หมอเห็นสายน้ำเกลือสายเืหลุดทั้งน้ำเกลือทั้งเืไหลหยดเปียกเตียงก็รีบเข้าไปปรับปุ่มปิดน้ำเกลือปิดขวดเื
“เดี๋ยวครับ!คุณนอนก่อนนะครับ คุณต้องนอนให้เืให้น้ำเกลือก่อนครับมิสบุญดี”หมอบอกแล้วก็รีบเดินไปดักหน้าคนไข้
เ้าหญิงจันทราจ้องหน้าหมอแล้วก็บอกว่า“อย่ามาขวางข้า ถอยไปนะ”
หมอส่ายหน้า“คุณไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับมิสบุญดี” แล้วหมอก็จับไหล่ทั้งสองข้างของคนไข้
“ข้าบอกว่าให้ถอยไป!”เ้าหญิงจันทราะเิพลังใส่ ที่นางสามารถใช้พลังออกมาได้เป็เพราะเทพีจันทราช่วยตัดเชือกสะกดพลังออกไปแล้ว
พลั่ก!“โอ๊ย!” หมอกระเด็นเซล้มลง นั่งจุกเจ็บลุกไม่ขึ้นอยู่อย่างนั้น
“เฮ้ย!ยัยวา แกผลักหมออย่างงี้ได้ไง” อารยะดุแล้วก็รีบเข้าไปพยุงหมอให้ลุกขึ้น“ผมต้องขอโทษแทนน้องสาวผมด้วยนะครับคุณหมอ ขอโทษจริงๆครับ”
ตะวันถลันเข้าไปจับตัวทิวา“หยุดนะทิวา!” เขาตวาดดุ
เ้าหญิงจันทราสะบัดแขนแล้วก็จะะเิพลังใส่แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดับวูบไป... นางเป็ลม
ตะวันใ!“ทิวา!”เขารีบประคองร่างอรชรไว้ในอ้อมแขนแล้วก็อุ้มไปวางบนเตียง
“เฮ้ย!ยัยวา!” อารยะพุ่งไปดูน้องทันที
หมอหายจุกแล้วก็รีบเดินเข้าไปดูคนไข้เขาเปิดเปลือกตาคนไข้ตรวจดู ตรวจวัดหัวใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็บอกว่า“เธอเป็ลมน่ะครับ”
แล้วเขาก็กดออดเรียกพยาบาลให้เอาน้ำเกลือมาให้ใหม่
ครู่ต่อมาพยาบาลก็รีบเอาน้ำเกลือมาให้หมอก็จัดการจิ้มเข็มให้น้ำเกลือกับคนไข้ พอเสร็จแล้วเขาก็หันไปมองถุงเือย่างกังวลแล้วก็บอกว่า“แต่ที่ผมเป็ห่วงก็คือ นี่คือเืถุงสุดท้ายที่เรามีอยู่ครับเืถุงนี้ปนเปื้อนเชื้อซะแล้ว ใช้ไม่ได้แล้วครับแต่คนไข้จำเป็จะต้องได้รับเืซะด้วยซิครับ”
“ถ้างั้นก็เอาเืผมไปครับคุณหมอ”อารยะบอก
“เืคุณกรุ๊ปอะไรครับ?”หมอถาม
“กรุ๊ปบีครับ”อารยะตอบแล้วก็จัดแจงถลกแขนเสื้อขึ้น
หมอส่ายหน้า“ใช้ไม่ได้ครับ เรา้าเืกรุ๊ปเอบีเนกกะทิปเท่านั้นครับน้องสาวของคุณเืกรุ๊บเอบีเนกฯครับ กรุ๊ปนี้หายากมากด้วยครับ”
อารยะทำหน้างง“น้องผมเืกรุ๊ปบีนะครับคุณหมอ คุณหมอตรวจผิดรึเปล่าครับ?”
