เฉินจิ้งโหรวตะลึงงันทันใดนางไม่คาดคิดว่ายามป๋อชางโหวอยู่ด้วยเฉินจิ้งเจียจะยังไม่เห็นแก่หน้าเขาเช่นนี้ด้วย
ไม่ต้องพูดถึงเฉินจิ้งโหรวแม้แต่ป๋อชางโหวยังไม่คิดไม่ฝันว่าเฉินจิ้งเจียจะพูดเช่นนี้ต่อหน้าตนได้ทำเอาเขาต้องขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
เมื่อนึกถึงคำพูดของจ้าวอี๋เหนียงต่อให้เฉินจิ้งเจียแต่งเผยฉางชิงเข้าบ้านผู้ซึ่งเป็นบิดาอย่างตนมิอาจก็เลี้ยงดูนางไปได้ชั่วชีวิตเช่นกัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถ้าเฉินอี้เหอแต่งงานในวันหน้าใครจะรู้ว่าหากเขามีภรรยาแล้ว อาจลืมน้องสาวไปเล่า
การมีคนมาคอยดูแลเฉินจิ้งเจียเพิ่มอีกสักคนนับว่าเป็นเรื่องดี
เขาคิดเช่นนี้ถึงได้วางกล่องขนมในมือลง มองไปยังเฉินจิ้งโหรวที่นั่งคุกเข่าก่อนเอ่ย
“เจียเอ๋อร์โหรวเอ๋อร์ เรื่องพวกนี้พวกเจ้าทำผิดแล้ว เจ้าอึดอัดใจพ่อรู้ดีแต่ที่นางพูดก็ไม่ผิดแผก ขีดพู่กันเดียวมิอาจเขียนเฉินสองตัวได้ หากเจ้าจะลงโทษนางก็ลงโทษไปเท่านั้น ความโกรธทำร้ายร่างกาย อย่าได้โกรธเคืองจนทำร้ายตัวเองเลย”
เมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้เฉินจิ้งโหรวพลันดีใจขึ้นทันใด ในที่สุดท่านพ่อก็พูดแทนนางแล้วนางไม่เชื่อว่าเฉินจิ้งเจียจะทนให้คนฝืนบังคับตนได้
แต่น่าเสียดายมีหรือเฉินจิ้งเจียที่เกิดใหม่อีกชาติจะปล่อยให้ตนเป็นหุ่นเชิดไปได้นางหยักยิ้มมุมปากทันใด “ในเมื่อท่านพ่อว่าแบบนี้เช่นนั้นก็ลงโทษให้น้องหญิงคัดบทสวดจิตบริสุทธิ์ร้อยจบก็แล้วกัน”
“อะไรนะ?”
เฉินจิ้งโหรวแทบเก็บอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ถึงเป็นเช่นนั้นนางก็อดที่จะถลึงตาจ้องเฉินจิ้งเจียเสียมิได้กระทั่งเห็นแววเย้ยหยันจากหน้านาง ถึงได้เก็บสีหน้าหันไปทางป๋อชางโหวข้างๆ
“ท่านพ่อ...”นางขานเรียกอย่างน้อยใจเต็มทน
หากแต่ป๋อชางโหวกลับทำเหมือนไม่ได้ยินนางเสียอย่างนั้นทั้งสายตาทั้งดวงใจมีเพียงเฉินจิ้งเจียเท่านั้น
“ลงโทษก็ทำไปแล้วเพียงแต่หลังจากลงโทษเสร็จก็ขอให้เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันเจียเอ๋อร์รับปากพ่อได้หรือไม่?” ป๋อชางโหวแทบเอาใจเฉินจิ้งเจียราวกับเด็กน้อย
เฉินจิ้งโหรวหน้าซีดเผือดในชั่วพริบตาท่านพ่อผู้แสนดีของนางไม่เห็นนางในสายตาแม้แต่น้อย ยอมรับโทษแทนนางไม่พอถึงขั้นยังปกป้องเอาใจเฉินจิ้งเจียคนที่ลงโทษนางอีกด้วย!
เมื่อเห็นท่าทางเฉินจิ้งโหรวเฉินจิ้งเจียจึงยิ้มออกในที่สุด นางมองป๋อชางโหวชั่วพริบตาหนึ่งก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อถึงได้ปักหลักยึดมั่นมาโดยตลอดไฉนนางถึงรู้สึกเสมอไม่ว่าเฉินจิ้งโหรวจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีทางดีเท่าเฉินจิ้งเจียเสียที?
