รุ่งอรุณสีเทาในเวลาตีสอง ชัชชน หนุ่มยี่สิบหกปี ผู้มีชื่อที่หมายถึง 'นักสู้'กำลังเหยียบย่างกลับสู่บ้านเช่าอันแสนคุ้นเคย ราวกับเป็กิจวัตรที่หล่อหลอมเป็ส่วนหนึ่งของชีวิต ความอ่อนล้าจากการทำงานั้แ่แสงตะวันขึ้นในฐานะเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร จรดพลบค่ำที่ผันตนเป็ 'เด็ก N'ผู้ปรนเปรอความสุขชั่วข้ามคืนแก่ผู้มาเยือนยามวิกาล ค่อย ๆ กัดกินเรี่ยวแรงจนแทบไม่เหลือ
ทุกหยาดเหงื่อแรงกายที่หลั่งริน มีเพียงเป้าหมายเดียว...เพื่อดูแลน้องสาวคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ หลังการสูญเสียครั้งใหญ่ที่พรากพ่อและแม่ไปจากชีวิตเขาั้แ่อายุสิบเจ็ดปี ทิ้งน้องสาววัยเพียงเก้าขวบไว้ภายใต้ปีกกำพร้า ชัชชนผู้จบเพียงชั้นมัธยมปลาย ตัดสินใจละทิ้งความฝันในการเรียนต่อมหาวิทยาลัย แล้วมามุ่งมั่นทำงานหนัก ส่งเสียน้องสาวให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ดั่งชื่อของเขาที่บ่งบอกถึงจิติญญาอันแข็งแกร่ง
ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปในห้องนอนเล็ก ๆ ที่น้องสาวกำลังหลับใหล ความเหนื่อยหน่ายที่สะสมมาทั้งวันราวกับถูกชะล้างด้วยภาพอันแสนบริสุทธิ์นั้น เขาก้มลงจรดริมฝีปากบนหน้าผากมนเบา ๆ ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อล้นในอก เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว ราวกับสายลมที่พัดผ่าน ตอนนี้น้องสาวของเขากำลังจะก้าวเข้าสู่่หัวเลี้ยวหัวต่อของการศึกษาในชั้นมัธยมปลายแล้ว
เปลือกตาบางค่อย ๆ เปิดขึ้น เปมิกา ผู้มีั์ตาใสกระจ่างราวกับชื่อที่แปลว่า 'ผู้เป็ที่รัก' มองพี่ชายเพียงคนเดียวด้วยความรักใคร่
"กลับมาแล้วเหรอคะ"
"ค่ะ พี่ขอโทษนะที่ทำให้ตื่น" ชัชชนลูบผมนุ่มสลวยของน้องสาวอย่างอ่อนโยน ชื่อของน้องสาวช่างเหมาะสมกับเธอเหลือเกิน...เปมิกา ผู้เป็ที่รักเสมอมา
"ไม่เป็ไรค่ะ พี่ชัชเหนื่อยไหมคะ ทำโอทีทุกวันเลย" น้ำเสียงเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความเป็ห่วง
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ มิกานอนต่อเถอะ พี่ไม่กวนแล้ว ฝันดีนะคะ" ชัชชนส่งยิ้มอบอุ่นให้น้องสาว
เปมิกาเข้าใจมาโดยตลอดว่าพี่ชายของเธอไปรับงานพิเศษที่ร้านอาหารปิดดึกดื่น แต่ไม่เคยล่วงรู้ถึงงานอีกประเภทที่ชัชชนแบกรับไว้บนบ่า เพราะเขาไม่อยากให้น้องสาวต้องรับรู้ถึงโลกอีกด้านที่มืดมิด และเขาจะไม่มีวันยอมให้น้องสาวต้องรังเกียจเขาเด็ดขาด
"ฝันดีค่ะพี่ชัช" เปมิกาส่งยิ้มหวานละมุนให้พี่ชายสุดที่รัก
ชัชชนก้มลงหอมหน้าผากน้องสาวอีกครั้งด้วยความรักท่วมท้น ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนของตนเอง
เมื่อประตูห้องปิดลง ชัชชนถอดเสื้อแขนยาวตัวเก่งออก ดวงตาคมกริบพลันจับจ้องไปยังเงาสะท้อนในกระจกตู้เสื้อผ้า รอยแดงจ้ำ ๆ กระจายอยู่ทั่วแผ่นหลังและต้นแขน ราวกับเป็เครื่องหมายแห่งค่ำคืนอันแสนทรมาน
