หลังจากเวลาผ่านไปเป็ปีขณะที่ครุซพยายามติดตามควานหาตัวอะลีจันโดรอย่างเอาเป็เอาตายอยู่นั้นเขารักษาคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับเธอเลี้ยงดูลูกชายของเธอราวกับเป็ลูกชายของเขาเอง
และบัดนี้ เวลาที่รอคอยอันยาวนานที่สิ้นสุดลงครุซหาตัวอะลีจันโดรจนพบซึ่งแน่นอนที่บุรุษหนุ่มชาวสเปนผู้องอาจย่อม้าให้เธอรักษาคำมั่นที่ได้ให้ไว้กับเขาด้วย
สโลนรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่อาจปฏิบัติตามคำมั่นนั้นได้ด้วยเหตุผลบางประการที่เธอไม่อาจอธิบายให้เขาเข้าใจ
เธอถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงครุซที่ดังขึ้นข้างตัวปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งความคิด
“ผมควรจะฆ่ามันตอนที่มีโอกาส...”
“กฎหมายจะจัดการกับคนที่ฆ่าโตนิโย่เอง”เธอพูดเสียงเบา
“กฎหมายจะทำได้ก็ต่อเมื่ออะลีจันโดรยังถูกขังอยู่ในคุกจนกระทั่งถึงเวลาที่เอาตัวมันไปแขวนคอเท่านั้น”
คำตอบของเขาทำให้สโลนรู้สึกเย็นวาบไปทั่วไขสันหลัง
“นี่คุณคงไม่ได้หมายความว่าเขาจะหนีไปได้หรอกนะคะ...ก็เขาถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนทั้งมือทั้งเท้าขนาดนั้นแล้วก็ยังมีทหารเท็กซัสคุมตัวอยู่ด้วย”
“ไอ้หมอนี่มันเป็คนเ้าเล่ห์เพทุบายรู้จักใช้คำพูดลวงล่อมากมายไม่อย่างนั้นมันคงไม่รอดอยู่ข้างนอกได้นานถึงขนาดนั้นหรอกนอกจากนั้นก็อาจจะมีคนที่คอยให้ความช่วยเหลือมันด้วย”
“แต่ว่า... ”
ครุซยกมือขึ้นเสยผมสีหน้าครุ่นคิดเมื่อกล่าวว่า
“มันก็จริงอย่างที่คุณพูดผมกังวลไปเปล่าๆ ปลี้ๆ ถึงยังไงพรุ่งนี้มันก็ต้องถูกแขวนคออยู่แล้ว”
“ฉันคงไม่อยู่ดูการแขวนคอหรอก”สโลนบอก“ก่อนมาฉันทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างหมดทั้งที่อยู่กลางฤดูเก็บเกี่ยวฝ้ายฉันหมายถึงว่า...พอได้รับจดหมายของคุณบอกว่าทางการจับตัวอะลีจันโดรได้แล้วฉันก็มาเลยหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้จัดการมันรอไม่ได้ และเท่าที่ผ่านมาฉันก็นอนฝันร้ายมานานพอแล้วไม่้าเติมอีกคืนหนึ่งหรอก”
“ทุกวันนี้...ตอนกลางคืนคุณยังมองเห็นหน้าโตนิโย่อยู่อีกหรือซีเบลลีน่า?”
