“คิดดูสิถ้าซูเม่ยได้รู้ว่าถูกคนรักหักหลังชายคนนั้นที่นางหลงไว้ใจสารภาพความจริงตรงข้ามกันนางแน่นอนหากเป็หญิงคนไหนก็คงทนไม่ได้และคงเ็ปน่าดูความเ็ปสามารถเปลี่ยนเป็ความเกลียดชังได้นั่นเป็อาวุธที่จะโจมตีจิตใจคนอย่างหนึ่งได้เช่นกัน อีกอย่างเื่น้องชายของนางหากถูกจับไปจริงเ้าคิดว่าอีกฝ่ายจะเลี้ยงดูคนคนหนึ่งไว้นานถึงห้าปีเชียวหรือฆ่าทิ้งแล้วให้คนปลอมตัวเขียนจดหมายหรือส่งอะไรสักอย่างให้นางตลอดมันไม่ง่ายกว่าหรือ”
อู๋เสี่ยวหรันตอบข้อสงสัยของสาวใช้ทั้งคู่
“แล้วท่านรู้ได้อย่างไรเพคะว่านางถูกพิษอย่าลงโทษบ่าวเลยนะเพคะ บ่าวอยากรู้จริง ๆแม้กระทั่งตัวบ่าวเองก็เพิ่งจะรู้ตอนที่นางกระอักเืสีดำออกมา”
ครั้งนี้เป็หวงหลานถามขึ้น
“ตอนที่ข้าเข้าไปในห้องขังนางแต่แรกข้าก็ได้กลิ่นคล้ายกับกำมะถันอยู่แล้วนางอยู่กับสารหนูที่ใช้วางยาข้ามานาน ‘หมอพิษตายเพราะพิษ’ประโยคนี้เ้าน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง”
“เป็เพราะฝีมือของบ่าวยังอ่อนด้อยขอบพระทัยพระชายาที่ช่วยให้บ่าวกระจ่างแจ้งเพคะ”
หวงหลานก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
“ซูเม่ยอยู่รับใช้พระชายามานานจะให้พวกบ่าวจัดการเื่ฝังศพให้นางหรือไม่เพคะ”
เหมยฮวาถามออกมาด้วยความปากไวแต่เมื่อถามออกไปแล้วนางก็รู้สึกว่านี่ไม่สมควรอย่างยิ่งนางก้าวล้ำเส้นของเ้านายมากเกินไปเสียแล้ว
“ขออภัยเพคะพระชายาคือ ....”
“ไม่เป็ไรเหมยฮวา ข้ารู้ว่าเ้าเป็ห่วงเื่ศพของนางก็ปล่อยให้ทหารเฝ้าคุกดูแลเถิด ข้าสบายมากในเมื่อนางกล้าหักหลังข้าโดยไม่ฉุกคิดถึงความสัมพันธ์เก่าก่อนเหตุใดข้าจะต้องให้ค่ากับคนเช่นนั้นกัน”
อู๋เสี่ยวหรันพูดจบนางก็ส่งยิ้มออกมาหันหลังกลับแล้วเดินไปด้านหน้าต่อ แต่ยังต้องให้สาวใช้ช่วยพยุงนางเดินไปตลอดทาง นายและบ่าวทั้งสี่ไม่ได้คุยกันเื่ของคุกใต้ดินอีกแต่เปลี่ยนมาคุยกันเื่สวนดอกไม้ที่เพิ่งสั่งไปแทน
เสียงพูดคุยนั้นห่างไกลออกไปและเบาลงเรื่อย ๆเมื่อเสียงเงียบไปแล้ว เฉิงอ๋องผู้ที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงนี้มานานเท่าไรแล้วก็เดินออกมาจากมุมหนึ่งของต้นไม้ตรงบริเวณที่พวกนางหยุดคุยกันเมื่อครู่และยืนเหม่อมองไปทางทิศที่หญิงทั้งสามเดินจากไป
เป็เพราะอู๋เสี่ยวหรันใช้พลังไปมากจนเกินกว่าร่างกายอันผอมแห้งของนางจะทนรับไหวเมื่อกลับถึงตำหนักนางก็เข้าสู่การนิทราโดยทันทีไม่มีแรงแม้แต่จะจิบน้ำหรือกินของว่างแม้แต่น้อย
“นี่เหมยฮวาเ้าไปปลุกพระชายาสิใกล้จะสิ้นยามโหย่วแล้ว”
เหลียนฮวาผลักเหมยฮวาเบา ๆเพื่อให้นางเป็ผู้ออกหน้า
“เ้าก็รู้ว่าเมื่อกลางวันพระชายาสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปมากทำให้ต้องนอนนานเช่นนี้อย่างไรเล่าครั้งต่อไปข้าจะต้องห้ามปรามพระชายาเื่การออกไปนอกตำหนักบ้างแล้ว”
