กงเชาช่วยถือห่อเสื้อผ้าให้กับเสี่ยวหยี่พวกเขารู้สึกสบายใจมากขึ้นจึงเดินชมตลาดกันอย่างเพลิดเพลินขณะกำลังเดินผ่านร้านบะหมี่กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูส่งกลิ่นยั่วน้ำลายจนเสี่ยวหมี่ต้องหันไปมอง
“ศิษย์พี่รองข้าอยากกินบะหมี่เ้าค่ะ”
“เอาสิกลิ่นหอมอย่างนี้ข้าเองก็อยากกินเหมือนกัน”
คนทั้งสองมองหาที่นั่งโต๊ะที่ว่างกลับเป็โต๊ะที่อยู่ด้านในสุด เสี่ยวหยี่ดึงมือกงเชาให้เดินเข้าไปด้านใน
“เถ้าแก่บะหมี่น้ำสองชาม”
“ได้ๆรอสักครู่”
ร้านนี้มีเสี่ยวเอ้อช่วยงานเพียงคนเดียวกำลังนั่งล้างถ้วยอยู่ในถังข้างร้านเถ้าแก่จึงต้องทำหน้าที่ทั้งทำบะหมี่และนำมาส่งถึงโต๊ะมือลูกค้าแม้จะมีโต๊ะเพียงสี่โต๊ะแต่มีคนนั่งจนเต็มอยู่เรื่อยๆเสี่ยวหยี่จึงรู้สึกมั่นใจว่าตนเองน่าจะเข้ามาถูกร้านแล้ว
“หอมจริงๆ”เด็กหญิงก้มลงดมกลิ่นก่อนจะใช้ช้อนตักน้ำซุปขึ้นมาชิม นางเงยหน้าขึ้นมองกงเชาด้วยความตื่นเต้น“อร่อยมากเลยเ้าค่ะ”
“ดีแล้วอร่อยก็กินเข้าไปเยอะๆ กลับไปถึงโรงเตี๊ยมจะได้ไม่ต้องกินอีก ประหยัดเงินได้เยอะ”
“ข้าขอกินสองถ้วยได้หรือไม่เ้าคะ?”
“เอาเลยถ้าเ้ากินไหว ข้าก็ยินดีจ่าย” กงเชายิ้มแล้วก็เริ่มกินเช่นกัน
ศิษย์พี่ศิษย์น้องกินบะหมี่จนอิ่มแปล้ก็เดินลูบท้องเดินยิ้มมาด้วยกันถึงโรงเตี๊ยมชายฉกรรจ์นับสิบคนพร้อมดาบครบมือยืนรออยู่ข้างบันได เสี่ยวหยี่แอบสะกิดแขนกงเชา
“พวกเขาดูน่ากลัวจังขนกันมาเยอะเช่นนี้ไม่รู้จะมาหาเื่ใคร?”
“อย่ายุ่งกับเขาเลยน่าเราเดินขึ้นไปเงียบๆ จะดีกว่า”
หน้าห้องพักของนักพรตจูเิมีบุรุษหน้าตาถมึงทึงถือดาบยืนขวางอยู่ถึงสี่คนด้วยกันกงเชากับเสี่ยวหยี่ถึงกับชะงัก
“พวกท่านมาทำอันใดหรือเ้าคะ?”
ชายร่างใหญ่สุดก้มลงมามองเด็กหญิง“เ้าเป็ผู้ใด?”
“ข้าเป็ศิษย์คนเล็กของนักพรตเทพเ้าค่ะ”
“อ้อ!นายท่านมาเชิญนักพรตเทพไปเรียกฝนที่ชุมชนของพวกเราน่ะ” เสี่ยวหยี่กวาดสายตามองคนทั้งสี่ จะว่าเชิญตัวก็ไม่น่าจะใช่ดูเหมือนจะเป็การข่มขู่เสียมากกว่า กงเชากับเสี่ยวหยี่จำต้องยืนลุ้นด้วยใจตุ้มๆต้อมๆ อยู่หน้าห้อง ไม่นานนักประตูก็เปิดออก บุรุษสามคนที่หน้าตาดุร้ายก้าวขาออกมาจากในห้องนั้น
กงเชากับเสี่ยวหยี่รีบเดินสวนเข้าไปข้างในสีหน้าของนักพรตจูเิกับ ซูเยว่ดูไม่ค่อยดีนัก
“พวกเขาว่าอย่างไรหรือขอรับท่านอาจารย์?”
“พวกเขามาบังคับให้ข้าไปช่วยเรียกฝนที่ชุมชนพรุ่งนี้เช้าน่ะสิคืนนี้พวกเขายึดโรงเตี๊ยมเพื่อเฝ้าเราเอาไว้แล้ว”
“ท่านอาจารย์ดูท่าคนพวกนี้ดูแล้วไม่น่าจะใช่คนดีเลยนะเ้าคะ?”
“เ้าดูออกด้วย”ซูเยว่ทำหน้าแหย
เสี่ยวหยี่ถอนหายใจพร้อมกับเอียงคอ“จะดูไม่ออกได้อย่างไร? ร่างใหญ่บึกบึน ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา ซ้ำยังถือดาบมาทุกคนอย่างนั้นข้านึกว่าจะมาปล้นที่นี่เสียอีกเ้าค่ะ”
“เ้าทายไม่ผิดหรอกพวกเขาเป็โจรูเา”
“ไอหยา!เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเหตุใดจึงไม่แจ้งมือปราบล่ะขอรับ?”