คำถามนั้นทำให้สโลนหันขวับมามองหน้าเขาทันทีเธอพยายามลดเสียงให้เบาลงไว้เพื่อไม่ให้เป็ที่สนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปมา
“อย่าได้เอ่ยชื่อโตนิโย่ให้ฉันได้ยินอีกแล้วก็อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นเพราะฉันไม่ใช่หวานใจของคุณ จำไว้นะครุซ...จำไว้ว่าฉันไม่มีวันเป็หวานใจของคุณหรอก”
ครุซเอื้อมมือมาคว้าเอวของเธอไว้ด้วยความเร็วอย่างที่สโลนเองก็คาดไม่ถึงเขายกร่างเธอลอยขึ้นจากพื้นเหวี่ยงให้ลงยืนในซอยเล็กๆที่อยู่ข้างตัวอาคารและตรึงร่างเธอไว้ด้วยท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
สโลนมองเห็นความดุร้ายที่ฉายแสงอยู่ในแววตาคู่สีฟ้าของครุซเห็นความกร้าวกระด้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้าที่บ่งบอกเชื้อสายผู้ดีของเขาเห็นปลายคางที่มีรอยผ่าเป็แนวอยู่ตรงกลาง ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้เลย
ไม่มีผู้ใดจะกล้าท้าทายความองอาจของบุรุษชาตินักรบชาวสเปนผู้กำลังเกาะกุมตัวเธอไว้ในยามนี้เธอได้เห็นทั้งพลังอันเข้มแข็งห้าวหาญได้เห็นความมั่นคงเด็ดเดี่ยวและได้เห็นแววแห่งความรักที่ปราศจากข้อสงสัย
“แล้วคุณหวังอะไรจากผม ซีเบลลีน่า?”ฝ่ามือที่สั่นระริกด้วยการควบคุมอารมณ์ไว้อย่างสุดความสามารถลูบไล้ปอยผมบนหน้าผากอยู่ขณะเรียกเธอด้วยชื่อเล่นภาษาของเขา
สายตาของเขาโลมไล้ไปทั่วใบหน้ารูปหัวใจสังเกตเห็นดวงตาคู่สีน้ำตาลกลมโตที่มีคิ้วเข้มเป็กรอบ จมูกโด่งเป็สันที่ค่อนข้างสั้นโหนกแก้มที่ลาดลงสู่ปลายคางเชิดที่บ่งบอกถึงความมั่นใจในตนเองและในที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงเรียวปากอวบอิ่มสีชมพู
“ผมรอเวลาที่จะเรียกร้องสิทธิของตนเองจนกระทั่งถึงวันที่ฆาตกรที่ฆ่าโตนิโย่ถูกศาลตัดสินแล้ว เวลาที่เฝ้ารอคอยมันนานถึง4 ปีทีเดียวนะ ซีเบลลีน่า”
“ผมรักษาสัญญาที่เราได้ให้ต่อกันตอนที่คุณมาหาผมขณะที่อุ้มท้องลูกของน้องชายผมอยู่คุณมาเพื่อขอให้ผมช่วยผมรับลูกของโตนิโย่จากมือคุณตอนที่แกเกิดแล้วก็เอาแกไปอยู่ที่แรนโชโดโลรอสซ่า เลี้ยงดูแกเหมือนกับเป็ลูกแท้ๆ ของผม... ”
“หลายต่อหลายครั้งที่ผมอยากจะให้คุณรับรู้ถึงสิ่งที่จิติญญาของผมเฝ้าโหยหา...แต่ผมก็ไม่เคยขอร้องอะไรจากคุณเลย ไม่ว่าร่างกายของผมจะหิวโหยสักแค่ไหนผมก็ไม่เคยคิดจะรอนสิทธิ์คุณ ผมเฝ้ารอ...ขณะที่รอผมก็เฝ้าตามล่าไอ้ฆาตกรที่มันฆ่าน้องชายผมไปด้วย...”
“เมื่อมาถึงวันนี้ผมอยากให้คุณรักษาสัญญาตามที่เราได้ตกลงกันไว้ ผม้าให้คุณเป็เมียผมซีเบลลีน่า และผมจะต้องได้คุณมาไม่ว่าคุณจะเฝ้าเห็นแต่ใบหน้าน้องชายผมหรือไม่ก็ตาม...!”
