บทที่ 10 ยาพูดความจริง
เสิ่นหนานซิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองบิดา เสิ่นฟางไห่กำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและจนปัญญา
ในใจของหลี่เซียงหลานเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง คำพูดของลูกชายคนที่สองนี้... ในที่สุดก็ยอมถอยให้เธอ! เื่ที่เขาเคยยึดมั่นมาั้แ่เด็กและไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใคร เป็เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเชื่อฟังคำพูดของเธอมาโดยตลอด
พูดกันตรง ๆ เื่นี้เป็ความผิดของสะใภ้ใหญ่ การขอโทษไปหน่อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร แถมยังไม่ต้องให้คนอื่นมาคอยจับจ้องนินทา หลี่เซียงหลานคำนวณเื่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ในเมื่อเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอ การที่เธอจะสั่งให้ขอโทษก็ย่อมไม่มีอะไรต้องกังวล
"แกฝันไปเถอะ! ฉันไม่มีวันขอโทษหรอก! ยัยเด็กนั่นหยิบไปมันก็คือขโมย! มันคือการขโมย! ฉันเห็นครั้งไหนก็จะตีครั้งนั้นแหละ!"
คำพูดที่หลี่เซียงหลานกำลังจะเอ่ยปากสั่ง ยังไม่ทันได้พูดจบ หลิวผิงก็ชิงตวาดขัดขึ้นก่อนอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อเห็นท่าทางเหมือนคนเสียสติของเธอ เสิ่นหนานซิงก็รู้ว่ายาเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว นี่คือคำพูดที่มาจากใจจริงของเธอโดยแท้
ยานี้สามารถออกฤทธิ์ได้ทั้งวัน เสิ่นหนานซิงจึงไม่รีบร้อน ปล่อยให้หลิวผิงพูดออกมาให้มากที่สุด เธอเฝ้ามองหลิวผิงที่กำลังเปิดเผยความจริงออกมาทีละคำ
"ชิ ฉันบอกแล้วว่าเธอไม่ใช่คนดี! ใครจะเหมือนหล่อนล่ะ! เปิดปากก็ด่า ยกมือก็ตีเด็ก! นี่ขนาดพ่อของแม่หนูนั่นยังต้องหาเลี้ยงคนทั้งบ้านเลยนะ!"
ป้าชุนฮวายังคงยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เธอไม่หยุดที่จะพูดถึงเื่ราวความร้ายกาจของหลิวผิง คำพูดแดกดันพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย!
"พูดพล่อย ๆ! พวกแกไสหัวไปให้พ้นเลยนะ! มาทำอะไรที่หน้าประตูบ้านฉัน! นี่มันบ้านตระกูลเสิ่น! ฉันนี่แหละเป็คนตัดสินใจ!"
หลิวผิงเห็นคู่ปรับเก่าก็โกรธจนแทบคลั่ง พอเธอเริ่มด่าทออย่างบ้าคลั่ง ทุกคนก็ถูกยั่วโมโหจนหมดความเกรงใจ คำวิพากษ์วิจารณ์ทิ่มแทงเข้ามาเหมือนใบมีด
"ถ้าให้ฉันพูดนะ จะอยู่รวมกันไปทำไมอีก? แยกบ้านกันไปเลยสิ! เฮ้อ ลูกสาวตระกูลซูนี่ซื่อบื้อจริง ๆ ก่อนหน้านี้มัวทำอะไรอยู่กันนะ?!"
"ถ้าเป็ฉันนะ ฉันฉีกอกหล่อนไปนานแล้ว! นี่ยังจะให้เงินตั้งเดือนละสิบห้าหยวนอีก ฝันหวานไปเถอะ! ไม่ได้ยินเหรอ บ้านนี้หล่อนเป็คนคุม สะใภ้รองรีบแยกบ้านเถอะ!"
"พวกแกไปถามไอ้รองเสิ่นดูสิว่ามันกล้าแยกบ้านไหม?! ให้ความกล้ามันสักสิบเท่าเลยเอ้า! ไป! รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเลย!"
พอหลิวผิงได้ยินคนยุให้แยกบ้าน โทสะในใจก็พุ่งสูงขึ้นอีกสามส่วน เธอคว้าไม้กวาดทางมะพร้าวอันใหญ่สำหรับกวาดลานบ้านที่อยู่ข้าง ๆ แล้วฟาดใส่ทุกคน ฝูงชนที่มามุงดูเื่สนุกแตกกระเจิงราวกับผึ้งแตกรัง แต่ก่อนจะไปก็ไม่ลืมเตือนซูอวี้จู๋ว่าให้รีบแยกบ้าน
"สะใภ้ใหญ่ ถ้าเธอยังไม่หยุดบ้า ก็ไสหัวกลับบ้านเดิมของเธอไปซะ!" หลิวผิงที่กำลังควงไม้กวาดอาละวาดถูกหลี่เซียงหลานตะคอกสั่งให้หยุด
หลี่เซียงหลานโกรธจัด เธอตวัดสายตาจ้องถลึงใส่เสิ่นหนานซิงอย่างแรง ทั้งหมดนี้เป็เพราะยัยเด็กนี่ก่อเื่แท้ ๆ!