“ไม่ผิดครับคุณจำผิดมั้งครับมิสเตอร์บุญดี ผลเทสออกมาว่าน้องคุณเืกรุ๊ปเอบีเนกฯนะครับ”หมอบอกแล้วก็เดินไปหยิบชาร์ทประวัติคนไข้ที่ตกบนพื้นขึ้นมาส่งให้ญาติคนไข้ดู
อารยะรับไปดูอย่างงงๆเืยัยวาจะเป็เอบีเนกฯได้ไง เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด หมอต้องตรวจผิดแน่ๆแต่พอก้มอ่านประวัติเขาก็ยิ่งงงหนัก เพราะในนั้นผลเืระบุว่าเป็เอบีเนกฯ
“คุณหมอเจาะเืน้องผมไปตรวจใหม่เลยครับยังไงผมก็ยืนยันว่าน้องผมกรุ๊ปบีครับ” เขาบอกหมอแล้วก็ส่งชาร์ทคืนให้
หมอมองหน้าญาติคนไข้แล้วก็รับชาร์ทคืนไปจากนั้นก็หันไปสั่งพยาบาลว่า “เจาะเืไปตรวจใหม่ด้วยนะ แล้วก็สั่งห้องแล๊บด้วยว่าขอผลด่วน”
“เยส”พยาบาลรับคำสั่งแล้วก็เดินไปหยิบอุปกรณ์เจาะเืมา
อารยะถอยไปยืนข้างตะวันแล้วก็พูดกันเป็ภาษาไทยว่า“ไอ้ะโรงบาลนี้ตรวจยัยวาผิดแน่ๆว่ะจะเป็เอบีเนกฯได้ไง มันต้องตรวจสับกับของคนอื่นแน่ๆเลยไอ้วัน”
ตะวันพยักหน้ารับ“นั่นซิ ก็ทิวาเืกรุ๊ปบีชัดๆ จะเป็เอบีเนกฯได้ไง”
“ฉันว่าฉันพายัยวากลับไปรักษาที่กรุงเทพฯดีกว่าว่ะ”อารยะบอกแล้วก็มองหน้าน้องอย่างเป็ห่วง
ตะวันพยักหน้าเห็นด้วยแล้วก็ถามว่า “แล้วรอยที่หลังนั่นล่ะไอ้ยะ มันเกิดขึ้นั้แ่เมื่อไหร่วะ?”
อารยะส่ายหน้า“ไม่รู้ว่ะ” แล้วเขาก็นึกโกรธตัวเองที่ไม่ดูแลน้องให้ดีนึกโกรธคนที่ทำกับน้องตัวเองแบบนี้ “โธ่โว้ย!” แล้วเขาก็หันไปชกกำแพงเปรี้ยง!
ตะวันรีบห้าม“เฮ้ย! ใจเย็นๆไอ้ยะ”
หมอก็รีบเข้าไปห้าม“ใจเย็นๆก่อนครับมิสเตอร์บุญดี”
พยาบาลใพอเจาะเืเสร็จก็รีบเอาเืไปส่งให้ห้องแล๊บ
อารยะหันไปตวาดเพื่อน“เอ็งจะให้ข้าใจเย็นอีกเหรอวะไอ้วัน! ยัยวาถูกทารุนถึงขนาดนี้น่ะ แม่งเอ้ย! อย่าให้กูรู้นะว่ามันเป็ใครกูจะยิงแม่งให้ดิ้นเหมือนหมาเลยมึง!”
“เออๆข้าเข้าใจแกนะไอ้ยะ แต่โวยวายไปตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไรวะเอาไว้ให้เจอตัวก่อนซิวะ ข้ารับรองว่ามันต้องได้รับโทษสาสมกับที่มันทำกับทิวาแน่”ตะวันปลอบ
อารยะฮึดฮัดข่มความโกรธแล้วก็ไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่โซฟา
หมอถอยไปยืนมองอย่างเงียบๆ
ตะวันยืนมองเพื่อนแล้วก็หันไปขอโทษแทนเพื่อนที่ส่งเสียงดัง
หมอพยักหน้าอย่างเข้าใจ
สักพักใหญ่พยาบาลก็ถือผลตรวจเืมาให้“ได้แล้วค่ะคุณหมอ”
หมอรับไปดูแล้วก็พูดกับญาติคนไข้ว่า“ผลตรวจมาแล้วครับ มิสบุญดีเืกรุ๊ปเอบีเนกกะทิปครับ”
ตะวันยื่นมือไปรับผลตรวจมาดู“จะเป็ไปได้ยังไงครับ!?”
อารยะลุกพรวดไปดึงผลตรวจมาดู“เอบีเนกกะทิปได้ไงวะ ต้องเป็บีซิ ก็ยัยวากรุ๊ปบีจริงๆนะ”
เขามองหน้าหมออย่างอึ้งๆจะบอกว่าหมอตรวจผิดอีกก็ไม่น่าจะใช่ จากกรุ๊ปบีเป็เอบีเนกฯได้ยังไงกันมันเป็แบบนี้ไปได้ยังไง...