"เฮ้อ...เลี่ยงไม่ได้สินะ" ชัชชนถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ในโลกใบเล็ก ๆ ของเขา ไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก หรือปฏิเสธลูกค้าได้เลย เมื่อรับงานมาแล้ว โชคดีหน่อยก็แค่การปรนนิบัติทางกาย แต่ถ้าโชคร้าย...ก็เหมือนค่ำคืนนี้ ที่ลูกค้าบางรายชื่นชอบความรุนแรง และทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกายของคู่นอนราวกับเป็เครื่องหมายกรรมสิทธิ์
ชัชชนชำระล้างร่างกายที่บอบช้ำด้วยน้ำเย็น ก่อนจะทายาลดรอยแดงอย่างเบามือ หวังเพียงว่าร่องรอยเ่าั้จะจางหายไปทันเวลาสำหรับการ "ให้บริการความสุข" ในค่ำคืนถัดไป
แสงตะวันของวันใหม่เริ่มสาดส่อง ชัชชนวุ่นวายกับการเดินรับรายการอาหารและเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เนื่องด้วยวันนี้เป็วันหยุดสำคัญตามปฏิทิน ร้านอาหาร 'My Home' ของเขาจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน อาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ทำให้เป็ตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการสังสรรค์ของครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่นักธุรกิจที่้าเลี้ยงรับรองแขกคนสำคัญ
"วันนี้เหนื่อยหน่อยนะครับเชฟ" ชัชชนเอ่ยทักทายเชฟก้อง เชฟหนุ่มวัยสามสิบแปดปี ผู้เป็ทั้งเพื่อนร่วมงานและพี่ชายที่แสนดี
"อื้อ ชัชก็อย่าเดินซุ่มซ่ามชนโต๊ะลูกค้าจนอาหารคว่ำก็แล้วกัน" เชฟก้องตอบกลับด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
"ครับบบบ" ชัชชนตอบรับเสียงหวานปนอ้อนตามสไตล์ ทำให้เขาเป็ที่รักของพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ในที่ทำงาน
เวลาล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่มครึ่ง แสงไฟในร้านอาหารค่อย ๆ หรี่ลง บ่งบอกถึงเวลาปิดทำการ หลังจากที่พนักงานทุกคนช่วยกันเก็บกวาดและทำความสะอาดร้านเสร็จสิ้น ต่างก็ทยอยกันกลับสู่ที่พัก พร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
"วันนี้พี่ว่าชัชกลับไปพักผ่อนสักวันเถอะนะ" เชฟก้องเอ่ยบอกน้องชายคนสนิทด้วยสีหน้าเป็ห่วง
"ไม่ได้หรอกพี่ก้อง แต่วันนี้ผมจะรีบกลับเร็วกว่าทุกวันแล้วกัน" ชัชชนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ก้องเป็เพียงคนเดียวที่รับรู้ถึงงานอีกด้านที่ชัชชนทำ เคยทัดทานแล้ว แต่ก็เข้าใจถึงความจำเป็ของอีกฝ่าย รายได้จากงานนั้นคงช่วยจุนเจือครอบครัวของชัชชนได้มาก เขาจึงทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความเป็ห่วง
"...แต่อย่าหักโหมร่างกายมากล่ะ" เชฟก้องกำชับด้วยความเป็ห่วง
"รับทราบครับผม" ชัชชนยกมือขึ้นตะเบ๊ะอย่างทะเล้น
"จริง ๆ เลย.." เชฟก้องยื่นมือไปยีผมนุ่มของชัชชนอย่างเอ็นดู
"เดินทางกลับดี ๆ นะครับ อย่าลืมทายาแก้ปวดด้วย วันนี้ยืนผัดทั้งวันเลย" ชัชชนเตือนกลับด้วยความเป็ห่วงเช่นกัน
"รู้แล้วน่า...พี่กลับแล้ว" เชฟก้องโบกมือลา
"ครับ" ชัชชนส่งยิ้มให้ ก่อนจะแยกย้ายไปรับงานอีกกะของตัวเอง
ชัชชนเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท ผ่าลึกตรงกลางอกยาวเกือบถึงสะดือ และสวมกางเกงขายาวสีดำทะมึน เขาเดินมาหยุดอยู่ที่เคาน์เตอร์ของร้านที่ให้บริการงานพิเศษยามค่ำคืน
"พี่หลิน วันนี้ผมขอรับงานแบบธรรมดานะครับ ไม่มีเซ็กส์" ชัชชนบอกความประสงค์กับนายจ้างด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า เพราะวันนี้ร่างกายเขาอ่อนเพลียเกินกว่าจะรับไหว เขาเพียง้ารีบกลับไปพักผ่อน
"เดี๋ยวพี่ดูให้นะ" เ้าของร้านสาวใหญ่เช็กข้อมูลการจองของลูกค้าในคอมพิวเตอร์
"ครับ" ชัชชนพยักหน้ารับ
ครืดดดดดดดดด เสียงโทรศัพท์มือถือของเ้าของร้านดังขึ้น
หลิน (น้ำเสียงหวานใสเอ่ยทักทายปลายสาย): สวัสดีค่ะคุณภาคภูมิ มีอะไรให้หลินรับใช้คะ
ภาคภูมิ: สวัสดีครับคุณหลิน วันนี้เด็กที่ชื่อ ราซ มาทำงานไหม
หลินเงยหน้ามองชัชชน เพราะนั่นคือชื่อในวงการของเขา ราซ มีความหมายว่า 'ความลับของพระเ้า' ชัชชนมองตอบด้วยสีหน้าสงสัย
หลิน: มาค่ะ
ภาคภูมิ: ดี...งั้นวันนี้ผมเอาเด็กนั่น เพราะผมมีแขกคนสำคัญ
หลิน: ค่ะ เดี๋ยวหลินไปบอกน้องให้ค่ะ
ภาคภูมิ: ขอบคุณครับ
หลิน: ยินดีเสมอค่ะ
เสียงตัดสายดังขึ้น
"ราซ...วันนี้คุณภาคภูมิขอจองตัวเราแล้วน่ะ บอกว่ามีแขกคนสำคัญ เลยอยากให้ราซไปให้บริการ" เ้าของร้านเอ่ย
"แต่วันนี้ผมไม่อยากรับงานเซ็กส์อะพี่หลิน ผมขอแบบธรรมดาได้ไหม" ชัชชนต่อรองด้วยความหวัง
"พี่ก็อยากช่วยนะ แต่ราซก็รู้นี่ ว่าถ้าเป็คุณภาคภูมิจ้าง จะได้เงินเยอะกว่าปกตินี่" หลินอธิบายด้วยเหตุผล
ไม่มีทางเลือกอื่นเลยจริง ๆ "ก็ได้ครับ" ชัชชนตอบรับอย่างจำนน
"ดีจ๊ะ เดี๋ยวอีกประมาณยี่สิบนาที เขาจะให้คนมารับนะ" หลินตบบ่าชัชชนเบา ๆ
"ครับ" ชัชชนพยักหน้าตอบรับอย่างหมดหนทาง
รถยนต์หรูสีดำสนิทจอดเทียบหน้าโรงแรมห้าดาว ชัชชนก้าวลงจากรถตามคำบอกเล่าของคนขับรถ ให้ตรงไปยังห้องรับรองวีไอพีหมายเลขหนึ่ง
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง ปรากฏร่างบอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนยืนเฝ้าอยู่ พวกเขาเคาะประตูห้องอย่างสุภาพ เพื่อขออนุญาตผู้ที่อยู่ด้านใน
บอดี้การ์ดเปิดประตูให้ชัชชนเดินเข้าไป แล้วปิดประตูลงเบา ๆ ชัชชนกวาดสายตามองไปทั่วห้อง พบชายสองคน คนแรกคือ ภาคภูมิ ชายวัยห้าสิบสี่ปี เ้าของโรงแรมแห่งนี้ และเป็ผู้ว่าจ้างเขาในวันนี้ ส่วนอีกคน...เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน รูปร่างสง่างามราวกับนักธุรกิจหนุ่ม อายุราวสามสิบกลาง ๆ ใบหน้าคมเข้มดุดัน
ชายคนนั้นจ้องมองชัชชนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ราวกับพึงพอใจในสิ่งที่เห็น
"มานั่งข้าง ๆ คุณชยากร" ภาคภูมิเอ่ย
"ครับ" ชัชชนพยักหน้า แล้วรีบเดินไปนั่งลงทางด้านขวามือของชายแปลกหน้าผู้นั้น
ชยากรหันมามองชัชชนอีกครั้ง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่จ้องจับเหยื่อ ก่อนจะหันกลับไปมองภาคภูมิ ชัชชนรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด ราวกับมีรังสีบางอย่างแผ่ออกมาจากชายที่เขานั่งข้าง ๆ รังสีที่ทั้งเย็นเยียบและร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน
ชัชชนเริ่มทำหน้าที่ของตนเอง รินเครื่องดื่มให้กับแขกทั้งสองอย่างคล่องแคล่ว
"โครงการที่จะขยายไปภาคเหนือ คุณชยากรมีความเห็นเป็อย่างไรบ้างครับ" ภาคภูมิเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ผมว่ามันใช้งบประมาณมากเกินไปนะครับ" น้ำเสียงเย็นเยียบของชยากรทำเอาผู้ฟังรู้สึกขนลุกซู่
"งั้นผมจะรีบให้คนตรวจสอบว่ามีส่วนใดที่สามารถลดได้บ้างนะครับ" ภาคภูมิรีบตอบกลับ
"ดีครับ แต่คุณภาพต้องได้ตามมาตรฐานนะครับ คุณภาคภูมิคงทราบดีว่าหากไม่เป็แบบนั้น จะเกิดอะไรขึ้น" ชยากรกระดกเครื่องดื่มในมือลงคอ ก่อนจะยื่นแขนขวาโอบไหล่ชัชชนให้เข้ามาใกล้ เขาหันมายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แล้วหันกลับไปสนทนาธุรกิจต่อ
ภาคภูมิฝืนยิ้มสู้ "ครับ ผมจะไม่ทำให้คุณชยากรผิดหวังอย่างแน่นอนครับ"
"มันต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วครับ ผมหวังว่าคุณภาคภูมิจะยื่นงบให้ผมพิจารณาภายในสองวัน มิฉะนั้น ผมคงต้องระงับโครงการนี้ และหันไปร่วมลงทุนกับลูกค้ารายอื่นแทน" น้ำเสียงของชยากรหนักแน่นจริงจัง
"ครับ ผมจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดครับ" ภาคภูมิรับคำอย่างหนักใจ
ชัชชนมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ เขาเข้าใจดีว่าการที่ภาคภูมิจะขยายธุรกิจโรงแรม จำเป็ต้องหาผู้ร่วมลงทุน แต่กับนักลงทุนรายนี้ดูเหมือนจะเป็งานที่ยากกว่าทุกครั้ง ท่าทางจะเป็นักลงทุนรายใหญ่มาก จนทำให้ภาคภูมิต้องเกรงใจ และคงไม่อยากปล่อยโอกาสทองเช่นนี้หลุดมือไป
"ขอบคุณครับ" ชยากรเอ่ยขอบคุณ
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณชยากรที่ให้โอกาสผม งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เชิญคุณชยากรตามสบายเลยนะครับ ผมได้ให้คนเปิดห้องวีไอพีไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ" ภาคภูมิกล่าวด้วยความนอบน้อม
"ขอบคุณครับ" ชยากรตอบกลับเ้าของโรงแรมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ดูแลคุณชยากรให้ดีล่ะ" ภาคภูมิหันมากำชับชัชชนก่อนเดินออกจากห้องไป
"ครับ"ชัชชนพยักหน้า
ภายในห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ชยากรลุกขึ้นยืน ชัชชนรีบลุกตามโดยอัตโนมัติ เขารู้ดีว่าลูกค้า้าไปยังห้องส่วนตัวเพื่อทำกิจกรรมบนเตียง เขาเพียง้ารีบทำให้เสร็จสิ้นแล้วรีบกลับ
"ตอนเช้าค่อยมารับฉัน" ชยากรบอกบอดี้การ์ดของตน
"ครับ" บอดี้การ์ดโค้งตัวแล้วเดินออกไป
พนักงานโรงแรมชายนำชยากรและชัชชนไปยังห้องพักวีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรม ทำการเปิดห้อง แล้วโค้งตัวเคารพ ก่อนจะเดินออกไป พร้อมกับปิดประตูลงเบา ๆ
"นายชื่ออะไร"ชยากรเอ่ยถามขึ้น ขณะยืนหันหลังถอดเสื้อผ้าและกางเกงออกอย่างไม่รู้สึกขัดเขินแม้แต่น้อย
ชัชชนไม่ได้ใอะไร เพราะชินแล้วที่ลูกค้าเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้า "ราซครับ"
