ตอนที่ 30 : ก่อนรุ่งสางของคืนวันที่จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ตอนจบ
(จบ Prologue)
“มีธุระอะไรกับมาสเตอร์เหรอคะ”
“อะ เอ่อ”
แม้จะััได้ว่าเกวนไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่สัญชาตญาณลูกผู้หญิงของโอลิเวียทำให้เธอขยับเข้าไปขวางระหว่างชินกับเกวน
เกวนทั้งรู้สึกกังวลและแปลกใจต่อท่าทีของโอลิเวีย แต่เื่ที่อยากบอกนั้นมีความสำคัญมากกว่า เธอจึงปรับลมหายใจตัวเองใหม่ก่อนจะมองมาทางชินด้วยสายตาจริงจัง
เธอค่อยย่างเข้าหาชินแต่สายตากลับไปจดจ้องที่อื่น ราวกับพยายามทำตัวตามปกติเสมือนไม่มีใครอยู่ตรงนี้นอกจากเธอ
“สิ่งที่ฉันจะพูดต่อจากนี้ คิดว่าฉันพูดคนเดียวได้ไหม”
เกวนเปิดปากพูดแบบนั้นออกมาด้วยสีหน้าตึงเครียด
นั่นเป็ครั้งแรกที่ชินเห็นเกวนจริงจังขนาดนี้ เขาทำได้แค่พยักหน้ารับ เช่นเดียวกับโอลิเวียที่ขยับหลบกลับไปอยู่หลังชิน
“อัลเฟรดเขาตั้งใจใช้นายเป็นกต่อ” เกวนพูดพร้อมกับกำมือแน่น คำพูดของเกวนทำให้ทั้งชินกับโอลิเวียนิ่งไป
“หมายความว่ายังไงกันคะ” โอลิเวียถามออกมาก่อนชินเสียอีก เป็ครั้งแรกที่เกวนััได้ถึงความโกรธจากสายตา แต่นั่นไม่ได้ทำให้เกวนรู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด
นั่นเพราะเกวนเองก็กำลังรู้สึกแบบเดียวกัน เธอขมวดคิ้วก่อนจะเดินขนาบข้างชินแล้วพิงหลังตัวเองกับกำแพง
“โดยพื้นฐานแล้วอัลเฟรดไม่ใช่คนเลวหรอกนะ แต่เื่นั้นกับความเ้าเล่ห์มันก็มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่”
น้ำเสียงเกวนเสียดายเล็กน้อย ดูเหมือนส่วนนึงเธอจะไว้ใจอัลเฟรดพอควร แต่นั่นก็คงเป็เื่ปกติเพราะอัลเฟรดเป็าาของเธอ
กลับกันแล้ว ชินสงสัยเสียมากกว่าว่าทำไมเกวนถึงได้พยายามช่วยเขาลับหลัง
หากมองเผิน ๆ นี่นับเป็การทรยศนายตัวเองได้เลยแท้ ๆ
แต่แน่นอนว่าคนที่รู้เหตุผลดังกล่าวคงมีแค่เ้าตัวอย่างเกวน
รวมถึงโอลิเวียที่มีััลูกผู้หญิงด้วยกัน เธอจึงเข้าใจเหตุผลของเกวนทันที ดูจากสายตาของเกวนที่มองชินแบบเดียวกับที่ตัวเองมองก็รู้
เพราะแบบนั้นกระมัง โอลิเวียถึงรู้สึกว่าคำพูดของเกวนเชื่อใจได้
“ชินตอนนี้น่ะถูกทุกคนจับตามอง... ั้แ่วันนี้ ไม่สิ ั้แ่เมื่อคืน าาทุกคนต้องพลิกแผ่นดินหาตัวนายอย่างแน่นอน พอเป็แบบนั้น อัลเฟรดก็จะสามารถทำอะไรได้สะดวกขึ้น เพราะต่อให้แองกริคราวน์อยู่กับใครก็ไม่สำคัญหรอก ก็ตัวแองกริคราวน์น่ะดูท่าจะเป็ปัญหามากกว่าาาคนอื่นด้วยซ้ำนี่นา” เกวนพูดแล้วก็ยิ้มแห้ง
เธอทำหน้าเหมือนกับจะบอกว่า ‘ไม่ได้จะด่าหรอกนะ’ ก่อนจะพูดต่อ
“แล้วพอเกิดเื่เมื่อคืนก็เท่ากับตอบคำถามก่อนหน้านี้ได้เลยว่าศัตรูที่ต้องรีบจัดการน่ะ ไม่ใช่าาของแองกริคราวน์ แต่เป็ตัวแองกริคราวน์เองต่างหาก” ชินฟังอยู่เงียบ ๆ แต่ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเป็เื่ที่เ้าตัวเอ่ยปากบอกมาเองแล้ว
และแม้จะไม่บอกจุดประสงค์รอง แต่โดยพื้นฐานชินก็ไม่ได้ไว้ใจอัลเฟรดเต็มร้อยอยู่แล้ว
นั่นจึงไม่ใช่เื่ที่ยากเกินคาดเดา
ท้ายสุดการวัดคุณค่าของคนเราก็อยู่ที่ปัจเจคบุคคลมากกว่ากลุ่มที่สังกัดอยู่ดีสินะ
ชินคิดติดตลกยักไหล่อย่างหน่าย ๆ
“แล้วอัลเฟรดก็ไม่ได้บอกความจริงของานี้ให้นายรู้ด้วย” คำพูดต่อไปทำให้เกิดความสนใจอัตโนมัติ
