงคุณนอสจะบอกว่ามันยังไม่สมบูรณ์แต่ประสิทธิภาพมันก็เหนือกว่าอาวุธทั่วๆไปแล้วนะครับ”

    ควานพูดเสริม



     

    “เหตุผลที่มันไม่สมบูรณ์เพราะมันไม่ได้ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องทั้งหมดแม้มันจะดูมีประสิทธิภาพแต่จริงๆมันก็แค่ของห่วยๆที่ไม่ได้มีจิตใจเป็นของตัวเองมากขนาดนั้นเหมือนที่ท่านนอสใช้อยู่หรอกนะ”

    ลิลิธพูดแทรกเข้ามา



     

    “ห๊ะ!?ของห่วยๆ”

    ควานตะลึงกับคำพูดที่ลิลิธพูดออกมา



     

    “จริงๆผมก็คิดว่ามันห่วยจริงๆนั่นแหละครับหลังจากที่ได้ลองใช้สู้กับพวกระดับสีส้มดูมันแทบจะโจมตีไม่เข้าเลยถ้าไม่ฝืนอัดพลังเวทย์ใส่เพื่อเร่งประสิทธิภาพของมันออกมาจนสุด”

    นอสพูด



     

    “ของราคาถูกเหมือนกับขยะทำได้แค่นี้มันก็ดีมากแล้วล่ะค่ะ”

    ลิลิธพูดต่อ



     

    “ของที่ดีขนาดนี้แม้จะมีข้อเสียแต่มันก็ยังคุ้มที่จะใช้แต่พวกคุณบอกว่ามันเป็นขยะหรอเนี่ย ฮ่าๆหมดคำจะพูดเลยครับ”

    ควานยิ้มและหัวเราะกับตัวเองที่ได้ยินคำพูดของนอสและลิลิธ



     

    “งั้นคุณอยากจะได้มันไหมล่ะครับดาบเล่มนี้ผมยกให้คุณก็ได้นะครับคุณควาน”

    นอสเสนอให้กับควาน



     

    “ห๊ะ!? ผมไม่ได้ฟังคุณผิดใช่ไหมครับจะยกให้ผมจริงๆหรอ”

    ควานตกใจที่จู่ๆนอสก็จะยกมันให้กับเขา



     

    “ถึงมันอยู่กับผมไปผมก็ไม่ได้เอาออกมาใช้หรอกครับไหนๆคุณควานก็ไม่ได้มีอาวุธแล้วใช้อันนี้แทนไปก็ได้เผื่ออนาคตคุณควานอาจจะสามารถควบคุมมันได้โดยที่ไม่ได้รับผลข้างเคียงจากมันเลยก็ได้ครับ”

    นอสพูด



     

    “งั้นเดี๋ยวพอกลับไปถึงผมจะจ่ายเงินให้แน่นอนครับผมไม่อยากจะรับของมาฟรีๆหรอกนะครับ”

    ควานรีบพูด



     

    “แบบนั้นก็ได้ครับจะได้ไม่ลำบากใจคุณควาน แต่ขอเน้นย้ำว่าอย่าเอาไปให้คนอื่นเด็ดขาดไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตามนะครับ เพราะเกิดคนทื่ไม่รู้เรื่องเผลอสัมผัสโดนเข้าล่ะก็ได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอนครับ”

    นอสพูดเตือนควาน



     

    “ได้ครับผมจะระวัง”

    ควานรับฟังคำเตือนของนอสด้วยใจจริง 



     

    “เอาล่ะไหนๆคุณก็ฟื้นตัวมากแล้วเดี๋ยวผมจะแบกคุณควานไปด้วยเลยก็ได้ครับเราจะได้ไม่เสียเวลากันมากกว่านี้”

    นอสพูดขึ้น



     

    “เอาแบบนั้นก็ได้ครับรีบไปให้ถึงเร็วเท่าไหร่ก็น่าจะดีกับพวกเรา ไม่รู้ว่าเจ้าหวังลิ่วมันจะส่งลูกน้องมารังควานเราอีกรึเปล่าด้วย”

    ควานตอบตกลงกับข้อเสนอของนอส



     

    เมื่อเห็นว่าควานตอบตกลงนอสก็สวมเกราะทอรัสทันที นอสก้มลงไปแบกควานขึ้นมาบนหลัง หลังจากแบกควานไว้นอสก็ออกเดินทางต่อทันที ด้วยชุดเกราะนี้นอสจึงสามารถแบกควานไปได้สบายๆโดยที่นอสแทบจะไม่รู้สึกถึงความหนักเลย



     