“ตอนที่เ้าเดินเข้ามาไม่เห็นหรือว่าคนพวกนี้ข่มขู่คนในโรงเตี๊ยมเอาไว้หมดแล้ว ตำบลนี้มีมือปราบแค่ห้าคนนอกจากพวกโจรที่อยู่ในนี้ เห็นว่ายังมีอยู่ข้างนอกอีกร่วมยี่สิบคน”
สีหน้าของกงเชากับเสี่ยวหยี่เต็มไปด้วยความกังวลจนจูเิต้องรีบโบกมือไล่
“พวกเ้าไม่ต้องคิดมากกลับไปห้องแล้วก็รีบเข้านอนเสีย พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไปกับพวกเขาแต่เช้าตรู่”
ห้องของกงเชากับเสี่ยวหยี่มีสองเตียงพวกเขาจึงรีบทำตามที่นักพรต จูเิสั่ง เมื่อกลับไปถึงห้องพวกเขาก็แยกย้ายกันเข้านอนเสี่ยวหยี่นึกดีใจที่นางผลัดเสื้อผ้าใหม่แล้วไม่เช่นนั้นพวกโจรอาจจะคิดว่านางเป็ลูกคุณหนูนึกอยากจะจับไปเรียกค่าไถ่ก็ได้
“ศิษย์พี่รองชุดสวยๆ ของข้ารบกวนท่านซุกไว้ด้านล่างห่อสัมภาระให้ด้วยนะเ้าคะอย่าให้พวกโจรเห็นเป็อันขาด!”
แสงแดดอุ่นอ่อนปรากฎบนโค้งขอบฟ้าตอนที่ม้าทั้งสามตัวของชาวสำนักอารามเทพถูกโจรป่าควบคุมตัวออกจากโรงเตี๊ยมมาจนถึงชุมโจรบริเวณที่พวกโจรใช้สร้างเป็ที่ซ่องสุมคือป่าที่ใกล้เขาหงส์
“ศิษย์พี่รองนี่มันป่าแถวไหนเ้าคะ?”
“เ้าดูไม่ออกหรือ?ป่านี้เป็ป่าใหญ่เชื่อมต่อกับเชิงเชาหงส์ส่วนปีกตะวันออก”
ความทรงจำค่อยๆปรากฏถึงแผนที่แคว้นเหลียนที่นางเคยกางดูในห้องหนังสือ เด็กหญิงจึงร้องอ๋อออกมาคนที่เป็หัวหน้าขี่ม้านำไปถึงประตูใหญ่ของค่ายโจร
“รองหัวหน้าซูมาถึงแล้วเปิดประตูเดี๋ยวนี้!”คนที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ หัวหน้าเป็คนร้องะโบอกประตูไม้ขนาดใหญ่จึงได้เปิดอ้าเพื่อรับขบวนม้า
เสี่ยวหยี่หันกลับไปดูนางรู้สึกใที่พวกโจรร่วมสามสิบคนกล้าเดินทางเข้าไปในตำบลเพื่อบีบบังคับเอาตัวนักพรตเทพโดยไม่เกรงกลัวอาญาบ้านเมืองนับว่าตำบลนี้เป็บ้านป่าแดนเถื่อนนัก
พวกนางถูกพาตัวไปพบหัวหน้าค่ายโจรบุรุษร่างท้วมที่นั่งถือไหสุราหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่เก้าอี้กลางห้องโถงหันมามองคนทั้งสี่ด้วยความประหลาดใจ
“ข้าให้พวกเ้าไปเชิญนักพรตเทพเหตุใดต้องเอาเด็กผู้หญิงมาด้วย?”
“ท่านหัวหน้านางเป็ลูกศิษย์ของนักพรตเทพขอรับ”
“อ้อ! แปลกจริง ท่านนักพรตข้านึกว่าท่านจะรับเพียงบุรุษเป็ศิษย์เสียอีกรับเด็กผู้หญิงมาอยู่ด้วยจะไม่เป็การยุ่งยากหรือ?”
นักพรตจูเิทำท่าสงบนิ่งทั้งๆใจเต้นรัวแทบจะหลุดออกมาเมื่อเห็นว่าตนเองและศิษย์ทั้งสามถูกต้อนให้เข้ามาอยู่ในค่ายโจรที่มีคนเกินกว่าร้อยที่ยืนถือดาบพร้อมจะเอาชีวิตได้ทุกขณะ
“ความจริงนี่เป็ประกาศิต์ ข้ามีนิมิตว่านางจะกลายเป็นักพรตหญิงผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตจึงได้รับตัวนางเอาไว้”
“จริงรึ?”ร่างอ้วนใหญ่ยื่นหน้าออกมามองเด็กหญิงที่ยืนอยู่คนสุดท้ายในแถว “แต่จะว่าไปแม่หนูน้อยผู้นี้ก็ใบหน้าน่ารักและผิวพรรณดีเสียด้วย ดูมีสง่าราศีราวกับเทพเซียน”
“ท่านหัวหน้าเรารีบให้นักพรตเทพทำพิธีเถอะขอรับ จะได้รู้ว่าเก่งสมคำร่ำลือหรือไม่?”
หัวหน้าค่ายโจรหัวเราะเสียงดังก่อนจะยกไหเหล้าขึ้นซดอีกครั้ง
“ไม่ต้องรีบร้อนรองหัวหน้าซูหากว่านักพรตเทพหลอกลวงพวกเราเ้าก็แค่บั่นคอพวกเขาสี่คนทิ้งใส่หลุมด้านหลังที่ขุดไว้หลังค่ายเราก็สิ้นเื่”
***********************