ทั้งชินและโอลิเวียต่างตั้งใจฟังคำพูดถัดไปจากปากเกวน
“อย่างแรก มันมีกฎพิเศษอยู่ข้อนึง... หากาาถูกอัศวินของตัวเองฆ่าตาย ตราราชันย์จะย้ายไปอยู่กับอัศวินคนนั้นแทน”
“เดี๋ยวนะ าาที่อยู่ในเขตตัวเองจะไม่ถูกโจมตีจากคนอื่นไม่ใช่เหรอ”
ชินนึกย้อนกลับไปตอนที่อัลเฟรดอธิบายกฎให้ฟังเมื่อวันก่อนจึงเกิดข้อขัดแย้งดังกล่าวขึ้น
ชินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม แต่เกวนก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าที เธอยังคงเล่าต่อราวกับคิดอยู่แล้วว่าชินจะต้องถาม
“นั่นคือกฎอีกข้อนึงของานี้ล่ะชิน... มีแค่อัศวินเท่านั้นที่สามารถโจมตีาาของตัวเองได้ นั่นถึงเป็เหตุผลที่จำนวนอัศวินของาาไม่ได้มีมากมาย นั่นเพราะสิทธิ์ในการเป็าาก็ขึ้นอยู่กับอัศวินของตัวเองด้วยยังไงล่ะ”
ยึดอำนาจงั้นเหรอ... ฟังดูเป็เกมที่ล้ำลึกกว่าที่คิดนะ
เข้าใจล่ะ นี่คงเป็ระบบที่สร้างขึ้นเพื่อจำกัดจำนวนอัศวินไม่ให้มากเกินไป เพื่อลดโอกาสที่คนนอกจะมีส่วนเกี่ยวข้องสินะ
แถมนอกจากจะช่วยจำกัดกลุ่มคนที่ตัวเองไว้ใจแล้ว ยังต้องเป็คนที่มีทัศนคติคล้ายคลึงกันด้วยถึงจะสามารถเชื่อใจให้ฝากดาบซึ่งสามารถนำมาใช้จ้วงแทงตัวเองได้แบบนี้
ชินจับคางครุ่นคิดครู่นึง จากนั้นก็เริ่มเอะใจถึงสิ่งที่เกวน้าจะเตือนให้เขารู้
“หมอนั่นไม่ไว้ใจฉันสินะ”
ชินเปิดปาก เกวนก็พยักหน้าให้กับเขาทันที
อัลเฟรดไม่มีท่าทีจะให้ชินเป็อัศวินของเขาเลยสักนิด ทั้งที่การทำแบบนั้นจะทำให้ตัวชินมีพลังมากขึ้นมหาศาล ชินอาจกลายเป็อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกก็คงไม่เกินเลยด้วยซ้ำ
หนแรกที่ไม่ถูกร้องขอชินคิดเพียงแค่โล่งใจ เพราะหากอัลเฟรดเอ่ยขอขึ้นมาจริง ความลับที่ตัวชินเองก็มีตราราชันย์อยู่คงแตกแน่
แบบนั้นจะกลายเป็ว่าตัวเขาต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทแสนใจดีอย่างเกวนในฐานะศัตรูไปด้วย ซึ่งนั่นเป็สิ่งที่ชินไม่พึงประสงค์
“แสดงว่าเขากลัวชินจะรู้กฎข้อนี้ แล้วหันมาเล่นงานตัวเองเลยพยายามปกปิดไว้สินะคะ”
“ใช่แล้วค่ะ” เกวนพยักหน้าตอบโอลิเวีย
“แล้วถ้าเกิดชินรู้เข้า อัลเฟรดคนนั้นคิดจะทำยังไงกับชินคะ?”
น้ำเสียงโอลิเวียจริงจังทำสีหน้าราวกับจะแยกเขี้ยว ทำเกวนเผยสีหน้าเคร่งเครียดกังวลจนเหงื่อตกออกมาแทน
ท่าทางแบบนั้นไม่ต้องเอ่ยก็เข้าใจได้ ถ้าเื่นั้นเกิดขึ้นอัลเฟรดคงคิดจะจัดการชินไม่ทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน
“แต่ว่าเื่นั้นอัลเฟรดตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำนะ เพราะชินเหมือนจะ้าล้างแค้นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงโลก เขาเลยไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัวว่าชินจะแทงข้างหลังตัวเองน่ะ”
เกวนออกอาการวิตกเพราะไม่อยากให้ชินทำอะไรผลีผลาม เธอเองก็คิดแบบเดียวกับชินว่าไม่อยากเป็ศัตรูกัน
แต่... คำพูดนั้นของเกวนเชื่อถือได้แน่นอน
ชินเชื่ออย่างนั้นเพราะจังหวะมันช่างเหมาะเจาะ
เกวนจงใจหาจังหวะบอกความลับนี้หลังจากแองกริคราวน์ลงสนามแรกทั้งที่สามารถบอกได้ก่อน
ที่ทำแบบนั้นเพราะรู้อยู่แล้วว่าอัลเฟรดกำลังประเมินทัศนคติของชินกับศึกในครั้งนี้ แล้วพอผลออกมาว่าตัวชินสนเพียงแค่การล้างแค้น แม้จะถูกชินรู้กฎพิเศษเข้า ชินก็ยังไม่เป็อันตรายต่ออัลเฟรดอยู่ดี