"อ๋อ..."ชยากรพยักหน้า แล้วกำลังเดินตรงไปยังห้องน้ำ
ชัชชนเอ่ยขึ้นเสียก่อน "เอ่อ...คุณชยากรครับ"
"อะไรอีก ฉันจะอาบน้ำ" ชยากรหันตัวกลับมา น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย
"..."ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความใ เพราะเขาไม่เคยพบเจอขนาดที่ใหญ่โตเช่นนี้มาก่อน ความกังวลเล็กน้อยเริ่มก่อตัวขึ้น กลัวว่าร่างกายของเขาจะรับไม่ไหว แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องทำให้ได้ เงินกำลังรอเขาอยู่
"...คือ...ผมมีเื่ที่ต้องแจ้งให้คุณชยากรทราบก่อนน่ะครับ" ชัชชนรีบเอ่ย
"อะไร" ชยากรขมวดคิ้วเล็กน้อย
"คือผมอยู่ได้ถึงตีหนึ่งนะครับ" ชัชชนแจ้งเวลาเลิกงานของตนให้ลูกค้าคนใหม่ทราบตามธรรมเนียม
"แล้ว ?" ชยากรเลิกคิ้วถาม
"แค่แจ้งเวลาให้ทราบน่ะครับ" ชัชชนย้ำอีกครั้ง
ชยากรกอดอก มองชัชชนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอีกครั้ง "อืม...แต่ถ้าฉันอยากให้อยู่นานกว่านั้นล่ะ" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความท้าทาย
"ขออภัยจริง ๆ ครับ ผมรับงานถึงแค่ตีหนึ่ง แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมบริการให้เต็มที่แน่นอน" และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายคนติดใจในตัวเขา
"เหรอ ? งั้นรออะไรอยู่ ก็เริ่มเลยสิ" ชยากรเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงกระหายใคร่
"ครับ" ชัชชนเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ เขาถอดเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างช้า ๆ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาถูกสายตาคมกริบของชยากรจับจ้องอยู่ตลอดเวลา
แววตาใสซื่อของชัชชนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็ความเย้ายวน ราวกับเหยื่อที่พร้อมจะถูกเสือร้ายขย้ำ เขาประชิดร่างของชยากร นิ้วเรียวยาวลูบไล้แผงออกลงไปยังลอนกล้ามเนื้อที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเป็คนชอบออกกำลังไง สายตาอ่อยเหยื่อเริ่มทำงาน เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากหนา หวังจะปลุกเร้าอารมร์ แต่...ชยากรกลับเบือนหน้าหลบ
"..." ชัชชนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกอีกฝ่ายปฏิเสธจูบ
"ฉันไม่จูบกับคู่นอน" ชยากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ครับ" ชัชชนเข้าใจความ้าของลูกค้า เขากดจมูกลงบนแก้มสากเบา ๆ
ััแ่เบานั้นสร้างความประหลาดใจให้กับชยากร และดูเหมือนจะถูกใจเขาไม่น้อย
จมูกโด่งของชัชชนเริ่มไล่ลงมาตามซอกคออุ่น กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ชวนให้หลงใหล ชัชชนไม่เคยัักลิ่นเช่นนี้จากลูกค้าคนไหนมาก่อน ชยากรเป็คนแรกที่ทำให้เขารู้สึกคล้อยตามไปกับกลิ่นกายนี้ ชัชชนยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาเริ่มจะถูกใจลูกค้าคนนี้เสียแล้วสิ เขาขบเม้มใบหูของอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ทำให้ร่างใหญ่เผลอส่งเสียงครางต่ำในลำคอ