    นอสแบกควานได้ประมาณสองสามชั่วโมงควานก็ขอให้นอสเลิกแบกเขาเพราะตอนนี้ควานฟื้นตัวได้พอจะวิ่งไหวแล้ว เมื่อวางควานลงนอสก็ถอดทอรัสออกและเปลี่ยนมาใช้รองเท้าสปีดแทนเพราะมันจะคล่องตัวกว่า



     

    นอสและควานเดินทางกันตลอดทั้งคืนในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงทางเข้าเมืองสักที ทั้งสองคนดีใจอย่างมากที่ในที่สุดก็ได้มาถึงเมืองสักทีหลังจากต้องเดินทางอยู่ข้างนอกประมาณเดือนกว่าๆเกือบสองเดือน



     

    พระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาพอดีกับตอนที่ทั้งคู่เดินมาถึงเมืองผู้คนที่เมืองนี้คับคั่งกว่าที่เมืองเดลต้าอย่างมากผู้คนเดินเบียดกันเต็มถนนไปหมด



     

    “เราแยกกันตรงนี้ละกันนะครับ”

    ควานพูดขึ้นหลังจากเดินมาได้สักระยะและหยุดลงตรงซอยๆหนึ่งข้างในเมือง



     

    “อะ...โอเคครับ งั้นเราก็แยกกันที่นี่เลยละกันนะครับ”

    นอสหยุดเดินและพูดขึ้น



     

    “งั้นก็นี่ครับเบอร์เอาไว้ติดต่อผม มีปัญหาอะไรติดต่อผมได้เลยนะครับผมจะช่วยสุดกำลังแน่นอนครับ แลัวก็เดี๋ยวผมขอบัญชีคุณนอสไว้ด้วยนะครับเพราะผมจะโอนเงินที่ผมติดคุณไว้ทั้งค่าซากมอนสเตอร์ต่างๆพร้อมกับค่าดาบที่คุณให้ผมมาด้วยผมจะรีบโอนให้ทั้งหมดนะครับ”

    ควานพูดขึ้น



     

     นอสที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบเขียนเลขบัญชีตัวเองไปให้ควานทันที

    “ได้เลยครับ อ๊ะ!! จริงสิคุณควนครับคุณเป็นพ่อค้างั้นเอาสิ่งนี้ไปขายให้หน่อยสิครับถ้าขายได้ก็เอาไปรวมกับค่าซากมอนสเตอร์ด้วยเลยนะครับ”

    นอสพูดจบพร้อมกับหยิบผลึกระดับสีเขียวที่เคยล่าได้ออกมาจากแหวนมิติและส่งมันให้กับควาน



     

    “ได้ครับผม”

    ควานรับไว้และเก็บใส่แหวนมิติตัวเองอย่างรวดเร็ว



     

    “งั้นก็ไว้เจอกันนะครับคุณควาน”

    นอสพูดพร้อมกับโบกมือลาควาน



     

    “ไว้เจอกันครับคุณนอส”

    ควานยิ้มตอบรับและโบกมือลานอสเช่นกัน



     

    ควานยืนโบกมือลานอสอยู่สักพักจนนอสหายลับเข้าไปในฝูงชน เมื่อเห็นว่านอสไปไกลแล้วควานที่ทำหน้ายิ้มแย้มอยู่นั้นก็เริ่มหุบยิ้มจากใบหน้าที่ยิ้มแย้มกลับกลายเป็นใบหน้าที่นิ่งเรียบและดูจริงจังขึ้นมาทันที



     

    ควานเดินตรงเข้าไปที่ตรอกๆหนึ่งในจุดที่อยู่ใกล้ๆ

    “นี่อยู่กันหรือเปล่า”

    ควานพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดูนิ่งเฉย 



     

    ทันทีที่ควานพูดจบก็ได้มีร่างของคนสองคนปรากฎออกมาจากมุมมืดของตรอกซอยนั้น ลักษณะของทั้งสองคนดูเหมือนกับสายลับแต่งตัวมิดชิดเหมือนกับชายชุดดำไม่มีผิดเพี้ยนพวกเขาทั้งคู่เดินออกมาและหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของควานก่อนจะก้มลงทำความเคารพ

    “ยินดีต้อนรับกลับขอรับ นายน้อย”

    ทั้งสองคนพูดพร้อมๆกัน



     

    “ทำไมถึงได้กลับมาช้ากว่ากำหนดหรือขอรับนายน้อย”

    หนึ่งในทั้งสองคนถามขึ้นมา



     

    “พอดีเจอหมามันแว้งกัดนิดหน่อยก็เลยกลับมาช้ากว่ากำหนดการที่คิดไว้น่ะ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนทั้งสองคนคงจะเห็นแล้วใช่ไหมว่าฉันเดินมากับใครตั้งแต่เข้าเมืองมา”