กลับกัน... หากเกวนเลือกที่จะบอกชินั้แ่ก่อนหน้าเริ่มศึก ทัศนคติที่ชินแสดงออกมาจะไม่ใช่ในมุมมองของคนที่เป็ ‘ผู้เล่นที่ไม่รู้กฎ’ แต่เป็ ‘ผู้เล่นที่รู้กติกาอย่างถ่องแท้’
ทัศนคติเื้ัการกระทำของชินจึงไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าแท้จริงแล้วคิดอะไรอยู่
พูดให้ง่ายเข้า... หากชินรู้อยู่ก่อนแล้วว่าการสังหาราาของตัวเองจะทำให้ได้ตราราชันย์มาครอง ท่าทีของชินที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนการล้างแค้นมากกว่าศึกชิงบัลลังก์อาจเป็การหลอกกันก็เป็ได้
แต่หากชินไม่รู้กฎมาก่อน ชินย่อมเผยทัศนคติพื้นฐานของตัวเองออกมา จนอัลเฟรดแน่ใจได้ว่าไม่เป็อันตรายแน่นอน
มองในจุดนี้ชินต้องให้คะแนนอัลเฟรดมากทีเดียวที่อ่านใจเขาได้ถึงขนาดนี้โดยไม่รู้ตัว
“งั้นเหรอ... แต่ก็จริงที่ฉันไม่สนใจเื่การเปลี่ยนแปลงโลกอะไรนั่นหรอก ความสัมพันธ์ในตอนนี้ระหว่างฉันกับอัลเฟรดก็เป็แค่น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เป็ความสัมพันธ์ที่ร่วมมือกันเพราะมีศัตรูคนเดียวกันเท่านั้น”
แต่เอาจริง ๆ ถ้าจะให้ชี้จุด... เื่การเปลี่ยนแปลงโลกอะไรนั่นมันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
ถึงจะบอกว่าายามค่ำคืนนี้จะหาผู้ชนะมาเพื่อเป็ผู้ปกครองโลกก็เถอะ แต่ในทางปฏิบัติมันเป็ไปไม่ได้ไม่ใช่รึไง?
กับคำพูดของสคัลที่สู้กันไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้ก็ดูเกินจริงไปมาก ทั้งการสร้างประเทศและเปลี่ยนระบบการปกครองของโลก มันสามารถทำแบบนั้นได้หลังจากได้สิทธิปกครองโลกอย่างงั้นเหรอ?
ทำไมทุกคนถึงต่อสู้อย่างเอาเป็เอาตายเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็แบบที่ตัวเองอยากให้เป็ทั้งที่หากชนะก็ทำได้แค่มีสิทธิปกครองเื้ั
นั่นคือสิ่งที่เราสงสัยมาตลอด และยังเป็แค่จุดเดียวที่เราคิดว่าไม่สมเหตุสมผลในาครั้งนี้ด้วย
ชินหวนนึกถึงจิติญญานักสู้ของทั้งอัศวินสวมหน้ากากเสือโคร่งผู้เอ่ยออกมาว่ามีคนสำคัญที่ต้องปกป้องทั้งที่สติเรือนราง
รวมถึงสคัลที่ปรารถนาอยากจะฟื้นฟูแวมไพร์สายเืแท้ขึ้นมาให้รุ่งโรจน์
ความปรารถนาของทั้งสองคน ไม่สิ... บางทีคงจะเป็ทั้งาาและอัศวินทุกคนที่ร่วมศึกนี้ ไม่แม้แต่เกวน
ทุกคนต่างแสดงความปรารถนาที่หนักแน่นและเข้มข้น มันหนักอึ้งและมากมายมหาศาล
จดอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาหวังแค่รางวัลเล็กน้อยอย่างการเปลี่ยนแปลงโลกจากในเงามืด
“ที่ชินคิดแบบนั้นอาจเพราะไม่รู้ก็ได้ ว่าาาที่ชนะจะได้รางวัลเป็อะไร”
ระหว่างที่คิดแบบนั้น เกวนก็เอ่ยขึ้นขัดจังหวะความคิดของชินราวอ่านใจได้
ทว่า... ก็เป็คำตอบที่น่าพรั่นพรึงจนขนลุกไปทั่วทั้งตัวเช่นกัน
“าาที่สามารถดินแดนทั้งโลกไว้ในมือและกลายเป็ผู้ชนะน่ะ... จะสามารถสร้างโลกที่ตัวเองปรารถนาได้ยังไงล่ะ”
ชินกับโอลิเวียเบิกตาขึ้นโดยไม่รู้ตัว กระนั้นก็ยังอยากฟังเื่ราวในหน้ากระดาษต่อไปจากปากของเกวน
“ประวัติศาสตร์ความเป็มาของโลก ระบบการปกครอง หรือค่านิยมพื้นฐานของมนุษย์ทั่วไป ไม่แม้แต่สิ่งกายภาพอย่างสภาพภูมิศาสตร์หรือตำแหน่งบนแผนที่...”
