ป้าโกวเห็นว่ามีพยานออกมายืนยันดังนั้นนางก็โมโหจนแก้มอ้วน ๆ สั่นระริก ชี้มือมาทางเด็กชายทั้งสองคน
“พวกแกมันเด็กเหลือขอไม่มีพ่อไม่มีแม่แส่หาเื่ดีนักคอยดูเถอะหากวันไหนลูกรองข้ากลับมา ข้าจะให้ทางการจับเ้าไปเป็ทาสเสีย”
“ลูกรองของเ้าเป็ใครกันยิ่งใหญ่ถึงกับจับคนไปเป็ทาสได้ด้วยหรือ” จู่ ๆ อู๋เสี่ยวหรันก็พูดขึ้นกลางวง
ตอนนี้เองชาวบ้านที่มุงดูสถานการณ์อยู่ก็สังเกตเห็นว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน ยิ่งเมื่อได้เห็นว่าผู้มาใหม่เป็คุณชายที่แต่งตัวดูร่ำรวยมีสาวใช้ยืนอยู่รอบข้างแถมยังมีองครักษ์ที่มีอาวุธอยู่ในมือทุกคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องต่างถอยออกไปคนละก้าวสองก้าวเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหาขึ้นกับตน
“คุณชายอู๋ท่านมาได้อย่างไรกัน ต้องให้ท่านมาเห็นเื่น่าขายหน้าเสียแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านรีบออกมาต้อนรับท่าทีของลุงผู้ใหญ่บ้านทำให้เกิดเสียงกระซิบกระซาบขึ้นรอบ ๆ ตัว
“เขาเป็ใครกัน”
“นั่นสิใครกันทำไมท่านลุงจงถึงดูเคารพนบน้อมเขาเช่นนั้น”
“พวกเ้าอย่าพูดมากไปยืนดูเงียบ ๆ เดี๋ยวก็รู้”
“........”
อู๋เสี่ยวหรันยกมือขึ้นเป็สัญลักษณ์ให้ทุกคนเงียบเสียงลงก่อนจากนั้นนางจึงหันไปถามกับผู้ใหญ่บ้าน
“ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านเกิดอะไรขึ้นหรือ”
ผู้ใหญ่บ้านยังไม่ได้ตอบก็มีเสียงแหลม ๆ ดังขัดขึ้นเสียก่อน
“คุณชายท่านนี้นี่เป็เื่ในหมู่บ้านของพวกเราท่านไม่เกี่ยว”
ยังคงเป็ป้าโกวคนเดิมที่ยืนเท้าสะเอวชี้มาทางอู๋เสี่ยวหรันส่งเสียงแหลมเล็กขึ้นมา
ชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง คาดว่าคงเป็สามีและลูกชายเห็นว่าคุณชายที่มาใหม่น่าจะเป็คนร่ำคนรวยและมีอิทธิพลเห็นท่าจะไม่ดีแน่นอนหากไปมีเื่ด้วย พวกเขาจึงร่วมกันมาดึงมือนางกลับไปและพยายามพูดว่าไม่มีอะไร ๆ พร้อมกับฉุดกระชากลากถูให้ป้าโกวออกไปจากวงล้อมและเร่งฝีเท้ากลับเข้าไปในหมู่บ้านโดยไว
ลุงผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจโดยแรงหันมาโค้งตัวให้กับอู๋เสี่ยวหรันเพื่อเป็การขออภัยและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนั้นจึงหันไปหาชาวบ้านที่เหลือพร้อมกับประกาศออกไป
“คุณชายท่านนี้คือคุณชายอู๋เป็เ้าของที่ดินผืนนี้ซึ่งก็คือเ้าของหมู่บ้านที่พวกเราอาศัยอยู่นั่นเองหากพวกเ้ายังไม่อยากมีปัญหาก็แยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของตนเองเสีย”
สิ้นเสียงของลุงผู้ใหญ่บ้านหลายคนก็มีท่าทีตกอกใหลายคนก็เปลี่ยนท่าทีได้โดยไวและหันมาทักทายอู๋เสี่ยวหรันไม่ขาดสาย
“คุณชายอู๋”
“คุณชายพวกเราขอตัวก่อน”
อู๋เสี่ยวหรันเพียงแต่พยักหน้าน้อย ๆ ให้กับทุกคนหลังจากชาวบ้านที่มามุงอยู่ออกไปหมดแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงผู้ใหญ่บ้านเด็กสาวที่สวมชุดไว้ทุกข์และพรรคพวกของอู๋เสี่ยวหรันเท่านั้น
“เ้าไม่มีญาติพี่น้องแล้วหรือ” อู๋เสี่ยวหรันถาม
แต่แล้วจู่ ๆ เด็กสาวคนนั้นก็เดินมาคุกเข่าลงเบื้องหน้านางพร้อมกับขอร้องอ้อนวอนออกมา
“คุณหนู...เอ่อ...ไม่สิคุณชายได้โปรดช่วยข้าด้วยเ้าค่ะนอกจากท่านปู่ที่เลี้ยงดูข้ามาั้แ่เด็กแล้วข้าก็ไร้ญาติขาดมิตรไม่มีใครที่ไหนอีกแล้ว คุณชายรับข้าไว้เป็บ่าวรับใช้ให้ทำงานหนักงานเบาข้าก็ล้วนทำได้หมดเ้าค่ะ”
ลุงผู้ใหญ่บ้านเห็นการกระทำของเด็กสาวดังนั้นเขาก็รีบมาดึงมือของนางออกไป
“เ้าเป็ผู้หญิงจะร้องขอไปอยู่กับคุณชายเช่นนั้นได้อย่างไรเอามือสกปรกออกไปอย่าทำให้ชุดของคุณชายแปดเปื้อนเลยอาหนี่”
ถึงแม้ว่าลุงผู้ใหญ่บ้านจะดึงมือเด็กหญิงออกแต่ท่าทางของเขาก็ทำไปด้วยความเอ็นดูเหมือนว่านางเป็ลูกเป็หลานของเขาคนหนึ่ง
“ไม่เป็ไรขอรับท่านลุงผู้ใหญ่บ้านข้าขอพูดคุยกับนางตามลำพังสักครู่” อู๋เสี่ยวหรันบอก
ผู้ใหญ่บ้านมองเขาสลับไปมากับเด็กหญิงจากนั้นจึงถอนหายใจพยักหน้าและเดินออกไปด้านนอกส่วนคนรับใช้ของอู๋เสี่ยวหรันก็ยืนล้อมรอบและหันหลังให้เพื่อป้องกันคนนอกเข้ามาใกล้
“เหตุใดเ้าเรียกข้าว่าคุณหนู”
ถึงแม้ว่าสิ่งที่เด็กหญิงพูดในคราวแรกจะดูคล้ายกับเป็การหลุดปากพูดออกมาเท่านั้น แต่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงนี้ผู้มีประสบการณ์อย่างอู๋เสี่ยวหรันก็ไม่พลาดไปอย่างแน่นอน
“ขออภัยหากว่านี่เป็การล่วงเกินเื่ส่วนตัวของท่านแต่ข้าเพียงมองก็รู้แล้วว่าท่านเป็ผู้หญิงหาใช่คุณชายไม่”
“เท่านี้เองหรือเหตุผลของเ้ามันยังฟังไม่ขึ้นสักเท่าไร”
เด็กหญิงสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดจากนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมองอู๋เสี่ยวหรันและพูดสิ่งที่ทำให้อู๋เสี่ยวหรันเป็ฝ่ายต้องตกตะลึงแทน
“ข้ามีใช่เพียงมองออกว่าท่านเป็หญิงแต่ท่านยังเป็หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน ร่างกายอ่อนแอมีความเจ็บป่วยมีพิษสะสมมากในกระดูก ดวงตาไม่สดใสผิวพรรณไม่เปล่งปลั่งแสดงว่าท่านคงถูกวางยาพิษนี้มานานแล้ว”
หลังจากได้ฟังคำจากเด็กหญิงดวงตาของอู๋เสี่ยวหรันถึงกับสั่นไหว นางมองเด็กหญิงคนนั้นไม่วางตาพยายามสืบเสาะว่าเด็กคนนี้รู้ได้อย่างไร ว่านางเป็หญิงที่ยังไม่แต่งงานมีพิษสะสมมานานหรือเด็กนี่จะเป็หมอเทวดากัน ยังไม่ทันได้ถามออกไป เด็กหญิงก็พูดขึ้น
“คือ….แท้จริงแล้วท่านปู่ของข้าเขามีวิชาแพทย์และได้สอนข้ามาั้แ่จำความได้ดังนั้นข้าจึงมองออกเ้าค่ะ”
พูดจบเด็กหญิงคนนั้นก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง
“ข้าไม่อยากมีบ่าวเพิ่มแล้วน่ะสิ” อู๋เสี่ยวหรันถามออกไปนางอยากรู้เหลือเกินว่าเด็กคนนี้จะแก้ปัญหาอย่างไรต่อ
“ถ้าเช่นนั้นคุณหนูจ้างข้าเป็หมอประจำกายก็ได้นะเ้าคะจ้างเป็เดือน ๆ ไปหากวันไหนท่านไม่้าข้าแล้วท่านก็ยกเลิกสัญญาได้หรือหากข้า้าไปอยู่ที่อื่นก็สามารถขอยกเลิกงานได้”
“โอ้ ฉลาดนักนะหากเ้าฉลาดเช่นนี้ข้าคิดว่าปัญหาเื่ที่หญิงอ้วนคนนั้น้าให้เ้าแต่งเป็เมียรองคงไม่ต้องให้ถึงมือข้าหรอก หึ ๆ”
เด็กหญิงได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มเจิดจ้าให้กับอู๋เสี่ยวหรัน “ขอบคุณคุณหนู”
“เล่าเื่ของเ้าให้ฟังหน่อยสิ” อู๋เสี่ยวหรันถามเด็กหญิง
“ขอบคุณคุณชายอู๋มากเ้าค่ะ ข้าแซ่ซุนมีนามว่าหนี่ตอนนี้อายุสิบสี่ปีมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ได้สิบกว่าปีแล้วท่านปู่เก็บข้ามาจากข้างทางตอนที่อพยพหนีน้ำท่วมั้แ่จำความได้ก็อยู่ที่นี่แล้วไม่เคยออกไปไกลกว่าตลาดทิศตะวันออกของเมืองหลวงที่เหลือข้าก็ไม่มีอะไรจะเล่าแล้วเ้าค่ะ”
“เข้าใจแล้วเอาเถอะข้าจะให้ภรรยาของลู่ิหลันช่วยดูแลเ้าไปก่อนพวกบ้านนั้นจะได้ไม่มายุ่งกับเ้าอีก”
“ท่านพี่ลู่เจินหรือเ้าคะสามสี่วันมานี้ข้าได้ไปช่วยพี่ลู่เจินทำอาหารเลี้ยงช่างที่มาสร้างบ้านใหม่ด้วยเ้าค่ะ”
“พวกเ้าสนิทสนมกันแล้วก็ดี เช่นนั้นก็ไปจัดการเื่ของเ้าเสียข้าจะกลับไปเนินเขาด้านนู้นแล้ว”
พูดจบอู๋เสี่ยวหรันก็หันหลังกลับไปขึ้นรถม้าพร้อมกับเรียกให้ลู่ิหลันนำทางไปยังที่พักของเขา เพื่อนางจะไปหาลู่เจิน จริง ๆ แล้วอู๋เสี่ยวหรันจะไปหาอี้เอ๋อร์เด็กน้อยคนนั้นต่างหากนอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้านก็ยังตามมาอีกด้วย
ระหว่างทางผู้ใหญ่บ้านก็เล่าเื่ของซุนหนี่ให้ฟังเื่ราวก็เป็ไปตามที่ซุนหนี่ได้เล่าออกมาั้แ่ยังเป็ทารกนางก็ถูกเก็บมาเลี้ยงโดยผู้เฒ่าซุนหลังจากนั้นนางก็อยู่ที่นี่ตลอดไม่เคยออกไปนอกหมู่บ้านไม่เคยพบปะคนภายนอก และนางยังเป็เด็กที่ดีมากอีกด้วยแม้จะเก็บตัวอยู่บ้างแต่เื่การให้ความช่วยเหลือคนอื่นหรือแม้กระทั่งการรักษาเล็กๆ น้อย ๆ นางก็ทำได้เช่นกัน
เมื่อขบวนของอู๋เสี่ยวหรันไปถึงหน้าลานบ้านพักของลู่ิหลันพวกเขาก็ได้เห็นว่าที่นั่นมีคนอยู่ห้าหกคน ล้วนแล้วแต่เป็หญิงออกเรือนที่มาช่วยกันทำอาหารอยู่ด้านนอกลู่เจินเองก็อุ้มอี้เอ๋อร์อยู่นั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้านเช่นกัน
หลังจากที่อู๋เสี่ยวหรันได้เล่นกับอี้เอ๋อร์จนหนำใจแล้วนางก็ได้ให้ลู่ิหลันเดินไปพร้อมกัน ไปยังส่วนที่ยังเป็พื้นที่โล่งกว้างทิ้งให้คนอื่น ๆ อยู่ช่วยกันทำกับข้าวที่ตรงนั้น
“บ้านของชาวบ้านที่นี่ทำเท่านี้ยังคงไม่เพียงพอ หากเมื่อไรที่หิมะตกพวกเขาคงจะทนความหนาวไม่ไหวทางที่ดีก่อสร้างด้วยหินหรือก้อนอิฐวางเตียงเตาให้พวกเขาเถิดไม่เพียงแค่ชาวบ้านที่มาจากวัดร้างเท่านั้นข้า้าให้ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ก่อนหน้าด้วยเ้าลองคุยกับผู้ใหญ่บ้านแล้วกันว่าบ้านไหนที่ยากจนและต้องอยู่อย่างทนหนาว สมควรช่วยเหลือ”
“แต่มันจะใช้เงินเป็จำนวนมากโขอยู่นะขอรับ”
“เื่เงินไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดขอเพียงทำแล้วก็ต้องทำออกมาให้ดี คนจำนวนแค่ไม่ถึงร้อยข้าสามารถดูแลได้อยู่แล้ว
อีกอย่างข้า้าสร้างเรือนของตัวเองไว้ที่นี่ด้วยมีเพียงแค่สี่ห้าห้องไว้สำหรับตัวข้าและบ่าวรับใช้ก็เพียงพอแน่นอนว่าต้องสร้างจากอิฐและปูนสำหรับหน้าหนาวด้วย”
“พระชายาท่านจะออกมาค้างแรมข้างนอกตำหนักเห็นจะไม่เหมาะสมขอรับ”
“ไม่เป็ไรเื่เหมาะสมหรือไม่ข้าเป็คนตัดสินใจเอง”
ได้ฟังคำพูดของอู๋เสี่ยวหรันลู่ิหลันก็ทำได้เพียงแต่ก้มหน้ารับคำ นางอยากทำสิ่งใดเขาก็จะไม่ว่าปล่อยให้นางทำตามใจตนเองไปก็แล้วกัน ระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่นี้จู่ ๆ อู๋เสี่ยวหรันก็พูดขึ้น
“อันที่จริงข้ามีเื่ที่ต้องทำอยู่ที่แถบชายแดนและข้าเองก็รู้ว่าเ้าเองก็คงจะกลับไปที่ชายแดนเช่นกัน”
ทั้งคู่หยุดอยู่ที่เนินบนสุดมองออกไปด้านล่างเป็ทุ่งหญ้าสีเหลือง และชายป่าที่เริ่มมีใบไม้เปลี่ยนสีรอรับลมหนาว
“ข้าไม่เข้าใจขอรับเหตุใดข้าต้องอยากกลับไปที่ชายแดนด้วย”
ลู่ิหลันบอกนางแต่เพราะเขายืนอยู่ด้านหลังจึงไม่ได้เห็นสีหน้าของอู๋เสี่ยวหรันว่านางกำลังยกยิ้มอย่างเศร้าสร้อยอยู่
“ขุนพลเซิ่งิหลันเหตุใดท่านถึงได้ปลอมตัวเป็ชายธรรมดาเช่นนี้หรือเป็เพราะว่าท่านหนีสิ่งใดมาหรือ”
ลู่ิหลันได้ยินชื่อเดิมของเขาในประโยคของนางก็ใเป็อย่างมากเขาถึงกับถอยกรูดออกไปสองสามก้าวเขาได้ยินน้ำเสียงที่นางพูดเขาก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดแต่แล้วเขาก็ควบคุมสติได้เพราะนางเป็ถึงพระชายาเอกแห่งเฉิงอ๋องสักวันพวกเขาต้องรู้ตัวตนของเขาอยู่ดี
“ไม่สามารถปิดบังพวกท่านได้จริง ๆ ในเมื่อท่านรู้ตัวตนของข้าแล้วท่านจะขับไล่หรือสังหารข้าและลูกเมียหรือไม่”
เขาพูดอย่างหยิ่งทะนง
อู๋เสี่ยวหรันหันมามองหน้าเขาให้ชัดๆ สายลมหวีดหวิวพัดขึ้นมาบนเนินเขาผลักดันให้ชายเสื้อของอู๋เสี่ยวหรันโบกสะบัดเกิดเป็เสียงพรึบพรับ ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองไว้
“ไม่ ท่านขุนพลเซิ่ง”
“พระชายาอย่าเรียกข้าเช่นนั้นเลย ตอนนี้ไม่มีแล้วตำแหน่งขุนพลมีเพียงข้าลู่ิหลัน”
“ได้สิิหลันข้ามีความแค้นส่วนตัวกับซือหม่าโม่โฉวและข้ารู้ว่าเ้าก็มีเช่นกันด้วยเหตุผลบางประการข้าไม่สามารถใช้ฐานะของชายาเฉิงอ๋องเพื่อลงมือได้ดังนั้นข้าจึงอยากให้เ้ามาช่วยเป็มือขวาให้ข้า”
อู๋เสี่ยวหรันหันหน้ากลับไปมองท้องฟ้าอีกครั้งแต่มือที่ไพล่หลังอยู่นางกำไว้แน่นจนขึ้นเป็รอยแดง แล้วนางก็พูดต่อ
“แต่การแก้แค้นช่างยากนักพวกเราไม่มีกำลังคนกำลังทรัพย์และยังอยู่ห่างไกลนับหลายพันลี้ข้าจึง้าให้ที่นี่เป็กำลังหลักเื่ของเงินสนับสนุน”
“ขอเพียงท่านบอกมาข้ายินดีจะร่วมมือแก้แค้นให้กับสหายรักของข้าทุกคนอย่างแน่นอน”