Aetheria : อาณาจักรเอเธอร์เรีย

    บทที่ 7 โลกที่กว้างกว่าที่คิด

    การออกจากที่พักครั้งแรก ไม่ได้หมายความว่าเขาพร้อมสำหรับโลกภายนอก

    มันเพียงหมายความว่า...พื้นที่เล็ก ๆ ที่เขาเคยรู้จัก ไม่เพียงพออีกต่อไป


    แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านแนวใบไม้ลงมากระทบพื้นดิน


    คีรันยืนอยู่หน้าที่พักของตัวเอง สะพายกระเป๋าใบเล็กที่สานขึ้นจากใบไม้และเถาวัลย์ไว้บนหลัง


    มันไม่ได้ใหญ่


    ไม่ได้ใส่ของได้มากนัก


    แต่สำหรับการเดินทางในวันนี้ มันก็น่าจะเพียงพอ


    ภายในมีน้ำ เนื้อกระต่ายตากแห้งเล็กน้อย และของจำเป็๞อีกไม่กี่อย่างที่เขาคิดว่าอาจได้ใช้ระหว่างทาง


    มือข้างหนึ่งถือหอกกระดูกที่เพิ่งทำขึ้น อีกข้างถือเครื่องมือหินหยาบที่เขาปรับปรุงขึ้นมา


    คีรันขยับสายกระเป๋าให้กระชับขึ้น ก่อนหันกลับไปมองที่พัก


    ที่พักหยาบ ๆ ซึ่งสร้างจากกิ่งไม้ ใบไม้ และเถาวัลย์ยังอยู่ตรงนั้น


    กองไฟเมื่อคืนเหลือเพียงเถ้าถ่าน


    ราวตากที่เขาสร้างขึ้นอย่างลวก ๆ ตั้งอยู่ข้างที่พัก


    เนื้อกระต่ายบางส่วนยังแขวนอยู่บนนั้น ส่วนขนกระต่ายถูกแยกไปตากไว้ในบริเวณที่สะอาดกว่า


    กองฟืนเล็ก ๆ วางอยู่ใกล้กัน


    ทุกอย่างดูเล็กและหยาบ


    แต่ทั้งหมดเป็๞สิ่งที่เขาค่อย ๆ สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง


    คีรันมองอยู่อีกครู่หนึ่ง


    ก่อนจะหันกลับมา


    วันนี้เขาต้องออกไปไกลกว่านี้


    ---


    คีรันเดินตามเส้นทางที่คุ้นเคยอยู่พักหนึ่ง


    ลำธารยังอยู่ด้านหลัง


    ต้นไม้บางต้นที่เขาเคยใช้เป็๞จุดสังเกตก็ยังอยู่ตรงเดิม


    แต่เมื่อเดินผ่านแนวต้นไม้กลุ่มหนึ่งไป เขาก็หยุดลง


    ตรงหน้าเป็๞พื้นที่ที่เขาไม่เคยเข้ามามาก่อน


    คีรันกวาดตามองไปรอบ ๆ


    ต้นไม้ดูไม่ต่างจากเดิมมากนัก


    พื้นดินยังเป็๞ดิน ใบไม้ยังร่วงอยู่ตามพื้น


    แต่ความรู้สึกกลับต่างออกไป


    เพราะ๻ั้๫แ๻่จุดนี้เป็๞ต้นไป...


    เขาไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างหน้า


    คีรันนึกถึงแผนที่ขึ้นมา


    “ลองเปิดดูหน่อยดีกว่า”


    แสงสีฟ้าจาง ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า


    แผนที่ค่อย ๆ แสดงตัวออกมา


    คีรันมองมันแล้วนิ่งไปเล็กน้อย


    มันไม่ได้เป็๞แผนที่ทั้งเกาะ


    พื้นที่ส่วนใหญ่ยังว่างเปล่า


    มีเพียงบริเวณรอบที่พัก ลำธาร และเส้นทางที่เขาเคยเดินผ่านเท่านั้นที่ถูกบันทึกเอาไว้


    จุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งแสดงตำแหน่งของเขา


    อีกจุดหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก


    ที่พัก


    คีรันมองระยะห่างระหว่างสองจุด


    “อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน”


    เขาลองเดินต่ออีกสองสามก้าว


    จากนั้นจึงมองแผนที่อีกครั้ง


    เส้นทางด้านหลังเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


    คีรันขมวดคิ้ว


    “มันบันทึกระหว่างที่เดินด้วยเหรอ?”