“เว่อร์ไปรึเปล่า”
ชินอดพูดแทรกไม่ได้ เพราะหากที่เกวนพูดออกมาเป็ความจริง แม้มันจะตอบคำถามที่ชินตั้งไว้ก่อนหน้านี้ได้ แต่ระดับความอันตรายของศึกนี้จะพุ่งขึ้นสูงเกินกว่าที่ชินคิดไว้เสียอีก
แต่แล้วเกวนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ทั้งชินและโอลิเวียที่ยังตกตะลึงอยู่จึงได้แต่ยอมรับ
เพราะคำตอบของเกวนมันสามารถอธิบายทุกอย่างได้ โดยเฉพาะเื่ที่ว่าผู้เข้าร่วมาจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็ไปอย่างที่้าได้ด้วยวิธีใด
แต่ว่าถ้าเป็แบบนั้น แสดงว่าท่านก็ใช้พลังนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกนี้เหมือนกันสินะ
ชินหวนนึกถึงเื่ของาาของเผ่าแวมไพร์อย่างเอลานอร์ ดักลาส โซลเลน
ผู้ที่ได้รับชัยชนะและปกครองโลกมาอย่างต่อเนื่องเกือบสหัสวรรษ และเป็ชายผู้ที่ชินยึดถือเป็แบบอย่างในการใช้ชีวิต
เขาคนนั้นเองก็ใช้พลังนี้ในการเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็ไปอย่างที่ตัวเอง้าด้วยอย่างงั้นเหรอ?
ไม่สิ ดูแล้วการที่ทำให้าชิงดินแดนนี้กลายเป็ศึกยามค่ำคืนที่ไม่ดึงผู้บริสุทธิ์เข้ามาข้องเกี่ยวเองก็อาจเป็หนึ่งในสิ่งที่าาเอลานอร์สร้างขึ้นมาเองก็ได้ ชินเริ่มสงสัยแบบนั้น
“ายามค่ำคืนเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะจากาาทั้ง 7 คน เพื่อมอบรางวัลในการเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็ไปในแบบที่ตัวเอง้า... นั่นแหล่ะคือตัวจริงของาครั้งนี้ล่ะชิน”
เกวนยืนยันอีกครั้งเพื่อย้ำถึงความหนักแน่นในภาระที่ตัวเอง ซึ่งตอนนี้มันรวมชินกับโอลิเวียเข้าไปด้วยที่ต้องแบกรับภาระนี้ร่วมกัน
แม้จะขัดใจอยู่บ้าง แต่ในเมื่อมันสมเหตุสมผลก็มีแต่ต้องยอมรับ
เกวนเองก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะโกหกเื่นี้เพื่อให้ชินไขว้เขว ชินรู้ข้อนี้ดีเพราะอย่างน้อยก็เป็เพื่อนสนิทกัน
แต่ว่า... ข้อสงสัยใหม่ก็ดันผุดขึ้นมาจากคำพูดของเกวน
“7 คนเหรอ หมายความว่ายังไงน่ะ?” ชินเอ่ยถามออกมาด้วยความแปลกใจ และเกวนก็ทำสีหน้าแบบเดียวกันกลับมา
“เอ๋? ก็ไม่ได้หมายความอะไรลึกซึ้งนี่นา ก็หมายถึงาาที่ถูกสุ่มมาตอนเริ่มามีทั้งหมด 7 คนยังไงล่ะ ทำไมเหรอชิน?”
เกวนเอ่ยถามกลับพร้อมกับเอียงคอเล็ก ๆ ด้วยความสงสัย
แต่ความหมายของชิน เห็นทีจะมีแค่เ้าตัวกับโอลิเวียเท่านั้นที่เข้าใจ
เพราะการมีจำนวนาาคงที่ั้แ่เริ่มแรก หมายความว่าจำนวนมันจะคงที่ไม่มีการเพิ่มขึ้นในภายหลังจาก 7 เป็ 8 คน หรือต่อให้เหลือแค่ 2 คน ก็ไม่มีทางมีาาคนที่ 3 ปรากฏขึ้นในภายหลัง
หากเป็เช่นนั้นมันก็ขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชิน...
นั่นเพราะชินเองก็เป็หนึ่งในผู้ที่มีตราราชันย์เช่นกัน แถมยังเพิ่งได้รับมันมาเมื่อไม่กี่วันที่แล้วนี้เองด้วย
ชินครุ่นคิดอย่างหนักกังวลไม่เบา เกวนเห็นแล้วก็รู้สึกสงสัยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“จะว่าไป”
ในระหว่างที่ทั้งชินและโอลิเวียสับสน เกวนที่จับคางครุ่นคิดมาได้ซักพักก็เหมือนจะนึกอะไรออกก่อน
“จริง ๆ แล้วนอกจากศึกครั้งแรกที่มีาา 7 คน... ั้แ่ศึกครั้งที่สองเป็ต้นไป คนที่ชนะในครั้งก่อนจะมีสิทธิในการเข้าร่วมครั้งต่อไปด้วย เพราะงั้นก็เลยมีผู้มีตราราชันย์รวม 8 คน”
คำพูดของเกวนทำให้ชินเบิกตาโพลง นั่นน่าจะเป็ครั้งแรกที่เขาเผลอแสดงความหวั่นไหวออกทางสีหน้า
โชคยังดีที่เกวนไม่ได้สังเกต
“แต่เพราะาาเอลานอร์ถูกลอบปลงพระชนม์ไปแล้ว ตราราชันย์ของเขาเลยเสียสิทธิไป ที่จริงก็เคยมีกรณีแบบนี้ในอดีตเหมือนกันนะ... ดูเหมือนว่าคนที่ได้รับตราราชันย์ที่ 8 คนต่อไปก็คือเครือญาติของตราราชันย์คนเก่า” คำพูดของเกวนยิ่งทำให้ชินกำหมัดแน่น
ในหัวของเขาได้คำตอบของคำถามตัวเองแล้ว โอลิเวียที่รู้สถานการณ์ของชินเองก็รู้แล้วเช่นกัน
เพียงแต่ชินพยายามเก็บมันไว้ไม่ให้แสดงออกมาทางการกระทำหรือสีหน้าอยู่ต่างหาก
“จริง ๆ ถ้าองค์รัชทายาทหรือลูกชายของท่านเอลานอร์ที่เป็สายเืคนเดียวของท่านยังอยู่ก็คงเป็คนที่ได้ตราราชันย์ที่ 8 ไปแน่ ๆ แต่ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าเ้าชายที่ไม่มีใครรู้ชื่อและหน้าคนนั้นสิ้นพระชนม์ไปพร้อมกับาาเอลานอร์ในคืนเดียวกันแล้ว เพราะงั้นาครั้งนี้ก็เลยมีผู้ครองตราราชันย์แค่ 7 คนแบบครั้งแรกยังไงล่ะ บางทีคนที่ลอบสังหารก็คงหวังให้เป็แบบนี้อยู่แล้วด้วย...”