เหมยฮวานึกถึงใบหน้าขาวซีดไร้เืฝาดของเ้านายนางก็รู้สึกผิดอยู่ในใจ
“การออกไปเดินบ้างนับเป็เื่ที่ดีเืลมจะได้โคจรได้สะดวก”
เหลียนฮวาแย้งขึ้นมาแต่แล้วก็มีเสียงดังขึ้นเหนือหัวพวกนาง
“ถ้าเช่นนั้นข้าเข้าไปปลุกพระชายาเอกเองก็แล้วกัน”
“ดีเลยฝากเ้าด้วยจะ จะ จะ…. ท่านอ๋องหม่อมฉันสมควรตายเพคะ ”
เหลียนฮวาพูดยังไม่ทันจบก็เหลือบเห็นว่าเป็นายเหนือหัวของตนเองนางเปลี่ยนท่าเป็การคุกเข่าทันที
“อย่าเสียงดังไปเ้าจะทำให้พระชายาใได้เปิดประตูข้าจะไปดูนาง”
เหมยฮวาและเหลียนฮวาทั้งสองไม่รอช้ารีบขยับตัวเปิดทางให้เฉิงอ๋องทันที
เฉิงอ๋องก้าวเข้าไปด้านในโดยใช้ฝีเท้าให้เบามากที่สุดภาพแรกที่เขาเห็นคือหญิงดวงหน้าผอมแห้ง กระดูกปูดโปนอย่างชัดเจนกำลังนอนสนิทอยู่บนเตียงนอน สังเกตดูหน้าอกที่ขยับขึ้นลงตามลมหายใจที่สม่ำเสมอแต่นั่นก็เป็การขยับที่เล็กน้อยมาก เห็นได้ชัดว่าร่างกายของนางยังคงอ่อนแออยู่มาก
เขาเดินเข้าไปใกล้จนประชิดติดขอบเตียงพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ สังเวชในใจยิ่งนักที่เห็นว่าพระชายาที่เขาเอ็นดูเป็น้องสาวอ่อนแอมากถึงเพียงนี้
บางทีการที่นางหมดลมหายใจไปก็อาจจะเป็การปลดปล่อยนางอย่างหนึ่งเช่นกันแต่เมื่อนึกถึงคำสั่งเสียก่อนตายของมารดาเขาก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งและเอื้อมมือไปเขย่าตัวนางเบา ๆ
“หรันเอ๋อร์ตื่นเถิดวันนี้เ้านอนนานเกินไปแล้ว”
เขาเรียกนางอยู่สองสามครั้งแต่ก็ไร้ปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อลองใช้นิ้วมือยื่นไปที่ปลายจมูกของนางก็ยังััได้ถึงลมหายใจแ่เบาแต่กระนั้นอาการของนางเช่นนี้ก็ไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี
เฉิงอ๋องก้าวเท้ายาว ๆออกมาที่หน้าประตูห้องและสั่งการ
“ไปตามท่านหมอจงมา”
เหมยฮวาที่เห็นสีหน้าห้องท่านอ๋องไม่สู้ดีนักนางจึงได้พุ่งตัวออกไปทันที ส่วนเฉิงอ๋องกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง
ตอนที่หมอจงเข้ามาในห้องบรรทมของพระชายาเฉิงอ๋องกำลังยืนหันหลัง มองออกไปด้านนอกหน้าต่างสาวใช้ได้ปิดผ้าม่านที่เตียงและนำมือของพระชายาออกมาด้านนอกเพื่อรอเขาอยู่แล้วดังนั้นเขาจึงมุ่งตรงไปและจับชีพจรให้กับพระชายาทันที
“เป็อย่างไรบ้าง”
เฉิงอ๋องถามขึ้น
“ทูลท่านอ๋องพระชายาร่างกายเป็ปกติดีพ่ะย่ะค่ะไม่มีอาการของพิษใด ๆ แต่…”
หมอจงมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยแต่เมื่อสบกับสายตาของเฉิงอ๋อง เขาก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวลงคอและกล่าวออกมา
