ตอนที่ 8 ทวงความยุติธรรมให้พี่หญิง (2)
“ได้ เ้าถามก่อนเถอะ! ทุกคนห้ามพูดอะไร ให้อันเสี่ยวเย่ว์ถามคนเดียว” เดิมผู้ใหญ่บ้านก็เป็คนใจเย็นอยู่แล้ว น้อยครั้งที่จะปฏิเสธคน
ตอนนี้อันเสี่ยวเย่ว์รู้สึกว่าน่าจะใช้ไพ่ตายได้แล้ว ซึ่งมีอยู่สามอย่างคือ หลอก! ขู่! ล่อ!
“อันหยวนซิ่ง อันหยวนวั่ง พวกเ้ามองตาข้า!” อันเสี่ยวเย่ว์รู้ว่าสิ่งที่คนที่พูดโกหกกลัวที่สุดก็คือการสบตาคนอื่นตรงๆ
อันเสี่ยวเย่ว์เห็นแววตาของเด็กชายทั้งสองคนเป็ประกายวาบก็รู้ว่าพวกเขากำลังกลัว จึงถามต่อไปว่า “ถ้าเมื่อครู่นี้พวกเ้าอยู่ที่บ้าน เห็นพี่หญิงและน้องชายข้าอยู่ที่แปลงผักหลังบ้าน แล้วทำไมหลี่ซื่อ คนงานของเ้าของที่ดินเกาถึงได้เห็นพวกเ้าทั้งสองคนที่เนินทางตะวันออกได้”
“ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมองผิดไป” หนิวซื่อรีบตอบ
“อาสะใภ้สี่ ข้ากำลังถามหยวนซิ่งกับหยวนวั่งอยู่ ท่านจะร้อนใจอะไร หรือว่าท่าน...กำลังกลัว” อันเสี่ยวเย่ว์มองไปทางหนิวซื่อ แล้วเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“บ้านเ้าสี่ หุบปาก!” อันเฉิงเยี่ยตะคอก
เมื่อครู่ผู้ใหญ่พูดชัดแล้วว่าไม่ให้ทุกคนพูดแทรก แต่นางกลับพูดออกมา แบบนี้จะได้อย่างไรกัน วันนี้บ้านตระกูลอันก็ขายหน้าพอแล้ว อีกทั้งอันเฉิงเยี่ยก็ไม่ใช่คนโง่ เื่มาถึงขั้นนี้ เขาเองก็มองความจริงออก
อันเสี่ยวเย่ว์ยังคงพูดกับอันหยวนซิ่งกับอันหยวนวั่งต่อไปว่า “ต้าหลิวมองผิด หรือว่าซวนจื่อเองก็มองผิดด้วยหรือ พวกเขาเห็นชัดเจนและมาบอกข้า”
ความจริงแล้วอันเสี่ยวเย่ว์กำลังหลอกล่อ นางเป็คนที่มีจิติญญาในวัยยี่สิบกว่าปีของชาติที่แล้วอยู่ ไม่มีทางที่จะรับมือกับเด็กสองคนไม่ได้
เห็นดวงตาของอันหยวนซิ่งกับอันหยวนวั่งมีประกายความหวาดกลัวและตื่นตระหนก นางก็รู้สึกว่า ‘หลอก’ มาพอประมาณแล้ว ตอนนี้ควรจะต้อง ‘ขู่’ แล้ว
“ข้าจะบอกพวกเ้าให้นะ ไข่ไก่คือสิ่งล้ำค่าของบ้าน หากไม่มีไข่ไก่ ก็เท่ากับมีเงินน้อยลง และทำให้พี่หยวนเฟิงของพวกเ้าไม่มีเงินไปสู่ขอภรรยา ถึงตอนนั้นอาสะใภ้สามของพวกเ้าจะต้องตีขาพวกเ้าจนหัก และฉีกปากของพวกเ้าแน่” อันเสี่ยวเย่ว์ถลึงตา น้ำเสียงพลันเฉียบคมขึ้น นางใช้แววตาและน้ำเสียงในการสร้างความตื่นกลัวให้กับอันหยวนซิ่งและอันหยวนวั่ง
อย่างไรอันหยวนวั่งก็เพิ่งจะอายุหกปี อายุมากกว่าน้องชายแท้ๆ ของนางอันหยวนเซิงเพียงนิดเดียวเท่านั้น ทันใดนั้นน้ำตาก็ไหลออกมา ส่วนอันหยวนซิ่งพอเห็นน้องชายร้องไห้ เขาที่อายุเพียงแปดปีก็รู้สึกคัดจมูก แต่ก็ยังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
อันเสี่ยวเย่ว์คิดว่า ‘ขู่’ ไปพอประมาณแล้ว ตอนนี้เป็ขั้นสุดท้าย นั่นก็คือการ ‘ล่อ’