เกวนอธิบายเสริม สีหน้าเธอหมองลงนิดหน่อย
หากชินสังเกตก็คงรู้ เพราะเกวนเองก็เป็หนึ่งในคนที่ไม่มีอคติกับเผ่าแวมไพร์ เธอคิดว่าเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ใช่เื่ดีผิดกับที่คนส่วนใหญ่คิดกัน
“งั้นเหรอ”
แต่ชินก็ทำเพียงแค่ตอบกลับสั้น ๆ
ความคิดของชินในตอนนี้แทบจะหยุดนิ่งจนไม่ได้คิดหรือสังเกตอะไรไปแล้ว เรียกได้ว่าขาวโพลนจนนึกอะไรไม่ออกเลยสักอย่างน่าจะเป็การเปรียบเปรยที่ตรงที่สุด
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูลที่สำคัญแบบนี้” โอลิเวียออกตัวแทน
ชินเกือบจะดำดิ่งกับห้วงความคิดไปมากกว่านี้ ต้องขอบคุณเธอจึงทำให้ชินได้สติคืนมา
“ไม่หรอก ฉันแค่ทำสิ่งที่ควรทำเท่านั้น แล้วฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาถูกหลอกใช้ต่อหน้าด้วย” เกวนพูดแบบนั้นออกมาด้วยสายตาจริงจังอีกครั้ง
หากมองดี ๆ เกวนในตอนนี้ต่างจากปกติ เธอแลดูหนักแน่นมากเมื่อเทียบกับในห้องเรียน บางทีมันคงเกี่ยวข้องกับเหตุผลที่เธอเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ก็ได้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชินรู้ว่าเกวนเป็เหมือนเดิมไม่ว่าจะหน้าฉากกลางวันหรือหลังฉากยามราตรี
“ทำไมถึงบอกเื่นี้กับฉันงั้นเหรอ” ชินเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ส่วนตัว แม้จะพอรู้คำตอบอยู่บ้างแล้วก็ตาม
ส่วนเกวนที่ถูกถามนั้นเผยรอยยิ้มขมออกมา
บางทีเธอคงคิดว่าชินอาจไม่ได้เชื่อทุกคำพูดของเธอ เกวนอธิบายท่าทีแปลก ๆ ของชินได้ด้วยวิธีนั้น
...แม้ความจริงแล้ว สาเหตุที่ชินทำตัวแปลก ๆ จะเป็เพราะอย่างอื่นก็ตามที
แต่ถึงแบบนั้น มันก็ไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่เกวนทำหรือเปลี่ยนสิ่งที่เธอเป็
“เื่ที่ถูกต้องจริง ๆ ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ไหนก็จะถูกต้องเสมอ... ใช่ไหมล่ะ?” เกวนเผยรอยยิ้มอ่อนโยน
เป็สิ่งเดียวกับที่ชินได้รับจากเธอมาตลอด ความปรารถนาดีที่เกวนมีให้นั้นเป็สิ่งที่เขาได้รับไม่ว่าจะอยู่หน้าฉากหรือหลังฉาก
เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้ชินสบายใจจนยิ้มออก
แล้วพอเห็นรอยยิ้มนั้นเกวนก็พลอยโล่งใจไปด้วย เพราะมันหมายความว่าชินเชื่อในตัวเธอ
“เป็คนดีมันอยู่ยากนะเกวน”
“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?”