“พระชายาเพียงหลับลึกมากเกินไปซึ่งตัวของกระหม่อมเองก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดอาจจะเป็เพราะร่างกายนำพลังงานทั้งหมดใช้ไปแล้วการนอนหลับลึกเช่นนี้จึงเป็เหมือนการเพิ่มกำลังหยางให้กับร่างกาย”
เขาหยุดไปชั่วครู่เพื่อสูดหายใจจากนั้นจึงพูดต่อ
“กระหม่อมจะไปจัดเทียบยาบำรุงหยินและหยางมาระหว่างนี้โปรดทำให้ร่างกายของพระชายาอบอุ่นอยู่ตลอดพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม”
เฉิงอ๋องตอบเพียงคำเดียวสั้นๆ แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว พวกเขาที่เป็ผู้ใต้บังคับบัญชามานานย่อมรู้ดีว่าน้ำเสียงเช่นนี้แสดงถึงความหงุดหงิดใจ คำพูดของหมอจงสาวใช้ที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินเช่นกัน เหมยฮวาจึงขันอาสาที่จะนำถ่านร้อนเข้ามาเพิ่ม
เฉิงอ๋องเดินไปมองบนเตียงที่อู๋เสี่ยวหรันนอนอยู่ชั่วครู่จากนั้นเขาก็หันหลังกลับออกไปโดยไม่พูดสิ่งใดปล่อยให้สาวใช้ปรนนิบัติดูแลต่อไป
ในขณะที่หลายคนกำลังร้อนใจเกี่ยวกับอาการของอู๋เสี่ยวหรันนั้นก็มีบางคนที่กำลังรู้สึกยินดีปรีดาอยู่
ณ ตำหนักเยว่กวาง ซึ่งเป็ตำหนักของพระชายารองแซ่โจว
“พระชายารองเื่ที่บ่าวเล่าไปเป็จริงทุกประการเลยเ้าค่ะตอนที่บ่าวแอบมองอยู่ ยังเห็นท่านหมอจงรีบเร่งหอบถุงย่ามเข้าไปในตำหนักเจินจูนั้นอยู่เลยเ้าค่ะ”
บ่าวรับใช้ที่แต่งกายด้วยชุดของนางกำนัลขั้นสองตำแหน่งไม่ได้สูงแต่ก็ไม่ต่ำต้อยกำลังเล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในตำหนักเจินจูซึ่งเป็ที่พักของพระชายาเอก
และบนเก้าอี้ตัวงามเบื้องหน้าของหญิงรับใช้นางนั้นนางเป็หญิงสาวใบหน้าดูงดงาม หางตาชี้เชิด จมูกเรียวเล็กทำให้นางดูเป็คนที่ดูหยิ่งยโส บางทีนางอาจจะดูงดงามอ่อนหวานมากกว่านี้หากการแต่งหน้าของนางเบาบางลงอีกสักนิด
ในตอนนี้ใบหน้าของนางยกยิ้มอย่างพอใจกับข่าวของพระชายาเอกที่หลับใหลไม่ได้สติไปอีกครั้ง มิใช่ใครที่ไหนนางคือโจวเพ่ยเพ่ย พระชายารองนั้นเอง
“จูจิ่นแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเ้า”โจวเพ่ยเพ่ยถาม
“แน่นอนเ้าค่ะ”สาวใช้ที่ถูกขานนามว่าจูจิ่นพยักหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ดีฮุ่ยจื่อตกรางวัลให้นาง” สิ้นเสียงคำสั่งของเ้านายสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ล้วงเอาถุงผ้าใบเล็กๆ ที่มีน้ำหนักมากพอสมควร โยนไปตรงหน้าจูจิ่น
ปึก ! จูจิ่นรีบคว้าเอาถุงเงินนั้นมายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เมื่อได้ชั่งน้ำหนักของที่อยู่ในถุงผ้านั้นนางโขกหัวและกล่าวขอบคุณสองสามครั้ง จากนั้นจึงค่อย ๆถอยออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่