    เขาลองเดินต่ออีกครั้ง


    เส้นทางบนแผนที่ค่อย ๆ ขยายตามการเดินของเขา


    คีรันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง


    เขาไม่ได้รู้สึกว่าระบบกำลังนำทาง


    มันไม่ได้บอกว่าเขาควรไปทางไหน


    ไม่ได้บอกว่าข้างหน้ามีอะไร


    มันเพียง...


    บันทึกสิ่งที่เขาเดินผ่านมา


    “ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย”


    คีรันปิดแผนที่


    แล้วเดินต่อ


    ---


    ป่าด้านหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป


    ต้นไม้บางต้นใหญ่ขึ้น


    พื้นดินเริ่มขรุขระ


    รากไม้โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นเป็๞แนวยาว


    คีรันเดินช้าลง


    เสียงนกป่าดังอยู่บนยอดไม้


    บางครั้งเงาเล็ก ๆ ก็บินผ่านช่องว่างระหว่างกิ่ง


    บนก้อนหินใกล้ทางเดิน กิ้งก่าตัวหนึ่งรีบวิ่งผ่าน ก่อนหายเข้าไปใต้รากไม้


    คีรันเหลือบมองตาม


    “ที่นี่ก็มีเหมือนกันแฮะ...”


    เขาไม่ได้หยุด


    เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจพอจะเสียเวลา


    ไม่นานก็มีหนูป่าตัวเล็กวิ่งข้ามทางไปอีกครั้ง


    มันหยุดอยู่หลังรากไม้ครู่หนึ่ง ก่อนรีบหายเข้าไปในพุ่มไม้


    จากนั้นเสียงกบก็ดังมาจากบริเวณที่ชื้นด้านข้าง


    เสียงเ๮๧่า๞ั้๞ทำให้ป่าไม่เงียบจนเกินไป


    มันยังคงมีชีวิต


    และนั่นทำให้คีรันรู้สึกแปลก ๆ


    เพราะยิ่งเดินลึกเข้าไป เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้ใหญ่กว่าที่เขาเคยคิด


    ---


    เขาเดินต่ออีกพักหนึ่ง


    ก่อนจะหยุด


    มีรอยข่วนอยู่บนต้นไม้ตรงหน้า


    สามแนวยาว


    คีรันเดินเข้าไปใกล้


    ปลายนิ้วแตะเปลือกไม้ที่ถูกฉีกออก


    รอยนั้นอยู่สูงจากพื้นพอสมควร


    เขามองลงไปที่พื้น


    มีรอยเท้าขนาดใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็น


    คีรันไม่ได้พูดอะไร


    เพียงมองมันอยู่ครู่หนึ่ง


    ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ กดทับลงบนอก


    สัตว์ตัวนี้...


    ไม่ใช่สัตว์ตัวเล็ก


    และถ้ารอยข่วนกับรอยเท้านี้เป็๞ของมันจริง


    มันก็คงเป็๞สัตว์ที่ใหญ่พอจะสร้างปัญหาให้เขาได้


    คีรันกำหอกแน่นขึ้นเล็กน้อย


    จากนั้นจึงเงยหน้ามองรอบตัว


    ป่าเงียบลง


    เสียงนกที่อยู่บนยอดไม้เมื่อครู่เหมือนจะหายไป


    แม้แต่เสียงสัตว์เล็ก ๆ รอบตัวก็ลดลง


    คีรันเริ่มรู้สึกไม่ดี


    เขาก้าวถอยหลังช้า ๆ


    แต่ยังไม่ทันได้หันกลับ


    เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากระยะไกล


    กิ่งไม้ถูกเบียดออก


    ใบไม้พริ้วไหวตามแรงของบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนผ่าน


    แล้วสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ก็เดินออกมาจากแนวต้นไม้


    คีรันหยุดหายใจ


    มันมีรูปร่างคล้ายเสือ


    ลำตัวขนาดใหญ่


    ขนสีส้มอมทองมีลายเข้มพาดผ่าน


    ท่วงท่าการเดินเงียบและมั่นคง


    ทุกอย่างดูเหมือนเสือที่เขารู้จัก


    จนกระทั่งสายตาของเขาเลื่อนขึ้นไปถึงหน้าผาก


    คีรันนิ่งไป


    เขาเดี่ยวตั้งอยู่ตรงกลางหน้าผากของมัน


    สมองของเขาพยายามหาคำอธิบายให้สิ่งที่เห็น


    เสือ?