ชินเอ่ยติดตลกแต่เกวนก็ยิ้มแป้นตอบกลับ ดูเหมือนความรู้สึกของชินจะส่งไปถึงอยู่
“เจอกันที่โรงเรียนนะ” ใบหน้าเกวนถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มและแก้มที่แดงอ่อน
เธอโบกมือลาและเริ่มเดินจากไปในทิศที่เดินออกมา
“อื้ม เจอกัน”
ชินตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
รอให้ััของเกวนหายไปจากเขตสังเกตการณ์ของทั้งชินและโอลิเวีย
ทำให้ที่แห่งนี้มีเพียงแค่ทั้งสองคนเพียงลำพังอีกครั้ง
“ตลกร้ายจังนะคะ... ที่คำพูดของคุณเกวนกลับกลายเป็ข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ร้อยเปอร์เซนต์เพราะความลับที่ท่านเก็บงำเอาไว้มาตลอด” โอลิเวียพูดขึ้นด้วยสีหน้าตึงเครียด
ไม่สิ... ไม่ใช่แค่เธอ แม้แต่ชินเองก็กำลังขมวดคิ้วเหงื่อแตกพลั่ก นั่นเป็สีหน้าที่ทั้งคู่นับจำนวนครั้งที่ตัวเองแสดงออกมาได้ด้วยซ้ำ
และสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่รู้สึกแบบนั้นก็ไม่ใช่เื่เล็ก ๆ เสียด้วย
ราวกับ้าจะยืนยันความคิดของตัวเอง ชินเริ่มเพ่งจิตของตัวเองไปยังมือขวา
พริบตานั้นตราสัญลักษณ์ราชันย์พร้อมด้วยออร่าสีแดงสดก็ส่องแสงขึ้นบนหลังฝ่ามือ
ชินค่อย ๆ ปรับการโอนถ่ายจิตเพื่อให้แสงสะท้อนออกมาจางที่สุด เพราะจุดมุ่งหมายไม่ใช่การเผยตำแหน่ง หากแต่้ารู้รายละเอียดของตรานั้น
“จะว่าไป ตราของอัลเฟรดมีหมายเลขด้วยสินะ”
ชินเอ่ยพร้อมกับหวนนึกถึงครั้งที่ได้พบกับอัลเฟรดครั้งแรกและได้เห็นตราราชันย์ที่มีหมายเลขโรมันประดับอยู่
ชินจึงสังเกตเห็นข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจน เพราะตราของชินนั้นไม่มีหมายเลขใด ๆ อยู่เลย
หากอ้างอิงจากเื่ที่เกวนเล่าให้ฟังเมื่อครู่ บางทีราชันย์คนอื่นคงมีหมายเลขั้แ่ 1-7
ส่วนของชินที่ไม่มีหมายเลขนั้นก็มีความเป็ไปได้เพียงแค่อย่างเดียว
“งั้นมันก็สมเหตุสมผลแล้วล่ะนะคะที่ชินจะไม่มีหมายเลข เพราะถ้าจะว่ากันตามหลักแล้ว ชินก็คือผู้สืบบัลลังก์ที่จะปกครองโลกใบนี้โดยชอบธรรมต่อจากาาผู้ปกครองโลกคนก่อน”
โอลิเวียเอ่ยสิ่งที่ชินคิดออกมา และแน่นอนว่ามันตรงกับที่ชินคิดไม่มีผิดเพี้ยน
“ใช่ไหมคะ ท่านชินยะ นัวรอย โซลเลน...” คำพูดของโอลิเวียทำให้ชินตระหนักอีกครั้งว่าตัวเองอยู่ในสถานะอะไร
นี่มันเื่ตลกอะไรกันเนี่ย
ชินสบถในใจ พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 12 ปีก่อน
ใต้ท้องฟ้าที่ตะวันยังไม่ลาลับ... ในพระราชวังที่เต็มไปด้วยคนรับใช้และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ใจดี
รวมถึงเมดสาวคนสนิทที่เป็เผ่าเอลฟ์ผมเงินผู้งดงาม และยังรวมถึงชายหญิงที่เป็พ่อและแม่ของชินผู้เอาจริงเอาจังกับการทำงานเพื่อราชบริพารเหล่าแวมไพร์ในฐานะาาและราชินี
คืนวันเ่าั้ถูกพัดปลิวหายด้วยการลอบโจมตี ความสุขและวิถีชีวิต รวมถึงประเทศและผู้คนถูก่ชิงด้วยเสียงกระทบของดาบและกลิ่นคาวของเื
ความแค้นจากการถูก่ชิงครอบครัวไปเองก็มี
แต่ที่ยิ่งกว่านั้น... สำหรับชินที่เป็องค์รัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวของาาแวมไพร์คนสุดท้ายอย่างเอลานอร์ ดักลาส โซลเลน มันคือความรับผิดชอบที่ต้องนำศัตรูของประเทศมาขึ้นแท่นปะาให้สมกับที่มันทำไว้
อย่างน้อยชินก็คิดแบบนั้นมาตลอดั้แ่วันนั้นจนถึงวินาที
...นั่นคือบทบาทที่ชินกำลังแบกรับ หรือไม่เช่นนั้นก็เป็บทบาทที่โลกใบนี้บังคับให้เขาเป็
แบบนี้แย่แน่...
ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าเรามีตราราชันย์ นั่นก็เท่ากับเป็การเผยตัวตนว่าแองกริคราวน์คือองค์รัชทายาท ถ้าเกิดเื่แบบนั้นถูกแพร่ออกไป จะทั้งสังคมโลกมืดอย่างซิงกูลาริตี้หรือพวกาาคนอื่น ๆ จะต้องควานหาตัวเราหนักกว่าเดิมอีก
หรือที่แย่กว่าคือมีคนรู้ว่าเราเป็เ้าชาย เพราะนั่นก็เท่ากับรู้ว่าเราเป็ทั้งองค์รัชทายาทในมุมมองของคนทั่วไป และสำหรับาครั้งนี้ พวกนั้นก็จะรู้ว่าเรามีตราราชันย์ไปด้วย กรณีนี้ไม่ว่าจะทั้ง URI เดอะซิงกูราริตี้หรือพวกาาจะต้องไล่ล่าตัวเรามาเสียบประจานแน่นอน
สถานการณ์นี้มันบ้าบอสิ้นดี... ยังกับกำลังจะถูกรุกจนอยู่รอมร่อยังไงอย่างงั้นเลย
ชินอดกังวลไม่ได้ สิ่งที่เขากำลังแบกอยู่มันหนักหนาถึงเพียงนั้น
ไหล่ที่กว้างและกล้ามเนื้อที่ได้รับมาจากการฝึกสุดโหดยังสั่นสะท้อนเมื่อต้องแบกรับความกดดันเช่นนั้น
แต่ว่า...
