หลังจากจบคาบเรียนพละอันแสนสาหัสที่เจนไม่ชอบอาจารย์ก็เรียกรวมนักเรียนทุกคนก่อนเพื่อสรุปผลคะแนน ประเมินความสามารถรวมถึงพัฒนาการของเด็กในห้องเรียนของตัวเองและให้คำแนะนำกับเด็กนักเรียนที่ดูแล้วจะไม่ค่อยถูกกับวอลเลย์บอลนัก
“เอาล่ะ ก็ตามที่ครูให้คำแนะนำไปนะคะนักเรียนทุกคนครูอยากให้กีฬาวอลเลย์บอลเป็กีฬาที่สนุกสำหรับทุกคนค่ะถ้าใครอยากได้คำแนะนำเพิ่มเติมหรืออยากจะให้ครูช่วยสอนตรงไหนให้เป็พิเศษก็สามารถมาหาที่ห้องพักครูใน่พักกลางวันก็ได้ค่ะ” อาจารย์ว่าจบก็เผยยิ้มให้กับนักเรียนหนึ่งครั้ง
“ใครที่เป็เวรก็เก็บกวาดโรงยิมให้เรียบร้อยด้วยนะคะสำหรับวันนี้ก็เท่านี้ เลิกคลาสเรียนได้ค่ะ”เธอว่าแบบนั้นก่อนจะเดินออกจากโรงยิมไปเป็คนแรก ซึ่งนักเรียนกลุ่มอื่น ๆที่ไม่ใช่เวรทำความสะอาดก็พากันเดินออกไปเช่นกัน
“เจนกลับหอไปอาบน้ำก่อนได้เลยนะ พอดีฉันมีธุระนิดหน่อย”
“อืม… ได้สิ อย่ากลับดึกนักล่ะรู้ใช่ไหมว่าหอมันมีเคอร์ฟิวด้วย”
“ฉันรู้ เคอร์ฟิวมันสองทุ่มใช่ไหมล่ะไม่ต้องห่วงฉันกลับไปก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว งั้นเดี๋ยวไว้เจอกันที่หอนะเจน” ซีพูดทิ้งท้ายไว้แบบนั้นก่อนหันหลังเดินไปยังประตูโรงยิม
“จ้า” เจนขานรับคำบอกลาของอีกฝ่าย
เมื่อเห็นแผ่นหลังของซีพ้นประตูโรงยิมไปเจนก็รีบก้าวเท้าเดินตามเ้าหล่อนไปในทันที เพราะโดยปกติแล้วเจนจะอยู่ซ้อมในโรงยิมและออกจากสนามเป็คนสุดท้ายอยู่เสมอแต่สำหรับวันนี้ดันไม่เป็แบบนั้น แสดงว่าน่าจะมีธุระที่สำคัญจริง ๆถึงได้ขาดการฝึกซ้อมประจำวันของตัวเองไป
ทั้งหมดที่เจนคิดระหว่างก้าวเท้านั้นล้วนเป็สิ่งที่เกิดจากการวิเคราะห์ในขั้นต้นเท่านั้นถ้าหากมีข้อมูลมากกว่านี้ คำว่า “น่าจะ” ก็จะไม่อยู่ในสมองของเธอ
ถึงจะไม่ได้ปักใจเชื่อไปทั้งหมดแต่ถ้าหากไอวี่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นมาทุกคำถามที่มีอยู่ในสมองและภารกิจที่ได้รับก็จะมีคำตอบในทันที
ส่วนหนึ่งคือไอวี่เป็นักเรียนที่ติดเข็มกลัดสามปีกเดาได้เลยว่าครอบครัวของเ้าหล่อนต้องเป็พวกมีชื่อเสียงหรือเหล่านายทุนอย่างแน่นอนเมื่อเจนนึกถึงนามสกุลของไอวี่ก็รู้สึกคุ้นหูแต่เธอยังนึกไม่ออกว่าเคยได้ยินมาจากไหน
เจนเลื่อนสายตาไปมองหน้าต่างจับเวลาเล็กๆ ที่อยู่บริเวณ้าสายของทัศนวิสัยตัวเองเพื่อตรวจสอบระยะเวลาที่เหลืออยู่ในตอนนี้
[เหลือเวลาอีก 6 ชั่วโมง 24 นาที]
ถ้าหากว่าทุกอย่างเป็ไปตามที่คิดเอาไว้ เวลาอีก6 ชั่วโมงกว่านี้ เป็เวลาที่เหลือเฟือสำหรับเธอ
แล้วการเดินสะกดรอยตามของเจนสิ้นสุดลงบริเวณหลังโรงยิมที่ลับตาคนเจนหยุดเดินบริเวณหัวโค้งเพราะได้ยินเสียงของนักเรียนหญิงบางคนขึ้น
“นี่... คงรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงได้เรียกเธอมาคุย”
ถึงเจนจะอยากรู้ว่าใครเป็เ้าของเสียงนี้แต่เธอก็ไม่สามารถจะชะโงกหน้าออกจากหัวโค้งนี้ออกไปมองได้ หากเธอทำแบบนั้นก็มีแต่ความเสี่ยงที่จะถูกอีกฝ่ายจับได้เสียเปล่าๆ เธอจึงเลือกยืนพิงพนังแอบฟังอยู่ตรงนี้จะเป็การดีกว่า
“ทำไมเหรอคะ ฉันว่าฉันก็ทำตามที่คุณบอกไปแล้ว”
“ไม่เลย ความจริงเธอขัดคำสั่งฉันั้แ่ครั้งก่อนแล้วพอฉันไม่เตือนเธอก็คิดว่ามันทำได้สินะ…สมองของเธอไปรวมกันอยู่ที่นมหมดหรือไง ยัยโคนมเอ้ย!”
“งั้นในเมื่อทำผิดสัญญาเธอก็คงจะต้องรู้ใช่ไหมว่าต้องเจอกับอะไร”
“คะ... คือ คือว่าถ้าไม่ทำแบบนั้น”
“เป็ยัยโคนมมันพูดภาษาคนได้ที่ไหน!?” เธอคนนั้นตะคอกใส่ พลางว่าต่อ “เข้าใจที่ฉันพูดไหมหา!”
“คะแนนของฉันจะไม่ผ่านการประเมินทุนกีฬานะคะ! ว้าย!” ซีโต้กลับด้วยเสียงในระดับเดียวกันก่อนอุทานลั่นราวโดนกระทำบางสิ่งบางอย่าง
เจนอาศัยจังหวะที่ทั้งสองคนเริ่มขึ้นเสียงใส่ก็เพื่อแอบมองว่ามันเกิดอะไรกับซีและใครกันแน่ที่เป็เ้าของเสียงนั้น
“ข ขอโทษค่ะ ขอโทษนะคะ”
“เฮ้อ...” เธอคนนั้นถอนหายใจ “ทำไมถึงได้สอนยากสอนเย็นแบบนี้”
“ได้... ฉันจะให้อภัยให้กับความโง่ของเธอก็ได้แต่เป็โคนมมันก็ไม่ต้องใส่เสื้อหรอกจริงไหม งั้นก็... ถอดเสื้อซะสิ”
“ค... ค่ะ”