    ควานพูด



     

    “ขอรับ”

    ทั้งสองตอบควานแทบจะทันที



     

    “ดี เด็กคนนั้นเป็นผู้มีพระคุณของฉันเพราะฉะนั้นฉันขอสั่งให้พวกนายทั้งสองคนคอยปกป้องเขาจากเงามืดซะ แต่อย่าให้เขารู้ตัวได้เป็นอันขาดเด็กคนนี้มีประสาทการรับรู้ที่ไกลและไวมากๆ และถ้ามันไม่ได้ร้ายแรงจนเกือบถึงแก่ชีวิตห้ามเข้าไปช่วยเขาเด็ดขาดเข้าใจที่ฉันสั่งใช่ไหม”

    ควานออกคำสั่งกับทั้งสองคนที่ก้มทำท่าทางเคารพเขาอยู่



     

    “รับทราบขอรับนายน้อย แต่ว่าตอนนี้เชิญท่านกลับบ้านก่อนนะครับท่านเจ้าบ้านเขาอยากจะพบนายน้อยน่ะครับ”

    สายลับคนหนึ่งพูดขึ้น



     

    “ท่านพ่อเรียกงั้นหรอ….งั้นก็ได้ฉันจะไปพบเขาก่อนก็ได้ส่วนพวกนายไปทำหน้าที่ ที่ฉันสั่งซะ”

    ควานพูดพร้อมกับเดินออกจากตรอกซอยนั้นทันที



     

    “ขอรับ”

    ทั้งสองคนพูดรับคำสั่งของควานก่อนจะหายตัวเข้าไปที่ตรอกซอย



     

    ………………



     

    หลังจากที่แยกกับควานนอสก็เดินสำรวจข้างในเมืองแต่เพราะเมืองมีขนาดใหญ่มากๆนอสเลยเดินแค่แป๊บเดียวก่อนจะเดินเข้ามาที่ห้องพักที่ว่างอยู่ของเมืองนี้

    “ว้าวเหมือนกับห้องที่เมืองเดลต้าเลยแฮะ แสดงว่าทุกๆเมืองก็จะมีห้องเป็นแบบนี้เลยสินะเนี่ย”

    นอสเดินสำรวจห้องด้วยความตื่นเต้น



     

    เดินอยู่สักพักนอสก็เดินมาบรรจบที่เตียงนอน 

    “อ๋า~ เตียงนอนนุ่มๆคิดถึงจังเลย”

    นอนล้มลงใส่เตียงสีขาวที่นุ่มดุจปุยฝ้ายตรงหน้า หลังจากเอาหน้าซุกไซร้อยู่สักพักนอสก็หลับลงไปทันที ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดการเดินทางทำให้นอสต้องหลับสนิทอยู่บนเตียงโดยที่ไม่มีโอกาสได้ขัดขืนใดๆทั้งสิ้นเลย 

     

     

     

    นอสสลบไปเกือบหนึ่งวันแล้วในที่สุดนอสก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา

    “อ่ะ!! นี่เราหลับไปนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย”

    นอสเด้งตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียง



     

    “20ชั่วโมง38นาทีค่ะ”

    ลิลิธตอบ



     

    “นานขนาดนั้นเชียวหรอเนี่ยสงสัยว่าฉันน่าจะเหนื่อยจริงๆนั่นแหละเฮ้อ~”

    นอสแคะขี้ตาตัวเองพร้อมกับถอนหายใจและเดินตรงไปที่โต๊ะกินข้าวภายในห้อง



     

    “จะเอายังไงต่อหรอคะท่านนอส”

    ลิลิธถามถึงจุดหมายต่อไปของนอส



     

    “ตอนแรกก็ว่าจะไปล่ามอนสเตอร์อีกสักนิดแหละนะแต่ตอนนี้มันใกล้จะถึงกำหนดรับสมัครนักเรียนรอบโควตาแล้วน่ะสิ”

    นอสนิ่งและครุ่นคิดอยู่สักพัก



     

    “ฉันน่าจะหมกตัวอยู่ในห้องนี้แล้วพยายามดูดซับเจ้าผลึกระดับสีแดงนี่ให้สำเร็จก่อนแล้วกันถ้าได้เจ้านี่มามันอาจจะทำให้ค่าพลังเวทย์ของฉันเพิ่มขึ้นมากจนพอจะผ่านสอบรอบโควตาได้แน่”

    นอสพูดขึ้นพร้อมกับหยิบผลึกสีเขียวมรกตออกมาจากแหวนมิติของตัวเอง



     

    …………………..