ร่างสูงใหญ่กระชับเอวบางให้แนบชิดกับร่างของตน จนส่วนล่างของทั้งสองเสียดสีกันเบา ๆ สร้างความรู้สึกวาบหวาม
ชัชชนค่อย ๆ ดันร่างใหญ่ให้เข้าไปในห้องน้ำทั้งที่ยังคลอเคลียอยู่บริเวณซอกคออุ่นนั้น
ชัชชนดันอีกฝ่ายให้นั่งลงในอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่สมกับที่เป็ห้องวีไอพี ทำการเปิดน้ำอุ่น ๆ ลงในอ่างอย่างช้า ๆ แล้วก้าวขาตามเข้าไป เขาประจันหน้ากับร่างใหญ่ พร้อมกับหย่อนก้นนั่งลงบนตัก ใช้แขนทั้งสองข้างคล้องคออีกฝ่าย พร้อมส่งสายตาเย้ายวนและขยับ่ล่างของตนถูไถแกนกายของอีกฝ่ายไปมาเบา ๆ
"อื้อ..."ชยากรเชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียวซ่าน เขาก้มหน้ากลับมาสบตาชัชชน ดวงตากลมโตคู่นั้นช่างอ้อนวอนเขาเหลือเกิน ชยากรใช้แขนซ้ายกระชับกอดเอวบางให้แนบชิดตัวเขา และมือขวาล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเข้ามาจูบอย่างเร่าร้อน
"..." ชัชชนชะงักไปอีกครั้ง ไหนบอกว่าไม่จูบ แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็จูบตอบอีกฝ่ายทันที ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ จูบกันอย่างดูดดื่มและเชี่ยวชาญ แลกลิ้นกันไปมาอย่างไม่ยอม ราวกับนักรบที่กำลังทำารัก และแล้วกระบวนท่าไม้ตายต่าง ๆ ที่ชัชชนสั่งสมมาก็ถูกงัดออกมาใช้อย่างหมดเปลือก ไม่ว่าจะอม...เลียั้แ่โคนจนถึงปลายยอด แล้วนั่งเทียน เด้งเอวรับ ควงเอว ท่าหมา หรือแม้แต่ฉีกขาให้กว้างที่สุด เพื่อให้แท่งร้อนนั้นเข้าไปลึก ๆ พร้อมเสียงครางที่ปลุกเร้าอารมณ์ของอีกฝ่ายได้เป็อย่างดี
เวลาล่วงเลยไปถึง 01.15 น.
"อ๊าส์....." ชยากรเกร็งกระตุกหลังปลดปล่อยความปรารถนาเสร็จ เขาทิ้งตัวนอนแผ่บนแผ่นหลังของอีกฝ่าย เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของทั้งคู่ดังระงมไปทั่วห้อง
"...ขอบคุณที่ใช้บริการนะครับ" ชัชชนบอกอีกฝ่ายเป็นัยว่าเขาหมดเวลาทำงานแล้ว และให้อีกฝ่ายถอนแก่นกายออกจากร่างกายของเขา
"ทำเก่งหนิ...งั้นฉันเหมาต่อ" ชยากรเอ่ยความ้าของตน นาน ๆ ทีเขาจะเจอคนที่ปรนเปรอทางกายได้ถึงพริกถึงขิงเช่นนี้
"ขออภัยจริง ๆ ครับ ไว้โอกาสหน้านะครับ" เขาทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้เขายังมีงานที่ร้านอาหารรออยู่ ร่างกายเขาคงรับไม่ไหว
"ไม่มีโอกาสหน้า และฉัน้าเดี๋ยวนี้!!!" คำตอบของชยากรเป็การบังคับอย่างชัดเจน
"แต่...." ชัชชนพยายามปฏิเสธ
"ฉันให้สองเท่าของค่าจ้างที่เขาจ้างนายมา" ชยากรเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่ยากจะปฏิเสธ
"แต่ร่างกายผมไม่ไหวแล้วครับ" ชัชชนบอกตามความจริง เพราะเขาเหนื่อยล้ามาทั้งวันจริง ๆ
"ให้สามเท่า และฉันไม่สนคำปฏิเสธ" นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ออกจากปากของชยากร เพราะหลังจากนั้น คำพูดที่ชัชชนพยายามเอ่ยออกมา จะถูกชยากรใช้ริมฝีปากปิดกั้นทันที
เวลา 05.05 น.
ชัชชนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เพราะเป็เวลาปกติที่เขาต้องตื่นเพื่อไปทำงาน แม้วันนี้เขาเพิ่งจะได้พักผ่อนไปเพียงสามสิบนาทีก็ตาม เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่ถูกอีกฝ่ายกอดรัดไว้แน่น ชัชชนค่อย ๆ แกะมือของอีกฝ่ายออก แต่กลับถูกกระชับแน่นยิ่งกว่าเดิม
"อื้อ...จะรีบตื่นไปไหน ทำงานกลางคืนไม่ใช่หรือไง" เสียงบ่นงัวเงียของร่างใหญ่ดังขึ้น ทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท
"ขอโทษที่ทำให้ตื่นครับ แต่ผมต้องไปแล้วจริง ๆ" ชัชชนพยายามแกะมืออีกครั้ง และร่างใหญ่ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี
"เขียนเลขบัญชีทิ้งไว้แล้วกัน ฉันจะโอนเงินให้ทีหลัง" ชยากรพูดจบก็พลิกตัวกลับไปนอนต่อ
ชัชชนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ว่าจะถูกเบี้ยวค่าตัวหรือไม่ เพราะปกติลูกค้าจะจ่ายเงินก่อนรับบริการ แต่กรณีนี้เขาถูกต่อเวลาอย่างกะทันหัน แต่ดูจากท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว คงไม่เบี้ยวเขาหรอกมั้ง รวยขนาดนั้น
"ครับ" ชัชชนค่อย ๆ ลุกออกจากเตียงอย่างระมัดระวัง
"อ๊ะ!!" ชัชชนรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณ่ล่างร้าวขึ้นมาถึงเอว เพราะอีกฝ่ายกระหน่ำเขาไม่ยั้งตลอดทั้งคืน ไม่รู้ว่าไปอดอยากมาจากไหน
ชัชชนสวมเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อย แล้วเดินไปที่โต๊ะอาหาร หยิบทิชชูแผ่นหนึ่งมาเขียนเลขบัญชีของตนเองลงไป แล้วเดินไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงนอน และนำโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายวางทับไว้เพื่อกันปลิว จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ชัชชนมาถึงบ้านเช่าพร้อมกับถุงน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋สองชุด อาหารเช้ามื้อเล็ก ๆ สำหรับเขาและน้องสาว เขาเปิดประตูเข้าไปก็ต้องใ เมื่อเจอน้องสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร จ้องมองเขาเขม็ง
"ใหมดเลย ทำไมไม่แต่งตัวคะ เดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทันนะ" ชัชชนเอ่ยทักน้องสาว แล้วเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
"วันนี้วันเสาร์ค่ะพี่ชัช" เปมิกาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
ชัชชนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กดู "จริงด้วย พี่ลืมไปเลย"
"พี่ชัชทำงานหนักเกินไปแล้วนะคะ" เปมิกาแสดงความเป็ห่วงพี่ชายอย่างเห็นได้ชัด กลัวว่าเขาจะล้มป่วย
"พี่ไหวค่ะ มิกาไม่ต้องเป็ห่วงพี่นะ แค่มิกามีความสุข พี่ก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ" ชัชชนลูบผมนุ่มของน้องสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
"แต่มิกาอยากให้พี่ชัชพักบ้างนะคะ มิกาอยากไปหางานทำ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย" เปมิกาเสนอด้วยความตั้งใจ
"เดี๋ยวมิกาค่อยทำหลังเรียนจบปริญญานะคะ" ชัชชนปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"อีกตั้งนานเลย มิกาขอไปทำก่อนไม่ได้เหรอคะ" เปมิกาอ้อนวอนพี่ชาย
"ไม่นานหรอกค่ะ มิกาเรียนไปเถอะค่ะ จะเรียนต่อสายไหน บอกพี่ได้เลยนะ พี่สนับสนุนเต็มที่" ชัชชนให้สัญญา
"ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวมิกาจะลองหาทุนเรียนนะคะ พี่ชัชจะได้ไม่เหนื่อยมาก" เปมิกาเสนอทางออก
"เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ทุนก็ไม่เป็ไรนะ ยังไงพี่ก็ส่งให้มิกาเรียนได้อยู่แล้ว" ชัชชนรู้ดีว่าการศึกษาคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของน้องสาว
"งื้อ...ขอบคุณนะคะ" เปมิกาลุกขึ้นเดินอ้อมมาสวมกอดพี่ชายสุดที่รักอย่างอบอุ่น
"ยินดีค่ะ" ชัชชนกระชับกอดน้องสาวคนเดียวของเขา เขาจะทำหน้าที่พี่ชายให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ แม้ฐานะทางสังคมของเขาจะแตกต่างจากคนอื่น ๆ มากมายก็ตาม
ชัชชนทำงานของตนเองในร้านอาหาร บรรยากาศวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงากว่าเมื่อวาน ลูกค้าเบาบางลงมาก คงเพราะหลายคนพากันไปเที่ยวต่างจังหวัดใน่วันหยุดยาว และนับเป็โอกาสอันดีที่ชัชชนจะได้พักผ่อนจากการเดินรับเมนูและเสิร์ฟอาหารตลอดเวลา
"สวัสดีค่ะ ร้าน My Home ยินดีต้อนรับค่ะ" เสียงพนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์เอ่ยทักทายลูกค้าคู่ใหม่ที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน
ชัชชนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ เงยหน้าขึ้นมองลูกค้าสองคนที่เพิ่งเข้ามา
"..."