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะชิน” ในตอนที่ความสิ้นหวังเริ่มเข้าเกาะกุมจนหัวใจแทบหยุดเต้น เป็อีกครั้งที่มันกลับมาสั่นระรัวเพราะความโอบอ้อมของโอลิเวีย
เธอเดินเข้ามาอยู่เบื้องหน้าของชินพร้อมกับกุมมือทั้งสองของเขาไว้แน่น
“ทุกอย่างจะต้องไม่เป็ไรแน่ค่ะ” โอลิเวียเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนราวปลอบประโลม สิ่งนั้นช่วยให้ชินรอดพ้นมาได้ทุกสถานการณ์จริง ๆ ไม่แม้แต่ตอนนี้เองก็ตาม
“...ขอบคุณนะ”
ชินได้แต่ตอบกลับไปเหมือนที่ผ่านมา เขารู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่เธอผู้นี้ยอมอยู่เคียงเขามาตลอด
ไม่สิ... สำหรับโอลิเวียแล้ว ต่อให้ชินจะไปที่ไหนเธอก็คงตามไปด้วยทุกหนแห่งอยู่แล้ว
...ภายใต้ท้องฟ้าที่กำลังทอแสงจากดวงอาทิตย์เล็กน้อยแลเปลี่ยนเป็สีทองอร่าม ยามเช้าแสนธรรมดาก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
นั่นคือจุดที่ชีวิตของทุกคนได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมืออีกครั้ง
ความขัดแย้งที่แตกต่างกันสุดขั้วทำให้พวกเขาทุกคนหวนนึกว่ามันอาจเป็แค่ความฝัน แต่กลิ่นคาวเืและความปรารถนานั้นแรงกล้าเกินกว่าจะเก็บมันไว้แค่ตอนนอน
เราถอยหลังกลับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ชินเตือนตัวเอง ตระหนักอีกครั้งถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังแบกรับ
แสงของดวงอาทิตย์ที่เริ่มทอแสงผ่านลงมาในซอกตึกอันมืดมิด ชินกับโอลิเวียถูกอาบด้วยแสงนั้นพร้อมกัน ประหนึ่งความมืดมิดที่เกาะกุมได้ถูกแทนที่ด้วยความหวังอันแสนริบหรี่
แล้ววันคืนที่จะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลของเหล่าเด็กหนุ่มและเด็กสาวมัธยมปลาย ก็ได้เริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีวันหวนคืน
❖❖❖❖❖
จบอารัมภบท
The End of the Prologue
❖❖❖❖❖
อีกด้านหนึ่งของเมืองซึ่งเรียกได้ว่าเป็เขตเมืองร้าง เป็เขตเดียวกับที่อัลเฟรดนัดชินให้มาพบกันที่ตึกร้างครั้งแรก
ในเขตดังกล่าวหากเดินลึกเข้าไปจะมีคฤหาสน์หลังนึงตั้งอยู่
แน่นอนว่ามันเป็คฤหาสน์ร้าง แต่มิได้ไร้วี่แววของคนเลยเสียทีเดียว
กลับกัน... ณ ห้องที่อยู่ชั้นบนสุดแลดูคล้ายกับห้องทำงานของเ้าของคนก่อน ห้องนี้เป็ที่ซ่อนที่อัลเฟรดใช้ เรียกว่าเป็ฐานลับของเขาก็คงไม่ผิดนัก
และในห้องที่ว่าตอนนี้ก็มีอัลเฟรดกับไดอาใช้งานอยู่
“ดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นไปหมดเลยนะเนี่ย” ไดอาเดินเตาะแตะไปมาในห้องอย่างร่าเริง เช่นเดียวกับอัลเฟรด
“นั่นสิครับ ผมรู้สึกดีใจจนเนื้อตัวสั่นไปหมดแล้วนะเนี่ย” อัลเฟรดสีหน้าระรื่น เขานั่งเอาเท้าพาดกับโต๊ะอย่างสบายใจ ยิ่งเสริมความรู้สึกดังกล่าวให้เด่นชัดขึ้น
หากจะมีจุดที่ขัดกันก็คงเป็กระดานหมากรุกที่เป็ตารางแบบแปลก ๆ
เพราะปกติแล้วกระดานหมากรุกมักจะเป็สี่เหลี่ยม แต่ที่อยู่บนโต๊ะทำงานนี้กลับเป็รูปทรงแปดเหลี่ยม แถมยังมีตัวหมากรวมแล้ว 8 สีตามขอบของกระดาน
...สิ่งนั่นแลดูแยบยลพอที่จะเปลี่ยนมุมมองต่ออัลเฟรดจากชายหนุ่มอารมณ์ดี ไปเป็ชายหนุ่มจอมบงการและเ้าเล่ห์ได้ไม่ยาก