    ไม่ใช่...


    หรือใช่?


    ริมฝีปากของเขาขยับโดยไม่รู้ตัว


    “เสือ...?”


    แสงสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า


    «[บันทึกสิ่งมีชีวิตใหม่]


    ชื่อที่บันทึก: เสือ..?»


    คีรันชะงัก


    เขามองข้อความตรงหน้า


    แล้วมองสัตว์ตัวนั้น


    จากนั้นจึงมองกลับมาที่ระบบ


    “เดี๋ยวนะ... ระบบนี้มันทำงานยังไงเนี่ย?”


    แต่ยังไม่มีคำตอบ


    เพราะในวินาทีนั้นเอง...


    สัตว์ตรงหน้าหยุดเดิน


    หัวของมันค่อย ๆ หันมา


    ดวงตาสีเหลืองอำพันมองตรงมาทางเขา


    คีรันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว


    มันเห็นเขาแล้ว


    ---


    มือของคีรันกำหอกแน่นขึ้น


    สัญชาตญาณแรกบอกให้วิ่ง


    แต่เขาไม่ขยับ


    พื้นที่ตรงนี้เต็มไปด้วยรากไม้และกิ่งไม้


    ถ้าวิ่งโดยไม่ดูทาง เขาอาจล้มก่อนที่จะหนีมันได้เสียอีก


    คีรันจึงค่อย ๆ ถอย


    หนึ่งก้าว


    แล้วอีกก้าว


    สัตว์ตัวนั้นยังคงมองเขา


    ไม่มีเสียงคำราม


    ไม่มีการพุ่งเข้าใส่


    แต่ความเงียบกลับทำให้เขากลัวมากกว่าเดิม


    คีรันรู้ดีว่า...


    เขาสู้มันไม่ได้


    หอกในมือไม่ได้ทำให้เขากลายเป็๞นักล่า


    มันเป็๞เพียงสิ่งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต


    และตอนนี้ โอกาสรอดของเขาอาจมากที่สุด...


    ถ้าเขาไม่ใช้มันเลย


    คีรันค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทาง


    ต้นไม้ใหญ่ค่อย ๆ เข้ามาบดบังสายตาระหว่างเขากับสัตว์ตัวนั้น


    เขายังเดินต่อ


    ไม่วิ่ง


    ไม่หันหลังให้ทันที


    จนกระทั่งมั่นใจว่าระยะห่างมากพอ


    คีรันจึงถอนหายใจ


    “เกือบไปแล้ว...”


    เขาหันกลับไปมอง


    สัตว์ตัวนั้นหายไปแล้ว


    คีรันไม่รู้ว่ามันเดินไปทางไหน


    และเขาก็ไม่ได้คิดจะตามหา


    ---


    หลังจากนั้น การเดินทางของคีรันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด


    เขาหยุดบ่อยขึ้น


    มองรอบตัวมากขึ้น


    ตรวจรอยเท้าก่อนเดินผ่าน


    และเปิดแผนที่ขึ้นมาดูเป็๞ระยะ


    ไม่ใช่เพื่อถามว่าระบบจะพาเขาไปไหน


    แต่เพื่อดูว่า...


    ตัวเขาอยู่ที่ไหน


    ที่พักอยู่ไกลแค่ไหน


    และเส้นทางที่เขาเดินผ่านมีลักษณะอย่างไร


    ทุกครั้งที่เปิดแผนที่ พื้นที่ที่เขาเคยเดินผ่านจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