เมื่อพูดจบปากของเขาก็ประทับลงบนเรียวปากของสโลน ัันั้นบ่งบอกถึงความ้าไรฟันของเขาขบลงบนผิวเรียวปากทำให้เธอได้ลิ้มรสเืมือที่เป็อิสระลูบไล้เรือนร่างของเธออยู่
สโลนััความปั่นป่วนที่บังเกิดขึ้นในส่วนลึกของจิตใจริมฝีปากของเธอดูจะนุ่มนวลลงเมื่ออยู่ใต้ริมฝีปากของเขาััความรู้สึกยามที่ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในช่องปากและสะโพกของเขาที่เคลื่อนไหวแนบสนิทอยู่กับหน้าท้องของเธอมันก่อความรัญจวนใจให้เกิดขึ้นเมื่อรับััแห่งปรารถนาจากเขา
แต่เธอจะยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินอยู่ต่อไปไม่ได้เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องตกเป็เครื่องมือของผู้ชายคนไหนอีกความคิดดังกล่าวทำให้เธอผลักอกครุซเต็มแรง แต่ก็ทำได้เพียงแค่ให้เขาถอนริมฝีปากออกเท่านั้น
“หยุดนะ... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้...!”เธอดันร่างเขาไว้ “ฉันไม่้าคุณ... และจะไม่มีวัน้าด้วยคุณเองก็จะมา้าฉันไม่ได้ลืมไปแล้วหรือว่าฉันมันก็แค่นางบำเรอของน้องชายคุณไงล่ะ?”
ครุซปล่อยมือจากเธอทันที ดวงตาคู่สีฟ้าเข้มขึ้นด้วยความขุ่นเคืองเส้นเืตรงลำคอปูดโปน มือทั้งสองข้างกำแน่น
“อย่าได้เรียกตัวเองว่าเป็นางบำเรอของน้องชายผมอีกเข้าใจไหม?”
สโลนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเขายกมือขึ้นเพราะคิดว่าเขาจะตบหน้าเธอแต่เธอก็ยังยืนตัวตรงอยู่กับที่รอเวลาอยู่เธอเป็ลูกสาวของริพ สจ๊วตมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกตบหน้าด้วยความโกรธเธอไม่ใช่คนขี้ขลาดเพราะฉะนั้นอย่าหวังเลยว่าเธอจะวิ่งหนี
ทว่าอุ้งมือที่กำแน่นนั้นกลับคลายออกและฝ่ามือที่หยาบกร้านก็ลูบไล้ลงบนโหนกแก้มที่แต่งแต้มด้วยจุดกระ
“คุณเกลียดผมมากนักหรือ ซีเบลลีน่า?”
“ฉันไม่เคยเกลียดคุณเลย”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงต่อต้านผมนักล่ะ?”
“ ฉันไม่มีวันจะรักคุณได้หรอกครุซถ้าเราแต่งงานกันจริงๆ มันก็ยิ่งจะทำให้ชีวิตของเราหมดความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย”
“ผมจะเป็คนตัดสินเองว่าอะไรที่จะทำให้ผมมีความสุขได้”
“แล้วคุณจะตัดสินด้วยไหมล่ะว่าอะไรที่จะทำให้ฉันพอใจ?”
“คุณก็เพียงแค่บอกให้ผมรู้เท่านั้นว่าคุณอยากจะให้ผมทำอะไรผมก็จะจัดการให้ทันที ว่าแต่... คุณ้าอะไรล่ะ ซีเบลลีน่า?”
“ฉันไม่้า...ไม่จำเป็จะต้องมี... สามี”
เขาเม้มริมฝีปาก โหนกแก้มแดงเรื่อขึ้น
“จะยังไงก็ตาม เมื่อไอ้อะลีจันโดรถูกแขวนคอแล้วคุณจะต้องปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับผม...คุณจะต้องเป็เมียผม”
“ฉันจะกลับไปอยู่ทรี โอ๊คส์... ครุซ”
“คุณไปได้ แต่รับรู้ไว้ด้วยว่าเมื่อใดก็ตามที่ไอ้ฆาตกรที่มันฆ่าน้องชายผมถูกแขวนคอเรียบร้อย ผมจะไปเอาตัวคุณมา”
“ตอนนี้ฉันเห็นจะต้องขอตัวก่อนฉันอยากจะไปที่กองบัญชาการทหารก่อนกลับ”
“มีปัญหาอะไรที่ทรี โอ๊คส์ยังงั้นหรือ?” ครุซถาม
“ฉันเพียงแต่อยากจะไปขอบใจลุคซัมเมอร์ ที่มีส่วนในการช่วยติดตามจับตัวอะลีจันโดรด้วยเท่านั้น” เธอตอบรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก กับการที่เขาเหมาเอาว่าด้วยคำมั่นสัญญาที่เธอได้ให้ไว้นั้นทำให้เขามีสิทธิ์ที่จะรู้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเธอทุกอย่าง