เมื่อเห็นว่าไม่มีคนนอกอยู่แล้วสาวใช้ที่อยู่ข้างกายพระชายารองผู้ที่ถูกเรียกว่าฮุ่ยจื่อก็ถามขึ้น
“นังซูเม่ยถูกจับไปแล้วคนของเราที่แฝงตัวไปเป็คนสวนก็ประสบเหตุอย่างไม่คาดฝันได้รับาเ็หนักด้วยกันทั้งคู่ทำให้พวกเขาถูกส่งตัวออกไปด้านนอกตำหนักเวลานี้ไม่มีคนของเราอยู่ในตำหนักเจินจูแม้แต่คนเดียวแล้วเ้าค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของสาวใช้คนสนิทใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็ขึ้งเคียดเล็บมือที่ถูกตัดแต่งมาเป็อย่างดี ประดับด้วยปลอกเล็บสีทองยาวงดงามเคาะเป็จังหวะ
“มีเทียบเชิญจากท่านแม่มาหรือยัง”
“ยังเ้าค่ะได้ข่าวว่าคุณหนูใหญ่...เอ่อ...ไท่จื่อเฟยให้คนตามฮูหยินไปพบเป็การด่วนคาดว่าจะเป็ข่าวดีเ้าค่ะ”
“หึ!ขอให้เป็ข่าวดีจริง ๆ”
โจวเพ่ยเพ่ยสีหน้าไม่สบอารมณ์ขึ้นมาในทันใดเมื่อนึกถึงพี่สาวร่วมมารดาของนางผู้นั้น แต่ตอนนี้นางไม่มีเวลาไปคิดถึงคนอื่นตอนนี้นางต้องจัดการเื่ตรงหน้าให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนเพื่อที่นางจะได้ครองความเป็ใหญ่ในตำหนักเฉิงอ๋องแห่งนี้อย่างแท้จริง
ในที่สุดโจวเพ่ยเพ่ยก็นึกถึงคนของนางอีกคนที่มีอำนาจจัดการเื่ในตำหนักอ๋องได้
“ไปตามพ่อบ้านโม่มาพบข้าข้าได้ข่าวว่าอู๋เสี่ยวหรัน้าเปลี่ยนดอกไม้ทั้งหมดซึ่งตอนนี้ยังไม่แล้วเสร็จดี ยังสามารถส่งคนของเราเข้าไปได้อีกครั้งนี้พวกเราต้องจัดการให้เด็ดขาด เ้าออกไปหาพ่อบ้านด้วยตนเองแล้วให้อิ๋งชุนเข้ามาปรนนิบัติข้า”
ฮุ่ยจื่อได้ฟังคำสั่งของเ้านายนางก็เหลือบมองเล็กน้อยแต่ก็มิได้กล่าวอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับคำและออกไปจัดการงานที่เ้านายสั่งทันที
ไม่นานก็มีสาวใช้อีกคนเคาะประตูและเดินเข้ามาภายในห้องสาวใช้นางนี้แต่งกายเหมือนกับฮุ่ยจื่อแต่นางมีรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าจิ้มลิ้มดูเฉลียวฉลาดกว่า นางมาพร้อมกับถ้วยยาที่ทำมาจากเครื่องเคลือบอย่างดีดูงดงามและมีราคามากกว่าที่อู๋เสี่ยวหรัน ผู้มีตำแหน่งสูงกว่าใช้อยู่ด้วยซ้ำ
“พระชายารองได้เวลาดื่มยาบำรุงแล้วเ้าค่ะ”
โจวเพ่ยเพ่ยเหลือบมองถ้วยยานั้นจู่ ๆ นางก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาแทบจะอาเจียนเมื่อนึกถึงรสชาติของยาบำรุงแสนแย่ที่มารดานางส่งมาให้หากมิใช่ว่านาง้าที่จะตั้งครรภ์ก่อนพระชายาเอกนางไม่มีทางจะอดทนดื่มยานี้เด็ดขาด
“รีบส่งมันมา”
✼ ┈┈┈┈┈┈┈ ✼
ยามโหย่ว (酉:yǒu) คือ 17.00- 18.59 น.
ขึ้งเคียด [v.] โกรธ,โมโห,ฉุนเฉียว,เดือดดาล,โกรธขึ้ง.
เยว่ กวาง (月光 yuèguāng) แสงจันทร์
เจินจู ( 珍珠)ไข่มุก
จูจิ่น 朱槿 ดอกชบา ฮุ่ยจื่อ 蕙芷 ดอกฮุ่ยจื่อ/ดอกกล้วยไม้จีน
อิ๋งชุน 迎春 ดอกวินเทอร์จัสมิน