"..."
ต่างฝ่ายต่างรู้สึกประหลาดใจที่ได้พบกันอีกครั้ง ณ สถานที่แห่งนี้ ชัชชนรีบหลบสายตาคมกริบนั้น แล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ ชยากรยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
"เชิญทางนี้ครับ" พนักงานชายอีกคนผายมือไปยังโซนด้านขวามือของร้าน ซึ่งมีห้องอาหารส่วนตัว เนื่องจากลูกค้าได้ทำการจองไว้ล่วงหน้าแล้ว
ชยากรมองไปยังชัชชนอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามพนักงานไปยังห้องอาหารส่วนตัว
รอไม่นาน อาหารหลากหลายเมนูก็ถูกนำมาเสิร์ฟ โดยมีพนักงานมาเสิร์ฟสามคน หนึ่งในนั้นคือชัชชน ชยากรจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา แต่ชัชชนทำราวกับไม่เคยรู้จักเขามาก่อน และทำตามหน้าที่ของตนเองอย่างมืออาชีพ
"เจอกันอีกแล้วนะ" ชยากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม พร้อมกับจ้องมองไปยังชัชชน ทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ของชัชชนต่างหันมามองด้วยความสงสัย
ชัชชนพยายามรวบรวมสติ ไม่ให้มีพิรุธ "ขออภัยด้วยนะครับ คุณลูกค้าน่าจะจำคนผิด" ชัชชนส่งยิ้มสุภาพให้ชยากร
"ไม่น่าจะผิดนะ นายชื่อราซ" ชยากรเน้นเสียงท้ายประโยค
"..."ชัชชนเริ่มหน้าเสีย
ชยากรยกยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง แล้วมองชัชชนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพิจารณา
เพื่อนพนักงานเสิร์ฟมองชัชชนด้วยความสงสัยใคร่รู้ และชัชชนเริ่มรู้สึกประหม่า เพราะเื่นี้เขาไม่อยากให้ใครรู้เป็อันขาด
"อือ...แต่ก็ไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันคงจำคนผิดจริง ๆ นั่นแหละ ขอโทษน้องด้วยนะ" ชยากรเอ่ยหลังจากแกล้งอีกฝ่ายจนพอใจ
ชัชชนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วเอ่ยตอบ "ไม่เป็ไรครับ ทานอาหารให้อร่อยนะครับ" ชัชชนและเพื่อนร่วมงานโค้งศีรษะให้ลูกค้า แล้วรีบเดินออกจากห้องไป
ชยากรมองตามแผ่นหลังของชัชชน ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาแสดงสีหน้าขรึมเหมือนเดิม และเริ่มสนทนากับเลขาต่อ ทำเอาเลขารู้สึกสับสนกับอารมณ์ที่แปรปรวนของชยากร แต่ก็ไม่กล้าทักท้วงอะไร
"พี่นึกว่าชัชรู้จักกับคุณชยากรจริง ๆ ซะอีก เสียดายอ่า.." เมย์ สาววัยยี่สิบเก้าปี เอ่ยถามขึ้นหลังจากเดินกลับมาถึงเคาน์เตอร์
ชัชชนทำหน้างง "ทำไมอะพี่เมย์ เขาเป็ใคร"
"ไปอยู่ไหนมาเนี่ยชัช คุณชยากรคือเ้าของโรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่งในไทย แถมเป็ทายาทของนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กำไรปี ๆ นึง เกือบพันล้านเลยมั้ง" เมย์เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ขนาดนั้นเลยเหรอพี่เมย์" ชัชชนใที่รู้ว่าอีกฝ่ายร่ำรวยมหาศาลขนาดนั้น ก็ว่าทำไมถึงใช้เงินเหมือนกระดาษ เพราะเมื่อเช้านี้อีกฝ่ายโอนเงินเข้าบัญชีเขาเป็จำนวนสี่เท่าของค่าจ้างปกติที่เขาจะได้รับ ทั้งที่เมื่อคืนอีกฝ่ายบอกว่าจะให้สามเท่า แต่นี่กลับให้มาเกิน
"ขนาดนั้นแหละ" เพื่อนพนักงานอีกคนเอ่ยเสริม
ชัชชนพยักหน้าแสดงความเข้าใจ แล้วเผลอมองไปยังประตูห้องอาหารส่วนตัวอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน