แม้ว่าจะสนิทกับหลินโม่ได้ไม่นานทว่าหนานิอู่ก็มองออกว่าเ้าหนุ่มคนนี้เป็คนไม่ประมาทมุทะลุ อีกทั้งยังปลิ้นปล้อนเ้าเล่ห์อีกด้วยหากว่าเขายังอยู่ที่อาณาจักรเร้นลับนั่น... ความเป็ไปได้นี้ต่ำเกินเสียจนมองข้ามไปได้เลย
อาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนจะอิงตามพลังที่แท้จริงของผู้เข้าแล้วจัดสรรพื้นที่บริเวณที่ตั้งของการฝึกร่างนั้นจะเจออสูรที่แกร่งที่สุดซึ่งพลังสูงสุดก็เทียบเท่ากับระดับฝึกร่างขั้นที่เก้า
แม้จะเป็เช่นนี้ ทว่าทำให้เหล่าผู้ฝึกตนที่เข้าไปก็ยังคงมีอันตรายใหญ่หลวงอยู่เช่นกันหากโชคร้าย ไม่แน่ว่าอาจเจอเข้ากับอสูรที่รวมกลุ่มกัน ถึงแม้จะเป็หนานิอู่ก็ไม่สามารถเผชิญกับฝูงอสูรด้วยตัวคนเดียวได้
นานขนาดนี้แล้วหลินโม่ยังไม่ออกมาอีกหนานิอู่กังวลว่าหลินโม่อาจเจออันตรายเข้าให้แล้ว
“เ้ารออยู่ที่นี่นานเท่าไรแล้ว?” หนานิอู่ถาม
“ั้แ่ที่เ้าพาเขาไป” แววตาของเหลิงอู่เหยียนแผ่ความเยือกเย็นยิ่งขึ้นเขาััได้ถึงท่าทางและน้ำเสียงที่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยของหนานิอู่มีความเป็ไปได้สูงว่าเกิดเื่ขึ้นกับหลินโม่แล้ว
ถ้าหลินโม่ตายล่ะก็เหลิงอู่เหยียนจะต้องฆ่าหนานิอู่แล้วฝังไปพร้อมกับหลินโม่เป็แน่
แน่นอนเหลิงอู่เหยียนในตอนนี้รู้อยู่แก่ใจว่าเขายังห่างชั้นกับคู่ต่อสู้อย่างหนานิอู่แต่หากเขายังมีชีวิตอยู่อีกหนึ่งวัน เขาก็จะพยายามฝึกตนต่อไปเมื่อเทียบเทียมถึงหนานิอู่ได้แล้วค่อยสังหารนาง
เมื่อพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง หนานิอู่จึงเอ่ยขึ้น “ข้าจะพาเ้าไปตามหาเขา”
ซากโบราณสถานเก่าแก่ของเทือกเขาซวนโยวมีเส้นทางลับเส้นหนึ่งเส้นทางนี้ตรงไปสู่บริเวณชานเขาที่เชื่อมต่อกับทางออกของอาณาจักรเร้นลับทว่าหนทางถูกปิดผนึกไปแล้ว ทำได้เพียงเข้าแต่ออกมาไม่ได้
ไม่ทันไรเหลิงอู่เหยียนก็ไปยืนอยู่หน้าทางออก ดูงดงามราวกับประติมากรรมชั้นยอด
หนานิอู่มองเหลิงอู่เหยียนด้วยความประหลาดใจหนุ่มคนนี้ั้แ่มาจนกระทั่งตอนนี้ก็เอาแต่ยืน อีกทั้งยังยืนอยู่เช่นนั้นนานถึงเจ็ดวันแล้วแค่เฉพาะความหัวรั้นและทนทานนี้ก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนตกตะลึงแล้วล่ะ
“เขาอาจจะตายไปแล้วก็เป็ได้” ดวงตาคู่สวยของหนานิอู่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจิตใจเต็มไปด้วยความละอาย
ั้แ่เข้าสู่อาณาจักรเร้นลับกระทั่งถึงบัดนี้ โลกภายนอกนั้นก็ผ่านไปถึงยี่สิบสองวันแล้วทว่าในอาณาจักรเร้นลับกลับผ่านไปเพียงสองวัน
ั้แ่อดีตกาล ผู้ที่สามารถอยู่ในอาณาจักรเร้นลับได้ถึงหนึ่งวันอีกทั้งยังมีชีวิตรอดออกมาได้นั้นก็เรียกขานว่าอัจฉริยะได้แล้วล่ะทว่าผู้ที่รอดชีวิตไปมากกว่าหนึ่งวันได้นั้น คงเป็ยอดมนุษย์ที่ห่างไกลเหนือกว่าอัจฉริยะธรรมดาได้เลย
แม้ว่าจะเป็หนานิอู่ก็คงอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งวันครึ่ง นั่นยังเป็เพราะนางยังมีไพ่ตายอยู่อีกจำนวนมากคนที่อยู่รอดได้สองวัน ซึ่งแม้แต่ราชวงศ์ซวนหยวนในยุคก่อนก็นับเป็ผู้มีพร์มากความสามารถเช่นกัน
หลินโม่ที่ปราณิญญารุ่ยจินเอาไว้คืออัจฉริยะหายากในรอบร้อยปีไม่ผิดแน่ แต่หากอยู่ในสมัยราชวงศ์ซวนหยวนก็ยังถือว่าแค่พอรับได้เท่านั้น
ดังนั้น หนานิอู่จึงยอมรับว่ามีถึงแปดหรือเก้าในสิบส่วนที่หลินโม่จะเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นแล้ว
“เขาไม่ได้ตายง่ายขนาดนั้น” เหลิงอู่เหยียนเอ่ยขึ้นอย่างเ็า
นี่เป็ไม่กี่ครั้งที่เหลิงอู่เหยียนพูดขึ้นจากตลอด่เจ็ดวันที่ผ่านมาหนานิอู่ชินชาแล้ว เมื่อเป็เื่อื่นหนุ่มน้อยคนนี้มักจะเงียบมาโดยตลอดหากแต่เอ่ยถึงเื่ที่เกี่ยวข้องกับหลินโม่ล่ะก็ เขาจะเปิดปากเอ่ยอย่างแน่นอน
“หากเขาตายแล้วจริงๆ ล่ะ” หนานิอู่มองไปทางเหลิงอู่เหยียน
เหลิงอู่เหยียนค่อยๆ หันหน้ากลับมา ั์ตาแผ่จิตสังหารออกมาจากนั้นจึงถอนสายตาออกไป
แม้ว่าจะไม่ได้รับคำตอบ ทว่าหนานิอู่ก็เข้าใจแล้ว หากหลินโม่ตายไปจริงๆชายหนุ่มคนนี้จะไม่มีทางปล่อยนางไปเป็แน่
สำหรับจุดนี้ หนานิอู่ไม่ได้หวาดกลัว เพียงแต่รู้สึกแปลกใจ
ทำไมหลินโม่ถึงได้มีเพื่อนอย่างเหลิงอู่เหยียนเช่นนี้ ไม่สิพูดให้ชัดก็คือ ประดุจเงาที่มีชีวิตอยู่เพื่อหลินโม่ ละทิ้งซึ่งทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตน มีชีวิตอยู่เพียงเพื่ออีกคนเท่านั้น
หนานิอู่ยิ่งแปลกใจ แท้จริงแล้วหลินโม่ทำอะไรลงไปกันแน่ ถึงทำให้คนอย่างเหลิงอู่เหยียนทุ่มเททั้งชีวิตให้ได้ถึงเพียงนี้
วันที่แปด!
เหลิงอู่เหยียนยังคงออกตามหา ทว่าแววตากลับยิ่งเย็นะเืขึ้นไปอีก
หนานิอู่รู้ดี ว่าหลินโม่อาจตายไปแล้วก็ได้น้อยคนนักที่จะสามารถอยู่รอดเกินสองวันในอาณาจักรเร้นลับนี้ได้ต่อให้ไปหลบซ่อนอยู่ที่ใดก็ต้องเจอลูกอสูรเช่นเดียวกันอย่างไรเสียจุดประสงค์ที่แท้จริงของการสร้างอาณาจักรลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนเมื่อแรกเริ่มนั้นก็เพื่อให้เหล่าผู้ฝึกตนในราชวงศ์ใช้ในการฝึกฝนดังนั้นใช่ว่าหลบซ่อนแล้วจะสามารถอยู่รอดไปถึงสองสามวันได้
วันที่เก้า!
เหลิงอู่เหยียนเคลื่อนไหวแล้วนี่คือการเคลื่อนไหวครั้งแรกในรอบเก้าวันของเขา เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพลางเพ่งมองไปยังหนานิอู่ที่ยืนอยู่บนหินเสา ดวงตาใสจ้องจดจำร่างของนางเอาไว้จิตสังหารในใจก่อเกิดขึ้นไม่หยุด
กลิ่นอายจิตสังหารนี้ ปิดหนานิอู่เอาไว้ไม่มิดตาคู่สวยปราดมองเหลิงอู่เหยียนครั้งหนึ่งพลางถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น “หากเ้าอยากฆ่าข้าเพื่อแก้แค้นแทนเขาเช่นนั้นเ้าต้องสอบเข้าสายในให้ได้ก่อน ข้าให้เวลาเ้าครึ่งปีเมื่อถึงเวลาข้าจะสู้กับเ้าเอง”
“ตามนั้น!” เหลิงอู่เหยียนตอบกลับ
แกร็ก!
ทันใดนั้น ทางออกของอุโมงค์ทางผ่านที่ปิดผนึกไว้พลันเปิดออกหลินโม่เดินกะเผลกออกมาจากข้างใน
จิตสังหารของเหลิงอู่เหยียนมลายสิ้น ใบหน้าเ็าดั่งน้ำแข็งปรากฏรอยยิ้มขึ้นแม้กระทั่งหนานิอู่ ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความประหลาดใจและคาดไม่ถึงไม่นึกเลยว่าเ้าหนุ่มคนนี้จะมีชีวิตรอดออกมาได้จริงๆทั้งยังอยู่ในอาณาจักรเร้นลับได้มากกว่าสองวันอีกด้วย
“พวกเ้าใยจึงมองข้าเช่นนี้?” หลินโม่ลูบหน้าตัวเองหรือว่าบนหน้าของตนมีดอกไม้ติดอยู่อย่างนั้นหรือ?
“ข้าคิดว่าเ้าตายในนั้นไปแล้วคาดไม่ถึงว่าเ้าจะยังมีชีวิตอยู่” หนานิอู่ยกยิ้มบางเบา
“ศิษย์พี่ ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้วนะก็แค่พื้นที่เร้นลับในการฝึกตนเท่านั้นเอง ความยากระดับนี้คิดว่าจะล้มข้าได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ? ไม่ต้องพูดว่าอยู่สองวัน หากข้ายินยอมล่ะก็ ให้อยู่ชั่วชีวิตก็ย่อมได้” หลินโม่เอ่ยขึ้นพลางปัดมือไปมา
“ขี้โวอย่างหน้าไม่อายเสียจริง” หนานิอู่กลอกตาใส่หลินโม่เ้าหนุ่มนี่รู้ว่ากำลังพูดเื่ซี้ซั้วไปเรื่อย
“พูดความจริงก็ไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว” หลินโม่เอ่ยย่างไม่ใส่ใจ
“ในเมื่อเ้าพูดเองว่าระดับความยากของอาณาจักรเร้นลับไม่สูงเช่นนั้นเ้าบอกข้าที ว่าเ้าฆ่าลูกอสูรไปได้กี่ตัวกัน?” หนานิอู่จ้องหลินโม่เอาไว้เดิมทีก็ไม่คิดจะเปิดโปงคำโกหกของเ้าหนุ่มนี่หรอกสุดท้ายจึงให้เกียรติเ้าหนุ่มนี่กลับไปเสียหน่อยจึงเปิดประเด็นขึ้นให้
หลินโม่ขมวดคิ้ว พลางเริ่มยกนิ้วขึ้นนับ ครู่เดียวจึงเอ่ยขึ้น “ลูกอสูรที่ถูกข้าสังหารไป หากไม่ถึงพันก็คงจะประมาณแปดเก้าร้อยนี่ล่ะข้าก็ไม่ได้ตั้งใจนับ ถึงอย่างไรเมื่อเจอหนึ่งตัวก็สังหารหนึ่งตัวสังหารถึงตอนท้าย สองมือข้าก็ยกไม่ไหวแล้ว ทั้งไม่มีอาหารกิน หิวเสียจนตัวข้าแทบหมดแรง ไม่เช่นนั้นอย่างน้อยข้าคงอยู่ได้ถึงสิบวันกว่าหรือครึ่งเดือนแล้วล่ะ”
แหล่งอาหารเพียงอย่างเดียวในอาณาจักรเร้นลับนั่นก็คือเนื้ออสูรหลินโม่หิวโหยแทบไม่ไหว เมื่อชิมไปหนึ่งคำ สุดท้ายก็อาเจียนออกมาในที่สุดจึงทิ้งความตั้งใจไป สองวันที่ไม่ได้รับสารอาหารหิวโหยเสียจนหน้าท้องแบนติดหลังไปแล้ว และยิ่งใช้พละกำลังไปอย่างมหาศาลอีกดังนั้นเขาจึงจากออกมา
“พูดซี้ซั้วอีกแล้ว” หนานิอู่กลอกตาใส่หลินโม่
“ข้าพูดเื่จริงนะ”
“รู้ว่าเ้าน่ะพูดความจริง เอาล่ะ รีบกลับสำนักเทียนซิงกันเถอะข้าจำได้เหมือนว่าเช้านี้สายนอกจะดำเนินการประเมินครั้งสุดท้ายแล้วพวกเ้าก็คงต้องเข้าร่วมสินะ?” หนานิอู่เอ่ยขึ้น
“เช้าวันนี้ต้องดำเนินการประเมินแล้วอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่เดือนหน้าหรอกหรือ?” หลินโม่เอ่ยถามอย่างสงสัย
“คือวันนี้แล้ว!”
เหลิงอู่เหยียนเอ่ยขึ้น “เ้าอยู่ในอาณาจักรเร้นลับมาสองวันแต่โลกด้านนอกกลับผ่านไปยี่สิบสี่วันแล้ว”
“นี่ผ่านไปยี่สิบสี่วันแล้วงั้นหรือ? ตอนนี้กี่ยามแล้ว?”
“สายจนตะวันโด่งฟ้า ใกล้เที่ยง” เหลิงอู่เหยียนตอบกลับ
“เช่นนั้นพวกเราไม่ได้พลาดการประเมินครั้งสุดท้ายไปแล้วหรือ? พวกเรารีบกลับกันเถอะ อู่เหยียนรีบมาแบกข้า หิวไส้แทบขาดจนเดินไม่ไหวแล้ว” หลินโม่ที่เพิ่งกะเผลกเดินได้เพียงสองก้าวขาทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงลงเสียแล้ว
“เช่นนั้นให้ข้าไปส่งเ้าเถอะ”
ครั้นเห็นท่าทางของหลินโม่ หนานิอู่ก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกคว้ามือไว้ได้พลังเจินหยวนสองกลุ่มก็ล้อมรอบหลินโม่และเหลิงอู่เหยียนทั้งสองคนเอาไว้