    เหมือนแผ่นกระดาษว่างเปล่าที่ค่อย ๆ ถูกเติมด้วยเส้นทางจากฝีเท้าของเขาเอง


    คีรันมองมันแล้วรู้สึกบางอย่าง


    โลกไม่ได้เล็กลง


    แต่เขาเริ่มมีวิธีที่จะทำให้ตัวเองไม่หลงอยู่ในมัน


    ---


    ไม่นานนัก เสียงลมก็เริ่มเปลี่ยนไป


    กลิ่นเค็มบาง ๆ ลอยมากับอากาศ


    ต้นไม้เริ่มบางลง


    คีรันเดินผ่านแนวไม้สุดท้าย


    แล้วหยุด


    ทะเลกว้างอยู่ตรงหน้า


    เขายืนมองผืนน้ำอยู่เงียบ ๆ


    คลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง


    มันกว้างจนสุดสายตา


    คีรันไม่รู้ว่าด้านหลังเส้นขอบฟ้านั้นมีอะไร


    เกาะอื่นหรือไม่


    แผ่นดินหรือไม่


    หรือไม่มีอะไรเลย


    เขาเดินเลียบชายฝั่งต่อ


    จนกระทั่งเห็นบางอย่างบนพื้นทราย


    เศษไม้ขนาดใหญ่


    คีรันหยุด


    ก้มลงตรวจดู


    ไม้ชิ้นนั้นไม่ได้มีลักษณะเหมือนกิ่งไม้ที่ร่วงจากต้น


    บางส่วนถูกตัดเรียบ


    บางส่วนมีร่องรอยการแตกที่ดูผิดธรรมชาติ


    คีรันหยิบมันขึ้นมา


    น้ำหนักของมันไม่มากนัก


    เขาพลิกดูอีกด้าน


    มีเชือกเก่าเส้นหนึ่งพันติดอยู่


    คีรันดึงออกมาอย่างระมัดระวัง


    เชือกยังไม่ขาดทั้งหมด


    เขาลองดึงเบา ๆ


    ยังพอรับแรงได้


    “เอากลับไปน่าจะใช้ได้...”


    คีรันเก็บมันใส่กระเป๋า


    จากนั้นจึงมองรอบ ๆ อีกครั้ง


    เศษไม้ชิ้นอื่นกระจายอยู่ตามแนวชายหาด


    เขาเดินไปตรวจดูทีละชิ้น


    บางชิ้นเป็๞เพียงเศษไม้ผุ ๆ


    แต่บางชิ้นมีขอบที่ถูกตัดเป็๞แนวตรง


    บางชิ้นมีรอยเจาะ


    และใต้กองเศษไม้ชิ้นหนึ่ง...


    มีเศษผ้าเก่า ๆ ติดอยู่


    คีรันหยิบมันขึ้นมา


    ผ้าสีซีดเปียกน้ำทะเลจนแข็งกระด้าง


    ขอบบางส่วนขาดรุ่ย


    แต่ตรงกลางยังพอใช้ได้


    คีรันขยับมันไปมา


    “ผ้า...”


    เขามองมันอยู่ครู่หนึ่ง


    ในหัวเริ่มคิดถึงช่องว่างตามผนังที่พัก


    ถ้าเอาไปปิดไว้...


    อย่างน้อยก็น่าจะช่วยกันลมได้


    คีรันเก็บมันลงกระเป๋า


    ต่อมาเขาพบเส้นใยถักบางส่วนติดอยู่กับเศษไม้ และแผ่นไม้บาง ๆ ที่ยังไม่ผุจนหมด


    เขาหยิบแผ่นไม้นั้นขึ้นมา


    มันไม่ใหญ่


    แต่แข็งแรงกว่ากิ่งไม้ทั่วไป


    คีรันมองมันแล้วเริ่มคิดอีกครั้ง


    ถ้าเอาไปเสริมตรงฐานที่พัก...


    หรือทำเป็๞พื้นรอง...


    ก็น่าจะช่วยได้


    เขาเหลือบมองกระเป๋าของตัวเอง


    พื้นที่เริ่มเหลือน้อยลง


    คีรันจึงเลือกเฉพาะของที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์จริง ๆ


    เชือก


    เศษผ้า


    เส้นใยถัก


    และไม้ที่ยังแข็งแรง


    ส่วนของที่ผุจนเกินไป เขาทิ้งไว้ที่เดิม


    คีรันลุกขึ้น


    สายตายังคงจับจ้องเศษไม้เ๮๧่า๞ั้๞


    สิ่งหนึ่งเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ


    นี่ไม่ใช่เศษซากจากธรรมชาติ


    มีใครบางคนเคยทำอะไรบางอย่างกับไม้พวกนี้


    บางชิ้นถูกตัด


    บางชิ้นถูกเจาะ


    บางชิ้นถูกมัดเข้าด้วยกัน


    และมีผ้า


    มีเชือก


    มีเส้นใย


    ทั้งหมดเป็๞สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ


    คีรันมองออกไปยังทะเล


    หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย


    “ถ้ามันไม่ได้มาจากเกาะ...”


    เขาหยุดพูด


    สายตาเลื่อนไปตามผืนน้ำจนถึงเส้นขอบฟ้า


    ความคิดหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น


    ถ้ามีใครบางคนเคยสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา...


    แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?


    คีรันเงียบไปนาน


    ก่อนจะพึมพำออกมา


    “หรือว่า...”


    เขาไม่ได้พูดต่อ


    เพราะยังไม่มีคำตอบ


    ---


    เมื่อถึงเวลาที่ควรกลับ คีรันเปิดแผนที่ขึ้นมาอีกครั้ง


    เขามองเส้นทางที่ตัวเองเดินผ่าน๻ั้๫แ๻่เช้า


    จุดที่พักอยู่ไกลออกไป


    เส้นทางป่าทอดยาวมาถึงชายฝั่ง


    และพื้นที่ที่เคยเป็๞สีว่างเปล่าก็ถูกเติมเต็มขึ้นทีละส่วน


    คีรันมองมันอยู่นาน


    วันนี้เขาเพิ่งรู้ว่า...


    เกาะแห่งนี้กว้างกว่าที่คิด


    ป่ามีสัตว์ที่เขาไม่เคยเห็น


    มีนักล่าที่เขาไม่สามารถรับมือได้


    และทะเลอาจไม่ได้แยกเขาออกจากทุกสิ่ง


    บางที...


    มันอาจเป็๞เส้นทางที่พาสิ่งอื่นมาถึงที่นี่ก็ได้


    ก่อนจะปิดแผนที่ คีรันเหลือบมองข้อมูลที่ระบบบันทึกไว้


    แสงสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า


    «[ข้อมูลพื้นที่ได้รับการอัปเดต]


    • พื้นที่สำรวจเพิ่มเติม: บริเวณป่าด้านใน

    • เส้นทางสู่ชายฝั่ง: บันทึกแล้ว

    • แหล่งน้ำ: พบจากข้อมูลเดิม

    • สิ่งมีชีวิตที่พบ: บันทึกตามข้อมูลที่ผู้ใช้กล่าวถึง

    • สิ่งมีชีวิตที่ยังไม่สามารถระบุข้อมูลได้: 1»


    คีรันหยุดมองบรรทัดสุดท้าย


    เขานึกถึงสัตว์ตัวนั้นขึ้นมาอีกครั้ง


    สัตว์ที่เขาเรียกว่าเสือ...


    หรืออะไรก็ตามที่มันเป็๞


    เขายังไม่รู้


    คีรันปิดระบบ


    สะพายกระเป๋าให้กระชับขึ้น


    ของที่เขาเก็บมาอาจไม่ได้มากมาย


    แต่เพียงเท่านี้ก็มากพอจะทำให้ที่พักของเขาดีขึ้นกว่าเดิมแล้ว


    เศษผ้าอาจใช้ปิดช่องลม


    เชือกอาจช่วยยึดโครงสร้าง


    แผ่นไม้อาจใช้เสริมพื้นหรือผนัง


    คีรันเริ่มนึกภาพที่พักของตัวเองในหัว


    บางที...


    มันอาจไม่จำเป็๞ต้องเป็๞เพียงที่ที่เขาใช้หลบฝนและนอนพักอีกต่อไป


    บางทีเขาอาจทำให้มันแข็งแรงขึ้นได้


    คีรันหันกลับไปทางป่า


    แล้วเริ่มเดินกลับ


    ลมเย็นพัดผ่านแนวต้นไม้ ใบไม้พริ้วไหวตามแรงลมเหนือศีรษะ


    เส้นทางที่เขาเดินผ่านมาเมื่อเช้าดูเหมือนเดิม


    แต่ความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว


    เขารู้แล้วว่าโลกที่อยู่หลังแนวต้นไม้ไม่ได้มีแค่กระต่าย


    ไม่ได้มีแค่ต้นไม้และลำธาร


    มันมีสัตว์ที่เขาไม่เคยพบ


    มีสิ่งมีชีวิตที่เขาไม่รู้จัก


    มีอันตรายที่เขายังรับมือไม่ได้


    และอาจมีร่องรอยของคนอื่นซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง


    คีรันเดินต่อไปอย่างเงียบ ๆ


    กลับสู่ที่พักเล็ก ๆ ของตัวเอง


    พร้อมกับวัสดุจำนวนหนึ่งในกระเป๋า


    และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอยู่ในใจ


    แต่เป็๞ครั้งแรก...


    ที่เขาเริ่มคิดว่า


    พรุ่งนี้เขาอาจต้องทำให้ที่พักแห่งนี้ดีกว่าเดิม