“ท่านพ่อพูดเช่นนี้แล้วเช่นนั้นเจียเอ๋อร์จะไม่ลงโทษน้องหนักอีกแล้วเจ้าค่ะเพียงแต่การกระทำของน้องหญิงก่อนหน้านี้ได้สร้างความยุ่งยากแก่จวนป๋อชางโหวไม่น้อยการที่ให้เจ้าคัดบทสวดจิตบริสุทธิ์นั้นก็เพื่อให้เจ้าได้สงบใจอย่าได้อวดอ้างให้เกินควร เข้าใจหรือไม่?”
เฉินจิ้งเจียเอ่ยพลางทำท่ากังวลใจแทนน้องสาวที่ไม่เข้าใจเรื่องราวเสียที
ป๋อชางโหวหันมองเฉินจิ้งโหรวที่คุกเข่าบนพื้น“พี่สาวเจ้าคิดจัดแจงไว้ก็เพื่อตัวเจ้า เจ้าคงเข้าใจใช่หรือไม่?”
เสียงเยือกเย็นราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่
เฉินจิ้งโหรวกัดริมฝีปากล่างสะกดความไม่พอใจไว้สุดกำลัง“ลูกเข้าใจแล้ว ขอบคุณพี่หญิงที่สั่งสอนเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินดังว่าป๋อชางโหวถึงได้พอใจขึ้นบ้าง เขารีบวางกล่องขนมไว้ดันไปให้เฉินจิ้งเจีย“ของว่างที่ลูกชอบที่สุด กินให้เยอะหน่อย ดูเจ้าตอนนี้ผอมลงไปมากทีเดียว”
เฉินจิ้งเจียมิได้ปฏิเสธเปิดกล่องหยิบขนมสีชมพูเล็กๆ ชิ้นหนึ่งออกมา ละเมียดละไมทานทีละนิด
กลิ่นหอมของดอกท้อกระจายทั่วห้องโชยแตะปลายจมูกเฉินจิ้งโหรว
ฤดูกาลนี้ย่อมไม่มีดอกท้อ หากแต่จวนป๋อชางโหวกุมอำนาจในเมืองหลวงหากต้องการทำเรื่องเหล่านี้ ก็ย่อมทำได้อยู่แล้วเห็นได้จากการหาดอกท้อในต้นฤดูหนาวเช่นนี้อย่างไรละ
เฉินจิ้งโหรวมองพื้นสายตาเต็มเปี่ยมด้วยความริษยา ทั้งที่เป็นคุณหนูของจนป๋อชางโหวเช่นกันแต่เฉินจิ้งเจียอยากได้อะไรก็ย่อมได้ แม้แต่ดอกท้อต้นฤดูหนาวก็ยังได้ ทว่านางล่ะ?
เฉินจิ้งเจียกินขนมไปสองชิ้นแล้วจึงมองเฉินจิ้งโหรวที่ยังคงคุกเข่าบนพื้นไม่ไปไหน “ไอ้หยา ดูข้าสิเห็นท่านพ่อเอาขนมดอกท้อมาให้ก็ดีใจจนลืมไปเสียเลยแม้แต่น้องหญิงนั่งคุกเข่าก็ยังลืมเสียได้”
นางเอ่ยจบจึงหยัดกายยืนเดินเนิบนาบไปเบื้องหน้าเฉินจิ้งโหรว “น้องหญิงคุกเข่านานขนาดนี้ เหนื่อยหรือไม่?”
“ไม่ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ ในเมื่อโหรวเอ๋อร์ทำผิดเช่นนั้นโหรวเอ๋อร์ก็ต้องยอมรับโทษเจ้าค่ะ” นางยิ่งเจียมตัวลงมากขึ้น
ขอเพียงนางยิ่งรู้สึกต่ำต้อยก็ยิ่งทำให้เฉินจิ้งเจียโอหังได้มากกว่าเดิม
“น้องหญิงพูดผิดแล้ว”เฉินจิ้งเจียหาได้ให้รักษาหน้าอีกฝ่ายแม้แต่น้อย “มิใช่ว่าเมื่อครู่พูดจบแล้วหรือว่าให้คัดบทสวดจิตบริสุทธิ์มาร้อยจบ นั่นต่างหากเป็นโทษที่เจ้าต้องยอมรับ”
เฉินจิ้งโหรวกัดฟันกรอดแทบแตกเป็นเลี่ยงเฉินจิ้งเจียจะให้ตนคัดจริงหรือ?
ไม่คอยให้นางได้ตอบกลับเสียงเฉินจิ้งเจียก็ดังขึ้นข้างหู “ไยน้องหญิงถึงยังไม่ลุกขึ้นกัน เข้าฤดูหนาวแล้วแม้ในห้องจะยังมีกระถางไฟ แต่พื้นก็ยังเย็นเกินไปอยู่ดี”
ซีหร่านที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังได้ยินดังว่าก็เร่งรีบพยุงร่างเฉินจิ้งโหรวยืนขึ้น แต่กลับถูกอีกฝ่ายหยิกกลับ
นางขมวดคิ้วแต่การกระทำยังคงแน่นิ่ง เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นางเองก็ชินชาไปแล้ว
“เอาละในเมื่อเจียเอ๋อร์ยกโทษให้เจ้าแล้ว เช่นนั้นก็รีบกลับไปเสียจำไว้ว่าต้องคัดบทสวดจิตบริสุทธิ์ด้วย” ป๋อชางโหวมองด้วยสีหน้าราบเรียบจากนั้นจึงหันไปเอาอกเอาใจเฉินจิ้งเจียด้วยความรักและเอ็นดู
เมื่อเห็นสองพ่อลูกรักใคร่กลมเกลี่ยวเฉินจิ้งโหรวเป็นอันต้องกำชายเสื้อแน่น “เจ้าค่ะ ลูกจะกลับไปคัด”
คอยกระทั่งเฉินจิ้งโหรวจากไปเฉินจิ้งเจียถึงได้มองป๋อชางโหว “ท่านพ่อที่ท่านมาหาข้าคงมิได้มาเพื่อส่งขนมดอกท้อสินะเจ้าคะ?”
แน่นอนว่าเขามิได้มาเพื่อส่งขนมดอกท้อเพียงแต่อยากมาดูว่าจะพอช่วยเฉินจิ้งโหรวพูดอะไรได้บ้าง
แน่นอนว่าประการแรกคือห้ามดูเหมือนจงใจช่วยเกินไปอย่างไรเสียการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกสาวเพื่อเฉินจิ้งโหรวนั้นเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าพอให้แลก
นั่นถึงได้มีขนมดอกท้อกล่องนี้ติดมือมาและถึงได้มีคำพูดเหล่านั้นที่เขาเอ่ยไปเมื่อครู่นั่นเอง
เพียงแต่ป๋อชางโหวหาได้รู้ว่าเฉินจิ้งเจียในยามนี้ข้างในหาใช่เฉินจิ้งเจียตอนอายุสิบห้าปีแล้วตัวเขาคิดไปเองว่าตนแสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบหากแต่เฉินจิ้งเจียกลับมองเห็นช่องโหว่เต็มไปหมด
ป๋อชางโหวลูบจมูกทั้งยังทำหน้าคร่ำเคร่งเอ่ยต่อ“แม้นหลายวันมานี้โหรวเอ๋อร์จะสร้างเรื่องวุ่นวายมากไปหน่อยทว่าในเมื่อนางยอมรับผิดแล้วลูกเป็นพี่ใหญ่ก็ไม่ต้องไปติดใจเอาความอะไรต่อกันแล้วละ”
“ท่านพ่อคิดว่าเจียเอ๋อร์ผิดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?” เฉินจิ้งเจียขึ้นเสียงสูงตอนท้ายประโยค สายตาพลางมอป๋อชางโหวตรงหน้า
ป๋อชางโหวถอนหายใจ“พ่อแค่บอกเจ้าเท่านั้น ให้อภัยกันได้ก็ให้อภัยไปเถิด”
เขาพูดก่อนยกมือลูบหัวเฉินจิ้งเจีย“นิสัยเช่นนี้ของเจ้า ช่างต่างจากแม่เจ้าจริงๆ”
เหมือนท่านแม่? หากนางนิสัยเหมือนแม่เกรงว่าคงถูกใครต่อใครเขมือบจนแทบไม่เหลือแม้แต่โครงกระดูกไปแล้ว
คอยกระทั่งป๋อชางโหวจากไปเฉินจิ้งเจียสีหน้าเยือกเย็นทันใด นับว่าจ้าวอี๋เหนียงมีฝีมือทีเดียวชาติก่อนก็โน้มน้าวให้ท่านพ่อแต่งตั้งตำแหน่งฮูหยินให้นางได้อย่างรวดเร็วชาตินี้ยังทำให้ท่านพ่อออกหน้าพูดให้เฉินจิ้งโหรวได้ แม้แต่เวลายังประมาณการได้อย่างดีอีกด้วย
นางมองนอกห้องแสงแดดในฤดูหนาวนี้ คงมอบความอบอุ่นให้นางไม่พอแล้วจริงๆ