แล้วพยาบาลก็บอกกับหมอว่า“เืกรุ๊ปนี้หาไม่ได้เลยค่ะคุณหมอ ไม่มีโรงพยาบาลไหนมีสำรองไว้เลยค่ะ”
หมอหน้าเครียด
ตะวันจ้องหมอแล้วก็ถามว่า“โทรเช็คหมดทุกโรงพยาบาลแล้วเหรอครับ”
“เยสเซอร์”พยาบาลตอบ
ตะวันหันไปพูดกับเพื่อนว่า“ไอ้ยะถ้างั้นฉันว่าพาทิวากลับไปรักษาที่กรุงเทพฯดีกว่าว่ะ”
“เออ” อารยะพยักหน้าเห็นด้วยแล้วก็บอกว่า“แกจัดการเื่ตั๋วเครื่องบินเลยไอ้วัน”
“ได้” ตะวันพยักหน้าแล้วก็บอกว่า“แต่ฉันว่าเหมาเครื่องกลับเลยคงจะเร็วกว่านะ”
อารยะเห็นด้วย“เออ...จะยังไงก็ได้ว่ะ ขอแค่ส่งยัยวาไปถึงมือหมอที่กรุงเทพให้เร็วที่สุด”
ตะวันพยักหน้าแล้วก็โทรสั่งเลขาให้จัดการเื่เหมาเครื่องกลับ
อารยะหันไปพูดกับหมอว่า“ถ้างั้นคุณหมอช่วยจัดการเื่ออกจากโรงพยาบาลด้วยครับผมจะย้ายน้องผมไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯครับ”
“เยสเซอร์”หมอรับคำแล้วก็หันไปสั่งพยาบาล
“ไอ้วันถ้างั้นฉันไปจัดการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมก่อนนะ แกเอาคีย์การ์ดมาให้ฉันด้วย”อารยะบอกเพื่อนแล้วก็แบมือ
ตะวันล้วงคีย์การ์ดส่งให้ปากก็สั่งงานเลขาเป็ชุด
อารยะรับคีย์การ์ดไปแล้วก็รีบเดินไปเรียกแท็กซี่กลับโรงแรม
ครั้นพอไปถึงโรงแรมเขาก็จัดการเก็บกระเป๋าของทุกคนแล้วก็ไปจัดการเช็คเอ้าท์ จากนั้นก็กลับไปโรงพยาบาล
ส่วนตะวันก็จัดการเื่ค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลแทนเพื่อนเพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอให้อารยะกลับมาจ่าย
พออารยะกลับมาถึงโรงพยาบาลคนไข้ก็พร้อมเดินทางไปสนามบินแล้ว
จากนั้นทุกคนก็ขึ้นรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลไปสนามบิน
พอถึงสนามบินเครื่องบินก็พร้อมเดินทางรออยู่แล้ว
จากนั้นครึ่งชั่วโมงต่อมาเครื่องบินก็เทคออฟออกจากสนามบินมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ
แต่พอถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็กลับมีปัญหาที่ด่านตรวจคนขาเข้าเพราะลายนิ้วมือของทิวาไม่ตรงกับในพาสปอร์ต
“มันจะเป็ไปได้ไงครับคุณเ้าหน้าที่”อารยะถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะเกิดเื่บ้าๆแบบนี้
“นั่นซิครับ”ตะวันถาม
เ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจคนเข้าเมืองก็ชี้แจงว่า“ลายนิ้วมือของคุณทิวาไม่ตรงกับฐานข้อมูลครับ”
อารยะกับตะวันมองหน้ากันเอง
“นี่มันเื่บ้าอะไรวะไอ้วัน!?”อารยะสบถอย่างหงุดหงิด
“นั่นซิวะ”ตะวันพยักหน้า
แล้วเ้าหน้าที่ก็บอกว่า“ถ้างั้นเชิญพวกคุณทางนี้ก่อนเถอะครับ”
ตะวันพยักหน้ากับเพื่อนแล้วก็เดินตามเ้าหน้าที่ไป
จากนั้นทุกคนก็ถูกพาไปนั่งรอในห้องรับรอง
เ้าหน้าที่ระดับสูงก็เข้าไปคุยกับตะวันและอารยะเ้าหน้าที่จับนิ้วมือของทิวาวางบนเครื่องสแกนให้สองหนุ่มได้ดูชัดๆ แล้วก็ถามว่า“คุณเอาพาสปอร์ตมาผิดรึเปล่าครับ ในกรณีนี้อาจจะเป็ไปได้ว่าคุณคงจะรีบกลับมาจนหยิบพาสปอร์ตของคุณฝาแฝดอีกคนมาก็ได้ครับ”
อารยะกับตะวันงงดั่งถูกค้อนทุบ
“ฝาแฝดอะไรกันครับน้องผมไม่มีฝาแฝดครับ เราไปเที่ยวกันสามคนมีผมมีไอ้วันแล้วก็น้องสาวผมเท่านั้นครับ”อารยะอธิบาย
ตะวันก็ช่วยพูดอีกคนแต่ก็ไม่เป็ผลจนกระทั่งเขาต้องโทรไปขอร้องผู้ใหญ่ให้ช่วยเหลือ
กว่าจะหลุดจากสนามบินไปได้ก็เสียเวลาไปนานตะวันกับอารยะเครียดจนปวดหัว
พอถึงโรงพยาบาล หมอก็จัดแจงตรวจคนไข้อย่างละเอียดแล้วก็ให้เืให้น้ำเกลือ
หลังจากคนไข้ถูกส่งเข้าห้องพักแล้วอารยะก็นั่งมองหน้าน้องเขม็งแล้วก็หันไปพูดกับตะวันว่า “ไอ้วันนี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นวะ?”