เธอทำหน้าบึ้งตึง เดินเข้าบ้านไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
"เหอะ คอยดูเถอะว่าแม่จะจัดการพวกแกยังไง!"
หลิวผิงสงบลงทันที การถูกส่งกลับบ้านเดิมคือจุดตายของเธอ เธอโยนไม้กวาดทิ้งแล้วรีบเดินตามหลี่เซียงหลานเข้าบ้าน ตอนนี้ความคิดของแม่สามีสำคัญที่สุด ต่อให้พวกบ้านรองจะอาละวาดหนักแค่ไหน แต่คนที่มีอำนาจเด็ดขาดในบ้านนี้ก็ยังคงเป็แม่สามี!
"สะใภ้รอง ยังไม่รีบพยุงเหล่าเอ้อร์ไปพักผ่อนอีก? แล้วก็เสิ่นหนานซิง เป็แค่เด็ก ผู้ใหญ่คุยกันมันกงการอะไรของเธอ!" เมื่อเห็นครอบครัวของเสิ่นฟางไห่เดินตามเข้ามา หลี่เซียงหลานก็ชักสีหน้าใส่ทันที
เื่ของหลิวผิงคิดจะปล่อยให้เงียบหายไปเฉย ๆ อย่างนั้นเหรอ?
ยาของเสิ่นหนานซิงเพิ่งจะเริ่มออกฤทธิ์ เธอไม่มีวันยอมเดินจากไปแน่ เพราะเื่ราวหลังจากนี้ต่างหากที่สำคัญกว่า
"ที่เรียกพวกเราเข้ามา ไม่ใช่เพราะจะให้พี่สะใภ้ขอโทษหนานซิงหรอกเหรอคะ?"
ซูอวี้จู๋ประคองให้เสิ่นฟางไห่นั่งลง ยืนมาตั้งนานแล้ว เดี๋ยวแผลจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่
"จะให้ฉันที่เป็ผู้ใหญ่ ไปขอโทษเด็กอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง!" หลิวผิงอาศัยบารมีของหลี่เซียงหลานที่ยืนอยู่ข้างตน แสดงท่าทางอวดดีจองหองเป็ที่สุด
"สะใภ้รอง นี่คือท่าทีที่เธอมีต่อผู้ใหญ่เหรอ? แล้วก็เสิ่นหนานซิง ป้าสะใภ้ใหญ่ตีแกแค่สองที แกก็ต้องทนรับไว้! นี่ยังจะป่าวประกาศจนรู้กันไปทั้งหมู่บ้านอีก! ใครให้ท้ายแก! พ่อแม่แกสั่งสอนมาแบบนี้หรือไง?"
หลี่เซียงหลานคิดไม่ถึงว่าซูอวี้จู๋จะไม่ยอมจบ เมื่อครู่ตอนอยู่ข้างนอกยังพอเก็บอารมณ์ไว้บ้าง แต่ตอนนี้พอไม่มีคนนอกแล้ว เธอก็ตบโต๊ะเสียงดังปัง ๆ
"พ่อคะ พ่อเห็นหรือยัง นี่แหละคือท่าทีของคนในบ้านนี้ที่มีต่อหนูและแม่!"
เสิ่นหนานซิงเอ่ยประโยคนี้กับเสิ่นฟางไห่ ทว่าสายตากลับจ้องมองหลี่เซียงหลานพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันโดยไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด สีหน้าของเธอยิ่งทำให้หลี่เซียงหลานโมโหหนักกว่าเดิม
"ซูอวี้จู๋! เธอสั่งสอนลูกได้ดีจริงนะ! ถึงได้เนรคุณต่อผู้ใหญ่ขนาดนี้?!" หลี่เซียงหลานแทบไม่อยากจะเชื่อ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความตระหนก เพราะนี่ไม่ใช่เสิ่นหนานซิงคนเดิมที่เคยยอมให้พวกเธอบดขยี้อย่างไรก็ได้อีกต่อไป
"ถ้าคุณย่าคิดว่าการที่หนูพูดความจริงคือความเนรคุณ หนูคงช่วยไม่ได้ค่ะ ถ้าป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ยอมขอโทษ หนูคงต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วล่ะ!" เสิ่นหนานซิงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ ทุกถ้อยคำของเธอเปรียบเหมือนการจุดไฟ และเป็การจุดไฟในใจของหลิวผิงโดยเฉพาะ
"ป้าสะใภ้ใหญ่ จะขอโทษหรือไม่ขอโทษคะ!" เสิ่นหนานซิงค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหลิวผิง สายตาจับจ้องไปที่หล่อนด้วยสีหน้าเหยียดหยามเต็มประดา
ในสายตาของหลิวผิง ท่าทางนั้นมันเหมือนกับการโยนไม้ขีดไฟเข้าไปในกองวัตถุะเิ
"แกคิดว่าแกเป็ใคร!? ฉันจะบอกให้ ที่ตีแกน่ะมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ วันหลังอย่าให้แกตกมาอยู่ในมือฉันนะ ดูสิว่าฉันจะไม่ทรมานแกให้ตายคามือได้ยังไง!"