“แต่จะดีเหรอ ฉันว่าป่านนี้เกวนคงบอกเื่จริงกับชินไปแล้วมั้ง เด็กคนนั้นนี่อ่านง่ายซะจริงเชียว น่ารักจัง” ไดอาแสดงรอยยิ้มคล้ายกับพี่สาวห่วงน้องสาวอย่างเกวน แต่ก็แลดูมีเลศนัยไม่ต่างกับอัลเฟรดเลย
เพราะการที่เกวนเอาเื่นั้นไปบอกชิน มันแฝงไว้ด้วยความยุ่งยากและกังวลใจ เนื่องจากแองกริคราวน์มีโอกาสกลายเป็ศัตรูกับอัลเฟรดได้
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงหรอกครับ คุณชินเขาสนแค่การล้างแค้นเท่านั้นแหละ” อัลเฟรดยันตัวขึ้นนั่งเก้าอี้ด้วยท่าปกติ
เขาเอี้ยวตัวเข้าโตะทำงาน กวาดสายตามองหมากบนกระดานด้วยความสนอกสนใจ
อัลเฟรดหยิบตัวหมากอัศวินฝ่ายสีน้ำเงินเข้าไปชนหมากาาสีส้มน้ำตาลจนกลิ้งตกกระดาน
“หรือว่าเื่ที่เกวนจะไปบอกความจริงกับชิน เธอเองก็รู้อยู่แล้วเหรอ”
“แหม ๆ”
อัลเฟรดไม่มีการปฏิเสธใด ๆ เขายอมรับคำพูดของไดอา
เขาเริ่มขยับมือไปจับหมากาาสีแดงขยับไปชนเข้ากับไนท์สีน้ำเงินตัวเดียวกันกับก่อนหน้านี้จนมันล้มกลิ้ง
“ว่าแต่คุณชินนี่ซวยจริง ๆ เลยนะครับ แค่ลงศึกแรกแต่ก็ดันโดนหมายหัวจากทุกคนเลย ถึงจะเอาชนะคุณสคัลได้อย่างที่คิดเลยก็เถอะ”
อัลเฟรดจับหมากาาสีแดงสดกลับไปในตำแหน่งเดิม แล้วหยิบเบี้ยสีแดงโลหิตซึ่งเป็สีเดียวกับของตัวอัลเฟรดย้ายไปอยู่กับาาสีแดง
สิ่งนั้นอาจหมายถึงการย้ายข้างของใครบางคน ความหมายแท้จริงก็สุดแท้แต่ใครจะหยั่งถึง
“ชินน่ะเหรอซวย... คำพูดคำจาร้ายกาจจังนะจ๊ะ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็คนปล่อยข้อมูลของเขาให้กับาาอันดับ 1 เองแท้ ๆ”
ไดอามองอัลเฟรดด้วยสายตาประหนึ่งสงสัยใคร่รู้
ทางด้านอัลเฟรดที่ถูกพูดแบบนั้นใส่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ แว่นเขากระทบแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาจนดูน่าพรั่นพรึง
ใช่... สาเหตุที่ชินถูกาาอันดับ 1 ระบุตำแหน่งได้ก็เพราะมีคนปล่อยลักษณะเฉพาะของแองกริคราวน์ให้เพื่อใช้ AI ของดาวเทียมในการทำ Image Processing ค้นหาบนพื้นโลก
การจะทำแบบนั้นได้ก็มีแต่คนที่รู้รูปร่างลักษณะภายนอกของชินแบบ Real Time รวมถึงมีขอบเขตตำแหน่งที่ชินน่าจะอยู่ในปัจจุบัน
และคนที่จะมีข้อมูลแบบนั้นได้ก็มีแต่คนที่ร่วมงานกับชิน... มีเพียงพันธมิตรของชินเท่านั้นที่รู้ว่าชินในปัจจุบันนั้นอยู่ที่ใดและมีลักษณะอย่างไร
แต่นั่นก็เป็อีกหนึ่งจุดที่ชินคิดไม่ถึงเช่นกัน เพราะเขาเองก็ทำงานด้วยลักษณะแบบนั้นเป็ประจำอยู่แล้ว การถูกรู้ตำแหน่งไม่ใช่เื่แปลกของชินดังเช่นตอนที่เขาถูกหุ่นยนต์รบของ RC-Force เจอตัว
เรียกได้ว่าเขาเคยชินกับการถูกตามรอยก็คงไม่ผิดนัก
แหม ๆ ก็ถ้าตายกันง่าย ๆ ด้วยของแบบนั้น บทบาทที่คุณกำลังจะได้รับคงไม่เหมาะสมกันเท่าไหร่
เนื้อหานั้นน่ากังวล แต่อัลเฟรดกลับแสดงสีหน้าพึงพอใจออกมา ด้วยเพราะผลลัพธ์จากการต่อสู้ของชินเป็ที่น่าพึงพอใจ
แต่ในเมื่อเป็แบบนี้ก็แสดงว่าเหมาะสมอย่างไร้ติเลยล่ะครับ
ท่านชินของผม
อัลเฟรดยิ้มออกมาราวกับนึกสนุก ทั้งยังรู้สึกขนลุกสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นราวกับเป็ตัวตลกที่ไม่ครั่นคร้ามต่อการแสดงใด ๆ
สิ่งที่เสริมบุคลิกดังกล่าวของอัลเฟรดได้ เห็นทีก็คงจะมีแต่ของอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะของเขา
...หน้ากากตัวตลกยิ้ม
❖❖❖❖❖