ตะวันส่ายหน้า“ไม่รู้ว่ะ รู้แต่ว่าตอนนี้ทิวาที่เคยมีเืกรุ๊ปบีกลับกลายเป็เอบีเนกฯไปแล้วลายนิ้วมือก็ไม่ตรงกับพาสปอร์ต”
“แกจะบอกว่าคนนี้ไม่ใช่น้องฉันงั้นเหรอ”อารยะถามพลางชี้ไปที่น้องสาว
“ไม่รู้ซิวะเพราะฉันก็ยังงงๆอยู่เหมือนกันว่ะ” ตะวันบอกแล้วก็แนะนำว่า“ทิวามีไฝฝ้ามีปานตรงไหนแกก็ย่อมจะรู้ดีอยู่แล้ว แกก็ตรวจดูซิว่าใช่ทิวามั้ย”
อารยะอึ้ง!แล้วก็นิ่งคิดตามคำแนะนำของเพื่อน เขาหันไปจับมือน้องดูรอยแผลเป็ที่เกิดจากมีดบาดเมื่อตอนเด็กๆ
“ไม่มี”แล้วเขาก็เดินไปดูที่ฝ่าเท้าแล้วก็หันไปพูดกับตะวันว่า “ไม่มีว่ะไอ้วัน ยัยวามีไฝที่ฝ่าเท้าเม็ดนึงแต่นี่ไม่มีเลยว่ะ”
เขามึนงงยิ่งกว่าถูกค้อนทุบ
ตะวันเดินเข้าไปดูบ้างเพราะเขาจำได้ว่าทิวามีไฝที่ฝ่าเท้าเช่นกัน พอดูแล้วเขาก็หันไปพูดว่า“ไม่มีจริงๆนั้นแหละ”
อารยะนั่งมึน“นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ แล้วยัยวาหายไปไหน แล้วผู้หญิงคนนี้เป็ใครวะทำไมหน้าถึงเหมือนยัยวายังกะฝาแฝดแบบนี้ล่ะ”
ตะวันไม่รู้จะพูดอะไรเพื่อปลอบใจเพื่อนเขาได้แต่เดินเข้าไปนั่งข้างๆโอบบ่าให้กำลังใจแล้วก็ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อารยะเอื้อมมือไปจับมือเพื่อน“ฉันไม่อยากจะคิดหรอกนะว่าเป็เพราะไอ้ปรากฎการณ์สุริยุปราคากับฟ้าผ่านั่นที่มันทำให้น้องฉันหายไปน่ะ”
เขาหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วก็ถามว่า“ถ้าฉันคิดแบบนี้แกจะว่าฉันบ้ามั้ยไอ้วัน”
ตะวันตบบ่าเพื่อนแล้วก็บอกว่า“ฉันก็กำลังคิดแบบนี้เหมือนกัน ถ้าจะบอกว่าบ้าแกกับฉันก็คงจะบ้าด้วยกันทั้งคู่นั้นแหละ”
อารยะยิ้มดีใจที่เพื่อนเข้าใจ“ขอบใจว่ะ”
พอกำลังใจกลับคืนมาเขาก็ถามว่า “แกคิดเหมือนฉันมั้ยวะ ว่ายัยวาต้องยังอยู่ที่นครวัดน่ะ”
“เออ”ตะวันเห็นด้วย
“ถ้างั้นฉันจะกลับไปรับยัยวา”อารยะบอกแล้วก็ลุกขึ้น
ตะวันลุกขึ้นตบบ่าเพื่อน“เออ เดินทางปลอดภัยนะ รีบไปรีบมา ส่วนเื่ผู้หญิงคนนี้ฉันจะดูแลเอง แกไม่ต้องห่วงแล้วถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรมานะไอ้ยะ”
“เออ ขอบใจ”อารยะตบบ่าตอบแล้วก็ยิ้มให้
จากนั้นเขาก็เดินไปหิ้วกระเป๋าสะพายกับกระเป๋าเดินทางก่อนออกไปเขาหันไปโบกมือให้เพื่อน
จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปสนามบินระหว่างทางเขาก็จัดการจองตั๋วไปด้วย ถึงแม้ราคาตั๋วจะแพงแค่ไหนเขาก็ยอมจ่ายขอแค่ให้ไปถึงเสียมเรียบโดยเร็วที่สุดโชคดีที่เที่ยวบินที่เขา้ายังมีตั๋วว่างอยู่หนึ่งที่พอดี