"หนูมีพ่อมีแม่นะ ป้าก็ลองดูสิ! สถานีตำรวจไม่ได้ใช้แซ่หลิวนะคะ แล้วก็ไม่ได้ใช้แซ่เสิ่นด้วย!" เสิ่นหนานซิงส่งยิ้มให้หลิวผิง พูดออกมาอีกสิ ยิ่งพูดก็ยิ่งผิด!
"นางเด็กสารเลว เสิ่นฟางไห่มันก็แค่คนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ซูอวี้จู๋ก็เป็นางแพศยา ส่วนแกคือนางแพศยาน้อย"
"...ยังไงไม่ช้าก็เร็วบ้านหลังนี้ก็ต้องตกเป็ของฉัน ไอ้เสิ่นฟางไห่มันก็มีหน้าที่แค่ต้องยอมเป็วัวเป็ควายทำงานงก ๆ ให้พวกเราเท่านั้นแหละ! อย่าไปสนว่าตอนนี้มัน..."
"หุบปาก!" หลี่เซียงหลานได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นยืนะโขัดจังหวะทันที
"หลิวผิง เธอพูดเพ้อเจ้ออะไรของเธอ!" เสิ่นฟางเฉวียนก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน เขาชี้หน้าต่อว่าหลิวผิงที่พูดจาเหลวไหล
ทว่าสถานการณ์กลับควบคุมไม่ได้เสียแล้ว หลิวผิงพยายามจะพุ่งเข้าไปตบเสิ่นหนานซิง แต่ยังไม่ทันจะเข้าถึงตัว ซูอวี้จู๋ก็ปรี่เข้าไปตบหน้าหล่อนฉาดใหญ่ ไม่นานนักสะใภ้ทั้งสองก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงตบตีกันนัวเนีย
"ไปกันไปใหญ่แล้ว! หยุดมือเดี๋ยวนี้!" หลี่เซียงหลานเห็นสะใภ้ทั้งสองตบตีกันก็ถึงกับตาตั้งทำท่าจะลมจับ แต่ในจังหวะที่กำลังจะหลับตาลงกลับมีคนช่วยพยุงเอาไว้
"คุณย่าคะ ต้องระวังสุขภาพด้วยนะ ถ้าเป็ลมล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมามันจะอันตรายเอา! พื้นนี่ปูด้วยหินสีครามเชียวนะคะ!" เสิ่นหนานซิงออกแรงที่มือเล็กน้อยเพื่อตรึงร่างของหลี่เซียงหลานเอาไว้ ใน่เวลาสำคัญขนาดนี้ ถ้าคุณย่าแกล้งเป็ลมไป ละครฉากนี้ก็จบกันพอดี
หลี่เซียงหลานสะบัดมือสะบัดตัวหนีจากเสิ่นหนานซิงทันควัน ทั้งหมดนี้เป็เพราะยัยเด็กตัวแสบคนนี้แท้ ๆ!
เธอหันไปมองกลางห้องโถง ซูอวี้จู๋กับหลิวผิงกำลังตบกันชุลมุนจนแยกไม่ออก แต่ซูอวี้จู๋รูปร่างสูงกว่าหลิวผิง ไม่นานนักจึงเป็ฝ่ายได้เปรียบ ตอนนี้เธอขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวของหลิวผิง มือซ้ายขวาผลัดกันตบระรัวจนหน้าของหลิวผิงเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ!
"ซูอวี้จู๋นางแพศยา ฉันต้องฆ่าแกให้ได้! อ๊าก! เสิ่นฟางเฉวียนไอ้หน้าตัวเมีย แกยืนบื้อดูคนอื่นตบเมียตัวเองอยู่ได้ยังไง! รีบมาลากมันออกไปสิ! รีบตบมัน!" หลิวผิงถูกตบไปพลางปากดีไปพลาง ร้องะโขอความช่วยเหลือจากสามี
เสิ่นฟางเฉวียนขยับเท้าตั้งท่าจะเข้าไปช่วย แต่เสิ่นฟางไห่กระแทกไม้เท้าในมือลงกับพื้นอย่างแรง สายตาจับจ้องเป็เชิงเตือนเสิ่นฟางเฉวียนอย่างดุดัน
เมื่อเสิ่นฟางเฉวียนเหลือบเห็นน้องชายที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนอีก
สุดท้ายเป็หลี่เซียงหลานที่ต้องเข้าไปจับทั้งคู่แยกออกด้วยตัวเอง สภาพของซูอวี้จู๋ยังถือว่าดีอยู่ ส่วนหลิวผิงนั้นโดนตบจนหน้าบวมเป่งเป็หัวหมูไปเรียบร้อยแล้ว
"ซูอวี้จู๋แก..." หลิวผิงยังคิดจะปากดีต่อ แต่หลี่เซียงหลานกลับตบหน้าหล่อนซ้ำไปอีกฉาดใหญ่! มือเธอสั่นเทาด้วยความโมโห... ไอ้ตัวทำลายล้างขายขี้หน้า ดีแต่ทำเื่งามไส้!