“หยวนซิ่ง หยวนวั่ง พี่เสี่ยวเย่ว์รู้ว่าพวกเ้าต่างก็เป็เด็กดี เด็กดีจะต้องมีความซื่อสัตย์จริงใจ ทำผิดได้ไม่เป็ไร คำที่พูดออกมา ไม่มีใครโทษพวกเ้า ส่วนเื่ไข่ไก่ พี่เสี่ยวเย่ว์รักษาหม่านไฉของบ้านเ้าของที่ดินเกาจนหายดี ขอไข่ไก่สักฟองมาคืนปู่กับย่าเป็เื่ง่ายมาก ถ้าหากพวกเ้าพูดความจริง พี่เสี่ยวเย่ว์ยังพาพวกเ้าไปที่บ้านเ้าของที่ดินเกาได้ด้วย บ้านของเขามีขนมเถาซู[1]และโก๋ถั่วเขียว[2]ที่ซื้อมาจากในเมือง อร่อยมากๆ!” อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มแล้วปลอบเด็กชายตัวน้อยที่กำลังใทั้งสองคน และบอกพวกเขาด้วยว่าหากยอมรับผิดจะไม่ถูกลงโทษ เป็การล่อลวงพวกเขา
“เป็พี่ชายข้าที่ขโมยไข่ไก่มา พวกเราต้มให้สุกที่เนินตะวันออก พี่ชายกินไปครึ่งใหญ่ ข้ากินไปครึ่งเล็ก เพราะแย่งไข่กันเขาเลยข่วนหน้าข้า” ในที่สุดอันหยวนวั่งก็พูดความจริงออกมา
หนิวซื่อกำลังจะเปิดปากพูด แต่กลับถูกอันเฉิงเยี่ยถลึงตาใส่ จึงไม่กล้าพูดอะไรออกมา
อันเสี่ยวเย่ว์ถามอันหยวนซิ่งต่อ “หยวนซิ่ง ที่น้องชายเ้าพูดมาถูกหรือไม่”
อันหยวนซิ่งพยักหน้า “ใช่! เป็ข้ากับน้องชายที่กินไข่ไก่ไป ไม่ตีพวกเราได้หรือไม่”
“ได้!” แน่นอนว่าอันเสี่ยวเย่ว์ไม่ใช่คนที่พูดแล้วไม่ทำ ถ้าไม่ใช่เพราะถูกสถานการณ์บีบบังคับ นางก็ไม่ข่มขู่ล่อลวงเด็กทั้งสองที่เล็กขนาดนี้หรอก ดังนั้นการตอบรับเมื่อครู่ของนาง นางจะต้องทำตามที่พูด
“ผู้ใหญ่บ้าน เสี่ยวเย่ว์พูดจบแล้ว” อันเสี่ยวเย่ว์พยักหน้าให้ผู้ใหญ่บ้าน “ท่านเองก็ได้ยินแล้วใช่หรือไม่ ข้าคิดว่าด้วยความยุติธรรมและเฉลียวฉลาดของผู้ใหญ่บ้าน จะต้องไม่กล่าวหาพี่หญิงข้าอันเสี่ยวหลีกับน้องชายข้าอันหยวนเซิงใช่หรือไม่”
“ได้ยินแล้ว ได้ยินหมดแล้ว!” ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะแล้วลุกขึ้นยืน “เสี่ยวเย่ว์เอ๋ย! สมองเ้าหายดีแล้วจริงๆ ทั้งยังแจ่มแจ้งว่าคนทั่วไปอีก แต่ในเมื่อ เมื่อครู่เ้าพูดเองว่าจะไม่โทษเด็กทั้งสองคนหยวนซิ่งกับหยวนวั่ง เช่นนั้นเื่นี้พวกเราก็ถือว่าแล้วกันไป ครอบครัวกลมเกลียวเป็เื่ที่โชคดีที่สุด!”
“ผู้ใหญ่บ้าน ข้าบอกแล้วว่าจะไม่โทษหยวนซิ่งกับหยวนวั่ง อย่างไรพวกเขาก็ยังอายุน้อย จะทำผิดบ้างก็เป็เื่ปกติ แต่ข้าจะโทษอาสะใภ้สามที่ไม่รู้จักแยกแยะผิดถูกแล้วมาตำหนิทุบตีพี่หญิงข้า” น้ำเสียงของอันเสี่ยวเย่ว์เด็ดเดี่ยวเป็อย่างยิ่ง “าแพวกนั้นบนแขนของพี่หญิงข้า เมื่อครู่ท่านเองก็เห็นแล้ว ตอนนี้ข้า้าทวงความยุติธรรมให้กับพี่หญิงข้า นี่คงไม่ถือว่าเกินไปใช่หรือไม่”
เชิงอรรถ
^ ขนมเถาซู คือ คุกกี้วอลนัท^ โก๋ถั่วเขียว คือ ขนมไหว้พระจันทร์แบบชาวแต้จิ๋ว