ส่วนตะวันก็นั่งลงข้างเตียงมองดูผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนกับทิวานี่ถ้าไม่มีเื่กรุ๊ปเืกับลายนิ้วมือเขาคงจะคิดว่าทิวาต้องบ้าไปแล้วที่บอกว่าตัวเองไม่ใช่ทิวาแต่หลักฐานสำคัญสองสิ่งนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่ใช่ทิวาแน่ๆ แล้วเธอเป็ใครกันล่ะ?เอ...เธอบอกว่าเธอชื่ออะไรนะ จำไม่ได้แล้วซิ แต่ก็น่าแปลกที่เธอใส่เสื้อผ้าของทิวารวมทั้งเครื่องประดับด้วย ก็นาฬิกาข้อมือของทิวาที่เขาซื้อให้เธอตอนวันเกิดเขาสั่งทำพิเศษบนหน้าปัดยิงเลเซอร์สลักชื่อทิวาเป็ภาษาอังกฤษยืนยันได้ว่าสิ่งของเหล่านี้เป็ของทิวาแน่
เขาจับข้อมือเรียวขึ้นมาดูไม่มีรอยสวมนาฬิกา สีผิวเรียบเนียนเสมอกันแตกต่างจากข้อมือของคนที่สวมนาฬิกาทุกวันยังไงเธอก็ไม่ใช่ทิวา แล้วเธอไปเอาเสื้อผ้ากับของๆทิวามาใส่ั้แ่ตอนไหนนะเพราะั้แ่ไปเที่ยวไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ทิวาจะคลาดสายตาจากเขากับอารยะไปได้นี่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับเื่พิลึกพิลั่นอยู่รึไง... ยิ่งคิดก็ยิงปวดหัวมีแต่คำถามที่หาคำตอบไม่ได้
นิ้วเรียวขาวขยับทำให้เขาหันไปมองหน้าคนไข้
เ้าหญิงจันทราลืมตาขึ้น
ตะวันลุกขึ้นยืนชะโงกมอง“คุณรู้สึกเป็ยังไงมั่งครับ?”
เ้าหญิงจันทราลุกขึ้นนั่งหันไปเห็นสายระโยงระยางเสียบที่แขนก็จะดึงออก
ตะวันรีบห้าม“อย่าดึงออกนะ คุณต้องให้เืให้น้ำเกลือเพราะคุณเสียเืไปมาก”
เ้าหญิงจันทราชะงักมองมือที่จับข้อมือนางแล้วก็มองหน้าอีกฝ่าย
“คุณนอนก่อนเถอะลุกขึ้นมาแบบนี้เดี๋ยวจะเป็ลมอีก” ตะวันบอกด้วยน้ำเสียงอาทร
เ้าหญิงจันทรารู้สึกได้ถึงความหวังดีนางจึงยอมนอนลง
“คุณชื่ออะไรเหรอครับ?”ตะวันถามพลางยิ้มให้
เ้าหญิงจันทรามองหน้าเขาแล้วก็บอกว่า“จันทรา”
“จันทรา...ชื่อเพราะดี”แล้วตะวันก็บอกว่า “ผมชื่อตะวันครับ เดี๋ยวผมตามหมอมาตรวจคุณก่อนนะ”แล้วเขาก็หันไปกดเรียกหมอ “คุณพยาบาลครับช่วยตามหมอให้ด้วยครับ คนไข้ฟื้นแล้วครับ”
“ค่ะรอสักครู่นะคะ” เสียงพยาบาลตอบกลับมา
เ้าหญิงจันทรามองอย่างงุนงงสงสัย
“รอแป๊บนึงนะครับเดี๋ยวหมอก็มาครับ” ตะวันบอกแล้วก็นั่งลง
เ้าหญิงจันทรามองอย่างงงๆอย่างระวังตัว
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